คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/16343" type="text/javascript"></script>
หลักพื้นฐานการมีธรรมะและการบำเพ็ญหน้าที่
รากฐานของความถูกต้องและสันติภาพ ธรรมะคือหลักปฏิบัติเพื่อความรอดและถูกต้อง และสอนให้ จงทำหน้าที่เพื่อหน้าที่เถิด พอมีแล้วมันมีอานิสงค์ของชีวิตที่สงบเย็น ไม่เป็นทุกข์ แล้วมันยังเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
ผู้เขียน: พุทธทาสภิกขุ ชมแล้ว: 17,489 ครั้ง
post ครั้งแรก: Thu 1 February 2007, 5:49 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 20 February 2007, 11:54 am
อยู่ในส่วน: บุคคลสำคัญไทย

หน้าที่ 1 - เคารพธรรมะ
ถึงครูบาอาจารย์ผู้มีหน้าที่ช่วยบริหารการศึกษาทั้งหลาย อาตมาขอแสดงความยินดี ในการมาของท่านทั้งหลาย ในสถานที่นี้ ในลักษณะอย่างนี้ เพื่อแสวงหาความรู้ ทางธรรมะ เพื่อการประกอบอาชีพของตนให้มีความก้าวหน้ามั่นคงยิ่งๆขึ้นไป

อาตมาขอแสดงความยินดีที่ท่านมีหน้าที่เป็นครูบาอาจารย์ ถ้าเทียบกับวรรณะในอินเดียแล้วถือว่าเป็นวรรณะพราหมณ์ เทียบคู่ได้กับวรรณะกษัตริย์ ที่มีหน้าที่คุ้มครองให้ในทางจิตวิญญาณ และวรรณะกษัตริย์ที่มีหน้าที่คุ้มครองทางด้านวัตถุ บริหาร ร่างกาย ทรัพย์สมบัติ อาตมาขอให้นึกถึงเกียรติอันสูงสุดนี้ คำว่า ครู นี้หมายถึง หนัก บุคคลที่ควรหนัก คือควรเคารพ ในการค้นคว้าสรรพศาสตร์ คือผู้ที่เปิดประตู ครอบแห่งความโง่เขลา เร่าร้อน แล้วเปิดไปสู่โลกภายนอกที่สะอาด สว่าง สงบ เย็น ถึงว่าเป็นผู้ที่เปิดประตูในทางวิญญาณ ผู้นำในทางวิญญาณให้ก้าวหน้า ให้ถูกทาง ดังนั้นเราควรจะพอใจในการทำหน้าที่ครู ไม่ใช่สร้างสอนกันไปวันๆ หรือเป็นเพียงอาชีพหากินเท่านั้น

2355


เดี๋ยวนี้การศึกษาในโลกนี้บ้าบอจริงๆ คือสอนให้ ฉลาด อย่างเดียว แต่ไม่มีอะไรควบคุมความฉลาด ให้มันเดินไปในทางที่ถูกต้องคนเหล่านั้นก็ใช้ความฉลาดเพื่อการเห็นแก่ตัวกันไปหมด แทบจะทุกคนในโลก ผู้บริหารชาติก็เห็นแก่ตัว นายจ้างก็เห็นแก่ตัว ลูกจ้างก็เห็นแก่ตัว ประชาชนก็เห็นแก่ตัว ที่เกิดอาชญากรกันไปทั้งโลก เป็นปัญหาขึ้นมาทั้งโลก ทำลายธรรมชาติกันทั้งโลก ก็เพราะเห็นแก่ตัว เพราะความฉลาดควบคุมไว้ไม่ได้ การศึกษาที่ถูกต้อง ต้องควบคุมความฉลาด การศึกษาก่อนนั้นมันรวมกับศาสนา แต่เดี๋ยวนี้มันแยกออกจากกันเลย บ้าๆบอๆ แยกศาสนาออกจากการศึกษา ก็เลยต้องไปตามก้นเขา มีผลอย่างนี้ ต่อให้ฉลาดในทุกทาง ไปเที่ยวโลกพระจันทร์ได้ มันก็เหมือนไปเที่ยวสวนหลังบ้าน มันมีสันติภาพไม่ได้ ท่านทั้งหลายก็ดูเอาเองว่า สันติภาพ มันอยู่ตรงไหน มุมโลกไหน เห็นแต่การเบียดเบียนเพราะมันเห็นแก่ตัวยิ่งขึ้นๆ ยิ่งมีความเจริญขึ้นเพียงใด มันก็เห็นแก่ตัวยิ่งขึ้น เจริญทางวัตถุนี่แหละ ยิ่งเห็นแก่ตัว เพราะมันไม่เจริญทางด้านจิตใจ ยิ่งมอมเมา มืดมัว เอร็ดอร่อยไปตามเรื่องของมัน

แม้แต่ครูบาอาจารย์ก็พลอยเป็นไปด้วย เพราะว่ามันไม่มีความถูกต้อง มันมีความเจริญที่ไม่ถูกต้อง มันมีการศึกษาที่ไม่มีอะไรมาควบคุมความฉลาด อาตมาเคยตะโกนไปครั้งหนึ่งว่า นี่คือการศึกษาหมาหางด้วน ที่สอนแต่ให้ฉลาด แต่ไม่มีอะไรมาควบคุมความฉลาด ขอให้เห็นให้ถูกต้องเถิดสำหรับผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดการการศึกษา ถ้าการศึกษามีทั้งความฉลาด และความถูกต้องคือเครื่องบังคับความฉลาด ปัญญาที่ไม่มีธรรมะมาคุ้มครองพวกคุณนั้น มันจะไปทางเห็นแก่ตัว หรือเห็นความเห็นตัวเป็นเจ้าโลก ครอบครองโลก ดังที่กล่าวไป ถ้ามีแต่คนเห็นแก่ตัว มันจะเป็นอย่างไร ไม่เห็นแก่ธรรมะ ไม่เห็นแก่เพื่อนมนุษย์ ไม่เห็นแก่ความถูกต้อง ถึงว่าถ้าประชาชนเห็นแก่ตัว เลือกได้ผู้แทนที่เห็นแก่ตัว ก็จะได้รัฐบาลที่เห็นแก่ตัว มันก็เป็นอย่างนี้ขอให้คิดดูเถิด ความเห็นแก่ตัวนี้เป็นภัยร้ายกาจ ที่นำไปสู่ความยุ่งยาก ปัญหา คนเห็นแก่ตัวมันขี้เกียจ ไม่ทำงาน มีแต่เรียกร้องสิทธิ ไม่ทำหน้าที่ มันเอาเปรียบอย่างหน้าชื่นตาบาน และมันยังอิจฉาริษยาที่จะทำประโยชน์ของตนเอง และทำลายประโยชน์ของผู้อื่น เราสร้างคุกสร้างตารางกันไม่ไหว ยังสร้างศาลกันก็ไม่พอ โรงพยาบาลบ้าก็ยังไม่พอ ก็เพราะความเห็นแก่ตัวมันมากขึ้น มันเพิ่มขึ้นในโลก เหนือสุดสิ่งอื่นใดที่จะมาช่วยแก้สิ่งเหล่านี้ก็คือ ธรรมะ มีความถูกต้อง ที่มีรากฐานอยู่กับการศึกษา ถ้าการศึกษาไม่ถูกต้อง ประชาชนจะมีธรรมะไปไม่ได้หรอก

2356


ดังนั้นขอให้ดูว่า การศึกษานั้นมีความสำคัญมากน้อยเท่าไร มันเป็นรากฐานของความถูกต้องและสันติภาพ ผู้ที่มีหน้าที่จัดการสิ่งนี้ ถือว่าเป็นหน้าที่ที่ประเสริฐ เลิศ สูงสุด ขอให้ทำสมตามหน้าที่ ให้มันเป็นไปด้วยธรรมะ เรียกว่า ธรรมมิกะ คือประกอบไปด้วยธรรมะ อยากจะขอพูดเรื่องธรรมะกันสักหน่อย ครูในโรงเรียนเป็น ตัวสอนผิด สอนธรรมะ ธรรมะคืออะไร สอนว่าธรรมะคือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เอาแต่หลับตาพูดแต่ไม่เคยรู้เรื่อง ตัวธรรมะแท้ๆ นี้มีความหมายว่า หน้าที่ หน้าที่ คือduty ภาษาอินเดียโบราณแปลว่าหน้าที่ ธรรมะคำนี้ เป็นคำที่เกิดก่อนพระศาสนานั่นอีก ถ้าธรรมะในภาษาบาลี มีความหมายว่า ยกขึ้นไว้ ยกหน้าที่เอาไว้ ให้ปฏิบัติหน้าที่เอาไว้ คือช่วยให้รอด ไม่ให้ตาย แต่เราใช่เป็นว่า ธรรมะคือคำสั่งสอนขพระพุทธเจ้า อย่างนั้นเรียกว่ารู้แคบๆ ไม่รู้จริง คำว่าธรรมะเกิดก่อนพระศาสนา แล้วก็รู้ขึ้น รู้มากขึ้น รู้กระทั่งว่าทางจิตวิญญาณ รู้มากขึ้นจนตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า หลุดจากความทุกข์ทั้งปวง ไม่มีอะไรสูงสุดไปกว่านั้นแล้ว

ธรรมะช่วยให้รอด คำว่ารอดนี้รู้ไว้เถิดว่ามีรอดสองทางคือ รอดทางกาย คือรอดตาย และรอดทางจิต คือไม่เป็นทุกข์ เพราะถ้ารอดทางกายอย่างเดียวแต่เป็นทุกข์ อย่างนี้ตายดีกว่า มันต้องรอดทั้งทางกายและทางจิต มันจึงไม่มีความทุกข์ ธรรมะนี้ถูกต้องเพื่อความรอด คำว่าถูกต้อง นี้ก็มีความหมายว่า เป็นประโยชน์ ไม่ให้ผู้อื่นเดือดร้อน ไม่เป็นโทษแก่ใคร และตลอดวิวัฒนาการของชีวิต ตั้งแต่เกิดจนเข้าโลง ต้องช่วยตนเองและผู้อื่นด้วย นี่ค่อนข้างจะยาวสำหรับบทนี้ ธรรมะคือระบบการปฏิบัติที่ถูกต้องแก่ความเป็นมนุษย์ ทุกขั้นตอนแห่งวิวัฒนาการทั้งตนเองและผู้อื่น ธรรมะคือการปฏิบัติที่เป็นระบบ ที่มีหลายๆอย่างรวมกันเป็นระบบ จึงเรียกว่าระบบการปฏิบัติ ที่ถูกต้อง ถ้าไม่ถูกต้องก็จะไม่มีประโยชน์อะไร ที่ถูกต้องแก่มนุษย์ และความรอดของมนุษย์ทั้งทางกายและทางจิต ทั้งสองรอด มันถึงจะมีค่า ถูกต้องตั้งแต่ออกจากท้องแม่จนเข้าโลง จนมีความสุขทั้งตนเองและผู้อื่น

ถ้าจะบอกว่าธรรมะคือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ธรรมะคือหลักปฏิบัติเพื่อความรอดและถูกต้อง ทำตามกฎของธรรมชาติแล้วก็รอด คำว่าธรรมะ ในภาษาไทย แปลว่า หน้าที่ ในภาษาบาลีก็แปลว่าธรรมะ แต่พวกฝรั่งก็พยายามจะแปล คำว่าธรรมะ แต่ก็แปลมา 30 คำก็ยังไม่หมดความหมายของคำว่า ธรรมะ จนฝรั่งยอมแพ้ ยอมใช้คำว่าธรรมะ ตามภาษาอินเดีย ที่แปลได้ 4 ระดับ จะแปลว่า ธรรมชาติ โดยตรงเลยก็ได้ หรือจะเป็นตัวกฎของธรรมชาติ กฎคือสัจจะ ก็ได้ หรือจะเป็นหน้าที่ตามกฎ อันนั้นก็เรียกว่าธรรมะก็ได้ พอได้ผล ก็เรียกว่า ผลของธรรมะก็ได้ มันเลยเป็น 4 ความหมาย ธรรมชาติก็ดี กฎของธรรมชาติก็ดี หน้าที่ตามกฎของธรรมชาติก็ดี ผลของหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติก็ดี นี่คือความหมายธรรมะ

คุณลองไปคิดดูเถิด ทั้ง4 ความหมายมันก็เกี่ยวข้องกับเราโดยตรง ไม่มีอะไรที่ไม่ใช่ธรรมะ คำทั้งหลายที่มีในโลก ตอบได้คำคำเดียวคือคำว่าธรรมะ ในตัวคนๆหนึ่ง ใครก็ตาม มันมีตัวธรรมชาติ ดิน น้ำ ลม ไฟ แล้วมันก็มีกฎของธรรมชาติ ที่ดิน น้ำ ลม ไฟ ต้องเป็นไปอย่างนั้น อย่างนี้ ถ้าไม่เป็นไปอย่างนั้น อย่างนี้ มันก็ตาย มันคือกฎของธรรมชาติ และมันเป็นหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ แขน ตับ ไต ไส้ พุง มันก็ทำงาน ทำหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ เซลล์ ล้านๆเซลล์ มันก็ต้องทำหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ ถ้ามันไม่ทำหน้าที่มันก็ตาย จึงเป็นคนออกมา เป็นความสุขบ้าง เป็นความทุกข์บ้าง ดังนั้นดูความหมาย ความหมายอันไหนสำคัญ ก็คือความหมายที่3 นั่นคือ ธรรมะคือหน้าที่ เกี่ยวข้องที่สุด เกี่ยวข้องกับมนุษย์โดยตรง มนุษย์ต้องมีหน้าที่ ตอนที่พระพุทธเจ้าเพิ่งจะตรัสรู้ใหม่ๆเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านก็ตรัสว่าต่อไปนี้จะเคารพอะไร แล้วก็ตรัสว่า เคารพธรรมะ เคารพหน้าที่ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ก็เคารพหน้าที่ พระพุทธเจ้าสูงสุดยังต้องเคารพหน้าที่ เหนือพระพุทธเจ้าก็ยังมีสิ่งที่พระพุทธเจ้าเคารพ นั่นคือหน้าที่ แล้วท่านก็ปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ตกลงในพระทัยของท่าน ท่านจึงเป็นบรมครู ท่านทั้งหลายก็เป็นลูกครู ศิษย์ครู สังกัดบรมครูกันบ้าง อย่าสังกัดกระทรวงศึกษาธิการกันนักเลย สังกัดบรมครู บรมพุทธเจ้ากันบ้าง เอาอย่างท่าน คือ เคารพหน้าที่ หน้าที่ของพระพุทธเจ้าคือ ช่วยสัตว์โลกให้พ้นจากความทุกข์ มันก็คือความหมายของครูนั่นแหละ ครูช่วยให้คนทั้งหลายพ้นจากปัญหา พ้นจากความทุกข์ ให้สนใจกันบ้าง


หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 24 ก.พ. 2550 (07:18)
เรียนเชิญทุกท่าน มาร่วม ทำงานเพื่อแผ่นดิน ใน
โครงการ
"ศูนย์ เรียนรู้ ไม้เครื่องหอม เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ เนื่องในโอกาศมหามงคลเฉลิมพระชนะพรรษา๘๐พรรษา๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๐ "

โดยมี ท่าน ศาสตราจารย์พิเศษ ประชิต รามานนต์
ที่ปรึกษาโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา
ที่ปรึกษาโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพิช
อันเนื่องจากพระราชดำริฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ดำรงค์ตำแหน่ง
ประธานที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ โครงการดังกล่าว
โดยมี พี่อ.อาทิตย์ บุญทรัพย์เสรีย์ รองประธานที่ปรึกษาโครงการวิจัย พืชสมุนไพร ม.มหิดล (เปรียบเทียบ ตำแห่งเจ้าหน้าทีระดับ 9) เป็น ตัวตั้งตัวตีในการดำเนินงานต่างๆ โดยสรุป ตัวผมเองมีหน้าที่ชักชวนเพื่อนพี่น้องเข้ามาช่วยกัน เป็นอาสาสมัครทำงาน ในโครงการดังกล่าว โดยไม่กำหนด สัญชาติ เชื่อชาติ เพศ วัย ใดๆ เพียงท่านมีจิตอาสา มาเป็นแนวร่วม ในการดำเนินงานเท่านั้น โดยอาศัยความสามารถ พิเศษหรือ ความเสียสละเวลา เล็กๆน้องเพื่อมาช่วยกันทำงานถวายแผ่นดิน ในโครงการ นี้ครับ ทำได้แค่ไหน ก็ได้ทั้งนั้นครับ เราจะมาช่วยกัน ตามความรู้ความสามารถ ของท่าน เพื่ยงโปรดสละเวลาอันมีค่าของเท่าน เพื่อทำถวายแผ่นดิน
พิเศษ สำหรับท่านทึ่ต้องการทำงานวิจัย เรามีนักวิชาการระดับด้อกเตอร์ เข้าร่วมโครงการมากมายครับ

เนื่องจากโครงการนี้ เริ่มมาไม่กีวัน นี้เอง และนี้เป็นการโพสท์ครังแรก โปรดเข้าไปที่ลิ้งนี้http://learners.in.th/blog/taro/21225
เพื่อ ลงชื่อไว้ก่อน ชั่วคราว

เพื่อมาช่วยกันทำงานถวายแผ่นดิน ด้วยกันครับ
ธรรม เมืองธนพล 0899209788 ตลอดเวลา
gogo เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 9 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,250 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

หลักพื้นฐานการมีธรรมะและการบำเพ็ญหน้าที่ [17,490]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,342]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,611]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [280,452]
Global Warming { English } [116,767]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.