 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/17846" type="text/javascript"></script> |
|
สนทนาเรื่องธรรมคำเดียว
ธรรมะของวิทยาศาสตร์ จากธรรมชาติ สัจธรรมของธรรมชาติ ธรรมะ แค่พยางค์เดียว แก้ปัญหาหมดทุกปัญหาในสากลจักรวาล
post ครั้งแรก: Thu 22 February 2007, 4:23 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 5 March 2007, 6:21 pm
|
หน้าที่ 2 - ธรรมะดำ ธรรมะขาว
ในธรรมชาติทั้งหลายมันมีกฎ มันจึงเป็นไปตามกฎ แม้แต่ก้อนหิน มันก็มีกฎของมัน พอเวลาผ่านไป ก้อนหินนั้นก็เปลี่ยนแปลงไป จนสักวันหนึ่งจะไม่เป็นก้อนหิน จะเหลือแต่สสารพลังงาน ไม่ยกเว้นอะไร เพราะทุกสิ่งเป็นธรรมชาติมันก็อยู่ใต้กฎ เป็นสิ่งสูงสุด บางคนว่า พระเจ้าสร้างกฎ ระวังให้ดี ความคิดเรื่องพระเจ้านี่ คิดเมื่อมีมนุษย์แล้ว คนว่าความคิดนี้ขึ้นมาเป็นพระเจ้า คำว่าธรรมถ้าไม่เอาความหมายทางวิทยาศาสตร์อย่างนี้ ให้เป็นในแง่ของศีลธรรม ก็มีคนพูดไว้ดี คือ ระบบการปฏิบัติที่ถูกต้องสำหรับมนุษย์ เป็นผาสุกทุกขั้นตอนแห่งชีวิต บอกชาวต่างประเทศว่าเรามีความหมายของคำว่าธรรมอย่างนี้ คุณแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ไหม สั่นหัวทั้งนั้น จะแปลเป็น
Technical term ก็ไม่ได้ ต้องแปลเป็นบทบัญญัติ หรือ
definition เป็น
Code of conduct ว่า
Right is to the man at every stages of his evolution. คือว่าถูกต้องแก่ความเป็นมนุษย์ทุกขั้นตอนแห่งวิวัฒนาการของเขา มันเป็นคำสั้นๆไม่ได้ มันต้องเป็นประโยคยาวอย่างนี้
นี่คือสิ่งที่เรียกว่าธรรม หน้าที่ของสิ่งมีชีวิต เพื่อความมีชีวิต ที่เป็นไปอย่างถูกต้อง จึงจะรอดอยู่ได้ ถ้าไม่ถูกต้องก็เป็นธรรมะผิด
ธรรมะดำ จะทำอันตราย ชาวบ้านเรียกว่าอธรรมแต่จริงแล้วมันเรียกไม่ได้ เพราะมีธรรมอย่างเดียว ถ้าผลดี เรียกว่า
ธรรมะขาว ไม่ได้ผลดีเรียกว่า ธรรมดำ ท่านพระพุทธเจ้า ท่านตรัสทั้งภาษาคน คือ มีถูก มีผิด มีแพ้ มีชนะ และทางภาษาธรรม จะเป็นธรรมชาติล้วนๆ ดังนั้นขอให้เราทำหน้าที่เพราะเป็นสิ่งสูงสุด เป็นธรรม เรารักพระธรรม พอใจพระธรรม เราก็ทำหน้าที่สนุก เพราะพอใจ จึงทำได้มาก อาตมาเขียนหนังสือได้ ก็เพราะพอใจในหน้าที่นี้ มันทำงานได้ เมื่ออยู่สวนโมกข์เก่า ทำงานวันละสิบแปดชั่วโมง เห็นว่างานนั่นคือพระธรรม มันก็สนุกในหน้าที่ ถ้าไม่มีอะไรจำเป็นก็ไม่เว้น ถ้าง่วงก็ต้องนอนบ้าง ต้องฉันอาหารบ้าง ที่เหลือทำหน้าที่หมด เขียนไปบ้าง อ่านไปบ้าง ท่องจำไปบ้าง มันก็ทำงานได้มากกว่าธรรมดา แต่ก็ไม่เกินธรรมชาติ ดังนั้นขอให้ทุกคนพอใจในหน้าที่ ชื่นอกชื่นใจเมื่อได้ทำหน้าที่ แล้วจะทำให้ลืมสึก อาตมาลืมสึกได้เพราะเหตุนี้ เห็นธรรมะเป็นของสนุก จึงอยู่ได้ ทำโดยไม่มีอะไรบังคับ เพราะมันสนุก ไม่เหน็ดเหนื่อย เป็นหน้าที่ที่ต้องทำ ถ้าสั้นๆเหมือนคำว่า กรณี แปลว่า ต้องทำ ต้องทำก็คือหน้าที่ จนเป็นพระอรหันต์ก็กรณียัง หมายถึงทำหน้าที่จนเสร็จแล้ว ถึงแล้วซึ่งสิ่งสูงสุด แล้วก็ยังมีคำที่เราเข้าใจไม่ค่อยจะถูก คือ ตถาคต ตถา แปลว่า สัจจะหรือกฎ ที่พูดไปแล้ว ตถาคต จึงแปลว่า การถึงแล้วซี่งตถา ถึงแล้วซึ่งความคงที่ ซึ่งความไม่เปลี่ยนแปลง ก็คือพระอรหันต์
พระอรหันต์ทุกองค์เป็นตถาคต
นี่มีหลักทางบาลีและทางธรรมะ แต่เราไม่สนใจกัน ค้นดูเองเถิด มันมีเหตุผล ความหมายมากมายอยู่ในบาลีนั้น ฉะนั้นเราจะยังมีหน้าที่อยู่จนถึงตถาคต ธรรมะเป็นไปเพื่อจุดนั้น คือหน้าที่ ในเมืองไทย ธรรมะไม่ได้แปลว่าหน้าที่ แต่เขาแปลกันว่าเป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า นี่ขอให้เปลี่ยนใหม่ ให้ธรรมะแปลว่าหน้าที่ แล้วประชาชนจะปฏิบัติธรรมะ และทำหน้าที่สนุก แล้วประชาชนก็จะไม่ยากจน ไม่มีปัญหาของประเทศชาติ เพราะเขาบูชาหน้าที่ ทำหน้าที่สนุก ทำงานวันละสิบแปดชั่วโมง เดี๋ยวนี้มันทำงานวันละแปดชั่วโมง ยังเรียกร้องขึ้นค่าแรง อย่างนี้มันไม่รู้จักหน้าที่ และพูดถึงความหมายสุดท้ายคือ ผลของหน้าที่ เมื่อทำหน้าที่แล้ว มันต้องมีผล เราก็ได้ผล อยู่ในโลกนี้สบาย แล้วก็เลื่อนขึ้นไปเหนือโลก คือ บรรลุมรรคผลนิพพาน การทำหน้าที่จะให้ผลทั่งทางโลกียะ และทางโลกุตร ซึ่งเราอยู่รอดได้ เพราะผลทางโลกียะ และเราจะถึงที่สุด เป็นฝ่ายโลกุตร ธรรมมีสี่ความหมายอย่างนี้ แล้วก็หมด จะเรียกสั้นๆว่า ธรรมชาติ กฎ หน้าที่ แล้วก็ผล ทีนี้คำถามที่คุณจะถาม
จะกี่ล้านคำถาม คำตอบก็มีธรรมะคำเดียว ทำไมจึงเป็นสุข ทำไมจึงเป็นทุกข์ ทำไมจึงเกิดอีก มีคำตอบธรรมะคำเดียว แล้วมันเป็นวิทยาศาสตร์ด้วย ไม่ใช่เรื่องเหลวไหลอะไร
นี่คือธรรม ที่อาตมานำมาพู ด เพื่อถวายความคิด ความเห็นอะไร แล้วแต่เรียก ขอให้เอาไปใคร่ครวญ พิจารณาศึกษา แล้วใช้ให้เป็นประโยชน์ ถ้าแสดงธรรม เราก็บอกเขาในหน้าที่ที่เขาจะต้องทำ ไม่อย่างนั้นไม่ใช่แสดงธรรม เวลานี้เป็นเวลาธรรม เพื่อแสดงธรรม เรื่องธรรม ก็หมดแล้วสำหรับการพูดนี้
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 9 ส.ค. 2550 (13:42) เราชอบมากเลยทำให้เข้าใจชีวิตมากขึ้น