 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/16365" type="text/javascript"></script> |
|
|
ผลการวิจัยเรื่องรูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบชั้นเรียน
นำเสนอผลการวิจัยเรื่องรูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบชั้นเรียนพิเศษระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามแนวทางของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
post ครั้งแรก: Mon 5 February 2007, 3:43 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 6 February 2007, 5:07 pm
|
หน้าที่ 2 - การบริหารโครงการ
ส่วนที่ 2 การบริหารโครงการ
จากการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้สถานศึกษา สามารถจัดการเรียนการสอนให้ผู้มีความสามารถพิเศษได้เรียนรู้และได้รับการพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพทางวิชาการ จะต้องได้รับการส่งเสริม สนับสนุนอย่างเพียงพอกับการจัดการเรียนการสอน การวิจัยนี้สามารถจัดส่งเสริม สนับสนุน 6 ส่วน คือ
ส่วนที่ 1 รูปแบบการส่งเสริมสื่อ อุปกรณ์การเรียนการสอนสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ
การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์แล้ว จำเป็นต้องมีสื่อ อุปกรณ์การเรียนการสอนที่ครบถ้วน มีคุณภาพตามมาตรฐาน และมีปริมาณเพียงพอกับจำนวนนักเรียน ทั้งวัสดุ อุปกรณ์ สารเคมี สำหรับจัดการเรียนรู้ตามสาระวิทยาศาสตร์พื้นฐานช่วงชั้นที่ 4 (รายละเอียดดังปรากฏในเอกสารรายการวัสดุ อุปกรณ์ สารเคมี ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ สื่อการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์พื้นฐานของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) และวัสดุ อุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอน ครุภัณฑ์ที่หลากหลายและทันสมัยสำหรับจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมโปรแกรมเสริม พสวท.
ส่วนที่ 2 รูปแบบมาตรฐานห้องเรียน ห้องปฏิบัติการและห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
จากรูปแบบการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่กำหนดให้ศึกษารายวิชาเพิ่มเติมโปรแกรมเสริม พสวท. จึงมีความจำเป็นต้องจัดห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ให้ได้มาตรฐานและมีความพร้อม เนื่องจากรายวิชาเพิ่มเติมโปรแกรมเสริม พสวท. เน้นการฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และกระบวนการสืบเสาะ ค้นคว้าหาความรู้มีการทำโครงงาน การจัดห้องให้ได้มาตรฐานจึงจะทำให้นักเรียนได้เรียนรู้และใช้ประโยชน์อย่างเต็มตามศักยภาพ โดยควรใช้หลักการและแนวทางการจัดห้องปฏิบัติการ ตามคู่มือการจัดห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้จัดทำไว้เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ยังควรมีห้องปฏิบัติการสำหรับนักเรียนในโครงการโดยเฉพาะ เพื่อปฏิบัติการทดลองของนักเรียนในการเรียนวิชาโครงงานหรือเป็นห้องสำหรับตั้งอุปกรณ์ทดลองโครงงานของนักเรียน เนื่องจากการทำโครงงานบางเรื่องต้องใช้เวลาหลายวันในการทดลอง ห้องดังกล่าวจะต้องไม่เป็นห้องสำหรับนักเรียนทั่วไป
สำหรับการส่งเสริมการเรียนการสอนผ่านระบบสื่อ ICT แต่ละศูนย์โรงเรียน พสวท. จะมีห้องเรียนปฏิบัติการคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียน พสวท. 1 ห้องเพื่อเป็นห้องศึกษาค้นคว้าที่มีความคล่องตัวในการเรียนรู้ผ่านสื่ออินเทอร์เนต
ส่วนที่ 3 รูปแบบมาตรฐาน ครู อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา
รูปแบบมาตรฐานศูนย์เกี่ยวกับครูผู้สอนผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1. ควรมีครูที่เป็นผู้สอนตามหลักสูตรเฉพาะชั้นเรียนพิเศษนี้ ด้าน เคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ อย่างน้อย สาขาวิชาละ 3 คน และคอมพิวเตอร์ 2 คน รวม 14 คน
2. ควรมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์หรือด้านการวิจัย อย่างน้อยร้อยละ 50 ต่อศูนย์โรงเรียนที่เป็นผู้สอน
3. ควรมีประสบการณ์การสอนด้านวิทยาศาสตร์หรือ คณิตศาสตร์หรือคอมพิวเตอร์ อย่างน้อย 3 ปี
4. ควรมีครูวิทยฐานะ ระดับครูชำนาญการอย่างน้อยร้อยละ 50 และระดับครูเชี่ยวชาญขึ้นไป อย่างน้อย ร้อยละ 10
5. ควรผ่านการอบรมการสอนโปรแกรมเสริม พสวท. มาแล้ว อย่างน้อย 1 ครั้งก่อนสอนวิชานั้นๆ
6. ควรได้รับการอบรมการสอนโปรแกรมเสริม อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง
7. ควรได้รับการอบรมในวิชาที่สอนหลักสูตรเข้มข้น อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง
8. ควรได้รับการศึกษา ดูงานและทัศนศึกษา อย่างน้อย 1 ครั้ง ภายใน 2 ปี
9. ควรได้รับการอบรมการเป็นที่ปรึกษาโครงงาน อย่างน้อย 1 ครั้งภายใน 3 ปี
10. ควรได้รับการอบรมด้านการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษ อย่างน้อย 1 ครั้ง ภายใน 3 ปี
ส่วนที่ 4 รูปแบบการบริหารเครือข่ายโครงการและการติดตามผล
การสร้างเครือข่ายการส่งเสริมสนับสนุนทางวิชาการโดยเฉพาะการทำโครงงาน ระบบการจัดการเรียนการสอนที่จะฝึกให้นักเรียนเป็นนักวิจัยในแต่ละด้านในอนาคต จะต้องมีเครือข่ายการฝึกงานที่ทำวิจัยในด้านต่างๆ มากขึ้นเพื่อเป็นแหล่งปลูกฝังกระบวนการวิจัยเพื่อสร้างให้เด็กเข้าสู่วิชาชีพในการทำวิจัยในอนาคต การที่มีเด็กมากขึ้นควรจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญให้มากขึ้น และควรมีเครือข่ายผู้ปกครองที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยในการเป็นแหล่งฝึกงานมากยิ่งขึ้น ดังตัวอย่างเครือข่ายที่จะสนับสนุนให้ศูนย์ประสบความสำเร็จด้านคอมพิวเตอร์ ควรมีเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น เช่นมหาวิทยาลัยที่เป็นต้นแบบด้านนี้ในท้องถิ่น และผู้ปกครองที่มีความเชี่ยวชาญด้าน IT ที่เหมาะสมที่จะให้เด็กเข้าไปฝึกงานหรือผู้ปกครองสามารถมาสอนได้ที่โรงเรียนในจังหวัดต่างๆ จะมีแหล่งฝึกงานวิจัยที่มีความหลากหลายอาชีพ เช่น คณะวิทยาศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยของรัฐ สถาบันวิจัยทางการเกษตร สถาบันวิจัยประมง สถานีวิจัยทางอากาศ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานวิจัยที่เป็นเอกชน เช่น โรงงานอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมการทำวิจัย
ส่วนที่ 5 รูปแบบการบริหารงบประมาณ
การบริหารงบประมาณเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เนื่องจากการพัฒนาและส่งเสริมให้นักเรียนเหล่านี้ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพจะต้องได้รับการสนับสนุนปัจจัยต่างๆอย่างเพียงพอ อาทิ วัสดุ อุปกรณ์ทางด้านวิทยาศาสตร์ การจัดกิจกรรมส่งเสริม สนับสนุนทางวิชาการ การพัฒนาบุคลากร ฯลฯ
ส่วนที่ 6 รูปแบบโครงสร้างการบริหารโครงการ
การพัฒนาสำหรับสร้างกลไกเพื่อให้การพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นไปอย่างมีระบบ ควรจัดให้มีระบบบริหารและจัดการแบบพิเศษ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ รวมทั้งมีระบบการติดตามและประเมินผลงานด้านนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่องควรมีการบริหารงานรูปแบบคณะอนุกรรมการบริหารงานการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับจังหวัด โดยเชิญผู้แทนหน่วยงานในท้องถิ่นมาร่วมเป็นคณะอนุกรรมการบริหาร (Board of directors) ศูนย์ในโครงการระดับจังหวัดเพื่อให้หน่วยงานต่างๆในระดับจังหวัดเห็นความสำคัญในการพัฒนาและส่งเสริมนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ข้อเสนอแนะ
1. การสรรหาและคัดเลือกผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้าชั้นเรียนพิเศษ ควรมีวิธีการสรรหาและคัดเลือกให้ได้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
2. โรงเรียนที่จัดการเรียนรู้แบบชั้นเรียนพิเศษ ควรทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยที่เป็นศูนย์คู่กันหรือมหาวิทยาลัยที่อยู่ในท้องถิ่นเดียวกันในการจัดทำโปรแกรมการเรียนล่วงหน้า
ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัย
1. ควรศึกษา วิจัยการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น
2. ควรศึกษา วิจัย ติดตาม หลักสูตร สื่อ ที่เหมาะสมสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบชั้นเรียนพิเศษในศูนย์โครงการ พสวท. เพื่อเป็นศูนย์ต้นแบบของ สถานศึกษาที่จัดชั้นเรียนพิเศษต่อไป
ผู้วิจัย
1. ดร.พรชัย อินทร์ฉาย นักวิชาการ สาขา พสวท.และสควค. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี pinch@ipst.ac.th
2.นางสาวคงนิตา เคยนิยม นักวิชาการ สาขาพสวท.และสควค.สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี kkoie@ipst.ac.th
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 26 พ.ย. 2550 (16:24) รักเธอ