คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/16301" type="text/javascript"></script>
หน้าที่ของพุทธบริษัท
หน้าที่ของเราเพื่อสนองคุณพระศาสนา และศาสนาจะคงอยู่หรือดับไป ก็เพราะพวกเราซึ่งเป็น พุทธบริษัททั้ง 4 ที่ควรทำความเข้าใจในตัวเองก่อน แล้วจึงสั่งสอนต่อไปทั่วโลกได้ ทั้งหน้าที่ของเราในด้านต่างๆ หน้าที่สืบทอดอายุพระศาสนา และก็ขอให้ประสบความสำเร็จ ถ้วนท
ผู้เขียน: พุทธทาสภิกขุ ชมแล้ว: 15,332 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 26 January 2007, 1:30 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 11 April 2007, 1:35 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ

หน้าที่ 1 - จงกระทำในใจให้สำเร็จประโยชน์

1948


ต่อไปนี้อาตมาขออนุโมทนาที่จะปรารภธรรมะตามประสงค์ของท่านเจ้าภาพ ขอท่านสาธุชนทั้งหลายโดยมีท่านเจ้าภาพเป็นประธาน ให้ จงกระทำในใจให้สำเร็จประโยชน์ในการบำเพ็ญกุศล และในวันนี้ ในลักษณะอย่างนี้ ก็ดูแปลกประหลาดอยู่บ้างที่ให้ไปนั่งกลางดิน ให้คิดเสียว่า เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะแผ่นดิน เป็นที่ประสูติ นั่งตรัสรู้ แสดงธรรม ที่อยู่ ที่กิน ของพระพุทธเจ้า ในที่สุดท่านก็ไปนิพพานกลางดิน จึงกล่าวได้ว่า ดินเป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์

ในเมื่อนั่งบนดินอย่างนี้ ขอให้ทำใจระลึกถึงพระพุทธเจ้า ถือว่าเราเป็นการกระทำพุทธบูชาอย่างยิ่ง ต่อไปก็เป็นเรื่องของการบำเพ็ญกุศล มีความหมายที่ว่า เป็นการช่วยสืบทอดอายุพระศาสนาให้ยังอยู่ในโลก และขอให้ไทยทานทั้งหลาย มากน้อยเพียงไรมิใช่ปัญหา แต่ว่าไทยทานจะใช้ไปเพื่อการดำรงอยู่แห่งพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นที่พึ่งแก่โลก หากศาสนายังอยู่ อาจเพราะมีผู้บวชผู้เรียนอยู่ได้ รู้ธรรมะอยู่ได้ และสอนสืบต่อๆกันไป หากกระทำได้อย่างนี้ พระศาสนายังอยู่ในโลกและเป็นหน้าที่ของพระศาสนาที่ทำให้โลกสันติสุข สันติภาพ ทั้งของบุคคลและสังคม และมีหน้าที่ให้พระพุทธศาสนาดำรงอยู่ โดยมี ผู้บวช ผู้เรียน ผู้ปฏิบัติ และผู้เผยแพร่ ก็ขอให้มีธรรมในใจอย่างนี้ว่า มันมีส่วนกุศลกันทั้งโลก ดีกว่าที่ว่าไปสวรรค์วิมานเพียงไม่กี่คน เผยแพร่ไปทั่งโลก เป็นอานุภาพของธรรมะ

ถ้าธรรมะยังมีอยู่ในโลก โลกก็รอด ไม่ต้องมีปัญหา คนไม่ค่อยชอบที่จะยอมรับธรรมะ ถ้ามนุษย์ยอมรับธรรมะ เพื่อขจัดสิ่งเลวร้ายในโลก นั่นคือความเห็นแก่ตัว ขอให้ใคร่ดูอย่างละเอียด การเบียดเบียนทั้งตนเอง และผู้อื่น เป็นความเห็นแก่ตัวทั้งนั้น ถ้าเห็นแก่ตัวแล้ว ก็หาความซื่อตรงไม่ได้ คดโกง พูดกันไม่รู้เรื่อง รัฐบาลพูดกับรัฐบาลไม่รู้เรื่อง ประชาชนพูดกับประชาชนไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าไม่เห็นแก่ตัว ก็พูดกันรู้เรื่อง โลกนี่จะวินาศเพราะความเห็นแก่ตัว ต่างฝ่ายต่างแย่งกันครองโลก จัดเตรียมอาวุธพอที่จะมาทำร้ายโลกนี้ ถ้าความเห็นแก่ตัวมากเกิน ก็จะทำลายโลกได้ ทำให้เกิดกิเลส ทั้งโลภะ โทสะ โมหะ ทุกอย่าง ทั้งคนเดียว และ ทั้งสังคม ก็มีความทุกข์แม้แต่องค์การสหประชาชาติก็พูดกันไม่รู้เรื่อง เพราะเห็นแก่ตัว ที่ไหนที่มีความเห็นแก่ตัวแล้ว มันจะเป็นอุปสรรค

ถ้ารวมกันทุกศาสนา ช่วยกำจัดความเห็นแก่ตัว โดยที่คนในแต่ละศาสนานั้นๆ ในถิ่นนั้นๆ ช่วยกัน มันก็จะเป็นผลดี พวกเราศาสนาพุทธมันง่ายที่จะกำจัดความเห็นแก่ตัวเพราะว่ามีหลักธรรมคำสอนที่ว่า การยึดถือของตัวของตน มันยึดติด ฉะนั้นถ้าเข้าใจว่า ไม่ใช่ตัวตน มันก็จะไม่เกิดความเห็นแก่ตัว ดังนั้นพระพุทธศาสนาเรา นั้นได้เปรียบที่มีหลักคำสอนไว้แล้ว พุทธบริษัทก็ง่ายที่จะไม่เห็นแก่ตัว แต่ถ้าศาสนาอื่น ที่สอนว่า มีตัวมีตน คงจะลำบาก สอนมีตัว ก็ต้องเอาตัวไปมอบให้พระเจ้า แต่ถ้าอย่าเห็นแก่ตัว มันก็ได้เหมือนกัน เพราะว่าทุกศาสนาสอนให้ทำลายความเห็นแก่ตัว ทั้งนั้น พุทธศาสนาของเราที่สอนในเรื่องของ ธาตุ ขันธ์ อายตนะ ที่จับกลุ่มกันเข้า เป็นร่างกายบ้าง เป็นจิตใจบ้าง เป็นไปตามกฎของธรรมชาติ เรียกว่า อิคะปัจญตา คือมันเป็นไปตามกฎของมันเอง คือ ไม่ต้องมีตัว มันจะมากิน มาใช้ ทุกอย่างเหมือนกัน ฉะนั้นให้เห็นความที่ว่า พุทธศาสนา มีความประเสริฐที่สอนความไม่มีตัว จะกิน จะหา จะได้มา ไม่ต้องหนักอกหนักใจตลอด จะไม่ยึดมั่นถือมั่นด้วยความมีตัว พอมีตัว ก็เป็นของหนัก ร้อน ทุกข์ ต้องดับทุกข์ด้วย ความไม่เห็นแก่ตัว จะเป็นความเย็น คือนิพพาน คือความเย็นที่ดับความร้อน ดับกิเลสได้ทันที ไม่ต้องรอเมื่อตาย กิเลสดับไปเท่าไร ความเย็นก็มากขึ้นเท่านั้น สอนวิธีการดับไปแห่งความทุกข์ร้อนนั่นคือ นิพพาน ถ้ามีกิเลสทั้ง 24 ชั่วโมง ก็บ้าตายกันพอดี ตอนนี้กิเลสมันมีช่วงระยะดับพอสมควร ที่จะไม่ให้เป็นบ้า เป็นประสาท นอนไม่หลับ ก็ขอให้รู้จักนิพพานชนิดนี้ นิพพานน้อยๆ ระยะสั้น คือช่วงที่ไม่มีกิเลสเผาโลน การปฏิบัติคือ พยายามขยายให้มันยาวนานออกไป จนกว่าจะเป็นนิพพานโดยสมบูรณ์ และขอขอบคุณนิพพาน ชนิดนี้ที่ช่วยเราไว้ หล่อเลี้ยงชีวิตเราไว้ไม่ให้บ้า เป็นโรคประสาท ถ้าได้หล่อเลี้ยงทุกวัน ทุกคืน และให้มุ่งหมายว่านิพพานคือ การสร้างกุศล ประพฤติ ปฏิบัติธรรม ทำบุญ ทำกุศล รู้จักแล้วก็พยายามให้นานออกไปจึงจะเป็นนิพพานที่สมบูรณ์


ขอให้สนใจ มีสติสัมปชัญญะ สนใจที่ทำทางดับกิเลสนั้นให้นานออกไป ก็จะได้รับพระนิพพานเป็นอานิสงค์ จะตั้งใจ หรือบังเอิญที่มีความเย็นก็ตาม ก็ให้ทำความรู้จักพระพุทธศาสนายิ่งๆขึ้นไป นิพพานอย่างนี้มักเรียกว่า นิพพุตติ แปลว่า เย็น ถ้าเย็นสมบูรณ์ ก็แปลว่า พระอรหันต์ พระท่านบอกว่า กิเลสนะ นิพพุตติงยันติ ทุกๆวัน ก็ไม่สนใจ ก็ให้สนใจ ก็คือ ความเย็น นั่นเอง ขอให้ได้ความเย็นนานๆขึ้นจะได้เป็นพระนิพพานสักวันหนึ่ง นี่คือคำสอนของพระพุทธเจ้าว่า เมื่อได้รับความเย็นชนิดนี้แล้ว มันจะไม่เห็นแก่ตัว ความไม่มีตัวมากๆขึ้น ก็ยิ่งประเสริฐ ไม่เกิดกิเลส ความร้อน และต้องมีสติทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น มีปัญญามาควบคุมเหตุการณ์นั้นๆไว้ ถ้ามีแรงน้อยไป ก็ให้เพิ่มด้วยสมาธิ และก็มีธรรมะสำคัญ คือ สติที่จะไปเอาปัญญามา ความรู้มา และกลายตัวเป็นสัมปชัญญะ ควบคุมสถานการณ์ให้ถูกต้องไม่เกิดกิเลส ความทุกข์ ถ้ากำลังใจอ่อน ต้องมีสมาธิเพิ่มขึ้นๆ มันก็จะสำเร็จประโยชน์


สิ่งเหล่านี้เป็นตัวธรรมะที่ต้องศึกษา รู้ให้เข้าใจ และเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำ ธรรมะ หมายถึง หน้าที่ เราจะรู้เพียงว่า ธรรมะ คือ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ธรรมะมีอยู่ก่อนที่พระพุทธเจ้าประสูติ ซึ่งก็หมายถึง หน้าที่ที่ช่วยให้รอดชีวิต ที่จะดับทุกข์ได้ ก็พูดกันไปในสมัยนั้น พอพระพุทธเจ้าประสูติ ท่านก็สอนหน้าที่ เคารพหน้าที่ ก็คือ ธรรมะ ในความหมายอย่างนี้ หน้าที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดของชีวิต ใครไม่ทำหน้าที่ มันก็ตาย ถึงจะรอด ก็รอดอย่างมีทุกข์ ดังนั้นสอนเด็กๆให้รู้ว่า ธรรมะ คือหน้าที่ ที่เป็นสิ่งสูงสุดที่ท่านพระพุทธเจ้าเคารพ แต่มันหน้าเศร้าที่พุทธบริษัทไม่เคารพในสิ่งที่ท่านพระพุทธเจ้าเคารพ ให้ไปใคร่ครวญเองว่าจริงหรือไม่ บิดพริ้วหน้าที่ คดโกงหน้าที่คอรัปชั่นหน้าที่ไปเสียหมด แล้วก็คอยอ้อนวอนให้ ผีสางเทวดามาช่วย มันก็ช่วยไม่ได้

ถ้าคนทำหน้าที่ หน้าที่นั้นจะกลายเป็นพระเจ้ามาช่วยทันที ดังคำกล่าวที่กล่าวกันทั่วไปว่า พระเจ้าไม่ช่วยคนที่ไม่ทำหน้าที่ ดังนั้นเราซึ่งเป็นพุทธบริษัท ก็ควรเคารพหน้าที่ ดังเช่น ก่อนรุ่งสาง พระพุทธเจ้าก็เคารพหน้าที่ว่า วันนี้จะไปโปรดที่ไหน ทิศไหน เพื่อพบใคร เพื่อจะโปรดเค้าได้อย่างไร แล้วเมื่อตกลงพระทัย ก็ไปที่แห่งนั้นไปโปรด มีโอกาสไปบิณฑบาต สนทนา สั่งสอน แสดงธรรม จึงเรียกว่า ไปโปรดสัตว์ จนสายจนเที่ยง แล้วก็กลับมาเทศน์สอนประชาชนที่มาหาถึงวัดใน จนถึงตอนเย็น พอค่ำลง ก็สอนพระสอนเณรที่อยู่ประจำวัด ดึกก็สอนเทวดา หรือเรียกว่าแก้ปัญหาเทวดา ที่มาจากสวรรค์ก็ดี หรือราชามหากษัตริย์ก็ดี ท่านทำอย่างนี้ตลอดทุกวันตลอดพระชนม์ชีพ เวลาไปไหน ท่านก็เดิน ไม่ได้นั่งรถม้าหรือเกวียน จนกระทั่งวันสุดท้ายก่อนปรินิพพาน ก็ยังมีคนมาขอให้โปรด มีปริพาชกคนหนึ่ง มาขอให้โปรด ท่านก็มีเมตตา ได้โปรดจนคนนั้นได้บรรลุเป็นพระอรหันต์เหมือนกัน ท่านทำหน้าที่จนนาทีสุดท้าย หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า ทำงานจนตาย เพราะท่านเคารพหน้าที่ ได้อธิษฐานจิตเอาไว้ตั้งแต่วันแรกที่ได้ตรัสรู้

เมื่อใดมีการทำหน้าที่ เมื่อนั้นมีการปฏิบัติธรรมะ ขอให้ทุกคนเข้าใจความจริงข้อนี้ หน้าที่ในการทำมาหากินต่างๆ ทุกชนิด ก็เรียกว่า ธรรมะ ทั้ง หน้าที่บริหารร่างกาย อาบน้ำ กินข้าว ขับถ่าย ก็คือธรรมะ หน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งเล็กๆน้อยๆ ก็เป็นธรรมะ ก็ขอให้สนใจอย่างนี้ และจงพอใจในการทำหน้าที่ แม้แต่ขุดดินก็มีธรรมะ เหงื่อก็คือน้ำมนต์ มันเย็น ก็ขอให้เข้าใจอย่างนี้เถิด จะได้พัฒนาแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง ชีวิตก็เป็นสุข ไม่ต้องไปกังวลสนใจผลของหน้าที่ ในเมื่อลงมือทำที่ถูกต้อง ก็พอใจ ทั้งชาวสวน ชาวนา ข้าราชการ และก็มีความสุข แม้แต่หน้าที่บริหารร่างกายก็สำคัญมาก เพราะต้องทำทุกวัน แม้ตื่นนอน ล้างหน้า ก็ต้องมีสติสัมปชัญญะอยู่ที่แปรงสีฟันนั่น ด้วยปัญญา ด้วยสมาธิ มันก็มีธรรมะ คิดว่าปฏิบัติธรรมกรรมฐานตอนล้างหน้าแปรงฟันนั่นแหละ มีความสุข ความพอใจ ตลอดเวลา คนไม่รู้ คนโง่ มันบอกว่ามันทำไม่ได้ เพราะ จิตใจมันเลื่อนลอยไปอยู่ที่อื่น และมันก็ไม่คิดว่าสามารถจะทำให้เป็นธรรมะได้

จงทำอะไร ที่ไหน ให้มันเป็นอารมณ์แห่งสมาธิทั้งหมด มีสติสัมปชัญญะ ทำอย่างถูกต้องแท้จริง พอใจ ตลอดเวลา ถึงแม้ตอนอาบน้ำ ตอนขับถ่าย ตอนรับประทานอาหาร เคี้ยว กลืน ก็ขอให้มีสติ ถูกต้องแล้วพอใจตลอดเวลา อร่อยก็แค่นั้นเอง ไม่อร่อยก็แค่นั้นเอง เช่นนี้เอง อย่างนี้จะเป็นการทำ สมถะกรรมฐาน สูงสุดตลอดเวลาการทานอาหาร ถ้ากระเพื่อมขึ้น กระเพื่อมลง เพราะความอร่อยและไม่อร่อย ก็จะไม่รู้ความสงบ แม้แต่ล้างถ้วยล้างชาม ของสกปรก กวาดบ้านถูบ้าน ก็ขอให้อยู่ในอารมณ์ของสมาธิ มีสติสัมปชัญญะ มีพอใจ ก็มีความสุข ทุกอย่างให้กำหนดเป็นธรรมะหมด


หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,221 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

หน้าที่ของพุทธบริษัท [15,333]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,173]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [397,986]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [414,306]
Global Warming { English } [158,413]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.