คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/16365" type="text/javascript"></script>
ผลการวิจัยเรื่องรูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบชั้นเรียน
นำเสนอผลการวิจัยเรื่องรูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบชั้นเรียนพิเศษระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามแนวทางของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
post ครั้งแรก: Mon 5 February 2007, 3:43 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 6 February 2007, 5:07 pm
อยู่ในส่วน: การเรียนการสอน

หน้าที่ 1 - การพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพทางวิชาการ
นำเสนอ
ผลการวิจัยเรื่อง
รูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบชั้นเรียนพิเศษระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามแนวทางของ
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

……………………………………


2529


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ วิเคราะห์ สังเคราะห์และพัฒนารูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบชั้นเรียนพิเศษระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามแนวทางของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพซึ่งประกอบด้วยการวิจัยพื้นฐานด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา การวิจัยเชิงธรรมชาติ และการวิจัยอนาคตปริทัศน์ เป็นฐานในการศึกษา โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา วิเคราะห์ ครั้งนี้ ประกอบด้วยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 169 รายการ สัมภาษณ์และสนทนากลุ่มผู้บริหาร ครู ตลอดจนประชุมระดมความคิดผู้เชี่ยวชาญรวมทั้งสิ้น 193 คนและสัมมนาผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 17 คน

สรุปผลการวิจัย รูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบชั้นเรียนพิเศษระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามแนวทางของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีจำนวนนักเรียน 24-30 คนต่อห้อง และยึดหลักการสร้างนักวิทยาศาสตร์ที่มีศักยภาพสูง เพื่อพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ของประเทศ และมุ่งเน้นการเรียนรู้ตามความสนใจอย่างเต็มตามศักยภาพพร้อมทั้งปลูกฝังให้นักเรียนมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์และความเป็นนักวิจัยอย่างลึกซึ้ง โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่ 1 การพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพทางวิชาการ และส่วนที่ 2 การบริหารโครงการ ซึ่งสามารถสรุปเป็นส่วน ๆ ได้ดังนี้

ส่วนที่ 1 การพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพทางวิชาการ
ตามหลักการจัดหลักสูตรการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ มีหลักการจัดที่สำคัญๆ 4 วิธี ซึ่งจากผลการวิจัยนี้สามารถจัดบูรณาการในชั้นเรียนพิเศษทั้ง 4 วิธี คือ

วิธีที่ 1 การเพิ่มพูนประสบการณ์ (Enrichment Program)สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษแบบชั้นเรียนพิเศษในศูนย์โรงเรียน พสวท. จำแนกเป็น รายวิชาเพิ่มเติมโปรแกรมเสริม พสวท. และการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร
1.1 รายวิชาเพิ่มเติมโปรแกรมเสริม พสวท. เป็นรายวิชาที่ สสวท.พัฒนามาอย่างต่อเนื่องสำหรับใช้จัดการเรียนรู้เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับนักเรียนในโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(พสวท.)โดยเน้นการฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และปลูกฝังทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งพบว่า ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จึงมีความเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะนำรายวิชาเพิ่มเติมโปรแกรมเสริม พสวท. มาจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบชั้นเรียนพิเศษได้ โดยจัดทำเป็นหลักสูตรสาระเพิ่มเติมเพื่อเรียนในเวลาปกติ แต่ก็ยังเน้นการเพิ่มพูนประสบการณ์ของผู้เรียนเนื่องจากมีกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อเสริมประสบการณ์ให้ผู้เรียนมีความเป็นนักวิจัย หรือความเป็นนักวิทยาศาสตร์

1.2 การจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร นอกจากการเรียนรายวิชาเพิ่มเติมโปรแกรมเสริม พสวท. เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ในชั้นเรียนพิเศษแล้ว นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษยังมีความจำเป็นอย่างสูงยิ่งที่จะต้องเพิ่มเติมประสบการณ์ตรงที่ไม่มีในชั้นเรียนของระบบโรงเรียน เช่น การเข้าค่ายวิทยาศาสตร์ ภาคฤดูร้อน การนำเสนอการฝึกงาน กิจกรรมเสริมประสบการณ์ทางวิชาการ

2530


วิธีที่ 2 การพัฒนารูปแบบการขยายหลักสูตร (Extension) สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หลักสูตรการศึกษา เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาศักยภาพนักเรียนให้บรรลุเป้าหมาย การจัดหลักสูตรจะต้องครอบคลุมตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ของกระทรวงศึกษาธิการ การออกแบบหลักสูตรเพิ่มเติมเป็นวิชาเลือกโดยเน้นด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้ตรงกับปรัชญาการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ สสวท. ดำเนินการ พร้อมทั้งเพิ่มเติมวิชาภาษาอังกฤษให้เข้มข้นมากขึ้นด้วย การจัดหลักสูตรต้องยึดหลักผู้มีความสามารถพิเศษจะต้องได้รับการพัฒนาให้เต็มตามศักยภาพโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญตามแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดหน่วยกิตและเวลาเรียน ช่วงชั้นที่ 4 สำหรับสาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติม ไม่น้อยกว่า 75 หน่วยกิต จากงานวิจัยนี้ สามารถจัดการเรียนการสอนเป็นสาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติม ได้ 97 หน่วยกิต ซึ่งครอบคลุมหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและมีการขยายเนื้อหารายวิชาเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดหลักสูตรพิเศษสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในชั้นเรียนพิเศษของสถานศึกษาปกติ จากการวิจัย โดยเนื้อหาที่ขยายควรจัดทำเป็นเอกสารเสริมในรายวิชาเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์
สำหรับหลักสูตร AP Program สามารถวิเคราะห์เนื้อหาสาระหลักสูตรวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่นักเรียนสนใจเข้าศึกษาต่อ ว่าสามารถจัดเป็นหลักสูตร AP Program เฉพาะรายบุคคล โดยมีหน่วยการเรียนคิดเป็นรายวิชาเพิ่มเติมที่สามารถเทียบโอนเป็นหน่วยการเรียนในคณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยนั้นๆ ได้ จากการวิเคราะห์หลักสูตร สามารถจัดหน่วยกิตสำหรับ AP Program ในช่วงชั้นที่ 4 สำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษเป็นรายบุคคลได้อีก 3 หน่วยกิต

วิธีที่ 3 วิธีลดระยะเวลาเรียน(Acceleration) สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ ได้มีการวิเคราะห์รายวิชาเพิ่มเติมสำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 4 ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544 โดยลดระยะเวลาเรียนเพื่อจัดทำเป็นการขยายหลักสูตรตามวิธีที่ 2

วิธีที่4 การใช้ผู้เชี่ยวชาญพิเศษเป็นผู้ให้คำปรึกษาดูแล(Mentoring) สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การฝึกงานกับอาจารย์พี่เลี้ยง หรือนักวิทยาศาสตร์พี่เลี้ยง เป็นกิจกรรมหลักของการพัฒนาศักยภาพการเป็นนักวิจัยให้เปล่งบานได้อย่างเหมาะสม โดยนักเรียนต้องฝึกงานกับนักวิทยาศาสตร์หรือนักวิจัย หรืออาจารย์ในมหาวิทยาลัย หรือ หน่วยงานเอกชนที่มีองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ โรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่ หรือหน่วยงานราชการที่ทำวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยกำหนดเวลาการฝึกงานไม่น้อยกว่า 10 วัน ระหว่างปิดภาคเรียนหรือกรณีที่อาจารย์พี่เลี้ยงไม่สะดวก ก็สามารถฝึกช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ได้แต่ต้องไม่น้อยกว่า 10 วัน


หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 26 พ.ย. 2550 (16:24)
รักเธอ
ann.awaw เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


dummy user
(ผู้ใช้ทดสอบ ที่ไม่มีตัวตน)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 33,244 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 37 ครั้ง
ได้รับดาว 237 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ผลการวิจัยเรื่องรูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบชั้นเรียน [19,110]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,417]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,671]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [281,273]
Global Warming { English } [117,272]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.