 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/18201" type="text/javascript"></script> |
|
ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านการจัดการและใช้ประโยชน์จากของเสียอุตสาหกรรมเกษตร
โครงการภายใต้การใช้ประโยชน์จากของเสียโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ผู้บุกเบิกและผลักดันก่อให้เกิดนักวิจัยและกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพขึ้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
post ครั้งแรก: Wed 11 April 2007, 3:22 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 11 April 2007, 4:01 pm
|
หน้าที่ 1 - กว่าจะมาสู่ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางฯ
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมอาหารและแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรหลากหลายประเภทได้แก่ อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารผักและผลไม้ อุตสาหกรรมผลิตน้ำมันปาล์ม อุตสาหกรรมผลิตแอลกอฮอล์จากอ้อยและกากน้ำตาล อุตสาหกรรมการแปรรูปผลิตผลจากข้าวและมันสำปะหลัง อุตสาหกรรมเหล่านี้ส่วนใหญ่มีปริมาณการใช้น้ำและพลังงานในกระบวนการผลิตค่อนข้างสูง น้ำเสียหรือของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตจึงมีปริมาณและความสกปรกที่มีสารอินทรีย์อยู่สูง ซึ่งต้องได้รับการจัดการที่ถูกต้อง โดยที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ต่างๆ รวมถึงความปลอดภัยต่อมนุษย์
นับวันของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมภายในประเทศจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ กอปรกับความเข้มงวดของมาตรการทางด้านสิ่งแวดล้อมที่มีการควบคุมและบังคับ ได้ทำให้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีวิธีการจัดการและบำบัดของเสียดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งนับเป็นแนวทางที่น่าสนใจและเหมาะกับสังคมเกษตรอุตสาหกรรมของประเทศเรา การจัดการเรื่องของเสียจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ หน่วยปฎิบัติการจึงถือกำเนิดขึ้นจากนักวิจัยเป็นกลุ่มวิจัยและเติบใหญ่จนเป็น
ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านการจัดการและใช้ประโยชน์จากของเสียอุตสาหกรรมเกษตร (Excellent Center of Waste Utilization and Management; ECowaste) ในปัจจุบัน ที่มีรศ.ดร.ภาวิณี ชัยประเสริฐ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่สวนอุตสาหกรรมในรั้วมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ทีมข่าว Business Park จึงได้สัมภาษณ์พิเศษความเป็นมาของศูนย์แห่งนี้
กว่าจะมาสู่ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางฯ มีความเป็นมาอย่างไร
ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางนี้ หรือเรียกย่อๆว่า ECoWaste ที่มีจุดเริ่มต้นจากนักวิจัยมาเป็นกลุ่มวิจัยจนเป็นหน่วยปฏิบัติการ โดยเริ่มเมื่อปี 2523 จากโครงการภายใต้การใช้ประโยชน์จากของเสียโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ที่ได้รับการสนับสนุนจาก ASEAN-Australia Economic Cooperation Programme (AAECP) ในความร่วมมือของกลุ่มทำงานระหว่างอาเซียนกับออสเตรเลีย โดยการริเริ่มจาก ศ. ดร. มรกต ตันติเจริญ และ รศ. ดร. ศักรินทร์ ภูมิรัตน ที่เป็นผู้บุกเบิกและผลักดันก่อให้เกิดนักวิจัยและกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพขึ้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) บางมด ต่อมาในปี 2539 กลุ่มวิจัยนี้มีการขยายงานวิจัยและพัฒนามากขึ้นและในหลายแขนง จึงได้ใช้ชื่อเป็นหน่วยปฏิบัติการวิจัยด้านการจัดการและใช้ประโยชน์จากของเสียอุตสาหกรรมเกษตร (Waste Utilization and Management Laboratory) ซึ่งในตอนนั้นดร.ภาวิณี ได้ถูกมอบหมายให้เป็นหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการ ที่ช่วงเริ่มแรกบุคลากรยังไม่มีมากนัก มีนักวิจัยที่ทำงานอยู่ 2-3 คน และส่วนหนึ่งถูกส่งไปเรียนต่อ และมีนักศึกษาปริญญาโท อุปกรณ์การวิจัยรวมทั้งงบประมาณมีค่อนข้างจำกัด เราก็ต้องคิดและบริหารจัดการเรื่องเงินงานคนเพื่อให้การวิจัยและพัฒนาในหน่วยนี้เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ และในปี 2543ได้ย้ายมาที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ณ บางขุนเทียน เราก็มีวิจัยพัฒนาและเติบโตขึ้นเรื่อยๆจนเราแข็งแกร่งขึ้น ต่อมาในปีงบประมาณพ.ศ. 2549 เราได้ถูกยกระดับขึ้นสู่ศูนย์ความเป็นเลิศหรือ Excellent Center เฉพาะทางด้านการจัดการและใช้ประโยชน์จากของเสียอุตสาหกรรมการเกษตร จากความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก คณะที่ปรึกษาอาวุโส และผู้บริหาร R&D Cluster ว่าหน่วยปฏิบัติการนี้มีความเชี่ยวชาญที่ชัดเจน สามารถทำงานและมีผลงานวิจัยเฉพาะทางได้อย่างต่อเนื่อง สั่งสมประสบการณ์และชื่อเสียง ที่ควรส่งเสริมให้เป็นศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางในระดับประเทศและภูมิภาค
จากผลงานวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 20 ปี ทำให้งานทางด้านเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพของประเทศไทยที่แต่เดิมมีเพียงลักษณะการผลิตก๊าซชีวภาพโดยขาดความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง จากการทำงานอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้ประเทศไทยมีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับแนวหน้า และมีเทคโนโลยีในระดับอุตสาหกรรมโดดเด่นในภูมิภาคนี้ของเอเชีย มีการใช้ประโยชน์จากการบำบัดน้ำเสีย และการผลิตก๊าซชีวภาพจากของเสียอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร
เปิดตัวศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทาง ECoWaste
ECowaste เป็นศูนย์ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) เรามีบุคลากรนักวิจัยและวิศวกรรวม 15 คน และนักศึกษาปริญญาโทและเอกที่ทำงานวิจัย 20 คน จากหลากหลายที่และสาขาที่เกี่ยวข้อง
บุคลากรในศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทาง ECoWaste มาจากหลายหน่วยงานที่ทำงานร่วมกันและทำงานเป็นทีม
* สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ มจธ.
* คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มจธ.
* ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
ECoWaste มุ่งสู่ความเป็นศูนย์ชั้นนำของภูมิภาค ในการพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการของเสียอุตสาหกรรมเกษตรให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นแหล่งพลังงานทดแทน ศูนย์นี้ตั้งขึ้นเพื่อทำการวิจัยและพัฒนา ในการปรับปรุงกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมเกษตรให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการใช้ประโยชน์จากของเสียอุตสาหกรรมเกษตร โดยเฉพาะด้านการบำบัดของเสียและการผลิตก๊าซชีวภาพ การวิจัยพัฒนาเพื่อมุ่งสู่การลดปริมาณของเสียที่ปลดปล่อยมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด (A Near Zero Emission) โดยการลดการใช้น้ำและพลังงาน การปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อสร้างองค์ความรู้ และเทคโนโลยีที่เหมาะสม พัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร ทำการสาธิตและถ่ายทอดเทคโนโลยี ทั้งในประเทศและภูมิภาค เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของกระบวนการและองค์ความรู้ในการบำบัดและจัดการของเสียที่เหมาะสมต่อเศรษฐกิจ สังคม วิถีชีวิต ของคนไทย อันจะเป็นการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเกิดความยั่งยืนในการพัฒนาสืบไป
แนวทางของ ECowaste เรามุ่งเน้นด้านการวิจัยและพัฒนา ด้านการบริการวิชาการ และด้านงานพัฒนาบุคลากร โดยทำโครงการวิจัยเพื่อที่จะสร้างองค์ความรู้ใหม่ พัฒนากระบวนการ และเทคโนโลยี เพื่อสร้างความสามารถและความเป็นเลิศทางด้านการจัดการและใช้ประโยชน์จากของเสียอุตสาหกรรม เพื่อให้มีความพร้อมสำหรับการถ่ายทอดให้ภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยตรง สร้างการทำงานเป็นทีม ทั้งระหว่างนักวิจัยทั้งภายในและระหว่างกลุ่มวิจัยในและนอกประเทศ สร้างเครือข่ายการร่วมมือระหว่างองค์กร สร้างความร่วมมือและการป้อนข้อมูลกลับระหว่างศูนย์ฯ และ ผู้ใช้เทคโนโลยี (ผู้รับถ่ายทอดเทคโนโลยี และ ผู้ใช้) เพื่อนำไปสู่ลู่ทางในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆต่อไป และสร้างความเป็นพันธมิตรกับภาคเอกชน/อุตสาหกรรมในด้านความร่วมมือทั้งทางด้านวิจัยและพัฒนา บริการวิชาการ การถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้บริการกับผู้ประกอบการในการแก้ไขระบบบำบัดที่มีอยู่เดิม ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น หรือการสร้างและออกแบบระบบใหม่ให้กับทางโรงงาน รวมทั้งการปรับปรุงกระบวนการผลิตในโรงงานเพื่อให้การใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเรามีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทั้งการผลิตบัณฑิตปริญญาโทและเอก และมีหลักสูตรการฝึกอบรมวิชาการให้กับนักวิชาการ และภาคอุตสาหกรรม (ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลระบบ และบริษัทที่รับออกแบบเดินระบบ)
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม