คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/18210" type="text/javascript"></script>
Lecture note วิชา General Physics 1 - ชุดที่ 1 : เว็กเตอร์และการเคลื่อนที่
Lecture note อย่างย่อๆ สรุปความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเวกเตอร์และการเคลื่อนที่
ผู้เขียน: ดร.อรรถกฤต ฉัตรภูติ ชมแล้ว: 35,210 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 13 April 2007, 5:21 am ปรับปรุงล่าสุด: Thu 3 May 2007, 4:07 am

หน้าที่ 1 - คุยกันก่อนเรียน

หมายเหตุ โน๊ตฟิสิกส์ชุดนี้ดัดแปลงมาจากไฟล์ Powerpoint ที่ผู้สอนใช้บรรยายวิชา 2304103 General Physics I ให้กับนิสิตชั้นปีที่ 1 ของคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2547 โดยได้คัดเนื้อหาที่บรรยายแต่ละครั้งออกมาเป็นโน๊ตย่อยๆ เนื่องจากเป็นการบรรยายที่ใช้เวลาจำกัดเพียงหนึ่งชั่วโมงต่อครั้ง Lecture note ชุดนี้จึงเป็นเพียงแต่การเป็นสรุปเนื้อหาโดยย่อ ผู้อ่านจึงควรใช้เสริมกับหนังสือเรียนที่ได้มาตราฐาน เพื่อความเข้าใจในเนื้อหาวิชาที่ลึกซึ่งยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามผู้เขียนจะพยายามเพิ่มเติมและแก้ไขเปลี่ยนแปลงโน๊ตนี้ ให้มีความถูกต้องและสมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆเมื่อมีโอกาส ผู้เขียนหวังอย่างยิ่งว่าโน๊ตนี้น่าจะเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่สนใจวิชาฟิสิกส์



“... a physical theory is just a mathematical model and it is meaningless to ask whether it corresponds to reality.
All that one can ask is that its predictions should be in agreement with observation. ”

Prof. S.W. Hawking




ทำไมจะเรียนฟิสิกส์ถึงต้องใช้คณิตศาสตร์?

หลายคนอาจมีนิยามและความหมายของวิชาฟิสิกส์แตกต่างกันไป แต่สำหรับผู้สอนขอให้ความหมายของวิชาที่กำลังจะสอนพวกคุณทั้งหลายนี้ว่า

“ฟิสิกส์คือวิชาที่ว่าด้วยการศึกษาธรรมชาติ ทฤษฎีฟิสิกส์คือการอธิบายธรรมชาติด้วยภาษาคณิตศาสตร์ ”

สำหรับนักฟิสิกส์คณิตศาสตร์คือภาษาของธรรมชาติ ในทางศิลปศาสตร์ กวีอธิบายธรรมชาติผ่าน กาพย์ โคลง กลอน ศิลปินอธิบายธรรมชาติผ่านภาพวาดจากปลายพู่กันส่วนนักฟิสิกส์อธิบายธรรมชาติผ่านภาษาคณิตศาสตร์ การที่จะซาบซึ้งกับบทกวีของชาติใดๆก็ตาม คุณต้องเข้าใจภาษาที่กวีท่านนั้นๆใช้ก่อน เช่น เดียวกัน คุณจะเข้าใจฟิสิกส์ให้ลึกซึ้งไม่ได้เลย ถ้าพวกคุณไม่เข้าใจภาษาคณิตศาสตร์

และเพราะว่าธรรมชาติมีการเปลี่ยนแปลง ทุกสิ่งในชีวิตประจำวันล้วนเปลี่ยนแปลง เช่น วัตถุเปลี่ยนตำแหน่ง (การเคลื่อนที่) สสารเปลี่ยนสถานะ นักฟิสิกส์จึงต้องอธิบายการเปลี่ยนแปลงนั้นผ่านทฤษฎี(คณิตศาสตร์)

โดยทั่วไปการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติแบ่งออกได้เป็นสองระดับคือ

1) Kinematics หรือ จลศาสตร์

ศึกษาปริมาณที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง เช่น ความเร็ว ความเร่ง ทฤษฎีที่อธิบายลักษณะนี้ เช่น กฎของอคีมีดิส

2) Dynamics หรือ พลศาสตร์

ศึกษากลไก หรือกระบวนการ สาเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น ทฤษฎีที่อธิบายลักษณะนี้ เช่นกฎแรงโน้มถ่วงของนิวตัน และการศึกษาพลศาสตร์ของวัตถุนี่เองที่ทำให้ภาษาคณิตศาสตร์ได้แสดงศักย์ภาพของมันได้อย่างเต็มที่ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพัฒนาวิวัฒนาการของโลกเราจนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามทฤษฎีที่เราใช้อธิบายธรรมชาตินั้นไม่ได้มีเพียงทฤษฎีเดียว แต่ยังขึ้นกับระบบที่เราสนใจ ตลอดชั้นปีทีหนึ่งนี้คุณจะได้เห็นว่า ระบบที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ทฤษฎีแม่เหล็กไฟฟ้าของแม็กซ์เวลล์สามารถอธิบายเกือบทุกอย่างที่เราพบในชีวิตประจำวันได้ แต่ถ้าคุณสนใจในระบบเล็กๆ เช่น อะตอมของธาตุต่างๆ ธรรมชาติของสิ่งเล็กๆเหล่านี้ทฤษฎีควอนตัมอธิบายได้ดีกว่า ในขณะที่ระบบฟิสิกส์ที่ใหญ่ๆมากๆ เช่น กลุ่มกาเล็กซี่ หรือแม้แต่ทั้งจักรวาล ทฤษฎีสัมพัทธ์ภาพของไอน์สไตน์สามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลงต่างๆได้อย่างน่าพอใจในระดับหนึ่ง

6802

แต่ละทฤษฎีที่กล่าวถึงล้วนมีการใช้คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น แคลคูลัส (Calculus) และ สมการอนุพันธ์ (Differential equation) ที่ใช้ในกลศาสตร์ของนิวตั้น ในวิชาสัมพัทธภาพทั่วไป เรขาคณิตเชิงอนุพันธ์ (Differential geometry) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้อธิบายความโค้งของกาลอวกาศ ในวิชาควอนตัม ทฤษฎีกลุ่ม (Group theory) และเครื่องมือคณิตศาสตร์อื่นๆ ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย

เพราะธรรมชาติมีความซับซ้อนอย่างน่ามหัศจรรย์ ในแต่ละครั้งที่เราศึกษาลึกลงไปคณิตศาสตร์ที่ใช้อธิบายธรรมชาติจึงต้องลึกซึ้งมากขึ้นตามไปด้วย ในแง่นี้นักฟิสิกส์ก็ไม่ต่างอะไรกับนักประพันธ์ที่พยายามหาถ้อยคำที่ไพเราะที่สุดเพื่อมาอธิบายธรรมชาติที่เขาพบเห็น

สำหรับในชั้นปีที่หนึ่งนี้ เราจะเริ่มกันด้วย เวกเตอร์ และ แคลคูลัส ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เซอร์ไอเซค นิวตัน ใช้บรรยายธรรมชาติ


หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 15 เม.ย. 2550 (18:07)
เขียน determinant สำหรับผลคูณเชิงเวกเตอร์ ใช้ "vmatrix" ดีกว่าครับ

\vec{A}\times\vec{B} =
\begin{vmatrix}
\hat{\imath} & \hat{\jmath} & \hat{k} \\
A_{x} & A_{y} & A_{z} \\
B_{x} & B_{y} & B_{z}
\end{vmatrix}
Siranan เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 10 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 15 เม.ย. 2550 (18:22)
ผมคิดว่าในปัจจุบัน แนวคิดเกี่ยวกับ "มวลนิ่ง" (rest mass) กับ "มวลสัมพัทธภาพ" (relativistic mass) น่าจะล้าสมัยแล้วนะครับ... ในตำราของ Halliday, Resnick & Walker, Fundamentals of Physics ก็เลิกใช้ไปแล้ว...

สิ่งที่ขึ้นอยู่กับความเร็วควรจะเป็นพลังงานกับโมเมนตัม ไม่จำเป็นต้องนิยามมวลที่ขึ้นกับความเร็วเลย

E=\frac{mc^{2}}{\sqrt{1-(v/c)^{2}}}
\qquad\text{and}\qquad{}
\vec{p}=\frac{m\vec{v}}{\sqrt{1-(v/c)^{2}}}


REF: Does mass change with speed?
http://math.ucr.edu/home/baez/physics/Relativity/SR/mass.html
Siranan เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 10 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 15 เม.ย. 2550 (22:44)
ขอบคุณคุณ Siranan สำหรับความเห็นและข้อแนะนำครับ

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าใน Relativistic mass ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนิยาม และหลายๆกรณีอาจจะนำมาซึ่งความสับสนได้ และที่จริงก็ยังไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงในบทนี้เสียด้วยซ้ำไป เหตุผลที่กล่าวถึงในตอนบรรยายครั้งกระนู้น เพราะต้องการจะสร้างแรงจูงใจคิดว่าน่าจะช่วยให้ผู้เรียนเห็นภาพได้ง่ายและกว้างขึ้น แต่แน่นอนว่าอาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการสอน ผมจะนำไปพิจารณาเวลาที่จะปรับปรุงเล็กเชอร์โน๊ตในครั้งต่อไปครับ
จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1406 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 227 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 30 เม.ย. 2550 (11:49)
แนวคิดที่ว่าด้วย พลังงาน และ โมเมนตัม นั้น เป็นการนิยามเชิงสนามโดยหลักของแฮมิลตันใช่ป่าวคับ เห็นเขาว่าสามารถนำเอามาใช้ในการวิเคราะห์กลศาสตร์จุลภาคได้เป็นอย่างดีใช่ไหมครับ
pachelbel เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 151 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


จ้อ
(อรรถกฤต ฉัตรภูติ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 15,527 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 1,406 ครั้ง
ได้รับดาว 227 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

Lecture note วิชา General Physics 1 - ชุดที่ 1 : เว็กเตอร์และการเคลื่อนที่ [35,211]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [519,747]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [370,861]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [274,233]
Global Warming { English } [112,707]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.