 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/16280" type="text/javascript"></script> |
|
เกาะช้าง
ทีมงานคนใดไม่ได้ไป เราขอเสียใจด้วย
เมื่อทีมงานวิชาการยกทัพไปเสพสุขธรรมชาติของเกาะช้าง ลัดเลาะป่าเข้าไปตื่นตากับความตระการตาของน้ำตก ความสุขสนุกของเราฟ้องด้วยภาพและคลิบวีดีโอลับ
ผู้เขียน: บัวอื่น ชมแล้ว: 3,673 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 24 January 2007, 12:35 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 26 January 2007, 12:54 pm
|
หน้าที่ 1 - วิชาการยกทัพ
เห็นตั้งชื่อแบบนี้ ใครคิดว่าเราตั้งเพื่อเยาะเย้ย ทีมงานวิชาการคนใดที่ไม่ได้ไปเที่ยวให้นึกอิจฉา อย่าคิดอย่างนั้น เพราะมัน ...มัน...มันรู้ทันกันเกินไป
ที่มาของทริปนี้ ก็เพราะพี่ๆ 3 หนุ่ม ชะชะช่า ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์วิชาการ เห็นว่าเราเหล่า ทีมงานอยู่กันกระจัดกระจายเป็นหย่อมๆ (บางคนไม่รู้ว่าเบื้อหลังการทำงานของเว็บนี้ คือ กลุ่มบุคคลที่ทำงานกันคนละที่ บางคนเห็นหน้ากันไม่กี่ครั้ง บางคนไม่เห็นหน้า บางคนไม่อยากเห็นหน้า) จึงน่าจะมีการนัดกินข้าวเที่ยงด้วยกันสักมื้อ แล้วยกข้ออ้างการประชุมร่วมกันว่าด้วยหัวข้อการพัฒนาเว็บไซต์วิชาการให้เจริญรุ่งเรื่องทัดเทียมนานาอารยเว็บ เพื่อสร้างคุโณปการแก่มวลมนุษย์ชาติให้มากที่สุด ขึ้นมาบังหน้า
ยืนยันว่าเป็นการตกลงหาที่กินข้าวเที่ยงด้วยกันสักมื้อ สุดท้ายมาสรุปกันได้ที่ เกาะช้าง 2 วัน 1 คืน
เกาะช้าง ช้างสมชื่อด้วยขนาดที่กว้างใหญ่ทอดตัวยาวจากเหนือลงมาทิศตะวันออกเฉียงใต้ อันจะเป็นรองก็เพียงเกาะภูเก็ตและสมุย เท่านั้น ตั้งอยู่ที่แหลมงอบ จังหวัดตราด ลักษณะภูมิประเทศเป็นป่าดงดิบ นิเวศน์วิทยาออันอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธรรมชาติที่ส่วนใหญ่เป็นไม้สกุลพลอง สารภีป่า และไม้ในสกุลหว้า รายล้อมด้วยเขาสูง ผาหินสลับซับซ้อนซ่อนความงามของน้ำตก และธารน้ำ เลื่องชื่อกับหาดทางฝั่งตะวันตก ทั้งหาดทรายขาว หาดคลองพร้าว หาดไก่แบ้ หาดขาวสะอาดเพราะไร้การทับถมจากจากตะกอนโคลนเลน จึงเป็นหาดที่งามอย่างที่สุดเท่าที่หาดใดจะพึงงามได้ บนชายฝั่งมีแหล่งพักกายหลากสไตล์ สนนราคาแล้วมีหลายระดับให้เลือกพักได้ตามความปรารถนาของใจ
มิเพียงเสพสุขจากความงามของชายหาด แต่อุดมด้วยกิจกรรมดำน้ำดูปะการังตามเกาะน้อยใหญ่ ของแหล่งชื่นชมปะการังชั้นยอด กลับมาพบกับอาหารทะเลเลิศรส อันจะเลิศก็ด้วยบรรยากาศยามเย็นเห็นฟองคลื่นกระทบฝั่ง เมื่อยามล่องทะเลไกลออกไปตกหมึกยามดึก แหมเจ้าดวงจันทร์และดาราทั่วทองนภาเหนือน่านทะเลช่างงามจริง
หาแต่ความงานอันโรแมนติก หากรักการผจญภัย กิจกรรมนั่งช้างชมทัศนียภาพท่องเกาะ ลัดเลาะป่าเข้าไปตื่นตากับความตระการตาของน้ำตกที่พรั่งพรูลงมาจากเบื้องหลังความแข็งแกร่งของเงื้อมเขาและชะง่อนผา สัมผัสความอ่อนโยนของสายน้ำที่แหวกไหวอยู่อย่างเชื่องช้า
แม้ท้องทะเลของเกาะช้างอาจมิสู้ชื่อเสียงทะเลอันดามัน หากแต่ได้ไปสัมผัสด้วยตาจะมิว่าเกินไปเลย ที่จะกล่าวว่านี้คือเพชรเม็ดงามของอ่าวไทย ที่หลับไหลรอการแสวงหาจากบรรดาคนเดินทาง น้ำทะเลใสสีเขียวมรกต ปลาเล็กปลาน้อยดำผุดดำว่ายอย่างเริงร่า จนบางคราผู้เฝ้าจับตามองเผลอไผลแอบยื่นมือออกไปเพื่อสัมผัสกับความงามตรงหน้า
ที่เล่ามานี่ ยังไม่ได้ไปน่ะ แต่นึกภาพตามที่อ่านเอาจากขอมูลในเว็บไซต์ งามขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ไปจะไม่ให้อภัยตัวเอง
ก่อนไปมีผู้เสนอชื่อร่วมอุดมการณ์กับทริปนี้ 15 ราย แต่พอถึงวันจริง อัตรารอดเหลือเพียง 5 รายเท่านั้น เสียใจมาก เพื่อนๆพี่ๆไปกันไม่ได้ แต่งบประมาณเที่ยวยังเท่าเดิม หลังจากใช้คณิตศาสตร์พื้นฐานหารดูแล้ว เราแต่ละคนจำต้องแบกรับภาระ การใช้งบเที่ยวแทนคนที่ไม่ได้ไปถึง 1 ต่อ 3
ลืมเรื่องเศร้าไว้ข้างหลัง แล้วเดินหน้าต่อไป ใครสนใจไปเกาะช้างกับเรา ตามมาได้ เพราะรายงานฉบับนี้ อธิบายวิธีการเดินทาง ข้อมูลต่างๆ พร้อมบรรยายบรรยากาศเหมือนจริงมาก เหมือนขนาด อ่านจบต้องสลัดทรายออกจากตัว
เริ่มขึ้นรถกันเถอะ พร่ำอยู่นั้นประเดี๋ยวจะไม่ถึงเสียที ว่ากันในเรื่องรถที่จะไปตราดนั้น สามารถขึ้นได้ทั้งที่หมอชิตและเอกมัย ซื้อแบบไปกลับจะได้ราคาพิเศษ เรื่องราคาค่ารถด้วยเหตุที่ไม่ได้จ่ายเอง เลยจำได้ลางๆแค่ว่า 500 นิดๆ แถมทางเลือกสำหรับใครที่อยากได้อารมณ์ปะปนกับฝรั่งหน้าตาดี สามารถไปขึ้นรถตู้ที่ ถ.ข้าวสารก็ได้นะ ส่วนคนที่มีรถไปเอง หรือจะไฮโซทางเครื่องบิน คลิ๊กหาข้อมูลทางเว็บไซต์ได้ตามสะดวก
น้อง 2 คนในรูปคือ ทิวสนกับไกลกมล เป็นน้องที่มาช่วยงานวิชาการ มานั่งรอก่อนนัดตามมารยาทที่ดีอยู่พักใหญ่ๆ ส่วนพวกเรา 3 คนบัว อุ๋ย ติ๊ก มาก่อนรถออก 5 นาที มาหลังเวลานัดครึ่งชัวโมง สำหรับน้อง 2 คนนี้เราก็เพิ่งเจอหน้านี่ล่ะ ถ้ารู้ว่าหน้าตาดีแบบนี้ ไม่มั่วเสียดายที่พี่ๆ 3 หนุ่มที่มาไม่ได้หรอก
คนขับคงรู้ว่ากลิ่นห้องส้วมทรงพลานุภาพมาก จึงเร่งพาเรามาถึงตราดที่เวลาตีสามนิ๊ด นิด ฉัตรจึงแนะนำกับเราว่ากว่าเรือจะออกรอบแรกก็ 6 โมงเช้า เวลาเราก็เหลืออีกมากโข อย่ากระนั้นเลยเราควรจะมาบริหารปลีน่องอวบๆด้วยการเดินนวยนายรอบตลาดยามดึกเล่นกันพอให้เหงื่อโชก เพื่อเป็นการฆ่าเวลาก่อนจะเดินเท้าไปที่ท่าเรือกันมั๊ย ... ระยะทางไปท่าเรือที่แหลมงอบ 20 กิโล คนที่เสนอความคิดเยี่ยงนี้ได้ โบราณว่าเมื่อเยาว์วัยคงบริโภคปลาและผักน้อยยิ่งนักแล
เอ๊ะ..ไหนว่าวิชาการเหลือกัน 5 คน แล้วฉัตรนี่มันใคร ...คือว่าเพื่อไม่ให้ความเหงาเข้าครอบงำ เราจึงลากเพื่อนสนิทไปเพิ่มอีก 3 คน
พอถึงบขส.ตราด อย่ามัวตกใจกับบรรดารถสองแถวที่พุ่งเข้ามาประชิดตัว คุณอยากไปไหน บอกเขาได้เลย ไม่ต้องกลัวโดนโขก เพราะสองแถวที่นี่ จัดคิวกันไว้แล้ว ราคาก็มาตรฐาน แพงเหมือนกันหมด ไปท่าเรือตกคนละ 50 บาท กับระยะขนาดนั้น แถมใจดีจอดแวะให้เดินเล่นในตลาดได้ด้วย ถือว่าเป็นราคาที่รับได้
มาถึงท่าเรือ เวลายังเหลืออีกเยอะ เรานั่งคุยกัน คุยกันทุกเรื่องยกเว้นเรื่องแผนการเที่ยว เพราะเป็นที่รู้กันว่าเกิดการสูญหายของข้อมูลที่เรารวบรวมมาจากแหล่งต่างๆไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สูดอากาศดีๆยามเช้าเข้าท่ามาก พระอาทิตย์ขึ้นดูสวยดี บางคนตื่นเต้นมาก ถ่ายรูปรั่ว โอ้ว์ พระอาทิตย์ทอแสงโผล่จากขอบฟ้า ในเวลาเช้าทางทิศตะวันออก มันแปลกประหลาดอะไรเช่นนี้
ก่อนจะข้ามเรือ เพื่อความรอบคอบ เราน่าจะโทรไปที่พักที่จองไว้ซะหน่อย อุ๋ย ขอเบอร์สยามเบย์รีสอร์ทดิ๊ อุ๋ยเป็นคนที่หอบกระเป๋าใบใหญ่ที่สุดและหนักที่สุด อุ๋ยเอามาทุกอย่าง ยกเว้นเบอร์โทรติดต่อและแผนที่ไปรีสอร์ทที่เราจองและจ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้ว
เอาละซิ....
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 3 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 24 ม.ค. 2550 (14:26) ลองมาเล่า เดี๋ยวทริ้ปหน้าจะมาเร็วๆนี้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 24 ม.ค. 2550 (16:21) น่าสนุกจังครับ
ชอบทะเลสีน้ำเงิน สายลม แสงแดด หญิงสาว และบทกวี
ปุถุชน (IP:202.28.179.12)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 26 ม.ค. 2550 (10:21) คราวหน้าไปก็ อย่าลืมชวนนะ