 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/163" type="text/javascript"></script> |
|
ก๊าซไฮโดรเจน แหล่งพลังงานทดแทนที่ไม่มีวันสูญสิ้น
คงเป็นที่ทราบกันดีว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำมันดิบบนโลก ได้ร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ และในอีกไม่นาน ก็คงจะหมดไปจากโลก เมื่อถึงเวลานั้น พวกเราคงสงสัยว่า โลกเราจะเป็นอย่างไร ในยุคที่ไม่มีน้ำมัน ให้รถแล่นหรือปั่นไฟฟ้า ให้เราใช้ หลายๆประเทศทั่วโลก ได้ตระหนักถึง...
post ครั้งแรก: Fri 23 July 2004, 10:04 am ปรับปรุงล่าสุด: Fri 23 July 2004, 10:04 am
|
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 23 ความเห็น, หน้า่ |
1| -
2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 5 ก.ย. 2549 (20:11) คือ อยากจะถามอะครับ น้ำ H20 เมื่อสกัดไฮโดรเจนออกมาเเล้ว ก็จะได้อ็อกซิเจนตัวเดียวหนิครับ เพราะฉะนั้นการที่เราจะเเยกไฮโดรเจนออกจากอ็อกซิเจน ต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่งเพื่อจะนำไฮโรเจนไปใช้เป็นพลังงาน เเต่ว่า ถ้าน้ำไฮโดรเจนไปเเล้วจะเหลือเเต่อ็อกซิเจนเพราะฉะนั้นจะนำมาใช้เป็นครั้งที่ 2 อีกย่อมมิได้เเต่ในกระทู้บอกว่า " เราสามารถแยกก๊าซ hydrogen ออกจากน้ำเพื่อนำมาใช้ เมื่อเผาผลาญก็จะได้น้ำมาเป็นผลผลิต อีกเป็นวัฏจักรเช่นนี้ไปเรื่อยๆ " คิดว่าคงเป็นไปไม่ได้อะครับ หรือผมเข้าใจผิดอะไรก็ต้องขอโทษด้วยครับ คืออยากให้ช่วยอธิบายให้เข้าใจชัดๆหน่อย อะครับ
( คือ อยู่เเค่ ม.2 เองอะครับ )
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 14 ก.ย. 2549 (12:15) เป็นไปได้ครับ น้อง paopao คือยังงี้ ที่น้องเข้าใจว่าการแยกน้ำต้องใช้พลังงานน่ะถูกแล้ว เราสามารถแยกน้ำด้วยไฟฟ้า หรือ ด้วยความร้อน ไม่ว่าวิธีไหนก็ต้องใช้พลังงานทั้งนั้น เมื่อแยกน้ำแล้ว ถ้าใช้ไฟฟ้าจะได้ ไฮโดรเจนกับออกซิเจน ไฮโดรเจนจะถูกกนำไปเป็นเชื้อเพลิง แต่ออกซิเจนที่เป็นผลพลอยได้ก็มีราคานะ เอาไปทำประโยชน์อย่างอื่นก็ได้
แต่ถ้าแยกด้วยความร้อน จะมีโลหะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในอุณหภูมิสูง โลหะรับออกซิเจนจากน้ำและปลดปล่อยไฮโดรเจน เราสามารถนำตัวเร่งปฏิกิริยากลับมาใช้อีกโดยปลดปล่อยออกซิเจนให้กับสารตัวอื่น กระบวนการหลังนี้ได้ไฮโดรเจนเท่านั้น
น้อง paopao ต้องเข้าใจนะว่าอากาศเรามีออกซิเจนผสมอยู่ ร่วมกับแก้สไนโตรเจน การเผาไหม้เชื้อเพลิงต้องใช้ออกซิเจนในอากาศถูกไหม ไม่ว่าจะเผาไหม้ปกติหรือปฏิกิริยาของเซลเชื้อเพลิงก็ต้องใช้ออกซิเจนจากอากาศ
เมื่อออกซิเจนทำปฏิกิริยากับไฮโดรเจนจะปลดปล่อยพลังงานออกมา และได้น้ำ และนี่คือวัฒจักรของไฮโดรเจนและออกซิเจน คือไฮโดรเจนและออกซิเจนเราหมุนเวียนใช้ไม่มีวันหมด แต่พลังงานล่ะ เป็นแบบนั้นหรือเปล่า มันคนละอย่างกันนะครับ อย่าเอามาปนกันมันจะสับสน
ไม่ใช่วัฒจักรพลังงานนะครับ เพราะพลังงานที่ต้องใส่เข้าไปในการแยกน้ำให้ได้ไฮโดรเจนได้มาจากไหน มันต้องมีที่มาเพราะไฮโดรเจนที่อยู่ในสารประกอบน้ำไม่มีพลังงาน
ลองคิดดูนะว่าพลังงานมันมาจากไหน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 14 ก.ย. 2549 (12:19) อ้อ ขอให้คิดเป็นระบบเปิดนะ สารที่เผาไหม้อาจไม่ใช่อันเดียวกับที่แยก แต่เมื่อคิดรวมทั้งระบบแล้วมันหมุนเวียน ขอให้คิดเชิงระบบแล้วจะเข้าใจ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 14 ก.ย. 2549 (13:10) อยากบอกว่าผมชอบบทความนี้มาก ๆ ๆ หลังจากได้อ่านคุณความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 [---_---]
รู้สึกทึ่งจริง ๆ ครับ ทึ่งในจินตนาการอันล้นเหลือ นี่แหละครับ ที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์เป็นกลุ่มคนที่พิเศษที่สุดของโลก โอ้...เครื่องยนต์หายใจได้ :) ทำได้เมื่อไหร่บอกผมนะครับ ผมจะขอเทสต์เครื่องยนต์ของคุณเป็นคนแรก (...อย่างไม่เสียดายที่ได้เกิดมาเลยทีเดียว !!)
แต่ขอท้วงนิดนะครับ...ถ้าแยกไฮโดรเจนได้ ไม่ต้องเอาไฮโดรเจนกลับเข้าไปรวมกับคาร์บอนแล้วล่ะครับ เผาไฮโดรเจนเปล่า ๆ ได้เลย แค่นี้เครื่องยนต์ก็วิ่งแจ้นเป็นจรวดแล้ว
ขอตอบคุณน้อง paopao (เพิ่งรู้ว่าอยู่ ม.2 ช่างซักช่างถามอย่างนี้ อีกหน่อยอยู่ ม.4 คงได้ไปโอลิมปิค ขออวยพรครับ) ข้อความเดิม "ถ้าน้ำไฮโดรเจนไปเเล้วจะเหลือเเต่อ็อกซิเจนเพราะฉะนั้นจะนำมาใช้เป็นครั้งที่ 2 อีกย่อมมิได้เเต่ในกระทู้บอกว่า " เราสามารถแยกก๊าซ hydrogen ออกจากน้ำเพื่อนำมาใช้ เมื่อเผาผลาญก็จะได้น้ำมาเป็นผลผลิต อีกเป็นวัฏจักรเช่นนี้ไปเรื่อยๆ " คิดว่าคงเป็นไปไม่ได้อะครับ..."
ทีนี้ ช้า ๆ ลองดูใหม่นะครับ สมมติน้ำ H2O ถูก paopao แยกเอาไฮโดรเจน 2 ตัวออกไป คงเหลือเป็นออกซิเจนตัวเดียวลอยตุ๊งเหน่งเป็นอิสระอยู่ในบรรยากาศ (สมมตินะครับ...สมมติ)
พอ paopao จะเผาไฮโดรเจน 2 ตัวที่ได้มา กระบวนการสันดาปเกิดเปลวไฟนั้น paopao ก็รู้ใช่มั้ยครับ ว่าต้องใช้ออกซิเจนเข้ามาช่วยด้วย (เด็กสมัยผมท่องว่า...ไฮโดรเจน ตัวมันติดไฟ แต่ไม่ช่วยให้ไฟติด... ออกซิเจนช่วยให้ไฟติด แต่ตัวมันไม่ติดไฟ)
พอเอาออกซิเจนเข้ามาช่วย ออกซิเจนตัวนั้นก็ไม่ได้หายไปไหน (ตามกฏทรงมวล) มันก็จะเข้ามารวมกับไฮโดรเจน 2 ตัว กลายเป็น "น้ำ H2O" อย่างเดิมไงครับ
จากบทความ + ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3
ผมอ่านเนื้อความและความเห็นของทั้งสองท่านแล้ว เข้าใจว่าทั้งสองท่านถูกทั้งคู่ครับ พลังงานไฮโดรเจน ทั้งเป็นและไม่เป็น "พลังงานทดแทน" แต่ที่แน่ ๆ เป็น "พลังงานทางเลือก" ในฐานะที่เป็นพลังงานบริสุทธิ์ ทำให้มันเป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อม และ... ถ้าน้ำมันปิโตรเลียมหมด มันเหมาะที่จะเข้าไปทดแทน "ในที่ ๆ เคยใช้" น้ำมันปิโตรเลียมมาก่อน
ความหมายนี้กระมังครับ ที่ผู้ตั้งกระทู้เลยใช้คำว่า "พลังงานทดแทน"
แต่ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 เห็นว่า พลังงานนี้มันเกิดมาในลักษณะ "เท่าทุน" หรืออาจจะ "ขาดทุน" ด้วยซ้ำไป เพราะมันได้มาจากฐานพลังงานตัวอื่น เช่นไฟฟ้า ความร้อน หรือแสงแดด ฯลฯ) ตรงกับที่ผู้ตั้งกระทู้เขียนว่า จะใช้สาหร่ายเซลเดียวในการ "สกัด" ไฮโดรเจนออกจากน้ำ ก็ตัวสาหร่ายเซลเดียว ยังต้องใช้แสงแดดในการสังเคราะห์แสง (เป็นเครื่องจักรหายใจได้ตามอย่างความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 เป๊ะเลยครับ !!) เพราะฉะนั้น พลังงานไฮโดรเจนตัวนี้ แท้จริงมันคือพลังงานแสงแดดหรือเปล่า? (ซึ่งก็คือไฮโดรเจนอีกเหมือนกัน...จากดวงอาทิตย์)
ตรงนี้ทำให้ "พลังงานไฮโดรเจน" ตามกระทู้นี้ เป็นพลังงานทุติยภูมิไปในทันที ศักดิ์ศรีด้อยลงไปนิดนึงแล้วล่ะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 26 ก.ย. 2549 (12:27) เครื่องยนต์ หรือเซลเชื้อเพลิง สำหรับเชื่อเพลิงไฮโดรเจนยังไม่แพร่หลาย แม้มีข่าวว่าหลายบริษัทจะออกจำหน่ายแล้วในท้องตลาด ระบบขนส่งเชื้อเพลิง หรือโครงสร้างพื้นฐานของไฮโดรเจนมันใช้ร่วมกับน้ำมันไม่ได้ต้องพัฒนาขึ้นมาใหม่ แม้ใช้ไฮโดรเจนแล้วรถจะวิ่งฉิวแต่ต้องรอก่อนเพราะข้อจำกัดที่กล่าวมาแล้ว อีกประการเมื่อก่อนเราใช้ไฮโดรเจนในบอลลูนขนส่งระหว่างอเมริกากับยุโรป แต่หลังจากเหตุการณ์ระเบิดแล้วคนก็กลัวไอโดรเจนมาก ดังนั้นเชื้อเพลิงไฮโดรคาร์บอนยังจำเป็นอยู่ และชนิดที่สะอาดกว่าเช่นแอลกอฮอล์น่าจะเป็นเชื้อเพลิงสำคัญในระหว่างรอการพัฒนาไฮโดรเจนอย่างเต็มรูปแบบ และเป็นเทคโนโลยีที่พิสูจน์แล้ว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 25 ธ.ค. 2549 (13:34) ลาก่อนนะเพื่อน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 29 ม.ค. 2550 (20:27) ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้จะหาหนังสือภาษาไทยอ่านได้ที่ไหนค่ะ พอดีสนใจค่ะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
มังกี้_ปู (IP:125.26.236.109)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 10 ก.พ. 2550 (10:42) รับสอนพิเศษ
- ป.5-6
- ม.ต้น ( วิทย์ , คณิต )
- ม.ปลาย ( เคมี , ฟิสิกส์ )
ช่วงเวลา ปิดเทอม และเปิดเทอม
สอน เดี่ยว และเป็นกลุ่ม ( ไม่เกิน 3 5 คน )
สถานที่ บ้าน และ นอกสถานที่
สนใจติดต่อ พี่นัท 086-549-2732
onlyu
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 6 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 12 ก.พ. 2550 (20:02) อยากบอกว่าผมชอบบทความนี้มาก ๆ ๆ หลังจากได้อ่านคุณความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 [---_---]
รู้สึกทึ่งจริง ๆ ครับ ทึ่งในจินตนาการอันล้นเหลือ นี่แหละครับ ที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์เป็นกลุ่มคนที่พิเศษที่สุดของโลก โอ้...เครื่องยนต์หายใจได้ :) ทำได้เมื่อไหร่บอกผมนะครับ ผมจะขอเทสต์เครื่องยนต์ของคุณเป็นคนแรก (...อย่างไม่เสียดายที่ได้เกิดมาเลยทีเดียว !!)
แต่ขอท้วงนิดนะครับ...ถ้าแยกไฮโดรเจนได้ ไม่ต้องเอาไฮโดรเจนกลับเข้าไปรวมกับคาร์บอนแล้วล่ะครับ เผาไฮโดรเจนเปล่า ๆ ได้เลย แค่นี้เครื่องยนต์ก็วิ่งแจ้นเป็นจรวดแล้ว
ขอตอบคุณน้อง paopao (เพิ่งรู้ว่าอยู่ ม.2 ช่างซักช่างถามอย่างนี้ อีกหน่อยอยู่ ม.4 คงได้ไปโอลิมปิค ขออวยพรครับ) ข้อความเดิม "ถ้าน้ำไฮโดรเจนไปเเล้วจะเหลือเเต่อ็อกซิเจนเพราะฉะนั้นจะนำมาใช้เป็นครั้งที่ 2 อีกย่อมมิได้เเต่ในกระทู้บอกว่า " เราสามารถแยกก๊าซ hydrogen ออกจากน้ำเพื่อนำมาใช้ เมื่อเผาผลาญก็จะได้น้ำมาเป็นผลผลิต อีกเป็นวัฏจักรเช่นนี้ไปเรื่อยๆ " คิดว่าคงเป็นไปไม่ได้อะครับ..."
ทีนี้ ช้า ๆ ลองดูใหม่นะครับ สมมติน้ำ H2O ถูก paopao แยกเอาไฮโดรเจน 2 ตัวออกไป คงเหลือเป็นออกซิเจนตัวเดียวลอยตุ๊งเหน่งเป็นอิสระอยู่ในบรรยากาศ (สมมตินะครับ...สมมติ)
พอ paopao จะเผาไฮโดรเจน 2 ตัวที่ได้มา กระบวนการสันดาปเกิดเปลวไฟนั้น paopao ก็รู้ใช่มั้ยครับ ว่าต้องใช้ออกซิเจนเข้ามาช่วยด้วย (เด็กสมัยผมท่องว่า...ไฮโดรเจน ตัวมันติดไฟ แต่ไม่ช่วยให้ไฟติด... ออกซิเจนช่วยให้ไฟติด แต่ตัวมันไม่ติดไฟ)
พอเอาออกซิเจนเข้ามาช่วย ออกซิเจนตัวนั้นก็ไม่ได้หายไปไหน (ตามกฏทรงมวล) มันก็จะเข้ามารวมกับไฮโดรเจน 2 ตัว กลายเป็น "น้ำ H2O" อย่างเดิมไงครับ
จากบทความ + ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3
ผมอ่านเนื้อความและความเห็นของทั้งสองท่านแล้ว เข้าใจว่าทั้งสองท่านถูกทั้งคู่ครับ พลังงานไฮโดรเจน ทั้งเป็นและไม่เป็น "พลังงานทดแทน" แต่ที่แน่ ๆ เป็น "พลังงานทางเลือก" ในฐานะที่เป็นพลังงานบริสุทธิ์ ทำให้มันเป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อม และ... ถ้าน้ำมันปิโตรเลียมหมด มันเหมาะที่จะเข้าไปทดแทน "ในที่ ๆ เคยใช้" น้ำมันปิโตรเลียมมาก่อน
ความหมายนี้กระมังครับ ที่ผู้ตั้งกระทู้เลยใช้คำว่า "พลังงานทดแทน"
แต่ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 เห็นว่า พลังงานนี้มันเกิดมาในลักษณะ "เท่าทุน" หรืออาจจะ "ขาดทุน" ด้วยซ้ำไป เพราะมันได้มาจากฐานพลังงานตัวอื่น เช่นไฟฟ้า ความร้อน หรือแสงแดด ฯลฯ) ตรงกับที่ผู้ตั้งกระทู้เขียนว่า จะใช้สาหร่ายเซลเดียวในการ "สกัด" ไฮโดรเจนออกจากน้ำ ก็ตัวสาหร่ายเซลเดียว ยังต้องใช้แสงแดดในการสังเคราะห์แสง (เป็นเครื่องจักรหายใจได้ตามอย่างความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 เป๊ะเลยครับ !!) เพราะฉะนั้น พลังงานไฮโดรเจนตัวนี้ แท้จริงมันคือพลังงานแสงแดดหรือเปล่า? (ซึ่งก็คือไฮโดรเจนอีกเหมือนกัน...จากดวงอาทิตย์)
ตรงนี้ทำให้ "พลังงานไฮโดรเจน" ตามกระทู้นี้ เป็นพลังงานทุติยภูมิไปในทันที ศักดิ์ศรีด้อยลงไปนิดนึงแล้วล่ะครับ
-------------************--------------------
ชอบมากเรยอ่า โดยเฉพาะไอ้ที่ว่า ลอยตุ๊งเหน่ง อ่ะค่า น่ารั้กดีอิอิ
แต่ไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไร(แต่ก้อเข้าใจบ้าง เพราะอ่านมาบ้างเหมือนกัง) เพราะเราอยู่แค่ป.6
ครีมมี่ (IP:124.157.164.155)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 15 ก.พ. 2550 (16:57) อาจารย์ครับผมอยากทราบว่าหนังในประเทศไทยเรื่องเกี่ยวกับ fuel cell สามารถหาอ่านได้ที่ไหนครับ อาจารย์มีบ้างปล่าวครับถ้ามีช่วยอีเมล์บอกด้วยนะครับchai-fufu@hotmail.com
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 25 มิ.ย. 2550 (16:43) เขาบอกว่าการแยกไฮโดรเจนจากโมเลกุลของน้ำต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล แต่รังสีอัลตราไวโอเลตสามารถทำให้โมเลกุลของน้ำแตกตัวได้ไม่ใช่หรือ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 15 ก.ค. 2550 (22:45) ความเข้าใจเกี่ยวกับ เชื้อเพลิงที่มนุษย์ปัจจุบันคุ้นเคย เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน แอลกอฮอล์ หรือ อื่นๆ ที่เป็นสารประกอบระหว่างธาตุไฮโดรเจน ธาตุคาร์บอน และ ธาตุอ๊อกซิเจน หรือที่เรียกกันว่า สารประกอบไฮโดรคาร์บอน กับ ความเข้าใจเกี่ยวกับเชื้อเพลิง(อันที่จริงอยากจะเรียกใหม่ว่าเชื้อพลัง)ไฮโดรเจน นั้น คงต้องมีการปรับเปลี่ยนความเข้าใจ ปรับเปลี่ยนแนวคิดของมนุษย์ยุคนี้กันพอสมควร เพราะถ้ายึดถือเอาวิธีการบริโภคเชื้อเพลิงรูปแบบปัจจุบัน ก็จะสับสนได้กับ วิธีการของเซลล์เชื้อเพลิงกับไฮโดรเจน
สิ่งแรกๆ ที่ต้องเปลี่ยนความเข้าใจ คือ
1. การได้มาซึ่งพลังงาน เพื่อนำมาใช้อำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์นั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องเผาหรือสันดาปเชื้อเพลิงให้ได้เป็นพลังงานความร้อนก่อน อีกแล้ว ซึ่งถ้าไม่ต้องมีการสันดาปเชื้อเพลิงเมื่อใด มลภาวะทางอากาศจะลดไปทันที ไม่ว่าจะเป็น สารประกอบ NOx SOx และ COx
2. เชื้อเพลิงที่เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน หรือเชื้อเพลิงไฮโดรเจน ต่างก็เป็นสารนำพาพลังงาน (Energy Carrier) ด้วยกันทั้งสิ้น Fossil Fuel มีการหมักบ่มสะสมพลังงานจากธรรมชาติมานานเป็นล้านๆปี แล้วมนุษย์ก็ไปขุดขึ้นมาใช้ แล้วมาทำให้เกิดเป็นธุรกิจ กำหนดราคาต่อลิตร ต่อบาเรล กันอย่างสนุกสนานไม่เกรงใจธรรมชาติ ถ้าสมมุติว่าไม่มีน้ำมันดิบมาให้กลั่นเป็นน้ำมันเบ็นซิน เป็นน้ำมันดีเซล แล้วให้มีการสังเคราะห์น้ำมันดังกล่าวขึ้น ราคาคงจะแพงมากถึงขั้นทำไม่ได้ แต่ไฮโดรเจนสามารถผลิตออกมาได้ด้วยการแยกน้ำ (จะไม่มีมลภาวะใดๆ) หรือแยกจากสารประกอบไฮโดรคาร์บอน (จะมี COx ออกมาด้วย แต่ไม่มี SOx และ NOx เพราะไม่มีการสันดาป) ซึ่งก็มีการกล่าวกันมากว่าแพง เพราะไปเทียบกับต้นทุนเฉพาะที่มนุษย์นำมาประกอบธุรกิจ ไม่ได้รวมต้นทุนที่ธรรมชาติหมักบ่มมาเป็นล้านๆปีเข้าไว้ด้วย แต่เมื่อธุรกิจพลังงานปัจจุบันสามารถชี้นำโลกได้ ก็ต้องยอมที่จะรอให้มีการคิดกระบวนการใช้พลังงานธรรมชาติมาใช้ผลิตไฮโดรเจนให้ได้ประสิทธิภาพสูงขึ้น อันเป็นกระบวนการแปรรูปพลังงานธรรมชาติมาอยู่ในรูปของสารนำพาพลังงาน(คือไฮโดรเจน) ด้วยระยะเวลาที่สั้นและเร็ว ให้มนุษย์นำไปใช้สร้างพลังงาน เพื่อนำไปอำนวยความสะดวกต่างๆแก่มนุษย์เช่นที่คุ้นเคยในปัจจุบัน และทุกวันนี้ประเทศต่างๆ เร่งให้ทุนการวิจัยแก่นักวิจัยของตน ให้หากระบวนการ และวิธีการที่จะสามารถใช้พลังงานธรรมชาติที่แต่ละประเทศมีอยู่ (ซึ่งไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน) มาผลิตเชื้อเพลิงไฮโดรเจน แล้วไปจดสิทธิบัตรไว้ เอาไว้ขายให้ประเทศที่ไม่มีการเตรียมการในเรื่องนี้ สหรัฐฯเขาเก่งเรื่องพลังงานนิวเคลีย เขาก็จะผลิตไฮโดรเจนจากน้ำด้วยนิวเคลีย ไอซ์แลนด์เขามีพลังความร้อนใต้ดิน พลังงานจากธารน้ำแข็ง เขาก็จะใช้พลังงานธรรมชาติเหล่านั้นมาผลิตไฮโดรเจนจากน้ำ ประเทศในแถบเส้นศูนย์สูตรซึ่งเชื่อกันว่ามีแดดมาก ก็พากันคิดที่จะใช้พลังงานแสงแดดมาผลิตไฮโดรเจนจากน้ำ ประเทศในแถบอื่นๆเขาก็มองหาศักยภาพพลังงานธรรมชาติที่เขามีอยู่มาใช้ผลิตไฮโดรเจน แล้วประเทศของเราละ มีพลังงานธรรมชาติตัวไหนที่มีศักยภาพ รู้กันหรือยัง ถ้าเรามีซ้ำกับของประเทศอื่น แล้วเขาจดสิทธิบัตรไว้แล้ว ทำอย่างไรดีล่ะ ก็ต้องซื้อวิชาการของเขามาสินะ ถ้าไม่เตรียมตัวกัน ต่อไปแดดที่ส่องบนหลังคาบ้านเรา ถ้าจะเอามาผลิตไฮโดรเจน ก็ต้องจ่ายให้ลาวหรือกัมพูชาก่อน แล้วจะมานั่งเจ็บใจกันนะ
3. พลังงานไฟฟ้า ไม่จำเป็นว่าจะต้องได้จากการหมุนขดลวดผ่านเส้นแรงแม่เหล็ก เท่านั้น เพราะไฟฟ้าที่ได้จากปฏิกิริยาเคมีระหว่าง ไฮโดรเจน กับอ๊อกซิเจนในอากาศ ก็เพียงพอที่จะใช้อำนวยความสะดวกภายในบ้าน ขับเคลื่อนยานพาหนะ ให้พลังงานแก่อุปกรณ์พกพาทั้งหลาย ได้เช่นเดียวกัน และต่อไปถ้าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไม่มีทั้งเสียงไม่มีทั้งควันพิษและใช้สารนำพาพลังงานที่ผลิตขึ้นได้เองจากพลังงานธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่นเป็นแหล่งต้นพลัง (เครื่องเซลล์เพลิง+ไฮโดรเจน) มนุษย์ทั้งหลายก็สามารถมีแหล่งผลิตไฟฟ้าขนาดพอดีใช้ตั้งอยู่ข้างบ้านตนเอง หรือรวมกันตั้งขึ้นในหมู่บ้าน จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมีการตั้งโรงผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่อยู่นอกเมืองไกลๆ (เพราะมันมีมลภาวะ) ซึ่งก็ต้องไปรบกวนความเป็นอยู่ของคนในละแวกนั้นให้ได้พบกับมลภาวะต่างๆ
4. สารนำพาพลังงาน (Energy Carrier) ทุกชนิดมีอันตราย หากใช้ไม่เป็น ไฮโดรเจน ก็ไม่ต่างจากสารไฮโดรคาร์บอนตัวอื่น เพียงแต่มนุษย์ทุกวันนี้ยังไม่คุ้นเคยกับมัน ก็จะต้องคิดไปสารพัด ยิ่งมีข้อมูลมาว่า มันเป็นสารที่มีจุดลุกไหม้ที่อุณหภูมิต่ำ (แสดงว่าไวไฟ) มันต้องระเบิดง่ายแน่ๆ เพราะถังที่เก็บก็คงไม่ต่างจากถังก๊าซที่เคยเห็นตามบ้านตามรถยนต์ ซึ่งนักวิจัยและพัฒนาก็ทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี ก็มีการออกแบบอุปกรณ์เก็บบรรจุแบบใหม่ ใช้วิทยาการด้าน Metal Hydride บ้าง ใช้ Carbon Nanotube บ้าง มีการสร้างอุปกรณ์ตรวจจับการรั่วซึม (ไฮโดรเจนไม่มีสีไม่มีกลิ่น) และวิทยาการทันสมัยอื่นๆอีกมากมาย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่มนุษย์ที่จะใช้ไฮโดรเจนเป็นสารนำพาพลังงาน ทดแทน สารไฮโดรคาร์บอน และมีข้อมูลอีกประการหนึ่งที่จะบอกว่า เรือเหาะฮินเดนเบอร์กที่เกิดระเบิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 1937 ขณะลงจอดที่เมือง Lakehurt รัฐนิวเจอร์ซี่ สหรัฐอเมริกา ท่ามกลางพายุฝนฟ้าคนอง โดยทำการบินมาจากประเทศเยอรมันนีนั้น องค์การนาซ่าของสหรัฐฯ ได้มีผลสรุปออกมาเมื่อปี 1997 โดยนาย Addison Brain วิศวกรของ NASA ได้ใช้วิทยาการที่หลากหลายตรวจสอบหลักฐานต่างๆที่ยังหลงเหลืออยู่ จนได้ข้อสรุปว่า สาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนั้น ไม่ใช่เกิดจากไฮโดรเจน แต่เกิดจากแผ่นห่อหุ้มตัวยานซึ่งมีองค์ประกอบของสารใกล้เคียงกับเชื้อเพลิงที่ใช้ในจรวดปัจจุบัน โดยเกิดการสปาร์กของไฟฟ้าสถิตขณะที่ทิ้งเชือกโยงจากยานลงสู่พื้นดิน เปลวไฟสีส้มสดที่พยานเห็นนั้น ไม่ใช่เปลวไฟของไฮโดรเจน เพราะไฮโดรเจนเมื่อลุกไหม้จะไม่มีเปลวไฟให้ได้เห็น และถ้าเกิดจากไฮโดรเจนที่บรรจุภายในตัวยานจะต้องมีการระเบิดฉีกชิ้นส่วนต่างๆให้กระเด็นออกไป แต่พยานไม่เห็นการปลิวของชิ้นส่วนใดๆ เหตุผลต่างๆเหล่านี้ NASA จึงได้สรุปออกมาแล้วว่า ไฮโดรเจนไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมฮินเดนเบอร์ก อย่างที่เข้าใจกัน
Sources:
National Hydrogen Association:
http://www.hydrogenus.com/advocate/ad22zepp.htm
PBS:
http://www.pbs.org/wnet/secrets/html/e 3-resources.html
Vidicom Media Productions:
http://www.vidicom-tv.com/tohiburg.htm
Navy Lakehurst Historical Society, INC:
http://www.nlhs.com/hindenburg.htm
What You Need to Know About:
http://history1900s.about.com/library/weekly/aa102600a.htm
ดังนั้นเรื่องความปลอดภัยนั้น มีการเตรียมการกันไว้อย่างรอบคอบ ก็อยู่ที่คนใช้ด้วยว่า ต้องทำตามวิธีที่กำหนด ซึ่งก็คงไม่ยากเกินไป
เหล่านี้คือประเด็นที่มนุษย์ในยุคปัจจุบัน จะต้องปรับเปลี่ยนความเข้าใจ ก่อนที่โลกจะเคลื่อนเข้าสู่ยุคไฮโดรเจน ซึ่งมีการประมาณการกันไว้ว่า น่าจะเริ่มที่ปี 2010 เป็นต้นไปนะครับ และยังมีพยากรณ์กันไว้อีกว่า ยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine : ICE) จะหมดไปจากถนนในราวปี 2020 และอาจจะเร็วขึ้นถ้าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังไม่หยุดขึ้น
คนไทยรุ่นที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปอาจจะไม่มีโอกาสได้สัมผัส ห่วงแต่เด็กๆ และคนรุ่นหนุ่มสาว จะต้องได้พบแน่ๆ แล้วเราไม่เตรียมความรู้ความเข้าใจไว้ให้พวกเขาบ้างเลยหรือ เด็กประถม เด็กมัธยมในวันนี้ของ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ยุโรป เขาเพิ่มหลักสูตรวิทยาศาสตร์ให้ได้เรียนรู้เรื่องไฮโดรเจน และเซลล์เชื้อเพลิงกันแล้ว ของไทยเรายังไม่มีท่าทีของภาครัฐที่จะเตรียมตัวใดๆเลย
รถยนต์ Fuel Cell มีการผลิตเป็นรถต้นแบบกันทุกยี่ห้อ หลายประเทศมีการติดต่อขอนำไปทดสอบเก็บตัวเลข ทำสถิติกันอยู่อย่างขมักเขม่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตของไทย (EGAT) มีการผลิตไฮโดรเจนเพื่อใช้ในขบวนการผลิตไฟฟ้า และมีเหลือใช้นำออกขายที่ราคา 44 บาทต่อ 1 ลบ.เมตรที่ 150 แรงดันบรรยายกาศ มีใครในประเทศไทยทราบมั่งว่า ปริมาณไฮโดรเจนขนาดนี้ถ้าใช้ขับเคลื่อนรถยนต์ Necar IV ของ เดมเล่อร์ไคร์สเล่อร์ จะแล่นได้กี่กิโลเมตร (แต่สิงคโปร์รู้แล้ว เขาเอาไป 6 คันวิ่งทดสอบอยู่เกือบ 6 เดือน จนมหาวิทยาลัยนานยาง ได้แนะนำให้รัฐบาลเตรียมประเทศของเขาให้เป็น Hydrogen Cluster แล้ว) ในการจัดกีฬาโอลิมปิก 2008 ที่กรุงปักกิ่ง รัฐบาลจีนได้รับการสนับสนุนจาก เดมเล่อร์ไคร์สเล่อร์ นำรถยนต์โดยสาร Fuel Cell รุ่น Citaro จำนวน 20 คัน ไปวิ่งบริการที่กรุงปักกิ่ง คงจะมีการเก็บตัวเลขต่างๆเอาไว้มากมาย ทราบแล้วก็ได้แต่ทำใจ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 24 ก.ย. 2550 (14:31) อังเอิญอัศวินเพลิงเป็นมือเผา
ถ้าเผาไฮโดรเจนในอากาศ จะได้ความร้อน 325 BTU/ft3 คิดเป็น 32% ของการเผามีเทนปริมาตรเดียวกัน ทำให้ต้องใช้ถังเชื้อเพลิงใหญ่เป็น 3 เท่า หรือเพิ่มแรงอัดมากขึ้น นอกจากปัญหานี้แล้ว ไฮโดรเจนที่เป็นโมเลกุลเล็กมาก สามารถซึมผ่านเหล็กได้ จึงต้องใช้เหล็กที่หนากว่าแค่ทนแรงดันได้เท่านั้น
นอกจากนี้ ผลผลิตจากการเผาไหม้ ได้กำลังน้อยลงกว่าเชื้อเพลิงปัจจุบัน ที่กำลังดัดเท่ากัน, เป็นไอน้ำที่ ทำให้ไนโตรเจนเป็นกรดไนตริกได้ และมีผลกับน้ำมันเครื่อง เราหลงทางอยู่กับมันนานพอสมควร
เมื่อทิศทางนี้ ไม่น่าจะไปได้ เมื่อเทคโนโลยี่เชลเชื้อเพลิงมีความเป็นไปได้สูง ขณะที่เทคโนโลยี่ด้านอื่นยังไม่ชัดเจน การบังคับให้ทุกคนหันมาพัฒนาเทคโนโลยี่เดียว(เพราะใกล้ความจริงที่สุด) ที่จริงเขาทำได้แล้ว แต่ไม่ต้องการรอความสมบูรณ์ของเทคโนโลยี่ ขอขายก่อนเพื่อนำเงินทุนไปพัฒนาต่อ(แบบไมโครชอฟท์) เราจึงเห็นราคาน้ำมันขึ้นแบบไม่มีเหตุผล เพื่อให้เทคโนโลยี่ไฮโดรเจนดูไม่แพงอีกต่อไป ในช่วงเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยี่ จะมีผลใช้สารเร่งปฎิกริยา สารจับยึด เป็นต้น ในการผลิตไฮโดรเจน ซึ่งต้องจับตาดูให้ดี
ผลของการเข้าสู่เทคโนโลยี่ไฮโดรเจน จะมีความชื้นในอากาศสูงขึ้น ความร้อนระดับผิวดินสูงขึ้น มนุษย์จะใช้เครื่องปรับอากาศมากขึ้น แต่ที่แย่คือพืชจะคายน้ำได้ยากขึ้น จะเกิดการปรับปรุงพันธ์ และการสูญพันธ์ของพืชมากขึ้น แล้วโลกก็จะร้อนเร็วขึ้น ที่ว่ามาในวรรคนี้เป็นคำขู่ เพราะมนุษย์ไม่เคยสนใจสมดุลย์ธรรมชาติ มีความรู้แต่ขาดสัญชาตญาณ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 9 ต.ค. 2550 (19:58) ขอเพื่อเป็นความรู้เพิ่มเติมจากท่านผู้รู้ทุกท่าน
พลังงานตัวหนึ่งซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่เรียกว่า "เชื้อเพลิงไฮเดรท" ไม่ทราบว่าถือเป็นส่วนหนึ่งของเชื้อเพลิงไฮโดรเจนหรือไม่ และมีขั้นตอนหรือกรรมวิธีผลิตอย่างไร รวมทั้งการนำเอาเชื้อเพลิงไปใช้งานในรูปแบบใดครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 3 พ.ย. 2550 (11:24) ผมไม่เข้าใจครับ ว่าไฮโดรเจนเมื่อเผาไหม้แล้วจะเกิดพลังงานครับ และช่วยอธิบายหน่อยว่าเกิดพลังงานได้อย่างไรครับ
ขอบคุณมากครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 4 พ.ย. 2550 (14:58) พลังงานและสสารไม่มีการสูญหายในจักรวาล แต่แปรเปลี่ยนรูปแบบสลับไปมาไม่หยุดนิ่ง
โลกได้รับพลังงานหลักจากแสงอาทิตย์ทุกวันไม่เปลี่ยนแปลง และเพียงพอที่จะให้สรรพสิ่งบนโลกนี้ ดำรงอยู่ได้พลังงานจากซากดึกดำบรรพ์(เชื้อเพลิงฟอสซิล ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ...)ก็ล้วนก่อกำเนิดมาจากการดำรงชีพของสัตว์และพืชในอดีตที่อาศัยพลังงานจากแสงอาทิตย์ทั้งสิ้น นั่นคือพลังงานจากเชื้อเพลิงที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันจึงเป็นพลังงานจากแสงอาทิตย์ที่สะสมในรูปสสาร ที่ฝังอยู่ใต้พิภพมาเป็นเวลาอันยาวนานและเราใช้มันได้อย่างรวดเร็วยิ่งจนคาดว่าจะหมดไปในเวลาไม่ นานจากนี้ไปแถมเราตัดไม้ทำลายป่าที่เป็นกลไกขับเคลื่อนวงจรน้ำและวงจรคาร์บอนให้ขาดสะบั้นไป ส่วนหนึ่งจึงเป็นที่มาของปัญหามลภาวะจนก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อนที่กำลังสร้างหายนะให้กับสรรพสิ่ง ที่อยู่บน โลกนี้โดยเฉพาะมนุษย์
การที่ประเทศในกลุ่มที่เรียกว่า International Partnership for the Hydrogen Economy (IPHE) ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิกมีประชากรรวมกันทั้งหมดได้ประมาณ 3,500 ล้านคน ซึ่งประกอบด้วยประเทศดังต่อไปนี้ คือ ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา จีน กลุ่มประเทศในคณะกรรมาธิการยุโรป ฝรั่งเศส เยอรมัน ไอซ์แลนด์ อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ นอรเวย์ รัสเซีย อังกฤษ และสหรัฐอเมริกาได้ร่วมมือกันเพื่อพัฒนาระบบเศรษฐกิจ ไฮโดรเจนขึ้นมาด้วยแนวความคิดใหม่ คือใช้ไฮโดรเจนในฐานะตัวนำพาพลังงาน ในระบบพลังงาน ใหม่ ทั้งเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากซากดึกดำบรรพ์ ลดการก่อก๊าซCO2ในส่วนเกิน แก้ปัญหา มลภาวะในเมือง จัดการสิ่งแวดล้อมใหม่ ใช้ไฮโดรเจนเป็นแหล่งสำรองพลังงานขนาดใหม่ให้กับ ระบบผลิตพลังงานไฟฟ้า และเป็นการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศในกลุ่มสมาชิกนั้น ในการพัฒนาไฮโดรเจนเป็นสารนำพาพลังงานใหม่นั้น ไม่ได้มีการคิดค้นคว้าและวิจัยกันเฉพาะ เรื่องไฮโดรเจนอย่างเดียว แต่มีเรื่องใกล้เคียงและการค้นพบบางเรื่องทั้งโดยบังเอิญและจงใจ ที่เป็นประโยชน์กันอีกมากมายจนทำให้ภาพและความหวังที่จะเห็นระบบพลังงานใหม่สดใสและ อาจเร็วกว่าที่วางไว้ว่าจะเป็นปี 2050 นั้น ถึงปีนั้นสารตัวพาพลังงานอาจมีมากกว่าและมีคุณ สมบัติที่ดีกว่าไฮโดรเจนให้ได้ใช้ก็ได้
สำหรับประเทศไทยได้มีกลุ่มคณะทำงานกลุ่มหนึ่งที่ได้รับมอบหมายให้จัดทำรายงานเกี่ยวกับ ไฮโดรเจนเพื่อนำเสนอต่อภาครัฐซึ่งคาดว่าคงได้เห็นกันราวต้นปี 2551 ประเทศไทยมีวัตถุดิบ และพลังงานจากธรรมชาติมากเกินพอที่จะพัฒนามาใช้ให้เป็นประโยชน์ทั้งปัจจุบันและอนาคต แต่เราต้องฝันให้ไกลและไปให้ถึง ประเทศชาติของเราไม่ได้สิ้นสุดในช่วงชีวิตของเรา ยังจะต้อง ดำรงอยู่ต่อไปจวบชั่วอายุมนุษยชาติบนโลกนี้ ดังนั้นขอให้ช่วยกันคิดต่อไปให้ถึงลูกหลานเหลน หลินและสอนให้พวกเขาช่วยกันคิดเช่นนั้นด้วย เพื่อจะให้มีการสืบทอดการพัฒนา ขอให้เอาสิ่งที่ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราได้ทรงทำให้ดูเป็นตัวอย่าง แล้วเอาไปพัฒนาสานต่อ
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 15 พ.ย. 2550 (12:44) ตอนนี้ทราบมาว่าญี่ปุ่นสร้างเครื่องปฏิกรณ์ HTTR และ HTGR ขึ้นมาเพื่อที่จะผลิตพลังงานไฮโดรเจน ใครทราบบ้างโปรดช่วยแสดงความคิดเห็นหน่อยนะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 18 ม.ค. 2551 (21:39) ได้ข่าวมาว่า รถที่ใช้พลังงานไฮโดรเจนระเบิดง่ายน่ะครับ
ใครพอมีข้อมูลเรื่องนี้ช่วยตอบด้วยครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 8 พ.ค. 2551 (16:44) ผมได้ทดลองแยก๊าซไฮโดเจนโดยใช้ไฟฟ้า DC.12v 25A ผลเกิดก๊าซไฮโดเจน 600ml/1min. ทดลองจุดไฟเกิดการติดไฟอย่างรวดเร็ว(คล้ายกับเป็นเสี่ยงระเบิด) คาดว่าจะทดลองใช้ร่วมกับแก๊ส LPG ครับ ผลคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบครับ