คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/16373" type="text/javascript"></script>
โลกพระศรีอารย์อยู่แค่ปลายจมูก
โลกพระศรีอารย์ โลกแห่งความสงบสุข ไม่มีความทุกข์ใดเลย ที่เชื่อกันว่าอีกหลายหมื่นปี แต่เหตุใดท่านพุทธทาสกลับกล่าวว่าอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก
ผู้เขียน: พุทธทาสภิกขุ ชมแล้ว: 19,850 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 6 February 2007, 2:54 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 2 March 2007, 12:23 pm
อยู่ในส่วน: บุคคลสำคัญไทย

หน้าที่ 2 - สุขอย่างยิ่ง
เมื่อเรารักผู้อื่น เราลองคิดดู ว่าบางเวลาเรานั่งอยู่ท่ามกลางญาติ พี่ ป้า น้า อา เรามีความรู้สึกปลอดภัย สบายใจ สักเท่าไร แล้วลองไปคำนวณดูเอง ในยุคของพระศรีอริยะเมตไตร เราจะเป็นสุขอย่างยิ่งเหมือน นั่งอยู่ท่ามกลางญาติ ทุกคนเป็นญาติ หรือจะอุปมาว่า ถ้ามีคนรักเราเหมือนแม่ของเรา เราจะเป็นอย่างไร แม่ของเรารักเราอย่างไรคงจะพอเข้าใจได้ มันจะมีแต่ความแน่ใจ สบายใจอย่างยิ่ง เป็นโลกพระศรีอริยะเมตไตร มีแต่ความเป็นมิตรเป็นเลิศ ประเสริฐสูงสุด มันมีแต่คนรักกัน นี่คือส่วนดีของศาสนาพระศรีอริยะเมตไตร อาตมาเลยอยากชักชวนเราให้ สมาทานว่าให้รักผู้อื่น ใครจะเอาบ้าง อาตมาเชื่อว่าที่นั่งอยู่นี้ คงมีไม่กี่คนที่กล้ารับเอา เพราะไม่ไว้ตัวเอง ไม่เชื่อว่าตัวเองจะทำได้ ถ้าอยากอยู่ในโลกของพระศรีอารย์ ก็ให้ช่วยกันหน่อย ปลูกฝังการรักผู้อื่น โดยการชี้แจงให้เห็นค่าของคำๆนี้ ให้พอใจในคำๆนี้ จะเป็นไปได้หรือไม่ ให้ไปลองดูกันเอง อาจจะเป็นทางเกลี้ยกล่อม สอน หรือจะเป็นทางบังคับในสมัยพุทธกาล ว่า เจ้าอโศกมหาราช ได้มีกฎข้อบังคับว่าให้รักผู้อื่น จนมีหลักฐานทางศิลาจารึก ประพฤติ หรือกระทำด้วยการรักผู้อื่น แต่เดี๋ยวนี้เขาบูชาประชาธิปไตย มันบังคับกันไม่ได้ เลยต้องปล่อย อาตมาขอให้พิจารณาดูละเอียดสักหน่อย ของคำว่า รักผู้อื่น โดยตั้งคำถามว่า คืออะไร จากอะไร เพื่อประโยชน์อะไร และโดยวิธีใด

ถ้าหากถามว่าความรักผู้อื่นนั้นคืออะไร ก็คือจิตที่พัฒนาแล้วถึงที่สุด ได้หลุดพ้นจากวิมุติ เครื่องกักขัง จิตใจของคนธรรมดานั้นติดคุกติดตาราง โดนกักขังอยู่ตลอด คุกนั่นคือความเห็นแก่ตัว มีมาตั้งแต่เกิด แล้วก็พอกพูนมาจนถึงปัจจุบัน มันไม่มีอิสรภาพที่จะออกมารักผู้อื่นได้ พระอรหันต์เท่านั้นแหละที่มีจิตหลุดพ้น จึงง่ายที่จะรักผู้อื่น โดยทันที ไม่ต้องตั้งใจ เรามีหน้าที่ช่วยตัวเองให้หลุดรอด และช่วยผู้อื่นให้รอดด้วยการรักผู้อื่น และทำลายความเห็นแก่ตัว หลุดจากคุกของความเห็นแก่ตัว แล้วมันก็จะรักผู้อื่นโดยอัตโนมัติ

2596


และถ้าหากถามว่า ความรักผู้อื่นนี่มาจากอะไร มันมาจากปัจจัยภายนอกก็ได้ ภายในก็ได้ ภายนอกก็คือ มีสิ่งแวดล้อม มาจากการอบรบ สั่งสอน หรือถูกบังคับก็ได้ อย่างในโรงเรียนเด็กๆ เล็กๆ มีสอนให้ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ทะเลาะกัน วางไว้เป็นระเบียบบังคับก็ได้ ส่วนปัจจัยภายใน คือ สติปัญญาที่เขาสังเกตรู้สึกได้โดยตัวเขาเอง สังเกตเห็นประโยชน์ของความรักคือความปลอดภัย อยู่รอดของเรา มีความรักผู้อื่น และขยายตัวออกไปจนหมดผู้อื่น จนกลายเป็นเราตัวเดียว เป็นตัวใหญ่ตัวเดียว เหล่านี้ก็จะเป็นปัจจัยที่จะให้รักผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง

ในการที่สอนว่าเราอยู่ในโลกคนเดียวไม่ได้ เราต้องรักกัน นี่ก็เป็นจุดตั้งต้นที่ดี การไม่เบียดเบียนกันนั้นมันไม่พอ ไม่สูงในระดับของการรักผู้อื่น ดังนั้นเราต้องไปไกลกว่านั้น ที่ มหาตมะคานธี กล่าวว่า การไม่เบียดเบียนเป็นธรรมอันสูงสุด การไม่เบียดเบียน คือ Non-violence อาจจะไม่ได้รักผู้อื่นก็ได้ เราจึงยังไม่พอใจ ยังทำต่อไปอีกถึงความช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อ ประคองกันทุกอย่างทุกทาง ดังที่กล่าวไปในตอนแรกว่า ยุคของพระศรีอารย์ เมื่อลงจากบ้าน จะมีต้นกัลปพฤกษ์ทุกมุมเมือง อยากได้อะไรไปหาได้ ไม่ขาดแคลน มีความช่วยเหลือไม่ขาดแคลน มีคนที่เหมือนแม่ที่รักเราอยู่ทุกที่ ทุกแห่ง ดังนั้นนอนไม่ต้องปิดประตูก็ได้ เพราะความรักผู้อื่นมันจะเป็นประตูให้เรา ป้องกันให้ ในยุคของพระศรีอารย์จะเจริญในด้านวัตถุ และจิตใจ ถ้าในสมัยนี้เจริญด้านวัตถุ ไปดวงจันทร์ได้ ประดิษฐ์เครื่องมือ เครื่องทุ่นแรงต่างๆ แต่มันขาดความรักผู้อื่น มันจึงใช้เครื่องมือเหล่านั้นไปเบียดเบียนผู้อื่น แต่ในยุคของพระศรีอารย์จะนำเครื่องมือเหล่านั้นไปช่วยเหลือผู้อื่น มันก็เลยสบาย สะดวก ถึงที่สุด ทั้งภายนอก ภายใน สวยสดงดงาม เกิดจากความสมบูรณ์ทั้งทางวัตถุ และทางจิต นี่คือความหมายของโลกของพระศรีอารย์ ถ้าในสมัยนี้มีความเจริญทางจิต ก็จะเป็นโลกของพระศรีอริยะเมตไตรได้ในพริบตาเดียว นี่มันอยู่แค่จมูก จะว่าเพ้อเจ้อก็ลองไปคิดดู มันอยู่ที่นิดเดียว มันอยู่ที่คนมันไม่จริง อยู่ที่คนมันไม่มีมนุษยธรรม มันไม่มีความเป็นมนุษย์ ไม่กล้าที่จะรักผู้อื่น แต่ถ้ามันจะกล้า ก็ไม่มีปัญหา

2597


และถ้าจะถามว่าเพื่อประโยชน์อะไร มันก็เพื่อผลที่เราต้องการนั่นแหละ เราต้องการที่จะอยู่ท่ามกลางเหมือนคนที่เป็นญาติ หรือเหมือนแม่รักเรา แต่อยากให้ศึกษาให้มากกว่านั้นว่า มันมีประโยชน์ทั้งสองแบบ คือ แบบบุคคล และแบบส่วนรวม ประโยชน์จะต้องเกิดขึ้นอย่างครบถ้วนตั้งแต่บุคคลแต่ละคน และบุคคลทั้งหมด นี้ถ้าเรารักผู้อื่น คือการปฏิบัติตามหลักหัวใจของศาสนาทุกสาสนา มีศาสนาสมบูรณ์ทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม เมื่อมีความรักผู้อื่นอยู่อย่างนี้เรื่อยๆไป ความเป็นตัวกูของกูมันก็ค่อยละลายออก จนวันหนึ่งมันไม่มีเหลือ ความเห็นแก่ตัวหมด มันก็คือความเป็นพระอริยะบุคคล มันมีหลักอย่างนี้ ไม่ใช่ว่ากันเอง ไม่ใช่มาหลอกลวง ความเห็นแก่ตัวมันลดลงเท่าไร กิเลสทั้ง โลภะ โทสะ โมหะ มันก็ลดลงเท่านั้น ทีนี้เรารักผู้อื่นมากขึ้นเท่าใด ความเห็นแก่ตัวมันก็ลดลงเท่านั้น มันมีส่วนสัมพันธ์กันอย่างนี้ แล้วในวันหนึ่งจะเป็นพระอรหันต์ ดังที่พระพุทธเจ้ารักผู้อื่น มีพระมหากรุณาธิคุณ ช่วยสัตว์โลก คนเรามันยากที่จะรักผู้อื่น แม้แต่พระอริยะเจ้าในขั้นต้นๆก็ไม่อาจจะรักผู้อื่นอย่างสมบูรณ์ได้

และตามปัญหาตามแบบข้อสุดท้ายที่ว่าโดยวิธีใด โดยวิธีของพระพุทธศาสนาคือ สัมมาทิฐิ รู้ในอริยสัจที่สี่ ที่เรียกว่า มรรค มาจาก ทุกข์ สมุหทัย นิโรธ และมรรค หมายถึงข้อปฏิบัติเพื่อการดับทุกข์ สิ่งที่เรียกว่ามรรค ในพระไตรปิฏก หมายถึง มรรคมีองค์แปด คือ สัมมาทิฐิ สัมมาสังตับโพ สัมมาวาจา สัมมาอาชีโว สัมมากัมมันโต สัมมาวายาโต สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ ซึ่งท่านทั้งหลายได้ยินเป็นประจำแล้ว และเข้าใจได้ ทีนี้ลองมาคิดดูว่าใช้หลักอันนี้เพื่อสร้างความรักผู้อื่นได้หรือไม่ อาตมาว่าได้เกินกว่าจะได้ แต่ต้องไปเพิ่มความหมายให้แก่คำว่าสัมมาทิฐิให้มาก เพื่อให้เห็นว่าการไม่รักผู้อื่นมันเป็นมิจฉาทิฐิสุดโต่ง สุดเหวี่ยง ดังนั้นความรักผู้อื่นมันเป็นสัมมาทิฐิสุดโต่ง สุดเหวี่ยง ถ้าข้อแรกได้ ข้ออื่นก็ลากไปได้หมด และเราพูดได้เต็มปากเลยว่า ปัญหาทุกอย่างแก้ได้ด้วยหลักของพุทธศาสนาคือ มรรคมีองค์แปด


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 1) หน้าถัดไป (หน้า 3) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 5 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 5 มี.ค. 2550 (08:14)
แสดงว่ามนุษย์มีความเป็นมนุษย์สูงขึ้น มีความรู้สึกนึกคิด ที่ดีขึ้น เมื่อมีความรู้สึกนึกคิดที่ดี ก็จะเกิดค่านิยมที่ดี เมื่อมีค่านิยมที่ดี ก็ส่งผลถึงการมีเจตคติที่ดีงามและใฝ่ดี ดังนั้นคนเรามีเจตคติที่ดีแล้ว พฤติกรรมต่างๆ ก็ย่อมแสดงออกปฏิบัติไปในทางที่ดีงาม เพราะมีจิตที่ดีงาม ถ้าทุกคนปฏิบัติดี สังคมก็มีความสุขเกิดการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงในทางเจริญขึ้นอย่างสมดุลระหว่างวัตถและจิตใจ อีกอย่างมนุษย์ควรเป็นผู้บริโภคที่ดีคือบริโภคอย่างรู้กาละและเทศะหรือรู้จักคัดสรรว่าอันไหนไม่เหมาะหรือเหมาะกับตัวเอง เมื่อรู้จักคัดสรรสิ่งที่ดีๆให้กับตนเองแล้ว สิ่งที่เหลือก็คือสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง ก็เป็นการสร้างเจตคติที่ดี เช่นมีแนวคิด ความเชื่อที่ดีงาม การแต่งกาย เหมาะสม ซึ่งส่วนหนึ่งก็เกิดจากการบริโภคที่ผ่านการคัดสรร ตัวกระผมเองก็เกี่ยวข้องกับการศึกษาเราควรปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่อง(การพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี) คือ การพัฒนาให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ทั้ง ปริมาณ และ คุณภาพ โดยเฉพาะ ด้านคุณภาพ (ในที่นี้ คือ การเป็น คนดี และ คนเก่ง) จะเรียกว่า เป็นการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สูงขึ้น ก็โดยการ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ พาหะที่จะนำพาไปสู่จุดมุ่งหมายก็คือ หลักสูตร จะได้ผลอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับผู้ขับเคลื่อนในที่นี้คื ครู ควรจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสม สุดท้ายจะได้ผลหรือไม่ ก็อยู่ที่ การวัดผลที่หลากหลาย ผลออกมาเป็นเช่นไร ก็นำข้อพกพร่อง ไป ปรับปรุง พัฒนา เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่พึงประสงค์ โดยเฉพาะพฤติกรรมที่พึงประสงค์นั้น มีสาเหตุหรือปัจจัย ก็คือ จิตใจ นั้นเอง หากจิตใจของมนุษย์ได้รับการพัฒนา ให้ คิดดี สำนึกดี มีค่านิยมที่ดี จนได้เป็นบุคคลที่มีเจตคติที่ดีทั้งต่อตนเอง และสังคมในทุกๆ ด้าน ทุกๆ ระดับ วันนั้น สังคม จะเป็นสังคมที่มีความสุขอย่างแน่นอนครับ สาธุ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2380 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 5 มี.ค. 2550 (08:59)
นโยบายปฏิรูปการศึกษา ในปีงบประมาณ2550 ยึดคุณธรรมนำความรู้ สร้างความตระหนัก

สำนึกในคุณค่าของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความสมานฉันท์ สันติวิธี วิถีประชาธิปไตย พัฒนาคนโดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงความร่วมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบันทางศาสนา และสถาบันการศึกษา
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2380 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 5 มี.ค. 2550 (09:10)
“การพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญยิ่งขึ้นไปนั้น ย่อมต้องพัฒนาบุคคลก่อน การที่จะพัฒนาบุคคลนั้นต้องด้วยปัจจัยประการเดียวคือการศึกษา” ( พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช, 2543 , หน้า 80 ) สภาพสังคม และการดำรงชีวิตของคนเราในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในขณะที่มนุษย์มีความต้องการพื้นฐานของมนุษย์คือ ความสุข ความสมบูรณ์ ทั้งร่างกายและจิต ความต้องการดังกล่าวของมนุษย์ในขณะนี้ไม่เรียบง่ายเหมือนอดีต แต่กลับมีความยุ่งยากและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทั้งสังคมและตัวมนุษย์เองมีการแข่งขัน แย่งชิง เอารัดเอาเปรียบในทุกๆ วิถีทาง ทำเพื่อตนเองมากขึ้น ละเลยสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งความเห็นแก่ตัว นำไปสู่ปัญหาต่างๆ ของสังคม มาตรา 4 มาตรา 6 มาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ว่าด้วยการศึกษาเป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมโดยการ ถ่ายทอด ความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคม การเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตและการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่ สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขภายใต้การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นโยบายปฏิรูปการศึกษา ในปีงบประมาณ2550 ยึดคุณธรรมนำความรู้สร้างความตระหนัก สำนึกในคุณค่าของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงความสมานฉันท์ สันติวิธี วิถีประชาธิปไตย พัฒนาคนโดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงความร่วมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบันทางศาสนา และสถาบันการศึกษาโดยมียุทธศาสตร์การศึกษาที่คุณธรรมนำความรู้คือการศึกษาต่างๆ มักเอาความรู้นำโดยไม่มีปัญญาตาม ความรู้ไม่มีพลังพอที่จะต้านทานอำนาจของความไม่ดีได้ความรู้จึงถูกนำไปใช้ในเรื่องไม่ดีต่างๆ หรือถูกบงการด้วยความไม่ดี สังคมและโลกจึงวิกฤต การพัฒนาควรจะใช้ความดีหรือคุณธรรมนำแล้วตามด้วยความรู้ ยุทธศาสตร์การศึกษาที่คุณธรรมนำความรู้จึงสำคัญยิ่ง ธรรมาภิบาล (Good Governance) เป็นพื้นฐานที่จะช่วยพัฒนาสังคมทั้งระบบให้มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพโดยยึดถือหลัก 6 ประการ คือ ความซื่อสัตย์สุจริตความเปิดเผยโปร่งใส ความรับผิดชอบที่สามารถตรวจสอบได้ ความชอบธรรมและยุติธรรม(หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และ หลักความคุ้มค่า) ความมีคุณภาพและประสิทธิภาพรวมถึงความมีคุณธรรมจริยธรรมสามารถนำหลักดังกล่าวมาปรับใช้ เพื่อเป็นแนวทางนำพาสังคมก้าวไปสู่ความสำเร็จพร้อมๆ กัน เมื่อมนุษย์และสังคมมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่น่าที่น่าวิตก การนำวิถีประชาธิปไตย หัวใจธรรมาภิบาลมาประยุกต์ใช้ ในสถานศึกษา ชุมชน สังคม สังคมไทย ซึ่งสังคมไทยที่พึงปรารถนาในอนาคตคือ สังคมที่มีความสงบสุข เป็นสังคมที่มีความสุข เป็นสังคมที่มีสมรรถภาพ มีความยุติธรรม มีความเมตตากรุณา มีครอบครัวที่อบอุ่น มีชุมชนที่เข้มแข็ง และมีหลักศาสนา วิถีประชาธิปไตย หลักธรรมมาภิบาลเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวในการดำรงชีวิตของคนในสังคมไทยเพื่อให้ประเทศไทยมีความเป็นไทอยู่ตลอดไป
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2380 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 11 มี.ค. 2550 (23:16)
แจกฟรี สูตรลับ ( สุดยอด ) ** บ้านประหยัดพลังงาน อยู่สบาย ราคาถูก ** ของจริง พิสูจน์ได้ อธิบายอย่างละเอียด ( 20 หน้า A4 ) อ่านจบ รู้จริง Print ได้ที่......www.maxxcons.com......( หาได้จาก Google เท่านั้น ) แจกจริง ไม่เน้น ธุรกิจ ครับ
maxxmadman

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 27 เม.ย. 2551 (20:53)

ในความรู้ของข้าพเจ้าที่อ่านจากโลกพระศรีอารย์อยู่แค่ปลายจมูกของท่านพุทธทาสมีความรู้สึกทางสมาธิว่าโลกพระศรีอารย์เกิดขึ้นแล้วตามคำทำนายหลายๆๆศาสนาแต่มนุษย์ด้วยกันยังมีกิเลสมากน้อยต่างกันก็ยังมองไม่เห็นเว้นเสียแต่ท่านที่มีธรรมชั้นสูงของแต่ละศาสนาในคำทำนายยุคพระศรีอารย์เป็นอย่างไรในยุคพุทธกาล2500กว่าปีมาแล้วทำนายว่ายุคนั้นจะมีม้าขาวบินรอบโลกซึ่งเป็นการเปรียบเทียบก็เป็นเครื่องบิน จรวดที่เป็นวัตถุบินได้รอบโลกซึ่งเกิดมาไม่ถึง 100ปีนี้เอง  คนยุคนั้นจะหูทิพย์ตาทิพย์ ก็เป็นจริงในปัจจุบันที่มีโทรทัศน์ วิทยุ โทรศัพท์และทีวีมือถือ  โลกจะสว่างทั้งกลางวันและกลางคืน ก็ปัจจุบันมีระบบไฟฟ้าสว่างไสวทั้งคืนไม่ต่างจากกลางวันซึ่งมนุษย์2500ปีที่แล้วมาเห็นคงตกใจแน่นอน ในยุคนั้นมีต้นกัลปพฤกษ์ทั้งสี่มุมเมืองซึ่งเข้าใจว่าเป็นการเปรียบเสมือนมากว่าดัง่เช่นห้างสรรพสินค้าเช่นบิ๊กซี โลตัส เว็นทรัล เดอะมอลล์ แคร์ฟูร์ มีเกือบทุกมุมเมืองและทุกมุมโลก มีของใช้ตั้งแต่ของเล็กจนสินค้าใหญ่ใครอยากได้อะไรก็ไปเอาที่นั่นตามบุญบารมีที่มีเงืนมากหรือน้อยซึ่งน่าเป็นการตีความหมานเช่นนี้มากกว่า  อายุคนในยุคนี้มีอายุยืนเป็นแปดหมื่นปีชึ่งท่านพุทธทาสเปรียบตีโจทย์แตกได้ถูกต้องหมายความว่าไม่ใช่มนุษย์มีอายุจริงเป็นเวลาแปดหมื่นปี แต่เป็นสภาวะคนในยุคนี้ปฏิบัติธรรมจนกิเลสน้อยลงจนไม่มีเลย จะมีความรู้สึกว่าชีวิตเวลามันยาวนานมากเป็นพันเท่ากว่าปกติถ้าเปรียบอายุพระพุทธเจ้า 80ปีหรือมนุษย์อายุนาน 80ปีจะมีความรู้สึกว่าอายุยืนเวลามันนานกว่าเป็น 1000 เท่า เท่ากับมีอายุเวลายาวนาน 80000 ปีทีเดียว ซึงถ้านักปฏิบัติที่กิเลลน้อยมากจนไม่เหลือจะเข้าใจ เพราะหมดกิเลสต้องการสิ่งใดๆๆบนโลกแล้วเวลาที่เหลืออยู่มันยาวนานจริงซึ่งต่างจากคนที่มีกิเลสเป็นมนุษย์ปกติจะรู้สึกว่าวันเวลามันสั้นนักวันๆๆหมดเวลาไปเร็วมากเพราะต้องทำมาหากินมีกิเลสมากก็จะรู้สึกเวลาสั้นอายุก็สั้นตามไปด้วย  ดังนั้นข้าพเจ้าเห็นว่าโลกพระศรีอารย์เกิดขึ้นแล้วมีความเจริญทางวัตถุอย่างมากและก็มากขึ้นแต่ยังขาดความเจริญทางธรรมในจิตใจของแต่ละศาสนานั้นๆๆด้วย ดังนั้นถ้ามนุษย์มีความเจริญจิตใจเท่ากันหมดในทุกศาสนาก็จะทำให้มนุษย์ด้วยกันรักกันทุกเผ่าพันธุ์ทุกเชื้อชาติ โลกก็จะเป็นหนึ่งเดียวไร้พรมแดนทางจิตทันที  สำหรับองค์พระศรีอารย์ทีจะเสด็จมานั้นเป็นการรอคอยของมนุษย์บนโลกทุกชาติทุกศาสนาทุกเผ่าพันธุ์ แต่ในระหว่างนี้ที่ท่านเสด็จมากแล้วแต่ยังไม่ปรากฎไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่าที่ท่านเตรียมตนให้เข้าถึงพร้อมที่ละความชั่วทั้งมวลหรือยัง ข้าพเจ้าเคยสมาธิอธิฐานจิตเมื่อ 8 ปีที่แล้วว่า ถ้าพระศรีอาย์เสด็จมาเกิดเป็นคนไทยจริงแล้วขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที้งจักรวาลและบารมีขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์จงบันดาลให้ หิมะตกในประเทศไทยด้วยเทอญ ซึงวันนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยที่หิมะจะตกมาได้แต่เป็นการตั้งจิตขอบารมีและแล้ววันนี้ข้าพเจ้าทราบข่าวทางทีวีและหนังสือพิมพ์ว่า หิมะตกที่ดอยช้าง จังหวัดเชียงราย เป็นเวลา 30 นาที  ใช้เวลาละลาย2-3 วัน  ข้าพเจ้าทราบข่าวแล้วขออนุโมทนาด้วย น้ำตาหลั่งด้วยความปิติยินดีที่พระองค์เกิดที่ประเทศไทยและจะช่วยชาวโลกให้อยู่เย็นเป็นนิพพานทั้งโลกความเป็นจริงของวัตถุและจิตใจ  ข้าพเจ้าหวังว่าขอรอชมบารมีที่ท่านสุกงอมที่จะช่วยโลกโดยไม่เปิดตัวว่าเป็นพระศรีอารย์หรอก ลักษณะการทำงานปฏิบัติการจะเป็นตัวแสดงต่อสายตาชาวโลกเอง เชื่อว่าพระองค์ท่านจะไม่แสดงตัวแต่ผลงานจะปรากฏต่อชาวโลกแม้แต่ประเทศทิเบตก็จะเป็นอิสระจากจีนได้เพราะพระองค์


ecc เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,245 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

โลกพระศรีอารย์อยู่แค่ปลายจมูก [19,851]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,257]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [398,117]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [415,868]
Global Warming { English } [159,120]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.