 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/18003" type="text/javascript"></script> |
|
|
มหาวิทยาลัยตลาดวิชา-มหาวิทยาลัยเปิด
ความแตกต่างระหว่างมหาวิทยาลัยตลาดวิชากับมหาวิทยาลัยเปิด
post ครั้งแรก: Mon 19 March 2007, 5:49 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 19 March 2007, 11:41 pm
|
หน้าที่ 1 - มหาวิทยาลัยตลาดวิชา-มหาวิทยาลัยเปิด
ในประเทศไทยของเรา มีมหาวิทยาลัยอยู่ 2 แบบ คือ มหาวิทยาลัยเปิด กับมหาวิทยาลัยปิด ตัวอย่างของมหาวิทยาลัยปิด เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น มหาวิทยาลัยปิดนั้นผู้ประสงค์จะเข้าศึกษาจะต้องผ่านการสอบคัดเลือกเสียก่อน จึงจะมีสิทธิเข้าไปศึกษาได้
สำหรับมหาวิทยาลัยเปิดนั้น ในประเทศไทยมีเพียงแห่งเดียวเท่านั้นคือ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พอผมกล่าวเช่นนี้แล้วหลายๆ คนก็อาจจะสงสัยว่า... แล้วมหาวิทยาลัยรามคำแหงล่ะ?
ข้อสงสัยอันนี้แหละครับที่ผมจะนำเสนอในบทความนี้ว่า มหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้นจัดเป็นมหาวิทยาลัยในรูปแบบใด
ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ.2541 ในมาตรา 7 นั้นระบุว่า "ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาและวิจัยแบบตลาดวิชา ที่ผู้ศึกษาสามารถศึกษาได้ด้วยตนเองโดยไม่จำเป็นต้องมาเข้าชั้นเรียนที่มหาวิทยาลัยจัดให้ ทั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการสอน ทำการวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม"
จะเห็นได้ชัดว่า มหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้นเป็นมหาวิทยาลัยตลาดวิชานั่นเองนะครับ ซึ่งการเป็นมหาวิทยาลัยตลาดวิชานี้เองที่ทำให้หลายๆ คนเข้าใจผิด โดยเฉพาะความเข้าใจว่ามหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้นมีรูปแบบเหมือนกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเปิด
ผมเคยอ่านในหนังสือพิมพ์ "ข่าวรามคำแหง" แล้วไปพบบทความที่ ศ.รังสรรค์ แสงสุข อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เขียนไว้ โดยได้อธิบายความแตกต่างระหว่างมหาวิทยาลัยตลาดวิชา และมหาวิทยาลัยเปิดไว้อย่างชัดเจนสรุปได้ว่า
นักศึกษาที่ต้องการมาเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้น ทางมหาวิทยาลัยก็จะจัดชั้นเรียนเอาไว้ให้ แต่สำหรับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชนั้นเป็นการเรียนในระบบทางไกล ที่ผู้เรียนไม่ต้องมาเข้าชั้นเรียน เพราะมหาวิทยาลัยไม่ได้จัดชั้นเรียนเอาไว้ให้นั่นเอง
คงจะเห็นข้อแตกต่างระหว่างมหาวิทยาลัยตลาดวิชากับมหาวิทยาลัยเปิดแล้วนะครับ หวังว่าบทความนี้คงจะสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับรูปแบบของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย จะได้ไม่เรียกแบบผิดๆ ถูกๆ อีกต่อไป
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม