Grid Computing

พื้นฐานของเทคโนโลยี Grid Computing

[[6030]] [[5514]] พื้นฐานของเทคโนโลยี Grid Computing หรือ Grid Technology กริด(Grid) : มีความหมายแรก คือ ตารางหรือตะแกรงหรือตาข่าย เรารู้จักกันดี เช่น ตาราง Excell ตาข่ายร่างแห ตารางหมากรุก ตารางหมากฮอร์ส โดยถ้าพิจารณา 2 ตารางหลังนี้ จะมีอุปกรณ์การเล่น(ถือว่าเป็นทรัพยากร)และมีวิธีการเล่น(process)ต่างกัน ซึ่งตารางหมากรุก และตารางหมากฮอร์ส จะมีเส้นทางการเดินทรัพยากรหรือเรียกว่าเส้นทางเดินหมากที่เชื่อมโยงติดต่อถึงกันระหว่างจุดต่อจุดรวมกันเป็นเครือข่ายหรือตาข่าย แต่ละจุดหรือช่อง(cell)ของตารางใดๆ จะกำหนดให้เป็นหนึ่งแฟลตฟอร์ม ถ้าจะบังคับทางเดินทรัพยากรหรือเดินหมากไปมา(distribute)ระหว่างแฟลตฟอร์ม ก็จะมีวิธีการเดินตาม process ที่ได้กำหนดไว้ สามารถกำหนดการเดินหมากให้กระโดดจากแฟลตฟอร์มหนึ่งไปยังอีกแฟลตฟอร์มหนึ่งที่อยู่ห่างไกลได้ ซึ่งผู้เล่นหรือ user หรือ End User จะต้องเรียนรู้ และเข้าใจวิธีการ(Process) กริด(Grid) : มีบัญญัติความหมายไว้อีกอย่างว่า คือระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้า ซึ่งลักษณะที่เราเห็นก็คือหากผู้ใช้(user) ต้องการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าใดๆ เช่น ตู้เย็น ทีวี ก็เพียงแค่เราเสียปลั๊กของอุปกรณ์นั้นเข้ากับเต้าเสียบที่ตำแหน่งต่างๆ ตามกำหนดไว้ในบ้านเรือน อุปกรณ์ไฟฟ้าก็จะได้รับพลังงานจากกระแสไฟฟ้านั้น เพื่อเปลียนแปลงรูปแบบให้ผู้ใช้ได้บริโภคตามวัตถุประสงค์ โดยทุกๆ ครัวเรือน สามารถใช้กระแสไฟฟ้าจากแหล่งทรัพยากรเดียวกันได้ คือจากแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้า เช่น เขื่อน หรือโรงผลิตไฟฟ้า นั่นเอง คลัสเตอร์(Cluster) : มีความหมายกลางๆ ว่า เป็นกลุ่มคนหรือกลุ่มสิ่งของที่อยู่รวมกันเป็นกระจุกหรือหนาแน่น อยู่บนขอบเขตพื้นที่จำกัดในแฟลตฟอร์มเดียวกัน จะติดต่อเชื่อมโยงหรือประสานงานทรัพยากรทำงานร่วมกันได้เฉพาะในแฟลตฟอร์มเดียวกัน หรือสถานที่เดียวกันเท่านั้น เช่น การนำคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่อง(แต่ละเครื่องอาจจะมี CPU มากกว่า 2 ตัวขึ้นไป) ที่ไม่ถูกใช้งานบางช่วงเวลา หรือไม่ได้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่า หรือรุ่นใหม่ มาต่อรวมกันให้ทำงานตามวัตถุประประสงค์ ของมหาวิทายลัยหนึ่งๆ ก็ถือว่าเป็น Cluster หนึ่งของมหาวิทยาลัยนั้นๆ เป็นต้น คอมพิวติ้ง(Computing) : มีความหมายว่า คือการคำนวณ หรือการประมวลผล ถ้ามองทางด้านวิทยาศาสตร์กายภาพ จะเป็นการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำการประมวลผล โปรแกรมที่รับเข้าไป ซึ่งเข้าใจกันดีว่าเป็นการประมวลผลข้อมูลคอมพิวเตอร์ นั่นเอง กริดคอมพิวติ้ง(Grid Computing) : เป็นเทคโนโลยี(Grid Technology) หรือนวัตกรรม(Innovation) ที่ได้ผ่านการวิจัยและพัฒนาขึ้นมา เพื่อให้ระบบทำการคำนวณหรือ ประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อน ด้วยสมรรถนะสูง โดยได้จัดเอาทรัพยากรด้านคำนวณหรือทรัพยากรประมวลผลด้านคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ มาทำการต่อเชื่อมโยงให้ถึงกัน ให้ทำงานร่วมกันเป็นระบบเครือข่ายขนาดใหญ่เพียงระบบเดียว ในรูปแบบของ Grid เพื่อทำการคำนวณหรือประมวลผลข้อมูลพร้อมกันในเวลาเดียวกัน โอนถ่ายข้อมูลระหว่างกัน ไม่ว่าทรัพยากรดังกล่าวจะมีลักษณะแตกต่างกัน รุ่นเก่า หรือรุ่นใหม่ ไม่ได้ใช้งานบางช่วงเวลา หรือไม่ถูกใช้งาน จะอยู่ใน Cluster เดียวกัน หรืออยู่คนละ Cluster อยู่ในสถานที่คนละแห่งที่ห่างไกลกันแค่ไหน ก็สามารถจะทำการประมวลผลร่วมกันได้ โดยระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ระบบเดียวที่ได้ดังกล่าวนี้ จะทำงานเสมือน เป็น ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ขนาดใหญ่เครื่องเดียว ที่มีราคาต้นทุนต่ำ ประมวลผลข้อมูลตามแบบของ Grid Computing คือจัดให้ประมวลผลแบบขนาน(Parallel Processing หรือ Parallel Computing)เพื่อให้ทำงานพร้อมกัน หากส่วนใดในระบบขัดข้องหรือไม่ทำงาน ระบบก็ยังทำงานต่อไปได้ เพราะมีซอฟต์แวร์กลางพิเศษช่วยจัดการดูแลตรวจสอบสถานะของระบบกริดตลอดเวลา ซึ่งเรียกว่า Middleware [[5502]] [[5507]] ส่วนประกอบ Grid Computing ที่มี Cluster หลายๆตัว จากต่างพื้นที่ทั่วโลกทำงานร่วมกัน ตัวอย่างของซอฟต์แวร์ Middleware จะมีชื่อหลายตัว เช่น โปรแกรม OpenSCE ของ ศูนย์ไทยกริดแห่งชาติ ซึ่งเป็น Open Source ได้เสนอนำไปใช้จัดการดูแลตรวจสอบสถานะของระบบกริดในองค์กร PRAGMA ซึ่งเป็นองค์กรความร่วมมือระดับโลก ระหว่างประเทศที่อยู่ในแถบทวีปเอเชีย และคาบสมุทรแปซิฟิก ซึ่งวิจัยทางด้าน Grid Technology ฉะนั้นองค์กรใดๆ หรือบุคคลใดๆที่เป็นส่วนหนึ่งหรือเป็นสมาชิกของระบบกริด เช่น เป็นสมาชิกศูนย์ไทยกริดแห่งชาติ เป็นสมาชิกขององค์กร PRAGMA เมื่อติดตั้ง Middleware ลงไปบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ของตัวเอง ก็จะใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ทั้งหมด โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติม เสมือนใช้ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกัน นั่นเอง วิธีการพื้นฐานที่ผ่านมาสำหรับสร้าง Grid Computing เพื่อนำไปใช้ในองค์กร จะนิยมใช้ ซอฟต์แวร์ GLOBUS ซึ่งเป็น Middleware ชนิดของกริด(Grid) ชนิดของกริดพื้นฐาน จะแบ่งได้เป็น 3 ชนิด ดังข้างล่าง ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในด้านอื่นๆ ได้ เช่น ภาคอุตสาหกรรม ภาควิชาการ การศึกษา การวิจัย 1. Information Grid 2. Resource Grid 3. Service Grid [[5500]] [[5508]] แสดงชนิดของ Grid พื้นฐานในรูปแบบต่างๆ โดยทำงานร่วมกัน ผ่านเครือยข่ายบน Internet อ้างอิง : http://www.Thaigrid.net http://www.gridbus.org http://www.gridcomputing.com

World Wide Grid (WWG) กับ World Widw Web (WWW)

World Wide Grid (WWG) เป็น เทคโนโลยีเครือข่ายแนวใหม่ที่ใช้คอมพิวเตอร์เชื่อมโยงและกระจายทรัพยากรให้กัน ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะในด้านการประมวลผล ความจุ หรือ สมรรถนะในการถ่ายโอนข้อมูล จะสามารถ เข้าถึงทรัพยากรคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายได้อย่างสะดวกและรวดเร็วพร้อมกัน อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเชื่อมโยงกันผ่านอินเทอร์เน็ตอีกครั้งหนึ่ง จังเรียกว่า world wide grid [[5484]] World Wide Web (WWW) ที มักนิยมเรียกกัน สั้น ๆ ว่า web เป็นบริการทางอินเตอร์เน็ตที่นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร และสารสนเทศจากเครื่องคอมพิวเตอร์ หลาย ๆ เครื่องของหลาย ๆ บุคคลที่ต้องการเสนอให้คนทั่วโลกได้รับรู้ผ่านทางอินเตอร์ โดยใช้โปรโตคอล HTTP ในการติดต่อสื่อสาร และคอมพิวเตอร์ เหล่านี้จะถูกเรียกว่า " เว็บเชิร์ฟเวอร์ ( Web Server) " ซึ่งกระจายอยู่ทุกหนทุกแหง่ ทั่วโลก [[5561]]

การประยุกต์ใช้ Grid Computing

การประยุกต์ใช้ Grid Computing 1. Grid Computing ทางด้านนาโนเทคโนโลยี กริดคอมพิวติ้ง สามารถช่วยในการผลิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดจิ๋วระดับนาโนได้ เช่น Microbot และ Nanodevices เป็นต้น ซึ่งมีความสามารในการจัดการ ควบคุม ประกอบสร้าง และผลิตสิ่งต่าง ๆ ด้วยความแม่นยำในระดับอะตอม ยกตัวอย่างเช่น การผลิต Microbot ที่เป็น Nanomedicine เป็นอุปกรณ์ช่วยในการจ่ายยาให้กับผู้ป่วย ทำการฝังเซนเซอร์ไว้ใต้ผิวหนัง โดยที่อุปกรณ์ประกอบด้วยส่วนที่ทำงานหลายส่วน ได้แก่ แผงควบคุมเริ่มทำงานเมื่อผู้ป่วยต้องการยา ไบโอเซนเซอร์คอยวัดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วย ที่บรรจุตัวยาพร้อมตัวยาที่ปล่อยออกมา ช่องควบคุมการปล่อยตัวยา [[5516]] อุปกรณ์ชื่อว่า เบรคีซิล (BrachySil)ของบริษัททางชีวเทคโนโลยี ไซวิดา (pSivida) ได้พัฒนาขึ้นใช้ในการขนส่งยาไปสู่ตำแหน่งที่มีมะเร็งโดยตรง 2. Grid Computing ทางด้านสภาวะอากาศ การคำนวณทางด้านสภาวะอากาศ ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงในการประมวลผล ตัวอย่างเช่น การแสดงผลของอุณหภูมิของภูมิอากาศจากฐานข้อมูลออนไลน์ขนาดใหญ่ และมีการแสดงข้อมูลเป็นปัจจุบัน สามารถติดต้านภูมิอากาศและช่วยในการพยากรณ์ของการต่อตัวของพายุที่จะนำไปสู่การเกิดน้ำท่วมได้อย่างแม่นยำ [[5514]] ภาพนี้ช่วยในการคาดเดาสภาพอากาศโดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม GOES9 ได้จากภาพล่าสุด 12 ภาพ(ประมาณ 12 ชม. จนถึงปัจจุบัน) สร้างจากโปรแกรมที่สร้างขึ้นใน Mathematica ของหน่วยวิจัยความเป็นเลิศของระบบซับซ้อน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 3. Grid Computing ทางด้านภูมิประเทศ การจำลองภาพสามมิติของภูมิประเทศที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการจัดการทรัพยากรของประเทศ การพัฒนาที่ดิน ตลอดจนการวางแผนยุทธศาสตร์ทางทหาร แบบจำลองที่ได้นี้จะได้มาจากการสร้างแบบจำลองจากแผนที่ทางทหารจำนวนมากประกอบกับแผนดาวเทียมที่อาศัยเทคโนโลยีรีโมทเซนซิ่ง และแผนที่จะต้องมีความต่อเนื่องกัน ต้องใช้เวลาในการประมวลผลหลายวัน โดยอาศัยคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงช่วยในการประมวลผล [[5515]] ภาพจากโปรแกรม Google Earth เราสามารถเห็นอาคารใน 3 มิติ จากพื้นดินขึ้นไปในหลาย ๆ สถานที่ทั่วโลก และรวมถึงเราสามารถเห็นภูเขา ป่าไม้ หมู่บ้าน ถนน ได้เช่นเดียวกัน 4. Grid Computing ทางด้านฐานข้อมูล บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Oracle ด้านฐานข้อมูล ได้เล็งเห็นความเห็นว่า Grid Computing จะมีอิทธิพลอย่างมากสำหรับองค์กรขนาดใหญ่และบริษัท Outsourcing ในการขยายขีดความสามารถของระบบ ฐานข้อมูลของ Oracle จะรองรับ Grid Computing ใน Database 10g โดยเทคโนโลยี Transaction Processing Performance Council หรือ TCP-H ช่วยให้การทำงานบนระบบปฏิบัติการ Linux เพิ่มขึ้นได้สูงถึงระดับ Terabyte ขณะที่ IBM ก็มี DB2 Universal Database Grid Services ที่พิสูจน์ความสามารถทางด้านนี้ โดย Charless Schwab ซึ่งใช้เครื่องมือจาก Globus Toolkits และ Red Hat เป็นตัวพัฒนา ซึ่งผลที่ได้ก็คือเวลาในการใช้งานแอพพลิเคชันทางการเงินของ Charless Schwab ลดลงจาก 4 นาทีเหลือเพียง 15 วินาทีเท่านั้น ที่มา http://computing.wu.ac.th http://earth.google.com/ http://www.oracle.com/technologies/grid/index.html http://www.ibm.com/th/

10 อย่างที่ Grid จะเปลี่ยนชีวิตคุณ

[[5558]] 10 อย่างที่ Grid จะเปลี่ยนชีวิตคุณ 1. ร้านค้าออนไลน์จะขายสินค้าราคาถูกลงเพราะต้นทุนทางเทคโนโลยีถูกลง 2. รถยนต์ เครื่องบิน ยารักษาโรค จะมีต้นทุนการผลิตต่ำลง 3. การพยากรณ์อากาศจะแม่นยำมากขึ้น 4. ISP ของคุณจะสำรองข้อมูลต่างๆ ให้เสมอ 5. ค่าอินเตอร์เน็ตจะไม่ใช่รายเดือน รายชั่วโมง แต่จะคิดตามโครงสร้างของ Grid 6. การ์ดแลน (หรือเน็ตเวิร์กการ์ด) จะมีผลต่อความเร็วของเครื่องมากกว่า CPU 7. ถ้าคุณต้องการให้เครื่องของคุณแรงขึ้น ก็แค่เพิ่มความแรงของ Grid แทน 8. โทรศัพท์มือถือของคุณจะสามารถเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้ด้วย 9. คุณสามารถใช้พลังงานการประมวลผลแบบซูเปอร์คอมพิวเตอร์ได้ถ้าคุณต้องการ 10. คุณไม่ต้องใช้โน้ตบุ๊คเมื่อต้องออกไปทำงานนอกบ้านอีกแล้ว

ผู้เขียน

1. เพิ่ม อ่อนประทุม 2. เนาะ สง่าบ้านโคก 3. สะหร่อห๊ะ เขน็ดพืช

tags :

บทความอื่นๆ