คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/16387" type="text/javascript"></script>
การเป็นพุทธบริษัทที่ถูกต้อง
พุทธบริษัท ผู้ที่เป็นผู้รู้ เป็นผู้ตื่น เป็นผู้เบิกบาน มีความวิเศษสนใจศึกษาธรรมนี่ไว้เป็นหลักประจำใจเสมอ ทำตนให้เป็นผู้รู้ รู้สิ่งที่ควรจะรู้ แล้วตื่นจากหลับ มีกิเลส อวิชชา ตื่นมาเสียจากอวิชชา
ผู้เขียน: พุทธทาสภิกขุ ชมแล้ว: 20,189 ครั้ง
post ครั้งแรก: Thu 8 February 2007, 2:19 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 8 February 2007, 4:59 pm
อยู่ในส่วน: บุคคลสำคัญไทย
สารบัญ

หน้าที่ 3 - บูชาพระองค์ด้วยการปฏิบัติตามสิ่งที่พระองค์ทรงเคารพ
เมื่อนานมาแล้ว ตั้งแต่แรกที่เริ่มมีสวนโมกข์ อาตมาไปเมืองนครศรีธรรมราช จะไปตั้งสวนโมกข์อีกแห่งหนึ่งที่นั่น ไปเลือกที่กันที่วัดชานนา มีเนื้อที่เป็นพันตาราง แต่ก็ทำไม่สำเร็จล้มเลิกไป ระหว่างที่พักที่นั่น แม่ชีคนหนึ่งเขาเอาข้าวสวยมาขยุ้มๆไปวางที่ทางมดเดิน แล้วจึงกลับมานั่งฉันอาหารของตน อาตมาถามว่าทำอะไร ทำไมจึงทำอย่างนั้น เขาก็ตอบว่าสมาทานการทำอย่างนี้มาแต่เดิม ปู่ตาย่ายายเขาสอนกันมาอย่างนี้ ต้องให้ผู้อื่นกินก่อน ตัวเองถึงจะกิน เมื่อไม่มีใครให้ก็ให้มดให้แมลง เอาข้าวสุกขยุ้มมือนิดๆไปวางไว้ทางมดให้มดกินก่อนแล้วตัวเองมานั่งกินเอง นี่แสดงว่ามันมีรกรากที่ดี มีการปฏิบัติที่ดีมาแต่ก่อน ในการอธิษฐานจิตว่าต้องทำให้ผู้อื่นสบายใจอย่างน้อยวันหนึ่งครั้งหนึ่งเสมอ ถ้ายังทำกันได้อย่างนี้จิตใจจะไม่เห็นแก่ตัว มันจะรักผู้อื่น มันจะเห็นแก่ความถูกต้อง แต่เดี๋ยวนี้ไม่เห็นใครทำ ถ้าไปทำข้าวแบบนั้นบางทีจะมีคนหัวเราะ แต่มันก็มีทางกระทำได้ ทำอย่างไรก็ได้ ให้มันได้ความหมายว่าให้ผู้อื่นสบายใจอย่างน้อยครั้งหนึ่งวันหนึ่งๆเรื่องหนึ่ง ถ้าทำอย่างนี้กันทุกคนในโลกๆนี้ก็คงจะเป็นโลกพระศรีอาริยเมตตรัย ที่มีแต่คนรักซึ่งกันและกัน พร้อมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไปทางไหนมีแต่คนพร้อมช่วยเหลือยกมือขึ้นมาถามว่าจะให้ช่วยทำอะไร

2678


โลกพระศรีอารย์เป็นอย่างนั้น ไม่เห็นแก่ตัวโดยเด็ดขาด แล้วก็ยังตั้งใจจะช่วยผู้อื่นให้ได้รับความสุข แม้อย่างเดียวก็ได้แค่แต่ละวันๆทุกวันไป นั่นแหละความถูกต้องที่สุด ไม่เห็นแก่ตัว มันก็เห็นแก่ผู้อื่น พอไม่มีความเห็นแก่ตัวมันก็รักผู้อื่นเอง เดี๋ยวนี้มันเห็นแก่ตัวมันก็รักผู้อื่นไม่ได้ เป็นไว้แต่จะรับมาเป็นเพื่อนทำเลวทำชั่ว เป็นขโมยขโจรด้วยกันอย่างนั้นล่ะก็ได้ มันรักผู้อื่นไม่ได้เพราะมันเห็นแก่ตัว ถ้ามันไม่เห็นแก่ตัวเมื่อไรมันก็รักผู้อื่นทันทีเป็นอัตโนมัติเอง นั่นคือผลความไม่เห็นแก่ตัว ทำลายกิเลสได้ โลภะไม่เกิด โทสะไม่เกิด โมหะไม่เกิด เพราะไม่เห็นแก่ตัว นี่คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าสั่งสอน หน้าที่ที่มนุษย์จะเอาตัวรอดได้คือความไม่เห็นแก่ตัว มันก็นอนหลับสนิท มันก็ไม่หวาดเสียว ไม่สะดุ้งกลัว แล้วมันก็ช่วยกันและกันเป็นเพื่อนเจ็บแก่เจ็บตายด้วยกันจริงๆ ไม่ได้พูดแต่ปาก เดี๋ยวนี้มันมักจะพูดกันแต่ปาก เรื่องเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายนั้นแหละสำคัญที่สุด ถ้ามองเห็นว่าสัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นจริงๆแล้ว มันก็นอนตาหลับกันไปหมด นอนไม่ต้องปิดประตูเรือนรถ สร้างบ้านสร้างเรือนไม่ต้องสร้างประตูก็ได้ เพราะมันไม่มีใครเป็นศัตรูทำร้ายเบียดเบียนอะไร เป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันไปเสียหมด บทสวดมนต์ก็มีอยู่ ก็สวดกันอยู่ทุกวันขอให้มันจริงอย่างนั้นเถิด พระพุทธเจ้าเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน

เราทั้งหลายเป็นสาวกของพระองค์ก็จงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน พระพุทธเจ้าเคารพอะไรเราก็จะเคารพอันนั้น พระพุทธเจ้าเคารพหน้าที่คือธรรมะ เราก็เคารพหน้าที่คือธรรมะ นั่นแหละเป็นหน้าที่ ทำให้ดีที่สุด หน้าที่ต่อตัวเองก็ทำดีที่สุด ต่อผู้อื่นก็ทำดีที่สุด หน้าที่ร่วมกันทั้งสองฝ่ายก็ทำดีที่สุด ตามหลักบาลีหน้าที่มีอยู่ 3 ชนิด หน้าที่เพื่อประโยชน์ตนเอง หน้าที่เพื่อประโยชน์ผู้อื่น หน้าที่เพื่อประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย รวมเป็น 3 ชนิด การทำหน้าที่อันนี้ให้ดีที่สุดก็คือหมดหน้าที่ จบกิจพรหมจรรย์เป็นพระอรหันต์ คือไม่มีความเห็นแก่ตัว และก็ไม่เกิดกิเลส เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน จนเห็นมันเช่นนั้นเอง พูดแล้วมันก็เหมือนพูดเล่น หากความรู้สูงสุดของพระพุทธศาสนาคือตถาตาแปลว่า เช่นนั้นเอง ผู้ใดถึงซึ่งตถาตาเห็นเช่นนั้นเอง ผู้นั้นเป็นตถาคต เป็นพระอรหันต์ ถึงซึ่งความรู้เห็นเช่นนั้นเอง ไม่ยินดีไม่ยินร้าย ไม่ยินดีให้เหนื่อยให้ยุ่ง ทำจิตสงบ ความทุกข์ความเสียหายความร้ายก็ไม่สนใจให้มันเหนื่อย สงบ จงฟังให้ดีว่า ใครดีใจก็ไม่ใช่ความสงบ ไม่เชื่อก็ลองไปคิดดู ดีใจจนกินข้าวไม่ลงนั่นไง เสียใจก็ไม่ใช่ความสงบ ความสงบอยู่ที่ไม่ดีใจไม่เสียใจ ไม่ทั้งสองอย่างนั่นล่ะคือความสงบ แล้วสบายที่สุด เวลาไหนไม่ต้องดีใจ ไม่ต้องเสียใจ มันสบายที่สุด มานั่งดีใจหัวเราะอยู่มันก็หอบ มันก็เหนื่อย เหนื่อยก็เพราะดีใจ มันตื่นเต้นทั้งเนื้อทั้งตัว คนที่มันดีใจมันก็ตื่นเต้นมาก

เขาว่ากิ้งก่าได้ทองมันก็ยักก็ผงกศีรษะ ถ้าคนได้ทองมันยักทั้งเนื้อทั้งตัว มันก็เหนื่อยมากกว่ากิ้งก่าได้ทอง คราวนี้ลองคิดดูให้ดีว่าอย่าให้มันวุ่น ถูกกระตุ้นไปเสียหมด เดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวร้องไห้ ได้มาก็ดีใจ เสียไปก็ร้องไห้ เดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวร้องไห้ไม่ใช่ความสงบ ต้องไม่ดีใจต้องไม่เสียใจทั้งสองอย่างจึงจะเป็นความสงบ ละเป็นได้ทั้งบุญและบาป ทั้งดีและชั่ว ทั้งสุขและทุกข์ ไม่มีเรื่องได้ไม่มีเรื่องเสียอยู่ในใจ ข้างนอกมันจะได้จะเสียช่างหัวมัน ใจสงบอยู่เรื่อยไป แม้แต่จะเจ็บจะไข้ก็เช่นนั้นเอง ให้ร่างกายเจ็บไปไม่มีตัวกูที่จะเจ็บ เบญจขันธ์จะเจ็บก็ให้มันเจ็บ ไม่มีตัวกูที่จะเจ็บ มันจะตายก็ช่างหัวมัน ไม่มีตัวกูที่จะตาย มันเป็นเรื่องของเบญจขันธ์ที่จะดับ อย่างนี้แหละที่จะสงบที่สุด สูงสุดชนิดที่เรียกว่า ไม่สุขไม่ทุกข์ พูดแล้วความสุขเมื่อดีใจมันก็ลบล้างในจิตใจ ความทุกข์มันก็ลบล้างในจิตใจ ไม่สุขไม่ทุกข์ดีกว่า ไม่สุขไม่ทุกข์นั่นน่ะคือสุขที่แท้จริง แต่ว่าท่าจะยาก ไม่ค่อยมีใครเข้าใจ แล้วมันก็ท่าจะยากตรงที่มันไม่ใช่ความสุข มันไม่สุขไม่ทุกข์นั่นน่ะจะเป็นความสุขที่แท้จริง

เหมือนที่พระอรหันต์ท่านเป็น หนังสือโบราณเขาเขียนไว้ว่าทั้งชั่วทั้งดีล้วนแต่อัปรีย์ ไม่รู้เขาเขียนกันมาครั้งไหน อ่านพบในสมุดข่อย ทั้งชั่วทั้งดีล้วนแต่อัปรีย์นี่แสดงว่าคนนั้นรู้มากทีเดียว อัปรีย์แปลว่าไม่น่ารัก ถ้าไปรักเดี๋ยวมันกัดเอา ความดีไปหลงน่ะ มันกัดเอา บ้าดีหลงดีอวดดี บ้าดีหมดดีน่ะมันก็กัดเอา ความชั่วน่ะไม่ต้องสงสัยมันก็กัดเอา ทั้งชั่วทั้งดีน่ะไม่น่ารัก ไปหลงเข้ามันก็กัดเอา เห็นได้กับคนที่บ้าดีอวดดีเมาดีจนหมดเนื้อหมดตัว แต่เราก็ยังสอนคนให้ทำดี อยู่นั้นแหละ แต่ต้องเป็นดีชนิดที่ไม่บ้า ไม่เมา ไม่หลง อย่าบ้าดี เมาดี หลงดี อย่าบ้าสุข หลงสุข เมาสุข อย่าบ้าบุญ เมาบุญ หลงบุญ ระวังให้ดี ให้มันถูกต้อง ถ้าไม่ถูกต้องมันก็มืดมัว ไม่ใช่ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ผู้ที่รู้ที่ตื่นที่เบิกบานไม่บ้าบุญไม่เมาบุญไม่หลงบุญ ไม่บ้าดีไม่เมาดีไม่หลงดี อย่างนี้เป็นต้น งั้นจึงรู้ให้ถูกต้องตามที่เป็นจริงว่าธรรมะคืออะไร ไม่เพียงแต่เชื่อๆๆว่าธรรมะนั้นเป็นของดี แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร ต้องรู้จริงว่ามันคืออะไร จะรู้จริงต้องศึกษาและปฏิบัติดู เพียงแต่ศึกษาและรู้ซึ้ง พอปฏิบัติแล้วจะรู้หมดเลย จะรู้อะไรจริงต้องปฏิบัติสิ่งเหล่านั้น จึงขอท่านทั้งหลายไม่เพียงแต่รู้ธรรมะ ต้องปฏิบัติธรรมะ เพื่อให้มีธรรมะ ถ้ามีธรรมะแล้วจะได้รับผลของการมีธรรมะ ใช้ธรรมะให้เป็นประโยชน์ เรียนเฉยๆไม่สำเร็จประโยชน์ รู้เฉยๆไม่สำเร็จประโยชน์ ต้องปฏิบัติให้มีธรรมะ แล้วธรรมะนั่นแหละจะเป็นประโยชน์

2679


ขอให้ขึ้นมาถึงขั้นนี้เถิด อย่าเป็นคนปัญญาอ่อนหมกจมอยู่เพียงแค่ประเพณีรีตองเป็นไสยศาสตร์ไปเสียหมด ไหว้พระพุทธเจ้าสักทีก็ขออย่าให้เป็นไสยศาสตร์เหมือนกับไหว้ผีสางเทวดาให้ช่วยคุ้มครองป้องกันอะไร จะไหว้พระพุทธเจ้าก็เพื่อขอบคุณพระพุทธเจ้าที่ทรงตรัสรู้สิ่งที่ดีที่สุด สูงสุด ดับทุกข์ได้ถึงที่สุด ได้เผยแผ่ให้แก่เรา เราเป็นหนี้บุญคุณของท่าน ขอบพระคุณของท่าน สัญญาว่าจะปฏิบัติตามแล้วจึงไหว้พระพุทธเจ้า ไหว้พระพุทธรูป ถ้าอย่างนี้แล้วเป็นพุทธศาสตร์ ถ้าไหว้คุ้มครองอย่างสิ่งศักดิ์สิทธิ์มันเป็นไสยศาสตร์ ไหว้คนปัญญาอ่อน ใครอยากมีปัญญาอ่อนก็เอาไป ใครอยากมีปัญญาสูงก็เลื่อนชั้นขึ้นมา ไหว้พระพุทธเจ้าในฐานะเป็นผู้ตรัสรู้ในโลกุตตรธรรม สอนสัตว์ให้รู้ตามได้ด้วย ขอบพระคุณท่าน นึกถึงท่านเป็นพุทธานุสติ เลิกแสดงอาการกราบไหว้เคารพนบนอบด้วยการปฏิบัติตามนั่นแหละคือการเคารพบูชาที่แท้จริง คือปฏิบัติตามธรรมะให้ดีที่สุดเท่าที่จะปฏิบัติได้ และก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการทำหน้าที่อย่างที่ว่ามาแล้ว นั่นแหละคือการปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าที่แท้จริง บูชาพระพุทธเจ้าที่แท้จริง ยิ่งกว่าบูชาด้วยดอกไม้ของหอมธูปเทียนอะไร ในวันที่ปรินิพพานนั้นน่ะ

ในพระคัมภีร์กล่าวไว้เป็นข้อความว่า “เทวดาโปรยดอกไม้มาจากสวรรค์เต็มไปหมดในที่ปรินิพพาน ข้าพเจ้าบอกว่าไม่ต้องการ บูชาอย่างนี้ไม่ต้องการ ต้องการให้พุทธบุตรปฏิบัติบูชา คือปฏิบัติตามและให้ถูกต้องตามที่ได้สั่งสอนไว้อย่างไร นั้นแหละจึงจะเป็นการบูชา” นี่คิดดูเถอะว่าดอกไม้ทิพย์ตกลงมาจากสวรรค์เต็มไปหมดก็ยังไม่เทียบกับบูชา แต่ว่าการปฏิบัติตามที่สอนไว้อย่างไรจึงจะเรียกว่าบูชา พระพุทธเจ้าท่านชอบอย่างนี้ ท่านตรัสว่าปฏิบัติบูชาเป็นบูชาอันแท้จริง สำเร็จประโยชน์ดับทุกข์ได้ เราทั้งหลายจงตั้งอกตั้งใจศึกษาธรรมะ ปฏิบัติธรรมะให้ตรงตามพุทธประสงค์ จะเป็นการทำความรอดให้ตัวเองด้วย จะเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าอย่างยิ่ง อย่างสูงสุดด้วย เป็นการสนองพระคุณพระมหากรุณาธิคุณอย่างที่สุดด้วย มันก็จะได้เป็นพุทธบริษัททั้งเนื้อทั้งตัว เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานโดยแท้จริง ขอให้ท่านทั้งหลายทำให้ใจถึงพระพุทธเจ้าอย่างนี้ เดี๋ยวนี้มานึกถึงว่านั่งกลางดิน เพื่อว่าจะได้ระลึกนึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประสูติกลางดิน ตรัสรู้กลางดิน สอนกลางดิน อยู่กลางดิน นิพพานกลางดิน จะเป็นเรื่องง่ายที่จะเข้าถึงพระพุทธเจ้า ทำสัญญากันกลางดินว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเป็นการ บูชาพระองค์ด้วยการปฏิบัติตามสิ่งที่พระองค์ทรงเคารพ

เราปฏิบัติสิ่งที่พระพุทธเจ้าเคารพนั้นจะเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า ขออย่าได้บกพร่องในหน้าที่ของตนทุกหน้าที่ แม้แต่จะกินข้าว อาบน้ำ จะถ่ายอุจจาระปัสสาระ ล้างถ้วยล้างจาน กวาดบ้านถูเรือนก็ทำด้วยสติสัมปชัญญะ เป็นธรรมะอันสูงสุดคือถูกต้องและพอใจ นั่นแหละคือการปฏิบัติธรรมอยู่ ทั้งล้างถ้วยล้างจานกวาดบ้านถูเรือน ใช้บูชาพระพุทธเจ้าได้จริงถึงที่สุด คนนั้นก็จะอิ่มอกอิ่มใจตลอดเวลาที่ล้างถ้วยล้างจานกวาดบ้านถูเรือน ไม่กระฟัดกระเฟียดเกียจคร้านการงานทำเหมือนตกนรกทั้งเป็น ถ้าไม่ทำอย่างนั้นมันจะเหมือนตกนรกทั้งเป็นคือทำสิ่งที่ไม่อยากทำ แต่ถ้าใจอย่างนี้แล้วมันจะพอใจถูกต้อง ทำแล้วสนุกสนานไปหมด ที่ยากกว่านั้นก็จะทำได้ดี เป็นสุขสนุกสนานพอใจไปหมด เรียกว่าเป็นผู้เบิกบาน ทุกเวลา ทุกสถานที่ ทุกกระเบียดนิ้ว ทุกวินาที นี่คือ ความประสงค์มุ่งหมายของการมีธรรมะ เพื่อช่วยให้รอดชีวิตแล้วก็รอดจากกิเลส รอดจากความทุกข์ ไม่มีอะไรมาเบียดเบียน สมกับที่เป็นพุทธบริษัทโดยแท้จริง อาตมาขอกล่าวคำอนุโมทนาพอใจในการกระทำของท่านทั้งหลาย ในการมาที่นี่ครั้งหนึ่งว่าท่านได้ทำถูกต้องแล้ว ขอให้กระทำต่อไป ยิ่งๆขึ้นไป จนกว่าจะถึงที่สุด คือการพยายามให้มีธรรมะ ไม่เพียงแต่รู้เฉยๆ แล้วธรรมะก็จะคุ้มครองและจะช่วยให้รอดทุกอย่าง จะมีกี่รอดก็จะช่วยรอดทุกอย่าง จะมีความสุขสวัสดีตามครรลองแห่งพระศาสนาของสมเด็จพระบรมศาสดาอันเป็นที่พึ่งของเราทั้งหลายอยู่เป็นสุขทุกทิพาราตรีกันเทอญ


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 2) หน้าถัดไป (หน้า 4) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 12 ก.พ. 2550 (07:19)
ขอแสดงความยินดีผู้ที่ทำหัวข้อนี้ขึ้นมา เพื่อให้บุคคลทั้งหลายได้อ่าน เพื่อว่าจะได้เป็นวิทยาทานต่อไปครับ..ง
ทุ่งรวงทอง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 140 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 24 ก.พ. 2550 (22:29)
ขอบคุณผู้ที่นำบดความนี้มาเผยแพร่ ให้ทุกท่านได้ทำหน้าที่ ของพุทธบริษัทที่ถูกต้องด้วยเทอญ
สาธุ
Phat-offside เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,221 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

การเป็นพุทธบริษัทที่ถูกต้อง [20,190]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,173]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [397,987]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [414,310]
Global Warming { English } [158,417]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.