 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/17893" type="text/javascript"></script> |
|
การทำงาน คือการปฏิบัติธรรม
ท่านส่วนมากยังไม่เข้าใจและเข้าใจผิดอยู่ คือไม่เห็นด้วยว่า การทำงานเป็นการปฏิบัติธรรมได้อย่างไร ถ้าว่าทำงานเป็นการปฏิบัติธรรม คือ ทำงานเพื่อความเป็นมนุษย์ของตน
post ครั้งแรก: Thu 1 March 2007, 12:31 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 2 March 2007, 10:58 am
|
หน้าที่ 1 - การรอดในโลกนี้มีอย่างไรบ้าง
ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรมทั้งหลาย อาตมาจะได้กล่าวเรื่องโดยหัวข้อว่าการทำงาน คือการปฏิบัติธรรม ทำไมต้องพูดเรื่องนี้ ก็
เพราะว่าเป็นเรื่องที่ท่านทั้งหลายส่วนมากยังไม่เข้าใจ อย่าหาว่าเป็นการดูหมิ่นดูถูกอะไร หรือว่าท่านส่วนมากยังไม่เข้าใจและเข้าใจผิดอยู่ คือไม่เห็นด้วยว่า การทำงานเป็นการปฏิบัติธรรมได้อย่างไร ด้วยเคยได้ยินเขาพูดกันแต่ว่า ปฏิบัติธรรม ต้องไปอยู่วัด ต้องเก็บตัว ต้องทำตามแบบฉบับที่เขาวางไว้ บัดนี้มาพูดว่าการทำงาน คือการปฏิบัติธรรม มันขัดกันก็เลยไม่เชื่อ นี่แหละถึงต้องพูดเรื่องนี้ สิ่งที่เรียกว่า ธรรม มันก็ยังเป็นสิ่งที่เราไม่รู้จัก ไม่รู้จักว่าธรรมคืออะไร เราก็เลยไม่รู้ว่าการปฏิบัติธรรมคืออะไร และการทำงาน คือการปฏิบัติธรรมอย่างไร เราไม่รู้ว่าธรรมคืออะไร เราก็เลยไม่รู้ว่าทำอย่างไรจึงจะมีธรรม ดังนั้นเราจึงไม่มีธรรม ก็อยู่กันอย่างไม่มีธรรม ไม่มีธรรมะ ก็ต้องมีแต่ความยุ่งยาก ลำบาก ทุกข์ทรมาน ทั้งโดยส่วนตัวและโดยสังคม
ในชั้นแรกนี้ ก็อยากจะพูดถึงคำว่าธรรม ธรรม คือ สิ่งที่มีอยู่โดยธรรมชาติ ดังนั้นในภาษาบาลี คำว่า ธรรม กับ คำว่า ธรรมชาติ จึงเป็นคำเดียวกัน เมื่อถามว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร ก็ตอบว่าตรัสรู้ธรรม ท่านสอนอะไร ท่านสอนธรรม สอนธรรมะ ก็ควรจะรู้ต่อไปว่าท่านสอนอะไร จึงจะรู้ว่าท่านตรัสรู้ธรรม ท่านสอนธรรม ก็เหมือนว่ายังไม่ได้พูดว่าอะไร และยังไม่มีประโยชน์อะไร ท่านตรัสรู้ธรรม และสอนธรรม ก็คือสอนเรื่องธรรมชาติ เกี่ยวกับธรรมชาติ โดยสี่ความหมาย โดย 4 หัวข้อ ก็ได้ ท่านสอนว่าตัวธรรมชาติว่าเป็นอย่างไร ท่านสอนว่ากฎของธรรมชาตินั้นเป็นอย่างไร ท่านสอนเรื่องหน้าที่ของมนุษย์ที่จะต้องปฏิบัติตามกฎของธรรมชาติว่าเป็นอย่างไร ท่านสอนเรื่องผลที่จะได้รับจากการปฏิบัตินั้นว่าเป็นอย่างไร มันมีอยู่ 4 อย่างอย่างนี้ ท่านทั้งหลายก็พอจะเข้าใจได้เองว่า ความหมายที่สามว่าหน้าที่ของมนุษย์ที่จะต้องปฏิบัติตามกฎของธรรมชาติ นั่นแหละเป็นหัวข้อที่สำคัญที่สุด ที่เราต้องรู้ ต้องเข้าใจและต้องปฏิบัติด้วย ไม่ใช่รู้เฉยๆ ปฏิบัติเฉยๆ
ธรรม คือ หน้าที่ที่มนุษย์จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติ ถูกต้องทุกขั้นทุกตอนแห่งวิวัฒนาการของตน ทั้งเพื่อประโยชน์แก่ตนเอง และเพื่อประโยชน์แห่งสังคม นี่เรียกว่าธรรม เราจะปฏิบัติธรรมให้ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติ นี่เพียงรู้ว่ากฎของธรรมชาติมีอยู่อย่างไร กฎของธรรมชาติมีอยู่มากมาย แต่เท่าที่จำเป็นที่ต้องรู้ คือรู้ว่าทำอย่างไรตามกฎของธรรมชาติแล้วเราจะมีชีวิตรอดอยู่ได้เป็นปกตินี้อย่างหนึ่ง และทำอย่างไรชีวิตที่รอดอยู่อย่างปกติ จึงจะวิวัฒนาการรอดอยู่ต่อไป กว่าจะถึงจุดสูงสุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ เรียกสั้นๆว่า อยู่รอด รอดอยู่เพื่อถึงที่สุดแห่งความดี ความประเสริฐที่มนุษย์ควรจะได้รับ นี้ธรรมชาติต้องการอย่างนี้
ทีนี้ก็มาถึงคำว่า
หน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ เราจะต้องเป็นอยู่ให้ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติจนได้รับผลอันนี้ ทีนี้การทำงาน คือ อะไร การทำงาน ก็คือการทำหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ เพื่อรอดอยู่ได้ และเจริญยิ่งๆขึ้นไป ดังนั้น การทำงานจึงเป็นการปฏิบัติธรรม ปฏิบัติธรรมะอยู่ในตัว เพราะว่าหน้าที่ที่ต้องทำเพื่อความรอดนั้นเป็นธรรมะ เป็นหัวข้อธรรมะ เราทำงานเพื่อถูกต้องตามกฎของธรรมชาติ มีความถูกต้องตามกฎของธรรมชาติเกิดขึ้น เรียกว่า ธรรมะ รอดชีวิตอยู่ได้ และเจริญถึงที่สุด เดี๋ยวนี้เราทำงานเพื่ออะไรกัน ขอให้ลองคิดดู เราไม่ได้ทำงานเพื่อความถูกต้องของมนุษย์ ด้วยความรู้สึก ถ้าเราไม่รู้สึก เราก็ทำงานตามความต้องการของเรา พวกนี้ล้วนแต่เป็นกิเลสตัณหา เพราะทำไปด้วยอวิชชา ต้องทำงานเพื่อหน้าที่ของมนุษย์จึงจะเป็นธรรมะ ถ้าทำงานเพื่อเลี้ยงกิเลสก็ไม่ใช่ธรรมะ เราทำงานเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์จึงจะเป็นธรรมะ ถ้าทำงานเพื่อเลี้ยงกิเลส เพื่อเซ่นผีกิเลส นี้จะเป็นธรรมะได้อย่างไร คนหนึ่งทำงานเพื่อความเป็นมนุษย์ดีที่สุดของตน คนหนึ่งทำงานเพื่อเอาเงินมาซื้อเหล้ากิน เพื่อไปอาบอบนวด เป็นต้น นี่มันต่างกันอย่างไร ลองคิดดู คนหนึ่งทำงานเพื่อความเป็นมนุษย์อันถูกต้อง คนหนึ่งทำงานเพื่อเอาเงินมาซื้อเหล้ากิน เที่ยวอบายมุข มันไกลกันลิบ
ถ้าว่าทำงานเป็นการปฏิบัติธรรม คือ ทำงานเพื่อความเป็นมนุษย์ของตน
จึงขอสรุปผลเป็นสองอย่าง ว่าทำงานนั้นมีสองอย่าง ทำงานอย่างหนึ่งเพื่อทำความเป็นมนุษย์ให้เต็ม ทำงานอีกอย่างหนึ่งเพื่อทำความเป็นมนุษย์ให้แหว่ง ทำงานเหมือนกันคนในโลกนี้ ในบ้านนี้ ในเมืองนี้ หรือพวกผู้ฟังนี่แหละ บางคนเพื่อทำความเป็นมนุษย์ให้เต็ม บางคนทำงานเพื่อทำความเป็นมนุษย์ให้แหว่ง คือ ทำงานเพื่อเอาเงินไปเที่ยวอบายมุข ทำให้ความเป็นมนุษย์ให้แหว่งไปๆๆ จนไม่เหลือ จำไว้ก่อนเถอะว่า การทำงานมีอยู่สองอย่าง คือ ทำเพื่อให้มีความเต็มแห่งความเป็นมนุษย์ และทำเพื่อทำลายความเป็นมนุษย์ให้แหว่ง ให้ร่อยหลอไป ทำงานชนิดไหนเป็นการปฏิบัติธรรม เดี๋ยวนี้ก็คงจะตอบได้เองแล้วว่า ทำงานเพื่อรักษาเพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ของตนให้คงอยู่ และเจริญยิ่งๆขึ้นไป เมื่อรู้ว่าการทำงานคืออะไรโดยถูกต้องแล้ว ก็รู้ต่อไปอีกหน่อยว่า อะไรเป็นหน้าที่ของมนุษย์ เมื่อตะกี้นี้ก็กล่าวมาแล้วว่า เราทำหน้าที่เพื่อความอยู่รอด เมื่อรอดอยู่แล้วก็ทำให้ความเป็นมนุษย์พัฒนา เจริญอยู่สูงยิ่งๆขึ้นไป จนถึงที่สุด
ความรอดของมนุษย์ พอจะแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ รอดอยู่ในโลกนี้อย่างชาวโลก และรอดขึ้นไปเหนือโลก พ้นจากความทุกข์ทั้งปวงในโลก รอดอยู่ในโลกนี้ยังต้องเผชิญกับปัญหาบางอย่างในระดับสูง เช่นว่า มีเงิน มีอำนาจ มีวาสนา มีเพื่อน มีบริวารแล้ว จะยังมีปัญหาเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น ต้องมีจิตใจสูงกว่าสิ่งเหล่านั้นจึงจะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น หรือคนเหล่านั้น ทีนี้ก็จะดูว่า การรอดในโลกนี้มีอย่างไรบ้าง เราจะต้องมีความถูกต้องตามกฎของธรรมชาติอยู่ในการคิด การพูด การกระทำ ซึ่งจะแจกหัวข้อว่าเราจะต้องมีวัตถุแวดล้อม เช่น บ้านเรือน สิ่งของ ถูกต้องตามที่ควรจะมี แล้วเราก็มีร่างกายถูกต้องตามที่ควรจะมี แล้วเราก็จะมีจิตใจดี มีสมรรถภาพ ที่เป็นจิตปกติ ไม่ต้องเป็นโรคประสาท เป็นต้น แล้วเราก็จะมีความรู้หรือสติปัญญาดี จึงจะสามารถทำหน้าที่ได้ดี หรือมีความรอดอยู่ในโลกนี้ดี
เราจะต้องทำหน้าที่ทุกอย่างให้เรามีวัตถุแวดล้อมดี มีร่างกายดี มีจิตใจดี มีความรู้ สติปัญญาดี มีความสุขอยู่ทุกกระเบียดนิ้วในชีวิต และการงาน เมื่อเรารู้ว่าการทำงาน คือการทำให้เกิดความถูกต้อง เจริญงอกงาม ก้าวหน้าในทางธรรม เราก็พอใจที่จะทำ ก็เลยมีความสุขเมื่อทำ เมื่อทำอะไรเพื่อความถูกต้องที่จะมีวัตถุดี มีร่างกายดี มีจิตใจดี มีปัญญาดี แล้วเราก็พอใจไปหมด เป็นความสุขอยู่ทุกกระเบียดนิ้วที่ทำงาน หรือเรียกว่า ชีวิตก็ได้ มีชีวิตอยู่ทุกกระเบียดนิ้ว ทุกอิริยาบถ เป็นความสุข เป็นความพอใจ ทำไมจึงพอใจ ก็พูดกันแล้วว่า นี้เป็นการกระทำที่ถูกต้อง คือ เป็นการปฏิบัติธรรมะ เพื่อความเป็นมนุษย์อันสมบูรณ์ เราไม่ต้องเลือกอะไรเป็นอะไร เลือกแต่ว่าอะไรเป็นหน้าที่นี้ที่ควรกระทำ เช่น เราจะมีอาหารกิน เราก็ต้องหาอาหาร การหาอาหารเป็นการปฏิบัติธรรม หาให้ดี หาด้วยความรู้สึกว่าเป็นการปฏิบัติธรรม ชาวนาคนหนึ่ง เขาพูดว่า ทำนาเพื่อจะได้เอาข้าวไปบาตรกับฤดูหนึ่ง นี่ได้ยินมากับหู เคยพูดสนทนากับลุงคนนั้น แต่คนทั่วไปทำนาว่าขายข้าวได้เงินไปกินเหล้ากันให้สนุกเลย ชาวนาคนหนึ่งทำนาเพื่อจะมีข้าวใส่บาตร ชาวนาคนหนึ่งทำนาจะได้เงินค่าข้าวแล้วไปกินเหล้ากันให้สนุกเลย นี่คิดดูว่าใครจะมีความสุข
ในการหาอาหารที่ทำนา เพื่อกินอาหาร ก็ต้องกินด้วยจิตใจที่ว่า กินอาหารนี้เพื่อมีชีวิตอยู่ได้เพื่อทำหน้าที่ของมนุษย์ คนนี้ก็กินอาหารดี เหมือนพระฉัน ฉันอาหารด้วยสติสัมปชัญญะ ส่วนคนที่ไม่ได้คิดอย่างนี้ มันถือเอาเวลาที่กินอาหารเป็นเวลาที่เอร็ดอร่อยที่สุด หามาให้แปลก ให้ประหลาด เอาเหล้าเอาสิ่งมัวเมามาประกอบให้กินอาหารให้อร่อยที่สุด อย่างนี้เรียกว่า กินเหมือนผี คนหนึ่งกินอาหารอย่างพระ คนหนึ่งกินอาหารอย่างผี คนไหนเล่าจะได้รับความสุข หรือมีธรรมะอยู่ในการกินอาหาร นี่ว่าแม้แต่การหาอาหาร การกินอาหาร ก็ต้องให้เป็นการทำหน้าที่ของมนุษย์ เรียกว่าปฏิบัติธรรม และก็พอใจเป็นสุข แม้แต้จะถ่ายอุจจาระ ก็ต้องรู้ว่าเป็นหน้าที่ที่มนุษย์จะต้องทำให้ถูกต้องเพื่อความรอดแห่งชีวิต แม้แต่ถ่ายอุจจาระก็ยินดีที่จะทำให้ดีที่สุด ก็เป็นการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่งด้วยเหมือนกัน คนบางคนทำอย่างเลวที่สุดจนเป็นโรคริดสีดวง แต่ถ้าเป็นผู้ปฏิบัติธรรมะจะทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะเขารู้ว่ามันเป็นหน้าที่ที่มนุษย์ต้องทำให้ดีที่สุด ให้ถูกต้องที่สุด แม้แต่การถ่ายอุจจาระ
พระพุทธเจ้าท่านทรงบัญญัติไว้ว่า ถ่ายอุจจาระห้ามเบ่งแรง ภิกษุถ่ายอุจจาระเบ่งแรงเป็นอาบัติทุกคน แม้แต่ถ่ายอุจจาระก็ยังมีธรรมะที่จะต้องประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องที่ถูกต้องที่สุดตามหน้าที่ของมนุษย์
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 3 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 2 มี.ค. 2550 (13:07) ขอบพระคุณผู้เขียนและผู้นำมาเผยแพร่ ที่ทำให้ผมได้รับรสแห่งธรรมะนี้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 3 มี.ค. 2550 (15:47) นโยบายปฏิรูปการศึกษาในปัจจุบันก็ใช้คุณธรรมนำความรู้ครับ การศึกษาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนให้สูงขึ้น การทำงานก็เช่นกันก็ต้องเก่งเข้าใจในงาน องค์ประกอบโครงของงาน เพื่อการปฏิบัติ อย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด บรรลุเป้าหมายแห่งงาน อย่างมีประสิทธิพล มีผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ เมื่อการทำงานเป็นธรรมก็คือธรรมชาติ งานก็เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง ดังนั้น งานก็เป็นการปฏิบัติธรรมครับ สาธุ