 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/18401" type="text/javascript"></script> |
|
|
ยาง...ยืดชีวิตพิชิตโรค
พักนี้ใครๆก็ฮิตเข้าฟิตเนสที่มีเครื่องไม้เครื่องมือครบครัน เพื่อสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องดี แต่สำหรับคนที่ "มันนี่" ไม่เอื้ออำนวย ก็ยังมีวิธีการออกกำลังกายอื่นๆซึ่งสะดวกสบาย แถมไม่แพง (เข้ากระแสพอเพียงอีกต่างต่าง) มาแนะนำ "ยางยืด" น
post ครั้งแรก: Wed 9 May 2007, 5:49 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 9 May 2007, 6:02 pm
|
หน้าที่ 1 - ยาง..ยืดชีวิตพิชิตโรคได้จริงหรือ?
ยางยืดที่เราคุ้นชิน และหลายคนเคยเอามาร้อยจนยาวเอาไว้เล่นโดดหนังยางตอนเด็กๆหรือเอามาเป่าเล่นกับเพื่อนนั้น วันนี้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการเสริมสมรรถภาพร่างกายและกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี จนถึงกับได้รับรางวัลส่งเสริมสุขภาพดีเด่นแห่งชาติจากกระทรวงสาธารณสุขมาแล้ว
วิธีนำยางยืดมาใช้เพื่อสุขภาพก็ไม่ยาก แค่ใช้ยางวงขนาดใหญ่จำนวน 5 - 6 เส้น มาร้อยต่อกันเป็น ลักษณะเหมือนข้อโซ่ให้ได้ประมาณ 36 - 40 ข้อ หรือถ้าเป็นคนรูปร่างสูงก็อาจใช้ถึง 40 - 45 ข้อ หรือมากกว่าตามรูปร่าง
คุณสมบัติของยางยืด คือ จะมีปฏิกิริยาสะท้อนกลับ หรือมีแรงดึงกลับจากการถูกดึงให้ยืดออก ที่เรียกว่า สเทรทช์ รีเฟลกซ์ (Stretch Reflex) ทุกครั้งที่ยางถูกดึงให้ยืดจึงช่วยกระตุ้นระบบประสาทกล้ามเนื้อ และช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของรพบบประสาทกล้ามเนื้อ เอ็นกล้ามเนื้อ รวมทั้งข้อต่อกระดูก นอกจากนั้นยังช่วยเสริมสร้างความอดทนของกล้ามเนื้อในหลายรูปแบบ ลดไขมัน ทำให้กล้ามเนื้อมีความตึงตัว กระชับสัดส่วน
ที่สำคัญการออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสะสมแคลเซียมไว้ในกระดูก ทำให้กระดูกมีความหนาแน่น ป้องกันปัญหากระดูกบาง กระดูกพรุน ข้อติด ข้อเสื่อม และระบบโครงสร้างร่างกาย
การออกกำลังกายด้วยยางยืดทำได้หลายท่า และสามารถออกได้ในเกือบทุกสัดส่วนไม่ว่า กล้ามเนื้ออก ไหล่ หลัง ต้นแขน ลำตัว หน้าท้อง ขาด้านหน้า ด้านหลัง ฯลฯ แต่อาจต้องใช้เวลาฝึกบ้างเพื่อให้เกิดความคุ้นเคย จนสามารถออกกำลังได้อย่าเต็มประสิทธิภาพ
วิธีการออกกำลังกายด้วยยางยืดนั้น หากต้องการออกเพื่อบริหารกล้ามเนื้อสะโพกและต้นขาด้านหน้า ก็ให้ยืดแขนเหยียดตรงข้างลำตัว ใช้เท้าเหยียบยางไว้ มือทั้งสองจับที่ปลายเส้นแต่ละข้าง งอสะโพก งอเข่า แล้วย่อตัวลงจนกระทั่งต้นขาเกือบขนานกับพื้น หลังเหยียดตรง มองตรงไปข้างหน้า จากนั้นเหยียดสะโพห เหยียดเข่ากลับเข้าสู่ท่ายืนตรง
ข้อควรระวังในท่านี้คือ ขณะงอเข่าและย่อตัวลงหลังต้องไม่งอ และเข่าที่งอจะต้องไม่เลยปลายเท้า
การออกกำลังกายวิธีนี้ไม่ใช่แค่มาดึงๆยางเท่านั้น แต่ต้องรู้ว่าจะออกกำลังส่วนใด ใช้แรงอย่างไร นั่นคือต้องแนบแขนชิดลำตัว เมื่อต้องการออกกำลังกายส่วนแขน หลังต้องไม่งอเมื่อออกกำลังกายส่วนเอว เป็นต้น
เมื่อรู้เคล็ดลับแล้วก็ไม่ยากที่จะออกกำลังกายอีก ทั้งยังสามารถเพิ่มแรงต้านโดยใช้วิธีการร่นยาง นั่นคือในการออกกำลังกายสะโพก หากอยากได้แรงมากขึ้นก็เพียงแต่เหยียบยางไว้ให้มาก เพื่อให้สายสั้นลง
หรือหากต้องการแรงผลักให้มากขึ้นในการออกกำลังกายก็สามารถเพิ่มจำนวนยางมากกว่าปกติได้ โดยเพิ่มข้อที่ 13 หรือ 15 และข้อที่ 23-25
ขณะเดียวกันก็แนะนำให้สอดยางไว้ระหว่างข้อดังกล่าวอีก 1 ชุด โดยใช้เส้นยางจำนวนที่เท่ากัน เส้นยางที่สอดระหว่างข้อมือนี้มีไว้สำหรับคล้องรัดข้อเท้า หรือคล้องกับที่ยึดเกาะ เช่น ขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ ขณะออกกำลังกายในบางท่า และควรหาวัสดุเหลือใช้ เช่น ท่อพีวีซีมาดัดแปลงสอดตรงปลายยาง เพื่อใช้เป็นที่จับเพิ่มความสะดวก
ง่ายๆและประหยัดๆอย่างนี้ แต่ก็เป็นวิธีที่ทำให้แข็งแรงได้เหมือนกัน
-----------------------------------------------------------------------------------------------
ขอบคุณที่มา จดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพ ฉบับ สร้างสุข
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม