คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/18140" type="text/javascript"></script>
ปตท.แปรรูป...สร้างเม็ดเงินให้รัฐกว่า 1.4 แสนล้าน พยุงราคาน้ำมันกว่า 37 เปอร์เซ็นต์
ความเข็มแข็งของ ปตท. ในระยะยาว, รายได้มหาศาลให้รัฐบาล และการช่วยพยุงราคาเชื้อเพลิงให้กับประชาชน จึงเป็น คำตอบ ของการแปรรูป ปตท. นั่นเอง
ผู้เขียน: PTT ชมแล้ว: 37,446 ครั้ง
post ครั้งแรก: Thu 5 April 2007, 4:39 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 13 December 2007, 2:04 pm
อยู่ในส่วน: เศรษฐศาสตร์, vEnergy

หน้าที่ 1 - ความเข็มแข็งของ ปตท.
64339

การแปรรูป ปตท. สู่การเป็นมหาชน นั้น ในช่วงแรกมีกระแสหลายด้าน เกิดความสับสน เพราะถือว่าเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจองค์กรแรกๆ ที่แปรรูปสู่การเป็น “มหาชน”

โดยก้าวเข้าสู่การเป็นบริษัทมหาชนจำกัด โดยการแปลงสภาพภายใต้พระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ (พ.ร.บ.ทุน) และกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปลายปี 2544 และยังคงมีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยกระทรวงการคลัง จึงไม่ต้องกลัวว่า ปตท. จะตกเป็นของเอกชนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยเฉพาะ (ดูตารางโครงสร้างผู้ถือหุ้น)

จากการที่ ปตท. เป็น มหาชน ทำให้เกิดการพึ่งพาตัวเองมากขึ้น โดยอิงมูลค่ากับกลไกตลาด ซึ่งทำให้ทั้งศักยภาพในการทำงาน และการจัดสรรเงินทุนดีขึ้น มีแหล่งเงินทุนที่ไม่จำเป็นต้องกู้หนี้ยืมสิน ทำให้มีความคล่องตัวในการบริหารมากขึ้น รวมทั้งมีความยืดหยุ่น สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ทำให้ ปตท. ในวันนี้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร และทำให้สามารถส่งเงินปันผลและภาษีเงินได้ให้กับรัฐบาล สำหรับปี 2545-2549 กว่า 1.4 แสนล้านบาท โดยในปี 2550-2554 คาดว่า สามารถนำส่ง เงินปันผลและภาษีเงินได้ให้กับรัฐบาล อีกกว่า 300,000 ล้านบาท เพื่อนำไปพัฒนาชาติต่อไป

ถึงแม้จะเป็น “มหาชน” แล้ว ทาง ปตท. เอง ก็ยังช่วยพยุงราคาน้ำมัน และก๊าซหุงต้ม อย่างสุดความสามารถ ที่ถึงแม้ว่าปลายปี พ.ศ. 2544 จนถึงปัจจุบัน ราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้มในตลาดโลกถีบตัวขึ้นสูงกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ราคาในประเทศไทยเองกลับขึ้นเพียง 37-50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เนื่องจาก ปตท. มีนโยบายสนับสนุนด้านราคาเชื้อเพลิง เพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ไม่น่าแปลกใจเลยว่า ความเข็มแข็งของ ปตท. ในระยะยาว, รายได้มหาศาลให้รัฐบาล และการช่วยพยุงราคาเชื้อเพลิงให้กับประชาชน จึงเป็น คำตอบ ของการแปรรูป ปตท. นั่นเอง

ตารางโครงสร้างผู้ถือหุ้น

แสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ 10 อันดับแรกของ ปตท. ณ วันที่ 12 กันยายน 2549 (วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น เพื่อจ่ายเงินปันผลระหว่างการ ประจำปี 2549 ในวันที่ 22 กันยายน 2549)

64342


ที่มา
http://www.pttplc.com/th/ptt_core.asp?page=ir_sh
http://www.pttplc.com/th/document/pdf/petro_05.pdf
มติชนรายวัน วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10118
รายงานการประชุมสามัญผูถือหุน ประจําป 2549 บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน)


หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 7 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 12 ก.ค. 2550 (15:08)
มีความภาคภูมิใจในการบริหารการจัดการของปตท. ความเจริญก้าวหน้า และ ความมั่นคงทางด้านพลังของปตท จะเป็นเสาหลักเศรษฐกิจอีกเสาหนึ่งให้กับประเทศชาติ
ปตท สามารถนำไปเป็นต้นแบบในการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การบริหารจัดการ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ การจัดการเชิงกลยุทธ์ ว่า ปตท สามารถเติบโตขึ้นมาได้อย่างไรในอุตสาหกรรมพลังงานที่มียักษ์ใหญ่ทั้งหลาย ได้แก่ Esso, Shell,Caltex หรือ จากคู่แข่งจากประเทศมาเลเซีย คือ เปโตรนาส
เมื่อก่อนเมื่อเรากล่าวถึงบริษัทของคนไทย ได้ยินแต่ CP ปูนซิเมนต์ไทย
ปตท จะเป็นหลักประกันให้แก่คนไทยว่า เราจะไม่เป็นเช่นประเทศอิหร่าน ถึงแม้ว่ามีน้ำมันจำนวนมหาศาลแต่ก็ยังต้องปันส่วนกัน
ผมรักปตท
Amaritta เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 10 ธ.ค. 2550 (14:11)
ผมคาดหวังว่ารัฐบาลหน้าจะมีวิสัยทัศน์ในการนำนโยบาย State Corporate มาใช้ควบคุมปริวรรตการลงทุนทั้งหมดของรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการในเชิงพาณิชย์ของรัฐ (State Enterprise) ซึ่งต้องมีการพัฒนาการลงทุนเพื่อแสวงหารายได้เฉกเช่นเดียวกับรัฐเป็นเอกชนที่แสวงหากำไรในตลาดรายหนึ่ง (State as For-profit Entrepreneur) ในรัฐวิสาหกิจที่สามารถแสวงหากำไรได้อย่าง PTT, TOT, CAT, AOT, PAT etc. โดยรัฐบาลต้องสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจว่ารัฐวิสาหกิจมีหลากหลายแบบ บางรูปแบบสามารถเป็นแหล่งพึ่งพิงที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศได้อย่างมหาศาล นอกเหนือไปจากการหารายได้จากภาษีอากร อีกส่วนหนึ่งก็มีรัฐวิสาหกิจที่เป็นแบบ Public Enterprise ที่จัดทำบริการสาธารณะเพื่อวัตถุประสงค์บริการสวัสดิการสังคมให้แก่ประชาชน เพื่อสนับสนุนการครองชีพ เช่น ไฟฟ้า ประปา รถไฟ การเคหะฯ เหล่านี้เป็นต้น แต่ก็ใช่ว่าจะต้องรักษาโครงสร้างรัฐวิสาหกิจจำพวกนี้ไว้แบบเดิม ในทางตรงข้ามรัฐบาลกลับต้องมีการปรับโครงสร้างของรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ด้วย เช่น การปรับโครงสร้างด้าน Financial, Infrastructure investment, Board of Director ซึ่งเรื่องเหล่านี้ธนาคารโลกพูดเอาไว้เป็นสิบกว่าปีมาแล้ว แต่ผมยังไม่เห็นมีรัฐบาลไหนทำได้อย่างจริงจัง แถมยังคงมีการประวิงเวลาออกไปเพื่อรักษาผลประโยชน์ทางการเมืองของตน โดยการยึดกุมอำนาจการบริหารนโยบายของรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ไว้เพื่อพยุงฐานคะแนนเสียง เช่น นโยบายลงทุน Mega Project ต่างๆ ที่กระทำผ่านรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าไม่ให้ผลตอบแทนที่ดีสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง ประกอบกับการซ่อนต้นทุนดังกล่าวยังเอื้อต่อการสร้าง Corruption network ให้ฝังรากลึกในองค์กรเหล่านี้อีกด้วย (เช่น โครงการบ้านเอื้ออาทร ที่มีการทุจริตอย่างมาก ขณะที่ผลตอบแทนของโครงการก็ไม่อยู่ในระดับที่คาดหวังเมื่อก่อนเริ่มโครงการอีกด้วย)
น่าเสียดายว่าผมยังไม่เห็นพรรคการเมืองใดนำเสนอนโยบายบริหารรัฐวิสาหกิจอย่างจริงจัง ทั้งๆที่เป็นนโยบายที่เกี่ยวพันกับโครงสร้างทางการเงินและการลงทุนจำนวนมหาศาลทั้งในส่วนรายได้และรายจ่ายของรัฐ และหากทิ้งให้เป็นไปอย่างนี้ ในอนาคตรัฐวิสาหกิจของเราจะถูกบีบให้จนมุมทั้งในตลาดแข่งขันกับเอกชน และตลาดสินค้าสาธารณะเพื่อประชาชนครับ
Thitiwat.c เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 4 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 14 ธ.ค. 2550 (09:19)
ถ้าสร้างเม็ดเงินมากขนาดนั้นจริง ทำไมน้ำมันถึงได้แพงหูฉี่แบบนี้ละคะ น้ำมันแพง ข้าวของเครื่องใช้ก็ขยับแพงขึ้น เพราะค่าขนส่งเพิ่มขึ้น
ถ้าดีจริง ทำไมมีข่าวนี้อ่า http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9500000148097


คนไทยด้วยกันเองทั้งนั้น
Games_1 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 14 ธ.ค. 2550 (10:07)
เป็นสิ่งที่ดี และถูกต้อง หากรักประชาธิปไตย จะได้เกิดการแข่งขันโดยเสรี
spk200.28 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 14 ธ.ค. 2550 (12:31)
องค์กรรัฐวิสาหกิจปัจจุบัน ไม่เฉพาะปตท. ที่อยู่ท่ามกลางสภาพการแข่งขันการผลิตสินค้าและบริการอย่างรุนแรง ตกอยู่ในฐานะ "ไม่ปรับก็ตาย" กันทั้งนั้นครับ

เรื่องน้ำมันแพง เราต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นปัญหาเรื่องกลไกตลาดน้ำมันของโลกที่มีผู้ผลิต
รายใหญ่เพียงกลุ่มเดียว ขณะที่มีผู้บริโภคทั่วโลก ขณะเดียวกันความคลุมเครือและความไม่
ชัดเจนเรื่องค่ากลั่นน้ำมันของโรงกลั่นเองก็มีปัญหาความไม่ชัดเจนในหลักเกณฑ์การคิด
คำนวณ (ผู้ที่สนใจเรื่องค่ากลั่นน้ำมันหาอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความของ โสภณ สุภาพงษ์
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ลอง search ได้จาก http://www.matichonelibrary.com)


ในความเป็นจริงประเด็นการแปรรูป ปตท. ที่น่ากังขาที่สุด คือ ประเด็นการจัดสรรหุ้นจำนวน
หนึ่งระหว่างการขายหุ้น IPO เมื่อหลายปีก่อนอย่างไม่เป็นธรรมเท่านั้นเอง แต่น้ำผึ้งหยดเดียว
ตอนนั้น กำลังจะมีฤทธิ์ทำลายระบบการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ปตท. และอาจถูกยกขึ้นใช้เป็น
มาตรฐานสำหรับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจอื่นๆ โดยการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งน่าเป็นห่วงจริงๆ
ว่าคำวินิจฉัยของศาลปกครองจะออกมาในแนวให้มีการ Nationalization หรือเปล่า ถ้าเป็น
ก็น่าเป็นห่วงจริงๆ ครับสำหรับองค์กรขนาดใหญ่และศักยภาพสูงอย่าง ปตท.

ผมว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังชินและยังแยกไม่ออกระหว่าง รัฐอุปถัมภ์ กับ รัฐสวัสดิการ ครับ
คำว่ารัฐอุปถัมภ์นั้นคือ รัฐอุ้มประชาชนทุกอย่าง ข้าวของที่สำคัญต่อการดำรงชีพถูกหมด
แต่รัฐต้องเป็นผู้แบกภาระจนหลังแอ่น และคนที่ต้องรับผิดชอบโครงสร้างบิดเบือนนั้นก็ไม่ใช่
ใครคับ แต่เป็น "ประชาชนผู้เสียภาษีอากร" อีกทั้งทรัพยากรของรัฐ ก็ไม่ถูกนำไปใช้อย่างมี
ประสิทธิภาพ (Utilization) เพราะติดข้อกฎหมายที่ว่า asset ของรัฐวิสาหกิจได้รับคุ้มครอง
ไม่อยู่ภายใต้การบังคับคดีใดๆ รัฐบาลจึงต้องเป็นหน้าเสื่อไปค้ำประกันเงินกู้นำมาให้รัฐวิสาหกิจ
ลงทุนขยายกิจการ โครงสร้างการผลิตของรัฐวิสาหกิจจะถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
ทำให้บิดเบือนไปเรื่อยๆ คือ "ต้นทุนแพง แต่เก็บอัตราค่าบริการถูก" การผลิตในสาขาเดียวกัน
ผูกขาดโดยรัฐ ขาดการแข่งขัน รัฐวิสาหกิจไม่มีแรงจูงใจกระตุ้นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง
กลายเป็นองค์กรที่ตายไม่เป็น แต่แผลเต็มตัว เพราะรัฐอุ้มไว้ สุดท้ายเหมือนผีดิบเดินได้

แต่รัฐสวัสดิการ คือ ระบบที่รัฐเกื้อหนุนการดำรงชีพโดยแสวงหารายได้จากหลายทางครับ ทั้งภาษี การลงทุนในหลักทรัพย์ของรัฐ และรัฐพาณิชย์รูปแบบอื่นๆ รวมถึงการกระจายอำนาจ
การแสวงหารายรับและจัดสรรรายจ่ายไปสู่องค์กรปกครองท้องถิ่นให้อยู่ได้ด้วยตัวเองไม่เป็น
ภาระแก่รัฐในการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเป็นรายปี การจัดหารายรับจากกิจการพาณิชย์
จำนวนมากสามารถนำไปอุดหนุนระบบบริการสาธารณะแท้จริงอย่าง สาธารณสุข และการ
ศึกษาได้เป็นอย่างดีครับ ทำให้ประชากรมีสุขภาพดี มีความรู้ดี พร้อมเป็นทรัพยากรที่ดีของ
ประเทศต่อไป ประชากรสามารถทุ่มเททำงานเพื่อจ่ายภาษีแพงๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลว่า
จะถูกขูดรีดจากระบบสาธารณสุขแพงๆ หรือจ่ายค่าเทอม แป๊ะเจี๊ยลูกแพงๆ แต่คุณภาพต่ำ
สอนให้ท่องจำอย่างเดียวครับ

สุดท้ายของฝากว่า รัฐวิสาหกิจไทยต้องโตด้วยตัวเองครับ ไม่ใช่ให้รัฐอุ้ม เพราะรัฐเองก็ถึง
ขีดสุดแล้วเช่นกัน หากยังอุ้มกันต่อไป วันนี้คนไทยอาจยิ้มได้ แต่อาจร้องไห้ระยะยาวครับ
Thitiwat.c เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 4 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 14 ธ.ค. 2550 (18:19)
ผมก็ยังคงไม่เห็นด้วยอยู่ดีกับการนำกำไรบางส่วนไปแบ่งปันให้เอกชนซึ่งเป็นต่างชาติถือหุ้น แทนที่จะเข้ากระเป๋าประเทศไทยทั้งหมด 100% ของผลกำไร
และถ้าจะระดมทุน เอาเป็นทุนในประเทศ 100% ก็ยังรู้สึกดีครับ

มันก็มีหลายมุมมอง แนวคิดทุกแนวคิดย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่มีแนวคิดไหนในโลกนี้ที่ perfect ทั้งหมด
NanoSoftTech เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 15 ธ.ค. 2550 (10:15)
เรื่องการแบ่งกำไรนี้ ต้องถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาครับที่ใครนำเงินมาลงทุน ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างประเทศ ก็ย่อมต้องได้รับการแบ่งปันผลตอบแทนอยู่บ้างเป็นเรื่องทั่วไปของการลงทุน เพราะการนำเงินจากต่างประเทศเข้ามาลงทุน ก็ส่งผลให้เกิดการขยายงาน ขยายธุรกิจขององค์กร ซึ่งทำให้ผู้ถือหุ้นได้กำไรโดยถ้วนหน้ากันด้วยครับ

สำหรับเหตุใดที่ไม่มีการระดมทุนภายในประเทศ 100% นั้น ผมเข้าใจว่าปัจจุบันแม้สภาวะการออมของประชาชนในประเทศจะมีอยู่สูง แต่บัญชีการออม หรือเงินฝากส่วนใหญ่ของประชาชนยังเป็น short-run saving คือ มีสภาพการหมุนเวียนสูง หรือ บัญชีที่เป็นเงินเย็นๆ มันมีน้อยครับ ส่วนใหญ่เป็นเงินร้อนๆ เป็น Hot money ได้มาและใช้ไป เมื่อไม่นานมานี้มีการสำรวจสถานภาพการออมของประชาชนพบว่าผู้ที่มีบัญชีเงินฝากเป็นเงินสดเกิน 2 ล้านบาท มีไม่กี่หมื่นบัญชี ขณะที่บัญชีที่มีเงินฝากหลักหมื่นมีอยู่ถึงหลักสิบล้านบัญชีครับ (ผมไม่แน่ใจตัวเลขแน่นอน ลอง search ใน internet ได้ครับ ไม่นานมานี้เอง)

อีกอย่างหนึ่งภาพลักษณ์ของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ถูกดึงให้ไปผูกพันกับภาพของคนรวยๆ ไม่กี่คนที่เดินไปเดินมาในตลาดหลักทรัพย์ เหมือนส่งทรัพย์สินของชาติไปเป็นของเล่นให้คนรวยใช่มั้ยครับ แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกที่เราๆ ท่านๆ เห็นว่าเป็นนักลงทุนเล่นหุ้นในตลาดนั้น เป็นส่วนเล็กๆ เท่านั้นครับ คือเป็นนักลงทุนรายย่อยที่ทำการซื้อขายหุ้นในสัดส่วนเพียงไม่กี่%เท่านั้นครับ

แต่ส่วนของนักลงทุนรายใหญ่นั้นจะปรากฏชื่อในโครงสร้างผู้ถือหุ้นของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญ และการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่บางครั้งมีผลกระทบต่อการครอบงำกิจการ หรือเข้าควบคุมอำนาจการบริหารกิจการด้วยครับ ตรงนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจมากกว่าสำหรับการติดตามการแปรรูปรัฐวิสาหกิจว่าเป็นคุณหรือเป็นโทษครับ แต่เท่าที่ผมติดตามดูยังพบว่าทิศทางการบริหารรัฐวิสาหกิจภายหลังการแปรรูปยังคงอยู่ภายใต้การบริหารของผู้บริหารคนไทย และภายใต้การดูแลของกระทรวงการคลัง กับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ SEPO ครับ ตรงนี้ยังคงพอไว้วางใจได้ในระดับหนึ่งว่า การบริหารโดยกระทรวงการคลังจะไม่สร้างผลกระทบหรือความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใช้บริการจนเกินสมควร ขณะเดียวกันประชาชนก็สามารถตรวจสอบและกำหนดทิศทางการบริหารได้โดยอ้อมผ่านการเลือกตั้งครับ เพราะพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลจะมีนโยบายการบริหารรัฐวิสาหกิจและหลักทรัพย์ของรัฐแตกต่างกัน ซึ่งสามารถดูหรือสอบถามได้จากผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งจากพรรคการเมืองแต่ละพรรคได้โดยตรง ฉะนั้นกลไกการตรวจสอบตรงนี้ประชาชนมีส่วนร่วมอยู่แล้วครับ แต่เราไม่ได้ให้ความสนใจหรือใส่ใจกับมันมากนัก เพราะเราใช้แหล่งข้อมูลราคา 10 บาทเป็นตัวชี้วัด และเป็นตัวชี้วัดที่ค่อนข้างหยาบพอสมควร

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจคือ เรื่องของบริษัทผู้ถือหุ้น PTT หรือหุ้นบริษัทต่างๆ ในตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทตัวแทน หรือ nominee ซึ่งเป็นการถือหุ้นตามหลัก Chain principle เป็นเพราะกม.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเรายังกำหนดให้บุคคลต่างชาติ หรือนิติบุคคลต่างชาติถือหุ้นในกิจการได้ไม่เกินร้อยละ 49 เพื่อคงหุ้นอีก 51%ให้บุคคลหรือนิติบุคคลสัญชาติไทยครับ ดังนั้นนักลงทุนต่างชาติจึงจำเป็นต้องจัดตั้งบริษัท หรือลงทุนผ่านบริษัทตัวแทนต่างๆ แต่เท่าที่ติดตามก็ยังไม่พบความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติใดๆ ครับ เอาไว้ ptt หลุดจากเครื่องหมาย SP เมื่อไหร่ ค่อยติดตามกันอีกทีว่าจะมีข่าวเคลื่อนไหวใดๆ หรือเปล่า เพราะแน่นอนว่าคำสั่งของศาลปกครองส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินขององค์กรที่ต้องลดลงเพราะโอนคืนให้แก่กระทรวงการคลัง แต่ไม่กระทบต่อการดำเนินกิจการแน่นอนครับ เพราะ ptt ยังคงมีสิทธิเช่าใช้ทรัพย์สินจากกระทรวงการคลังได้

สำหรับโครงสร้างของการบริหารจัดการทรัพย์สินซึ่งรัฐวิสาหกิจโอนคืนแก่กระทรวงการคลังนั้นต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีความชัดเจนอย่างไรหรือไม่ เพราะความจริงรัฐบาลต้องจัดตั้งองค์กรเฉพาะขึ้นมาบริหารสินทรัพย์พวกนี้ให้มีการ Utilization ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยครับ เช่น ท่อก๊าซ โครงข่ายโทรคมนาคม เสาและสายส่งไฟฟ้า ท่อประปา ฯลฯ ครับ

สุดท้ายต้องขอติรัฐบาลชุดปัจจุบันว่ามีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการแปรรูปรัฐวิสาหกิจและสื่อสารกับประชาชนจนสร้างความบิดเบือนจากความเป็นจริงอยู่มาก แต่ผมคาดว่าที่เป็นเช่นนั้นเพราะสถานการณ์ และสถานะรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งบีบบังคับ จึงต้องให้อภัยกันโดยปริยาย แต่ยังเจ็บลึกๆ ในใจอยู่บ้าง ครับ ก็หวังว่าวันที่ 23 ธันวาคม นี้ประชาชนที่ให้ความสนใจกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจจะออกไปใช้สิทธิเลือกพรรคการเมืองที่มีแนวนโยบายเกี่ยวกับการแปรรูปและการบริหารรัฐวิสาหกิจเข้ามาจัดการปัญหาต่างๆ เพื่อให้สามารถนำศักยภาพรัฐวิสาหกิจไทยที่ไม่น้อยหน้าใครขึ้นมาใช้ได้อย่างเต็มที่ครับ
Thitiwat.c เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 4 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


dummy user
(ผู้ใช้ทดสอบ ที่ไม่มีตัวตน)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 32,737 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 37 ครั้ง
ได้รับดาว 236 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ปตท.แปรรูป...สร้างเม็ดเงินให้รัฐกว่า 1.4 แสนล้าน พยุงราคาน้ำมันกว่า 37 เปอร์เซ็นต์ [37,447]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [519,624]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [370,756]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [273,265]
Global Warming { English } [112,030]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.