คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/178" type="text/javascript"></script>
ธรรมะ
คนไทยที่เรียกตนเองว่าเป็นชาวพุทธในปัจจุบันมีจำนวนมากมายเหลือเกิน ที่ยังไม่รู้ว่าแก่นแท้ของความเป็นพุทธศาสนิกชนคืออะไร...
ผู้เขียน: เทาชมพู ชมแล้ว: 6,818 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 27 July 2004, 11:19 am ปรับปรุงล่าสุด: Tue 27 July 2004, 11:19 am
อยู่ในส่วน: ศิลปะวัฒนธรรม

หน้าที่ 1 - ธรรมะ
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่


คนไทยที่เรียกตนเองว่าเป็นชาวพุทธในปัจจุบันมีจำนวนมากมายเหลือเกิน ที่ยังไม่รู้ว่าแก่นแท้ของความเป็นพุทธศาสนิกชนคืออะไร เนื้อความสั้นๆต่อไปนี้เป็น ธรรมะที่ผมเชื่อว่าเป็นสุดยอดแก่นแท้ของคำสอนแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านตามกำลังบุญวาสนา



พระพุทธองค์สอนให้เราปลดเปลื้องจากกิเลสตัณหาทั้งปวง ซึ่งเราเคยชินที่จะถูกกระตุ้นโดยง่าย จากสัมผัสที่เข้ากระทบ การที่จะฝึกสติให้สามารถใช้ปัญญา แยกจิตของเราออกจากอิทธิพลของสิ่งกระทบนั้น ต้องผ่านการอบรมตนมาพอสมควร เพราะด้วยความเคยชินเป็นอนันตชาติ มักจะฉุดรั้งให้เราโลดแล่นไปกับอารมณ์อย่างเคย



ดวงจิตของเรานั้นเสพอารมณ์มาโดยตลอด จึงไขว่ขว้าหาอารมณ์ต่างๆมาเสพด้วยเข้าใจว่าเป็นความปกติ ความสุขที่เกิด ก็มาจากความเข้าใจผิดนี้ จึงไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง เมื่อใดที่เรามีปัญญามองเห็นการทำร้ายตัวเองที่กระทำมาเป็นอนันตชาติ เราจึงเริ่มที่จะพบความเป็น ปรมํ สุขํ อย่างแท้จริง



จึงเห็นได้ว่าตนนั้นเป็นที่พึ่งแห่งตนได้เท่านั้น การคิดหวังพึ่งผู้อื่น ยึดถือผู้นั้นผู้นี้ว่าเป็นต้นเหตุแห่งสุขหรือทุกข์ของตน ก็ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำร้ายตนเองทั้งสิ้น พระพุทธองค์จึงสอนให้ผู้ที่มีความมุ่งมั่นจะพ้นทุกข์จัดให้ตนเอง มีกายวิเวก เพื่อส่งผลให้จิตวิเวก อันเป็นปัจจัยแห่งสติ และปัญญา



กายวิเวก คือการเปิดตนเองให้สัมผัสกับ สิ่งกระตุ้นจากสภาพแวดล้อมให้น้อยที่สุด เช่น การพูดคุย อาหาร เรื่องนุ่งห่ม หรือ ที่พักอาศัยก็ให้ลดลงเหลือเฉพาะเท่าที่จำเป็นจริงๆ



จิตวิเวก คือ อารมณ์ลดน้อยลง ส่วนหนึ่งจากการลดสิ่งเร้า เพราะกายวิเวก ก็จะเป็นผลให้ ฝึกฝน สมาธิ และสติ ได้เป็นผลมากขึ้น สตินี่เองก็จะช่วยกล่อมเกลาปัญญาให้ เห็น เข้าใจ ความเป็นจริงต่างๆได้ชัดเจน และในที่สุดก็จะสามารถเท่าทัน อารมณ์และสิ่งเร้าต่างๆ จนไม่มีอิทธิพลให้เกิดความทุกข์ได้อีกต่อไป ซึ่งก็คือการดับสิ้นอย่างไม่มีเชื้อ หรือพระนิพพานนั้นเอง


หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


เทาชมพู
(เทาชมพู)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 12,268 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 5,218 ครั้ง
ได้รับดาว 177 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ธรรมะ [6,819]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [533,940]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [392,048]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [377,398]
Global Warming { English } [142,221]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.