 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/16268" type="text/javascript"></script> |
|
เส้นทางสู่ฝันบ้านของเรา"
เส้นทางการพัฒนาต้นแบบโรงเรียนในฝันประสบการณ์ดี ๆ ของเราใน ๑ อำเภอ ๑ โรงเรียนในฝัน
post ครั้งแรก: Fri 19 January 2007, 11:00 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 14 February 2008, 8:41 pm
|
หน้าที่ 6 - องค์ประกอบของระบบการบริหารสถานศึกษา
ส่วนประกอบที่เป็นประเด็นหลักของการบริหารมีหลายประการดังนี้
1. เป้าหมาย(Goals)
2. การจัดโครงสร้างขององค์กร(Organization structure)
3. การสร้างแรงจูงใจ (Motivation)
4. วัฒนธรรมขององค์การ (Organizational Culture)
5. ภาวะผู้นำ (Leadership)
องค์ประกอบของระบบการบริหารสถานศึกษา
1.
เป้าหมาย(Goals) เป็นส่วนสำคัญที่สุดขององค์การเพื่อความสำเร็จของงานบรรลุเป้าหมายขององค์กรโดยมีตัวแปรหรือตัวชี้วัดสองประการ คือ ประสิทธิภาพ(Efficiency) และประสิทธิผล(Effectiveness)
ประสิทธิภาพ(Efficiency) คือ สามารถทำงานนั้นให้บรรลุผลตามเป้าหมาย โดยใช้ทรัพยากรแต่น้อย คือ ประหยัดสุด แต่ประโยชน์สูง ซึ่งดูได้จาก ประหยัดทรัพยากร กับประหยัดเวลา
ประสิทธิผล(Effectiveness) คือ สามารถทำงานให้บรรลุผลตามเป้าหมาย โดยได้ทั้งปริมาณและคุณภาพตามที่ต้องการ และก่อให้เกิดความพึงพอใจ การทำงานที่มีประสิทธิผลดูได้จากผลงาน (Out put) ที่เกิดขึ้นในเชิงปริมาณและคุณภาพ
ภาพที่ 6.1 แสดงประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ที่มา : บูรชัย ศิริมหาสาคร, สุภาษิตสอนนาย ศาสตร์และศิลป์แห่งการเป็นผู้นำ, 2542 : 114
ระหว่างประสิทธิภาพกับประสิทธิผลนี้ ทฤษฎีการบริหารเน้นให้พิจารณาประสิทธิผลก่อน คือ ทำได้ตามที่คาดหมาย ก่อนจะพิจารณาประสิทธิภาพ บางครั้งเราอาจทำงานมีประสิทธิภาพมากแต่ไม่ได้ผลตามที่คาดหมาย เช่น ต้องการผลิตนักเรียนให้เป็นพลเมืองดี แต่เราอาจทำไม่ได้ แต่ผลิตได้จำนวนมาก ซึ่งไม่สมกับเป้าหมายการศึกษา (วิชัย ตันศิริ, 2549 : 308) ในการพิจารณาเป้าหมายขององค์กรจึงเป็นประเด็นสำคัญมาอันดับหนึ่ง ในการจัดองค์การ หรือพัฒนาองค์การโดยวิเคราะห์เพื่อมุ่งเน้นเป้าหมายในปัจจุบันใช้ S W O T เริ่มจากการวิเคราะห์ Strength (ความเข้มแข็งขององค์การ)Weakness (ความอ่อนแอขององค์การ) Opportunity (โอกาสในสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต) Threat (ภัยคุกคามที่จะมีในอนาคต) เมื่อวิเคราะห์ครบสี่ขั้นตอนแล้วจึงควรเสนอว่าเป็นเป้าหมายใหม่(Goals) ขององค์การ
2.
การจัดโครงสร้างขององค์กร(Organization structure)
การจัดโครงสร้างขององค์กรก็เพื่อสร้างประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของการดำเนินงานตามหลักของการแบ่งงานกันทำเฉพาะเรื่อง และเพื่อการควบคุมดูแล ประสานงานให้ดีที่สุด ให้มีการแบ่งสายจากบนสู่ล่างเพื่อควบคุมประสานงานให้เกิดเอกภาพของนโยบายและการปฏิบัติ แต่เดิมการประสานงานและการควบคุมโดยวิธีนี้ใช้หลัการเดิมของระบบราชการ ซึ่งมีปัญหา เรื่องการควบคุมไม่ทั่วถึง ต่อมาภายหลังได้มีการพัฒนาวิธีการควบคุมและประสานงานอย่างน้อย 3 วิธีการ ดังนี้
2.1 การควบคุมโดยกระบวนการทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน(Standardization) เช่น กฎ ระเบียบ เทคนิคทางวิชาการ เป็นต้น
2.2 การควบคุมโดยกระบวนการวางแผน
2.3 การควบคุมโดยยึดวัตถุประสงค์/เป้าหมาย ที่เรียกการบริหารแบบนี้ว่าManagement-By Objective หรือ MBO ศึกษา (วิชัย ตันศิริ, 2549 : 316) ในปัจจุบันมีการลดจำนวนผู้ที่ต้องการควบคุมดูแล ลดเส้นสายบังคับบัญชาให้น้อยลง เกิดความคล่องตัวในการบริหารงานให้เหมาะกับองค์การ
3.
การสร้างแรงจูงใจ(Motivation) มนุษย์ในองค์การมีความสำคัญมาก มนุษย์มีความแตกต่างที่หลากหลาย เน้นความสัมพันธ์ด้านพฤติกรรมของมนุษย์ ที่เป็นปัจจัยหลักคือ แรงจูงใจที่จะทำงานให้กับองค์การสำเร็จตามวัตถุประสงค์
ภาพที่ 6.2 แสดงลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Maslow) มี 5 ลำดับ
จากภาพแสดงลำดับลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์เขาได้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ลำดับขั้นคือ
1. ความต้องการทางกายภาพ (Physiological)
2. ความต้องการความปลอดภัย (Safety)
3. ความต้องการทางสังคม (Social)
4. ความต้องการด้านการเคารพ นับถือ มีชื่อเสียง (Esteem)
5. ความต้องการบรรลุศักยภาพแห่งตน (Self actualization)
ความต้องการเหล่านี้ ต้องได้รับการตอบสนองตามลำดับขั้น หากขั้นแรกยังไม่บรรลุผล ก็ไม่มีความต้องการในขั้นต่อไป ผู้บริหารโรงเรียนมักนำไปใช้เมื่อต้องการแก้ไขปัญหาแรงจูงใจในโรงเรียนนอกจากนี้ด้านทฤษฎีแรงจูงใจก็มี ความต้องการผลสำเร็จของแมคเคลแลนด์ (MC Cleland) ที่ให้ความสำคัญแรงจูงใจที่เกิดจากภายใน ทฤษฎี X ทฤษฎี Y ของแมคกรีกอร์ (Douglas MC Gregor) มีข้อสมมติฐานเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์ต่างกัน ทฤษฎีสองปัจจัยของเฮอร์ซเบอร์ก (Herzberg two facter theory) สองปัจจัย คือ ปัจจัยทางสุขภาพ (Hygiene factor) หากขาดไปจะทำให้เกิดความไม่พอใจของสมาชิก กับ ปัจจัยที่เป็นแรงจูงใจ (Motivation factor) ทำให้เกิดความพอใจ แนวคิดของเฮอร์ซเบอร์กมีประโยชน์ต่อการบริหารจัดการ การบริหารแบบมีส่วนร่วม ความหมาย การบริหารแบบมีส่วนร่วมเป็นการจูงใจให้ผู้ร่วมปฏิบัติงานในองค์การได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ความรับผิดชอบ และร่วมมือใน องค์พัฒนาปฏิบัติด้วยความเต็มใจ แนวความคิดพื้นฐาน(Basic Assumption) จากทฤษฎี การจูงใจของ Motivation Theory เชื่อว่า
1. มนุษย์ย่อมมีความต้องการเหมือน ๆ กันตราบใดที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้แล้ว ก็จะเกิดปัญหาความต้องการอยู่เรื่อยไป แต่ถ้าความต้องการได้รับความตอบสนอง ก็จะเลิกสนใจ
2. มนุษย์ตอบความสนองความต้องการแตกต่างกันทางด้านปริมาณ ความต้องการระดับต่ำค่อนข้างมีขอบเขตจำกัด แต่ความต้องการระดับสูงมักจะไม่มีขอบขีดจำกัด
จากทฤษฎีการจูงใจของ Herzberg (Motivation Hygiene Theory) เชื่อว่าปัจจัยที่จูงใจให้คนทำงาน คือ ความสำเร็จ การยกย่อง ความก้าวหน้า ลักษณะงาน ความรับผิดชอบ ความเจริญเติบโตจากการศึกษาจากพฤติกรรมของมนุษย์ ของ Aravris ได้เผยว่า บุคคลที่มีวุฒิภาวะ จะมีบุคลิกภาพที่ต้องการเป็นของตนเอง การบริหารแบบมีส่วนร่วมช่วยให้บุคคลได้พัฒนาบุคลิกภาพของตนในด้านการตัดสินใจ และการควบคุมการทำงาน การแสดงออก ทัศนคติ และการใช้ความสามารถที่จะประสบความสำเร็จได้ องค์การต้องใช้ความสามารถของพนักงานอย่างเต็มที่ เพื่อกระจายอำนาจในการตัดสินใจ และเพื่อตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมที่มีความไม่แน่นอน และแตกต่างกันอย่างรวดเร็ว (ที่มา :
http://www.kunkroo.com/admin1.html) สำหรับทฤษฎีด้านแรงจูงใจมีความสำคัญต่อการบริหารสถานศึกษาที่ผู้บริหารควรปรับและนำไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดแรงจูงใจที่จะปฏิบัติงานนำความสำเร็จสูงสุดสู่องค์กรต่อไป
ภาพที่ 6.3 แสดงความสัมพันธ์ทฤษฎีแรงจูงใจ (Maslow - Herzberg )
4.
วัฒนธรรมขององค์การ (Organizational Culture)
วัฒนธรรมขององค์การ หมายถึง ความเชื่อ ความรู้สึก พฤติกรรม และสัญลักษณ์ ที่มีอยู่ในองค์การ (ศิริพงษ์ เศาภายน, 2548 : 71) ที่มี ปรัชญา อุดมการณ์ ความเชื่อความรู้สึก เจตคติ บรรทัดฐาน และค่านิยม
วัฒนธรรมในความหมายที่กว้าง หมายถึง วิถีชีวิต แต่ในบริบทขององค์การ คือ ปทัสถาน แนวประพฤติปฏิบัติร่วมกันและอยู่ในใจจนฝังรากลึกของสมาชิกร่วมกัน จนมีวิวัฒนาการตามลำลับจนดำรงอยู่ระยะหนึ่งจนเป็นค่านิยมอุดมการณ์ เป็นเอกลักษณ์ ขององค์กรนั้น มีลักษณะเด่นชัดในเรื่องของระบบคุณค่า และกลายเป็น สถาบันเมื่อเป็นสถาบัน ก็จะเกิด สัญลักษณ์ พิธีการ ตำนานเล่าขาน สะท้อนภาพของระบบค่านิยม และอุดมการณ์ หรือวัฒนธรรมที่มีคุณค่าขององค์การต่อไป
5.
ภาวะผู้นำ (Leadership)
ภาวะผู้นำมีความสำคัญที่สุดต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวขององค์การ ซึ่งมีผู้ให้ความหมายดังนี้
นภาพร โกศลวัฒน์ : ภาวะผู้นำเป็นการใช้ศิลป์และกระบวนการของการมีอิทธิพลต่อบุคคลหรือกลุ่มเพื่อดำเนินกิจกรรมไปสู่ความสำเร็จตามวัตถุประสงค์
ประทาน คงฤทธิศึกษากร: "ภาวะผู้นำ" คือ การกระทำที่มีอิทธิพล สามารถทำให้ผู้อื่นเกิดศรัทธามีความนับถือ มีความเชื่อมั่น ตกลงปลงใจที่จะทำตามแล้วแต่ผู้นำจะให้ทำอะไร
สก็อตคิล : ภาวะผู้นำ คือ กระบวนการใช้อิทธิพลต่อกลุ่มในองค์กรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้
เทอรี่ :ภาวะผู้นำ เป็นความสัมพันธ์ฟซึ่งบุคคลหนึ่งหรือผู้นำใช้อิทธิพลต่อบุคคลอื่นให้ทำงานร่วมกันอย่างเต็มใจ เพื่อให้งานนั้นสำเร็จตามที่ผู้นำมุ่งหมาย
ความแตกต่างของ ผู้นำ กับภาวะผู้นำ
ผู้นำ คือ ตัวบุคคล
ภาวะผู้นำ มุ่งเฉพาะพฤติกรรมของผู้นำ ภาวะผู้นำเป็นเสมือนหนึ่งเครื่องมือในการบริหารของผู้นำ เป็นสิ่งที่สร้างพัฒนาขึ้นได้ในทุกตัวคน นั่นก็คือการสร้างศรัทธาบารมีให้เกิดขึ้นในตัวเองโดยบทบาทหน้าที่แล้ว ผู้บริหารจะต้องเป็นผู้นำในขณะที่ผู้นำอาจจะไม่ใช่ผู้บริหาร เพราะฉะนั้นผู้บริหารที่จะประสบความสำเร็จสูงสุดจะต้องเป็นผู้บริหารที่มีภาวะผู้นำผู้บริหารที่ขาดภาวะผู้นำ จะบริหารงานโดยอาศัยอำนาจตามขอบเขตหน้าที่ที่ระบุตามกฎหมายและขอบเขตเท่านั้นผู้บริหารที่มีภาวะผู้นำ จะพยายามหลีกเลี่ยงการใช้อำนาจที่มีอยู่ แต่จะสร้างศรัทธาบารมีโน้มน้าวจิตใจให้ลูกน้องปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย โดยความเต็มใจและสุดความสามารถสอดคล้องกับคำกล่าวที่ว่า นักบริหารที่มีความสุขที่สุด คือ ผู้ที่มีลูกน้องมือเยี่ยมช่วยทำงานให้กับเขา(ที่มา :
http://www.kunkroo.com/admin1.html)
อ้างอิง
บูรชัย ศิริมหาสาคร, (2542).
ศาสตร์และศิลป์แห่งการเป็นผู้นำ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แสงดาว.
วิชัย ตันศิริ, (2549).
อุดมการณ์ทางการศึกษา ทฤษฎีและภาคปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ศิริพงษ์ เศาภายน, (2548).
หลักการบริหารการศึกษา :
ทฤษฎีและแนวปฏิบัติ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : บุ๊ค พอยท์.
อ้างอิงเว็ปไวด์
ภาวะผู้นำ
http://ednet.kku.ac.th/~ed128/ad06/article6.html /
หลักและกระบวนการบริหาร
http://www.kunkroo.com/admin1.html /
Motivation to Learn
http://www.learningandteaching.info/learning/motivlrn.htm
Theories of Motivation
http://ollie.dcccd.edu/mgmt1374/book_contents/4directing/motivatg/motivate.htm
Abraham Maslow Theory
http://www.ship.edu/~cgboeree/maslow.html
McGregor Management Theories X, Y & Z
http://www.simply-communicate.com/cgi-bin/item.cgi?id=566&d=68&h=0&f=0
Herzberg factor
http://www.tutor2u.net/business/people/motivation_theory_herzberg.asp
ที่มาของภาพ
ภาพที่ 6.1 แสดงประสิทธิภาพและประสิทธิผล - บูรชัย ศิริมหาสาคร, สุภาษิตสอนนาย ศาสตร์และศิลป์แห่งการเป็นผู้นำ, 2542 : 114 หน้า 11
ภาพที่ 6.2 แสดงลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์(Maslow) © ที่มา :
http://www.learningandteaching.info/learning/motivlrn.htm
ภาพที่ 6.3 แสดงความสัมพันธ์ทฤษฎีแรงจูงใจ (Maslow - Herzberg ) © ที่มา :
http://ollie.dcccd.edu/mgmt1374/book_contents/4directing/motivatg/motivate.htm
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 26 ความเห็น, หน้า่ |
1| -
2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 11 มี.ค. 2550 (16:41) ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ นำไปปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม เพื่อเด็กไทยจะได้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ พ.ร.บ. การศึกษา 2542 มาตรา 24 การจัดกระบวนการการเรียนการสอนให้สถานศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้
1. จัดเนื้อหา สาระ และกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจ ความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
2. ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ปัญหา
3. จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติทำให้ได้คิดเป็น รักการอ่าน และเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง
4. จัดการเรียนการสอน โดยผสมผสาน สาระความรู้ต่างๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุล รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์
5. ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อม สื่อการสอน และอำนวยอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ และมีความรอบรู้รวมทั้งสามารถใช้วิจัยเป็นส่วนของกระบวนการเรียนรู้
6. จัดการเรียนรู้ให้เกิดให้ได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ ประสานความร่วมมือกับบิดา มารดา ผู้ปกครอง และบุคคลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ
จากที่กล่าวมาเป็นแนวทางในการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยให้สถานศึกษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำมาปฏิบัติโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ความสนใจ จัดเนื้อหา กิจกรรม ฝึกทักษะ สอดแทรกคุณธรรม โดยครูมีหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้เรียน เพื่อให้กับผู้เรียนได้เรียนรู้และพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 2 พ.ค. 2550 (18:24) ขอบคุณ ครูไผ่ เป็นอย่างสูงครับ ผมจะบันทึกเป็นข้อความนำเรียนเสนอผู้บริหาร และคณะครูทราบต่อไปครับ ถ้าหากสังคมให้ความสำคัญต่อการศึกษาผมว่าปัญหาต่างๆของสังคมจะลดน้อยลงอย่างแน่นอนครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 3 พ.ค. 2550 (18:54) ต้องขอขอบคุณ ครูไผ่ อีกครั้งครับ ขอบคุณทีมงาน
วิชาการ.คอม ที่ให้โอกาสด้วยดีเสมอมา ขอบคุณทุกๆท่านที่ช่วยกันเขียน Blog ของวิชาการ.คอม ซึ่งผมก็ได้อ่าน ๆ ผลงานของหลายๆ ท่าน แต่ยังอ่านไม่หมด ครูไผ่ครับ ในการเขียนผมต้องฝึกอีกมาก ซึ่งล่าสุดผมได้หนังสือ
การเขียนเชิงสร้างสรรค์เพื่อการศึกษาและอาชีพ ตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พิมพ์ครั้งที่ 2 ของ
สถาบันส่งเสริมและพัฒนาการอ่านการเขียนแห่งประเทศไทย ถ้าอ่านหรือศึกษาจนจบเล่มและทำความเข้าใจแล้วจะนำความรู้ วิธีการ กลเม็ดต่าง ๆดังกล่าวมาเขียนที่
วิชาการ.คอม ต่อไปครับ ขอบคุณครูไผ่ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 28 ส.ค. 2550 (13:33) สวัสดีค่ะ ครูชิต
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 29 ส.ค. 2550 (06:59) สวัสดี คุณ สินีนาฏ ขอบคุณครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 1 ก.ย. 2550 (12:19) สวัสดีค่ะ อยากมาเยี่ยมเยือนเมืองศรีสะเกษค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 1 ก.ย. 2550 (22:01) SAWATDEE Welcome to Sisaket Provinceสวัสดี ครูคิม ผมขอเป็นตัวแทนชาวศรีสะเกษกล่าวคำว่า
ยินดีต้อนรับ ครับ
คำขวัญประจำจังหวัด :
แดนปราสาทขอม หอมกระเทียมดี มีสวนสมเด็จ เขตดงลำดวน หลากล้วนวัฒนธรรม เลิศล้ำสามัคคี นอกจากนี้ยังมีงานเทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทย ประกอบด้วยชนเผ่า
ลาว, เขมร, ส่วย, เยอ จัดขึ้นในเดือนมีนาคมของทุกปีครับ
welcome to Si Sa Ket Si Sa Ket is a quiet province on the Cambodia border with Khmer ruins scattered throughout the province.Most notable are the two ruined sanctuaries of Wat Sa Kamphaeng Yai and Noi,dating back to the 10 th century.However, the most famous Khmer site is actually in Cambodia. Khao Phra Wihan was built over 10 centuries ago and is one of the most spectacular Angkor-period sites. Built as a Hindu temple, it begins in Thailand and rises to 600 metres with the main sanctuary in Cambodia. After a long period of war, its wonderful craftsmanship,stairways and courts are now being restored. Thi walk to the summit is long and steep, but visitors are sure to be impressed by the size and complexity of its design.Si Sa Ket has an area of 8,840 square kilometres, comprising the following districts: Muang Si Sa Ket, Kanthararom, Kantharalak, Khun Han, Phrai Bung, Khukhan, Prang Ku, Uthumphon Phisai, Rasi Salai, Yang Chum Noi, Huai Thap Than, Non Khun, Si Rattana, Wang Hin, Bueng Bun, Nam Kliang, Phu Sing, Benchalak, Muang Chan, Pho Si Suwan and Sila Lat.Pha Mo I Daeng Half and Quarter MarathonThis sport event is held on the third Sunday of August between Phumisaron village and Pha Mo I Daeng in Amphoe Kantharalak. Runners like this uphill marathon because it goes through a misty area in the rainy seasonSi Phao Thai Si Sa Ket FestivalThis festival is held every March 15-17 at Somdet Phra Si Nakharin Park when the Lamduan flowers in the park are in full bloom. Shows include cultural performances by 4 tribes, which are Khmer, Suai, Lao, and Yo. There are shops selling handicrafts and a light-and-sound show about the city's construction
from : http://www.tourismthailand.org/destinationguide/list.aspx?provinceid=22
|
Website
http://www.sisaket.go.th/sisaket_en/index_en.php
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 8 ก.ย. 2550 (21:21) เคยไปสุรินทร์ เห็นป้ายบอกชื่อหมู่บ้าน และชื่อสถานที่ต่าง ๆ อ่านยากมาก เพราะเป็นภาษาคล้ายเขมรมั้งคะ ขอบคุณลวงหน้า จะพยายามหยอดกระปุกไว้ค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 19 ก.ย. 2550 (21:27) สวัสดีค่ะอ.ชิต ขอบคุณคุณครูที่อบรมสั่งสอน หนูตั้งแต่ ม. 5-ม.6 ขอบคุณคุณครูมากนะคะ
เด็กธรรมศาสตร์
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 22 ก.ย. 2550 (15:40) ขอบคุณ คุณ กระป๋อง เป็นอย่างมากเช่นกัน ครูขอแสดงความยินดีด้วยที่เข้าศึกษาต่อคณะวิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันนี้ครูขอแจ้งข่าวว่า ครูได้ลูกสาวแล้ว คลอดเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2550 น้ำหนักแรกเกิด 3470 กรัมชื่อเล่น น้อง NASA เป็นพ่อลูกอ่อนเต็มตัว ท้ายสุดขอให้ประสบความสำเร็จ ในการศึกษาต่อไปครับ
รักและห่วงใยเสมอ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 22 ก.ย. 2550 (15:52) ว่าแต่พี่คิมหยอดได้กี่กระปุกแล้วครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 2 ธ.ค. 2550 (20:41) เรียนอาจารย์ครับผมขอเบอร์โทร อ. สุทธิศักดิ์ เกตษา หน่อยคับ
ศิษย์เก่า ปี 48
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 9 ธ.ค. 2550 (17:02) อยู่ดีมีสุขหรือเปล่าหนอ คุณ วิสิทธ์ พาที ? เบอร์โทร ครูหนุ่ย คือ (ลบแล้วครับ) แต่ครูโทรทีไร จะมีเสียงหวานๆ ว่า
หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ ครูจำได้ว่าวิชาสุดท้ายที่สอนรุ่นนี้คือ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน (โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ) และใบ ปพ 1-3 จะมีชื่อนายทะเบียนคือ ครู...ชิต ตอนนี้เปลี่ยนนายทะเบียนใหม่แล้ว เพราะต้องมาทำงานเกี่ยวกับกลุ่มแผนงานการจัดการศึกษา ท้ายสุดก็อวยพรให้ประสบความสำเร็จในด้านการศึกษาและการงานต่อไปครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 9 ม.ค. 2551 (15:31) สวัสดีปีใหม่นะคะ
มี email ใหม่หรือยังคะ ที่ให้ไว้ไม่สามารถติดต่อได้เลย ตอนนี้พี่พยายามหัดทำเว็ป จึงขอเรียนเชิญคุณครูชิต ไปสร้างสีสัน ฝากประสบการณ์ ความรู้ บนเว็ปของพี่บ้าง สมาชิกคือครูพวกเราเองค่ะ
ขอให้ครูชิตและครอบครัวมีความสุข มีสุขภาพแข็งแรงกันทุกคนนะคะ โดยเฉพาะหลานสาวคงกำลังน่ารักมาก ๆ
http:www.krukimPbmind.com
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 11 ม.ค. 2551 (18:42) สวัสดีปีใหม่ครับ พี่คิม
ยินดีกับบ้านครูคิม ด้วยนะครับ ผมว่าดีมากเป็นแบบอย่างสำหรับครูมืออาชีพครับ(ให้กำลังใจครับ) ช่วงนี้ขอจัดการเรื่องเรียน(รอสอบประมวลผล) ผลงานทางวิชาการ(คศ.3) ประกอบกับกำลังเป็นพ่อลูกอ่อน... ขอบคุณสำหรับคำเชิญ เดียวหาของฝากติดไม้ติดมือก่อนนะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 13 ก.พ. 2551 (21:36) สวัดดีครับคุณครู หน่าง ที่เคารพ วันนี้คุณครูหน่างดื่มนมหรือยังครับ อย่าลืมนะครับร่างกายจะได้สมบูรณ์
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 12 พ.ค. 2551 (16:10) สวัสดีค่ะ
ฟ้า กำลังศึกษาในระดับ ป.โท การบริหารการศึกษา
ฟ้าขออนุญาต คุณครู copy ความรู้เกี่ยวกับการบริหารการศึกษา ไปใช้ประกอบการศึกษา ป.โท นะคะ
ขอบคุณค่ะ