 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/18201" type="text/javascript"></script> |
|
ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านการจัดการและใช้ประโยชน์จากของเสียอุตสาหกรรมเกษตร
โครงการภายใต้การใช้ประโยชน์จากของเสียโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ผู้บุกเบิกและผลักดันก่อให้เกิดนักวิจัยและกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพขึ้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
post ครั้งแรก: Wed 11 April 2007, 3:22 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 11 April 2007, 4:01 pm
|
หน้าที่ 3 - ประโยชน์ของการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของศูนย์ ECoWaste
การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมจากโครงการเป็นอย่างไร
ทั้ง 4 โรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังจะผลิตก๊าซชีวภาพได้รวมกันไม่ต่ำกว่า 15.36 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี (หรือ 230.4 ล้านลูกบาศก์เมตรตลอดอายุใช้งานของระบบ 15 ปี) ซึ่งนำมาทดแทนน้ำมันเตาในกระบวนการผลิตของโรงงาน ทำให้เกิดการอนุรักษ์พลังงานเทียบเท่าน้ำมันเตา 7.2 ล้านลิตร/ปี (หรือ 108 ล้านลิตรตลอดอายุใช้งานของระบบ 15 ปี) คิดเป็นมูลค่าถึง 100.8 ล้านบาท/ ปี (หรือคิดเป็นมูลค่าถึง 1,512 ล้านบาทต่อ 15 ปี ที่ ราคาน้ำมันเตา 14 บาท/ลิตร) และช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในด้านลดการปลดปล่อยก๊าซมีเทนที่เป็นก๊าซเรือนกระจก ลดมลภาวะทางกลิ่น และลดปริมาณความสกปรกในรูปสารอินทรีย์ (ซีโอดี) ประมาณปีละ 30,000 ตัน
โรงงานที่ทางศูนย์ดูแลได้งบประมาณมาจากไหน
โรงงานแป้งมันสำปะหลัง 3 โรงงานคือ โรงงานชลเจริญ โรงงานชัยภูมิพืชผล และโรงงานแป้งมันตะวันออก ได้รับการสนับสนุนด้านการลงทุนสร้างระบบบำบัดจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน โดยให้การสนับสนุนแต่ละโรงงาน 20% ของเงินลงทุนก่อสร้างระบบ นอกจากนี้เรายังประสานงานในการหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากโครงการสนับสนุนเงินกู้เพื่อการพัฒนาเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งคิดเป็น 75% ของเงินลงทุน เพื่อให้เป็นแรงจูงใจและช่วยเหลือภาคเอกชนในการปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมต่อไป และส่วนอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังอีก 1 แห่งได้มีบริษัทรับเทคโนโลยีไปถ่ายทอด 1 แห่งให้กับโรงงานสีมาอินเตอร์โปรดักส์
นอกจากนี้ยังมีโครงการสนับสนุนสำหรับโรงงานที่ต้องการจะสร้างระบบ ทาง ECoWaste ไบโอเทค และซีดี (โครงการสนับสนุนการวิจัย พัฒนาและวิศวกรรมภาคเอกชน ศูนย์บริการจัดการเทคโนโลยี สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ 6 แห่ง ทำโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อจัดทำระบบบำบัดน้ำเสียและผลิตก๊าซชีวภาพแบบตรึงฟิล์มจุลินทรีย์สำหรับโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง โดยมีทุน 400 ล้านบาท 2 ปี สำหรับ 10 โรงงาน โดยโรงงานสามารถขอเข้าร่วมโครงการ และจะได้รับประโยชน์ขอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และมีการคืนทุนเร็ว ทั้งยังสามารถลดค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำมันเตา และช่วยประเทศไทยลดการนำน้ำมันจากต่างประเทศตามนโยบายของรัฐด้วย
ประโยชน์ที่ได้รับของโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็นอย่างไร
ทางด้านสิ่งแวดล้อม
- ลดความสกปรกของของเสีย (ลด BOD หรือ COD) สามารถช่วยลดปริมาณของเสียที่จะปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม เพื่อบรรเทาปัญหามลพิษที่จะเกิดขึ้นต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ สุขภาพอนามัยของมนุษย์ และผลกระทบต่อระบบนิเวศน์หรือสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำนั้น
- ลดกลิ่นเหม็นได้ดี
- ลดปริมาณแมลงรบกวน
- ลดการปลดปล่อยก๊าซมีเทน-ก๊าซเรือนกระจก
ทางด้านพลังงานทดแทน ได้ก๊าซชีวภาพเป็นพลังงานทดแทนในรูปแบบการใช้ประโยชน์ต่างๆ
- ใช้เป็นแหล่งเชื้อเพลิงเพื่อผลิตพลังงานความร้อน
- ใช้ในการผลิตพลังงานไฟฟ้า
- การผลิตพลังงานความร้อนร่วม
ทางด้านเศรษฐศาสตร์
ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการผลิตได้ ทำให้มีผลตอบแทนคืนทุนและมีความคุ้มทุนในการสร้างระบบบำบัดนี้ โดยได้พลังงานทดแทนจากก๊าซชีวภาพ นอกจากนี้น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วสามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการชลประทานในการปลูกพืช ได้แก่ ต้นยูคาลิปตัส ต้นมันสำปะหลัง รวมถึงลดการใช้พื้นที่ลง 30-40 %
การพัฒนาเทคโนโลยี: ได้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในประเทศ ซึ่งสามารถเผยแพร่และถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ได้สู่ภาคอุตสาหกรรมต่างๆที่สนใจ
จากผลความสำเร็จของการวิจัยและพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียและผลิตก๊าซชีวภาพแบบตรึงฟิล์ม
จุลินทรีย์จนถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้สู่ระดับอุตสาหกรรม ทำให้เราได้รับรางวัลระดับประเทศ 2 รางวัลจากสภาวิจัยแห่งชาติประจำปี พศ. 2545 และจากกระทรวงพลังงานประจำปีพศ. 2546 และระดับนานาชาติ 1 รางวัลจาก Seed Award 2005 (พศ. 2548) เป็นเครื่องยืนยัน และทาง ECoWaste ได้ส่งเสริมสนับสนุนการนำเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางด้านชีวภาพไปใช้ในโรงงานตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีของบริษัท ชลเจริญ จำกัด ซึ่งทางบริษัทฯได้รับรางวัลภาคเอกชนดีเด่นจาก Taguchi Prize 2006 (พศ. 2549)
ความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของศูนย์ ECoWaste
แม้ว่าศูนย์ ECoWaste ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีไปแล้ว แต่เพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น รวมทั้งค่าลงทุนสร้างระบบลดลง ECoWaste จึงทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบบำบัดน้ำเสียแบบลูกผสม (Anaerobic Hybrid Reactor) ซึ่งเป็นการต่อยอดเทคโนโลยีจากระบบบำบัดน้ำเสียแบบตรึงฟิล์ม โดยระบบบำบัดน้ำเสียแบบลูกผสมนี้ได้รวมข้อดีของระบบน้ำเสียแบบต่างๆที่มีอยู่ในปัจจุบัน และเป็นการลดค่าวัสดุตัวกลางของระบบตรึงฟิลม์ ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
โดยความร่วมมือของบริษัทชลเจริญ ไบโอเทคร่วมกับมจธ.จะดำเนินการสร้างระบบต้นแบบลูกผสม โดยต่อเข้ากับระบบตรึงฟิลม์ที่บริษัทใช้งานอยู่ ซึ่งนอกจากได้พลังงานเพิ่มเติมแล้ว (อีกประมาณปีละ 6 ล้านบาทต่อปี) น้ำที่ออกจากระบบลูกผสมมีคุณสมบัติดีขึ้น ซึ่งจะมีการพัฒนาต่อไปเพื่อวนน้ำกลับมาใช้ในโรงงานต่อไป เพื่อให้เข้าสู่การเป็นโรงงานต้นแบบที่ปลดปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด (A Near Zero Discharge Starch Factory) นอกจากนี้ในอนาคตอันใกล้นี้ที่ทางเรา มจธ.ร่วมกับไบโอเทค และจากความร่วมมือของโรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม จะสร้างระบบต้นแบบลูกผสม เพื่อบำบัดน้ำเสียและผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียโรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม
สนใจติต่อศูนย์ ECoWaste
รศ.ดร.ภาวิณี ชัยประเสริฐ
ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านการจัดการและใช้ประโยชน์จากของเสียอุตสาหกรรมเกษตร (ECoWaste)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
83 หมู่ 8, ท่าข้าม, บางขุนเทียน
กรุงเทพฯ 10150
โทร: 02-470-7525 โทรสาร: 02-452-3455
e-mail: pawinee.cha@kmutt.ac.th
หรือติดต่องานบริการวิชาการ
คุณวุฒิพงษ์ ศรีทองคำ
โทร: 02-470-7521 โทรสาร: 02-452-3455
e-mail: wootipong@biotec.or.th
บทความจากนิตยสาร Business Park
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม