<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/18065" type="text/javascript"></script> |
|
การเขียนโปรแกรมภาษา C เบื้องต้น (Introduction to C Programming)
บทเรียนอย่างง่าย เพื่อเพิ่มความรู้และความเข้าใจ ที่จำเป็นต่อการเป็นโปรแกรมเมอร์มืออาชีพในอนาคต คนที่จะมีใจรัก ที่จะก้าวไปบนถนนแห่งการพัฒนาฝีมือและฝึกฝนการเขียนโปรแกรมด้วยตัวเอง
post ครั้งแรก: Thu 29 March 2007, 11:49 am ปรับปรุงล่าสุด: Wed 4 April 2007, 4:03 pm
|
S2 |A|n|o|t|h|e|r| |E|x|a|m|p|l|e|{PBODY}||?|?|?|?|
#include
void main()
{
char first[100], last[100];
int i;
printf("\nEnter your first name:");
scanf("%s", first );
printf("\nEnter your last name:");
scanf("%s", last );
printf("\nYour full name is: %s %s\n", first, last );
printf("First name is: ");
for( i=0; (i<100 && first[i] != '{PBODY}') ; i++ ){
printf("%c ",first[i]);
}
printf("\nLast name is: ");
for( i=0; (i<100 && last[i] != '{PBODY}') ; i++ ){
printf("%c ",last[i]);
}
printf("\n");
}

char *s;
s = (char *)malloc(sizeof(char) * 0); // - WRONG, need to allocate 1 more space
strcpy(s, "linux");
printf("%s\n", s);
char s[5]="SIIT"; // ใช้ได้, กำหนดค่าตัวแปรสตริงให้ตัวแปรอาเรย์
char dept[5], *d=dept; // ใช้ได้, กำหนดค่าตัวแปรสตริงให้ตัวแปรพอยเตอร์
char name[20];
name = C. Sinthanayothin"; // ผิด อย่ากำหนดตัวแปรสตริงให้ตัวแปรอาเรย์ด้วยวิธีนี้
strcpy(name,C. Sinthanayothin"); // ใช้ได้, ให้ก๊อปปี้ค่าสตริงโดยใช้คำสั่ง strcpy
strcpy(dept,"IT"); // ใช้ได้, ก๊อปปี้ค่าสตริง ลงในตัวแปร dept
printf("%s %s %s\n",d,s,dept); // ใช้ได้, แสดงผลค่าสตริงด้ว printf
d = strcpy(s,"EE"); // ใช้ได้, นี่คือการคืนค่าตัวแปรสตริง ลงใน ตัวแปร d ด้วยคำสั่ง strcpy
printf("%s %s %s %s\n",name,d,s,dept);
char c1[30], c2[30]=This is new c1 string;
char s[30] = "c programming ";
char str1[30]; // วิธี้ทำให้ตัวแปร str1 ไม่เป็น l-value เพราะเป็น constant array
char *str; // วิธี้ทำให้ตัวแปร str เป็น l-value เพราะเป็น ตัวแปรพอยเตอร์
strcpy(c1, c2); // ใช้ได้, ก๊อปปี้ข้อมูลใน c2 ลงใน c1
str = strcat(s,"is great!!"); // ใช้ได้, คือค่าเป็น ตัวแปรพอยเตอร์ประเภท char
str1 = strcat(s,"is great!!"); // ผิด, ฟังก์ชัน strcat ตอ้งคืนค่าด้วยตัวแปรพอยเตอร์ประเภท char ไม่ใช่ตารางอาเรย์ประเภท char
int sscanf( const char *buffer, const char *format [, argument ] ... );
char ch, int inum, float fnum;
char buffer[100] = A10 50.0;
sscanf(buffer,%c%d%f,&ch,&inum,&fnum); /* puts A in ch, 10 in inum and 50.0 in fnum */
sscanf(" 85 96.2 hello","%d%.3lf%s",&num,&val,word);
// results: num=85, val = 96.2, word = "hello"
ส่วน sprintf ใช้แสดงผลลัพธ์ที่อยู่ในรูปแบบต่างๆ ให้เป็นตัวแปรสตริงดังตัวอย่างต่อไปนี้
int sprintf( char *buffer, const char *format [, argument] ... );
char buffer[100];
sprintf(buffer,%s, %s,LastName,FirstName);
if (strlen(buffer) > 15)
printf(Long name %s %s\n,FirstName,LastName);
ถ้าต้องการแปลงตัวเลขให้เป็นข้อมูลสตริงให้ใช้ฟังก์ชัน sprintf และ ตัวแปรดัชนี้ char ทำตามคำสั่งต่อไปนี้
int sscanf(char *buffer, const char *format [, argument ] ... );
char S[10]; int day, month,year;
sprintf(S,%d/%d/%d, day, month, year);
ถ้า day = 23, month = 8, year = 2001 ผลลัพธ์คือ S = 23/8/2001
ต่อไปนี้คือตัวอย่างการใช้ sprintf กับ sscanf เมื่อเปรียบเทียบกับ printf
#include
#include
int main()
{
char s[30]="85 96.2 hello";
int num, mon=8,day=23,year=2001;
double val;
char word[10]; // can we use: char *word;
// make sure your assign the proper address for pointer
sscanf(" 85 96.2 hello","%d%lf%s",&num,&val,word);
printf("num=%d val=%.3lf word=%s\n",num,val,word);
sprintf(s,"%d/%d/%d", mon, day, year);
printf("s = %s\n",s);
return 0;
}
ข้อทบทวน: ภาษาซี มีฟังก์ชันที่ใช้ดัดแปลงแก้ไขตัวแปรสตริง หลายแบบตามความต้องการของผู้ใช้ได้แก่:
strlen(str) คำนวณความยาวสตริง ซึ่งจะมีการนับไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพบตัวแปร NULL ถึงจะหยุดโดยไม่มีการนับตัวแปร NULL ที่สิ้นสุดประโยคเข้าไปด้วย ดังตัวอย่างต่อไปนี้
int strlen(char *str);
char str1 = hello;
strlen(str1) จะคืนค่าออกเป็น 5 เพราะ มีอักษร 5 ตัว
strcpy(dst,src) ก็อปปี้ข้อมูลจากตัวแปรสตริง src พร้อมตัวสิ้นสุดสตริง NULL ไปที่ตัวแปรสตริง dst แต่มีเงื่อนไขว่าตัวแปร des ต้องได้รับการเตรียมพื้นที่ให้ใหญ่พอๆกับตัวแปร src และการเตรียมพื้นที่ ให้ ตัวแปร src และ ตัวแปร dst ต้องไม่ทับซ้อนกันมิฉะนั้นจะให้ผลที่คาดเดาไม่ได้ การประกาศใช้ฟังก์ชัน strcpy จะทำได้ดังนี้
char *strcpy(char *dst, char *src)
strncpy(dst,src,n) ก็อปปี้ข้อมูลจากตัวแปรสตริง src โดยไม่ก๊อปปี้ตัวสิ้นสุดสตริง NULL ไปที่ตัวแปรสตริง dst เนื่องจากมีจำนวนตัวอักษร n เป็นตัวจำกัดไว้ แต่มีเงื่อนไขว่าตัวแปร des ต้องได้รับการเตรียมพื้นที่ให้ใหญ่พอๆกับตัวแปร src และการเตรียมพื้นที่ ให้ ตัวแปร src และ ตัวแปร dst ต้องไม่ทับซ้อนกันมิฉะนั้นจะให้ผลที่คาดเดาไม่ได้ การประกาศใช้ฟังก์ชัน strncpy จะทำได้ดังนี้
char *strncpy(char *dst, char *src, int n)
strcmp(str1,str2) เปรียบเทียบข้อมูลในตัวแปร str1 กับข้อมูลในตัวแปรสตริง str2 โดยใช้อักษรตัวแรกที่เริ่มต่างกันเป็นหลักซึ่งให้ผลดังนี้
น้อยกว่า 0 -- ถ้าค่า ASCII ที่เริ่มแตกต่างใน str1 มีขนาดเล็กกว่า str2 หรือ str1 เริ่มต้นเหมือนกับ str2 แต่ str2 นั้นมีตัวอักษรมากกว่า
มากกว่า 0 -- ถ้าค่า ASCII ที่เริ่มแตกต่างใน str1 มีขนาดใหญ่กว่า str2 หรือ str1 เริ่มต้นเหมือนกับ str2 แต่ str1 นั้นมีตัวอักษรมากกว่า
0 ถ้าตัวแปรสตริงทั้ง 2 ตัวนั้นใช้ตัวอักษรเดียวกันและความยาวเท่ากัน
การประกาศใช้ฟังก์ชัน strcmp จะทำได้ดังตัวอย่างต่อไปนี้
int strcmp(char *str1, char *str2)
#include
#include
void main()
{
printf("%d \n", strcmp("hello","hello")); // returns 0
printf("%d \n", strcmp("yello","hello")); //returns value > 0
printf("%d \n", strcmp("Hello","hello")); // returns value < 0
printf("%d \n", strcmp("hello","hello there")); // returns value < 0
printf("%d \n", strcmp("some diff","some dift")); //returns value<0
}
strncmp(str1,str2,n) เปรียบเทียบข้อมูลในตัวแปร str1 กับข้อมูลในตัวแปรสตริง str2 เป็นจำนวนอักษร n ตัวโดยใช้อักษรตัวแรกที่เริ่มต่างกันเป็นหลัก และ จะมีการเปรียบเทียบในกรณีที่อักษรในตัวแปรมีจำนวนน้อยกว่า n
การประกาศใช้ฟังก์ชัน strncmp จะทำได้ดังตัวอย่างต่อไปนี้
int strncmp(char *str1, char *str2,int n)
ความแตกต่างระหว่าง strcmp และ strncmp จะแสดงให้เห็นดังตัวอย่างต่อไปนี้
strcmp(some diff,some DIFF)
-- returns value > 0
strncmp(some diff,some DIFF,4)
-- returns 0
strcat(str1,str2) ใช้ในการนำข้อมูลในตัวแปร str2 ไปต่อท้ายตัวแปร str1 ซึ่งจะคืนค่าเป็น str1 ที่ได้รับการต่อให้ยาวขึ้น ตัวอย่างเช่น
char *s1 = C. , *s3 = strcat(s1,Sinthanayothin);
ผลลัพธ์: s1 = s3 = C. Sinthanayothin
การประกาศใช้ฟังก์ชัน strcat จะทำได้ดังตัวอย่างต่อไปนี้
char* strcat(char *s1, const char* s2);
strncat(str1,str2,n) ใช้ในการนำข้อมูลในตัวแปร str2 จำนวน n อักษรไปต่อท้ายตัวแปร str1 ซึ่งจะคืนค่าเป็น str1 ที่ได้รับการต่อให้ยาวขึ้น ตัวอย่างเช่น
char s1[10] = "IT ";
char *s3 = strncat(s1,"050Basic",3);
printf("%s \n", s1); printf("%s \n", s3);
ผลลัพธ์: s1 = s3 = IT 050
การประกาศใช้ฟังก์ชัน strncat จะทำได้ดังตัวอย่างต่อไปนี้
char* strncat(char *s1, const char* s2ม int n);
ฟังก์ชันเหล่านี้มีอยู่ในไลบรารีเฮดเดอร์ไฟล์ string.h ซึ่งต้องใช้คำสั่ง #includeถึงจะเรียกใช้ได้
เราสามารถสร้างตารางอาเรย์ให้ตัวแปรสตริง (Array of string) ดังตัวอย่างต่อไปนี้
char month[12][10] = {January, February, March, April, May, June, July, August, September, October, November, December };
แต่ถ้าต้องการให้ตารางอาเรย์สำหรับตัวแปรสตริง สามารถรองรับข้อมูลสตริงที่มีความยาวต่างกัน (Ragged array of string) ให้ดังนี้
char *MonthNames[13]; /* an array of 13 strings */
MonthNames[1] = January; /* String with 8 chars */
MonthNames[2] = February; /* String with 9 chars */
MonthNames[3] = March; /* String with 6 chars */
ตัวอย่างตารางอาเรย์ให้ตัวแปรสตริงแสดงวันทั้ง 7 แบบ Ragged array of string จะแสดงให้เห็นในตัวอย่างต่อไปนี้
#include
#include
void main()
{
char *days[7]; char TheDay[10];int day;
days[0] = "Sunday"; days[1] = "Monday";
days[2] = "Tuesday"; days[3] = "Wednesday";
days[4] = "Thursday"; days[5] = "Friday";
days[6] = "Saturday";
printf("Please enter a day: ");
scanf("%9s",TheDay);
day = 0;
while ((day < 7) && (strcmp(TheDay,days[day])))
day++;
if (day < 7) printf("%s is day %d.\n",TheDay, day);
else printf("No day %s!\n",TheDay);
}
ในการรับและส่งข้อมูลจำพวกสตริงนั้นทำได้หลายวิธี ได้แก่
1) ในกรณีที่ใช้คำสั่ง printf และ scanf นั้นให้ใช้ %s ในการอ่านข้อมูลและ แสดงข้อมูลสตริงออกมา
2) ใช้คำสั่ง gets ในการข้อมูลสตริงออกมาทีละบรรทัด ดังตัวอย่างต่อไปนี้
char name1[10], name2[30];
scanf(%s,name1); // Input: IT 050
gets(name2); // Input: C Programming
printf(Course is %s\n,name); // Output: IT 050
printf(Detail is %s\n,name2); // C Programming
การใช้งานคำสั่งกับตัวแปร อักษร (char operators)
นี่คือตัวอย่างการใช้งานฟังก์ชันที่คุมการรับส่งข้อมูลตัวอักษร
char ch;
ch = getchar(); // Input ch ใช้แทน scanf("%c",&ch);
putchar(ch); // Output ch ใช้แทน printf("Character is %c\n",ch);
ch = 'S'; // ใช้ได้ ตัวอย่างการกำหนดค่าตัวอักษรให้ตัวแปร char
putchar(ch); // ผลที่ได้ออกมาคือ S
putchar('T'); // ผลที่ได้ออกมาคือ T
ฟังก์ชันที่ใช้กำหนดการทำงานให้ตัวแปร char ได้แก่
คำสั่ง: isalpha(ch);
การใช้งาน: คืนค่าเป็น TRUE (จริง) ถ้า ch มีค่าในช่วง A-Z หรือ a-z
ตัวอย่าง: c = isalpha(ch); // คืนค่า TRUE ถ้า ch=M และ คืนค่า FALSE ถ้า ch=5
คำสั่ง: isdigit(ch);
การใช้งาน: คืนค่าเป็น TRUE (จริง) ถ้า ch มีค่าในช่วง0-9
ตัวอย่าง: d = isdigit(ch); // คืนค่า FALSE ถ้า ch=M และคืนค่า TRUE ถ้า ch=5
คำสั่ง: islower(ch);
การใช้งาน: คืนค่าเป็น TRUE (จริง) ถ้า ch มีค่าในช่วง a-z
ตัวอย่าง: c = islower(ch); // คืนค่า FALSE ถ้า ch=M return false, และคืนค่า TRUE ถ้า ch=m
คำสั่ง: isupper(ch);
การใช้งาน: คืนค่าเป็น TRUE (จริง) ถ้า ch มีค่าในช่วง A-Z
ตัวอย่าง: c = isupper(ch); // คืนค่า TRUE ถ้า ch=M return false, และคืนค่า FALSE ถ้า ch=m
คำสั่ง: isspace(ch);
การใช้งาน: คืนค่า TRUE ถ้า ch คิอช่องว่างขาว (space, newline, tab )
ตัวอย่าง: c = isspace(ch); // คืนค่า TRUE ถ้า ch = \n คืนค่า FALSE ถ้า ch=m
คำสั่ง: tolower(ch);
การใช้งาน: คืนค่าตัวพิมพ์เล็กจากค่าอักษรในตัวแปร ch ถ้าเป็นไปได้
ตัวอย่าง: c = tolower(ch); // คืนค่า m ให้ c ถ้า ch=M
คำสั่ง: toupper(ch);
การใช้งาน: คืนค่าตัวพิมพ์ใหญ่จากค่าอักษรในตัวแปร ch ถ้าเป็นไปได้
คำสั่ง: c = toupper(ch); // คืนค่า M ให้ c ถ้า ch=m
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญาจำนวน 36 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2-ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 19 ธ.ค. 2550 (20:29)
ตอบ ค.ห. ที่ 18 อ่ะคับ
ที่คอมไพล์ไม่ผ่านก็คงจะมาจากการเขียนรูปแบบของโปรแกรมผิด
ซึ่งอันที่จริงมันก็คงจะเป็นแค่เส้นผมบังภูเขาอยู่เท่านั้นแล
ค่อยๆหาจุดผิดพลาดนะคับ แล้วความผิดพลาดในคร้งนี้จะทำให้คุณจำมันจนขึ้นใจ
เป็นกำลังใจให้คับความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 22 ธ.ค. 2550 (12:17)
ความเห็นที่ 18 นั้น ที่เขียนไม่ผ่าน อยู่บรรทัดแรกเลยครับ
#include
ตามจริงจะต้องเป็น
#include<ชื่อไดเรกทอรี่>
ชื่อไดเรกทอรี่ ก็มีเยอะ แต่ที่สำคัญที่สุดก็ stdio.h
ส่วนอื่นๆก็ยังมีอีกเยอะ ลองใช้ help ใน Turbo C ดูครับ (แบบDosนะ)
แบบDos จะใช้ง่ายที่สุดแล้ว ที่ผมเขียนมาความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 24 ธ.ค. 2550 (23:19)
เขียนโปรพอได้บ้างครับแต่ติดที่ภาษาแบบ งง ม๊ากมากทำงัยดีความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 30 ธ.ค. 2550 (23:11)
ขอบคุณมากๆครับ เพิ้งหัดศึกษาความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 10 ม.ค. 2551 (04:00)
คห ที่ 14
ใช้ software จาก หุ่นยนต์นั้นแหละ ง่ายที่สุด ครับ
เพราะผมก็ทำเหมือนกัน มันก็ละเอียดเช่นกันครับ
ปัญหาของหุ่นยนต์อยู่ที่ตัวแปรของอุปสรรคที่ไม่คงที่ครับเช่น
กำหนดให้ แสงน้อยเดินซ้าย ปรากฏว่า บริเวณนั้น มีหลอดไฟส่องอยู่ไม่ตรงตามที่กำหนดไว้
หุ่นยนต์ก็ผ่านไปครับ
เล็งแม่นๆ ตั้งค่าให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้
สำคัญอีกส่วนการออกแบบ ครับต้องให้เซ็นเซอร์ เสถียรไว้ก่อน ไม่โยกไปมา เพราะอ่านค่าแปลกไปครับ
ผมลองมาแล้ว ถ้าแสงบนสนามไม่เสถียรแล้วไม่แก้ไขหละก้อ
ดวงล้วนๆ ครับความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 21 ก.พ. 2551 (10:38)
เติมตัวเลขเข้าไป ๒ จำนวน แล้วรายงานได้ว่าตัวเลขนั้นเท่ากันหรือไม่เท่ากัน
เขียนอย่างไรครับความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 16 มี.ค. 2551 (10:15)
ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างมากเลยครับ ผมเคยเรียนมานานมากแล้ว ไม่รู้ว่าในสมองจะเหลือความจำบ้างหรือเปล่า ขอบคุณอีกครั้ง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 31 มี.ค. 2551 (15:56)
ก็น่าสนใจน๊ะครับ แต่ถ้ายังไงผมแนะนำให้ไปดูเพิ่มเติมที่
citecclub.org แล้วจะได้อะไรเพิ่มขึ้นอีกมายมายมากกว่าที่คุณคิดน๊ะครับ
แค่คุณคิดจาสมัครก็ไม่ธรรมดาแล้ว แต่เนื้อหาแน่นน่าชมอย่างงมาก
เชื่อว่าคุณๆ จะต้องไม่ผิดหวังครับความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 23 เม.ย. 2551 (15:21)
ขอบคุณมากครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 15 พ.ค. 2551 (01:24) คุณ ช่วยแจ้งลบความเห็นนี้แล้ว ขอบคุณค่ะขอบคุณมากค่ะ ได้ความรู้มากเลย
ตอนนี้มีเรียนเรื่องนี้อยู่แต่เพิ่งเปิดเทอมยังไม่ได้ซื้อหนังสือเลยค่ะ ><"
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 17 พ.ค. 2551 (13:08)
ไม่เคยเข้าไปชมเว็บ ก็ดีครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 17 พ.ค. 2551 (13:26)
ช่วยแนนำตัวprogram run ภาษา ซี
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 20 พ.ค. 2551 (12:19)
ตอบคำถาม นะครับ
คำถามที่ 16 ภาษา C เป็นภาษาโครงสร้างครับ แต่ java ถ้าจะให้ถูกหลักต้องเขียนเป็น OOP ครับ
คำถาม 17 ตัวแปรเกิดจากผู้เขียน สร้างขึ้นมาเองนะครับ ดังนั้น การสร้างขึ้นมาผู้เขียนโปรแกรมต้องจำได้สิครับ ที่คุณว่าหมายถึงคำสั่งป่ะครับ
คำถามที่ 18 คุณเขียนแค่นั้นไม่ได้หรอกครับ คุณต้องใช้ <Stdio.h> ตามหลัง include ด้วยครับ เพราะคุณมีการเรียกใช้ คำสั่งในการแสดงผล printf
คำถามที่ 30 ตัวโปรแกรม TC3 ครับ หรือ Turbo C++ ก็ได้ TC3 นี่ไม่ต้อง install Copy ลงไปแล้วเซ็ตาค่านิดหน่อยใช้ได้เลย ส่วน Turbo C++ install ใช้เหมือนโปรแกรมทั่วไป
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 4 มิ.ย. 2551 (10:19)
การรัน คอมไพเลอร์ ระบบ boardland และระบบ turbo c อันไหนดีก่ากันคับความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 4 มิ.ย. 2551 (10:44)
ผมก็เพิ่งเคยเขียนภาษา C
ผมจะลองเขียนให้ดูง่ายๆนะคับผิดตรงไหนก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆ
#include<stdio.h>
void main()
{
int num1,num2,num3;
char[20] no1;
printf("\t\t\t\============\n");
printf("\t\t\t\t\TEST\n");
printf("\t\t\t\============\n");
printf("NUMBER 1 : ");
scanf("%d",num1);
printf("PLEASE + - * / ");
scanf("%d",no1);
printf("NUMBER 2 : ");
scanf("%d",num2);
{
if no1="+"
printf("ANSWER IS : ",num1+num2);
elseif no1="-"
printf("ANSWER IS : ",num1-num2);
elseif no1="*"
printf("ANSWER IS : ",num1*num2);
else
printf("ANSWER IS : ",num1/num2);
}
ผมว่าน่าจะผิดเยอะช่วยหาที่ผิดหน่อยนะคับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 5 มิ.ย. 2551 (13:39)
ผมเด็กใหม่ แต่อยากเรียนภาษา c คับ ช่วยสอนผมหน่อยอยากเขียนโปรแกรมเป็นคับ "."
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 9 มิ.ย. 2551 (16:34)
กระผมขอขอบคุณเป็นอย่างมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ถ้ากระผมเข้าใจกระผมจะไม่ลืมพระคุณเลยขอรับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 9 มิ.ย. 2551 (16:41)
กระผมพึ่งสมัคใครที่เขียนโปรแกรมเป็นกรุณาสอนหน่อยส่งไปที่ apinanchelsea@Gmail.comนะคราบ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 17 มิ.ย. 2551 (16:55)
สวัสดีครับพี่ๆช่วยผมหน่อยนะครับ ผมอยากเขียนภาษา c
เป็นครับ audsadee@hotmail.com
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 17 มิ.ย. 2551 (23:32)
<P>#include<stdio.h></P>
<P>#include<conio.h></P>
<P>main(){</P>
<P> printf("Hello\nMy name is DotA.\n");</P>
<P> //printf();</P>
<P> printf("Good Bye");</P>
<P> getch();</P>
<P> }</P>
<P> </P>
<P>พอได้ป่าวคับ :)</P>DotA (IP:202.149.25.225)


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |