สถาปัตยกรรมกรีก

Greek Architecture

เมื่อประมาณ 3000 ปีก่อนคริสตศักราช กลุ่มชนรุ่นแรกได้อพยพเข้าสู่คาบสมุทรกรีก สถาปัตยกรรมของกลุ่มชนเหล่านี้มีลักษณะเรียบง่าย ไม่มีอะไรน่าสนใจเมื่อเทียบกับ ชาวกรีกยุคคลาสสิก ... พวกเขาก่อสร้างบ้านเรือนในหลากหลายรูปแบบ ทั้งรูปทรงกลม รูปทรงไข่ รูปทรงสี่เหลี่ยม วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างมักทำมาจากโคลน โดยปราศจากการใช้ปูนในการก่อสร้าง ภายในบ้านส่วนใหญ่จะมีเพียงแค่ห้องเดียว

ชาวกรีกโบราณมีวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่มานานกว่าพันปีในครีต สถาปัตยกรรมมิโนอันมีให้เห็นกันมากในรูปแบบที่อยู่อาศัย พวกเขาไม่นิยมสร้างวัดและสถานที่สาธารณะ ไม่เหมือนกับชนกลุ่มโบราณ ซึ่งในบ้านเรือนของพวกเขานั้นมักจะสร้างให้มีหลายห้องและมีมากกว่า 1 ชั้น การกั้นห้องจะใช้เสาเป็นตัวกั้น ลักษณะภายในบ้านจะค่อนข้างเปิดโล่ง บันไดถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในบ้าน จากนี้ไปจะเป็นสถาปัตยกรรมในช่วงกรีกโบราณ
สถาปัตยกรรมกรีกยุคคลาสสิคที่สำคัญ มีแตกต่างกัน 3 ประเภทที่พวกเราคงเคยได้ยินได้เห็นกันมาบ้างแล้วจากตำราเรียนสมัยมัธยม นั่นก็คือ สถาปัตยกรรมแบบ Doric, Ionic, and Corinthian ซึ่งสถาปัตยกรรมแบบ Corinthian นั้นจะไม่ค่อยเป็นที่นิยมกว้างขวางเท่ากับสถาปัตยกรรมแบบ Doric, Ionic เพราะว่าสถาปัตยกรรมแบบ Corinthian นั้นมีความสลับซับซ้อนและมีรายละเอียดเยอะมาก สถาปัตยกรรมแบบ Doric เป็นที่รู้จักเพราะชาวสปาตันนิยมใช้ มันสร้างขึ้นจากด้ามไม้ซึ่งภายหลังกลายเป็นหิน ตอนบนของด้ามไม้จะมีบุที่มีบล็อคไม้ทรงสี่เหลี่ยมอยู่ เสาค้ำขื่อที่เรียกว่า architrave เสา Ionic จะมีลักษณะเรียวกว่าเสา Doric การสร้างต้องใช้แม่แบบและการตกแต่งโดยการแกะสลักด้วยศิลปะที่พริ้วไหว ส่วนบนสุดของผนังมีรายละเอียดที่สวยงาม เมื่อพูดถึงวัดกรีก เราจำเป็นต้องรู้ว่าความเชื่อทางศาสนาของชาวกรีกนั้นไม่เหมือนชาวคริสเตียน ประเด็นแรก ชาวกรีกเชื่อว่าเทพเจ้าของพวกเขามีธรรมชาติที่เหมือนมนุษย์ธรรมดาทั่วไป เพียงแต่ว่าเทพเจ้าเหล่านั้นจะพิเศษกว่าทางด้านความเฉลียวฉลาดและความแข็งแกร่ง ประเด็นที่สอง ชาวกรีกเชื่อว่าวัด โบสถ์ของพวกเขาคือที่อยู่อาศัยของเทพเจ้าที่พวกเขาศรัทธา ดังนั้นสถานที่เหล่านี้จึงต้องมีความสวยงามกว่าบ้านเรือนทั่วไป ประเด็นต่อมา ชาวกรีกไม่ได้รวมตัวกันเพื่อสรรเสริญพระเจ้าในวัดหรือโบสถ์ของพวกเขา เหมือนอย่างคริสตศาสนนิกชนประเด็นสุดท้าย การบูชายัญและการบวงสรวง ถือเป็นคำสั่งของเทพเจ้า ดังนั้นทุกวัดหรือโบสถ์จะมีแท่นบูชาอยู่บริเวณชานวัดเพื่อจัดพิธีกรรม
วิหารพาร์ทีนอนบนภูเขาเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งที่มีความสวยงามและมีชื่อเสียงอย่างมาก ในขณะเดียวกันสถาปัตยกรรมก็แสนจะเรียบง่าย วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่าง 438 - 447 ปีก่อนคริสตกาล ตั้งอยู่บนภูเขา Acropolis ในกรุงเอเธนส์ รูปแบบการสร้างวิหารพาร์ทีนอนนี้เรียกว่า octostyle peripteral เพราะมันมีทั้งหมด 8 เสา อยู่บริเวณด้านหน้าและด้านหลัง และยังถูกล้อมรอบด้วยแนวเสาระเบียง หรือที่เรียกกันว่า peristyle ภายใน มีการก่อสร้างในลักษณะเช่นเดียวกับโบสถ์ส่วนใหญ่ ส่วนของห้องโถงกลาง หรือ cella มีรูปปั้นเทพีอะเธเน (เทพีแห่งปัญญาและศิลปวิทยาของกรีก) สร้างขึ้นมาจากทองและงาช้าง นอกจากนี้ยังมีระเบียงอยู่ทางทิศตะวันออก และทิศตะวันตกทั้งสองด้าน ทางด้านหลังของวัดเป็นห้องโถง เรียกว่า พาร์ทีนอน ซึ่งเป็นสถานที่จัดไว้เพื่อพิธีการบวงสรวง บูชา-ยัญ พิธีกรรมและความเชื่อต่างๆเหล่านี้มีเกิดขึ้นเป็นธรรมดาในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ในสมัยนั้น
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งที่มีความสลับซับซ้อนนั่นก็คือ The Great Palace of Knossos หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า Knossos เป็นชื่อเมืองโบราณบนเกาะครีต ส่วนกลางเป็นเมืองหลวงของอารยธรรมมิโนอันโบราณ มันเริ่มขึ้นจากการเป็นเมืองเล็กๆ ซึ่งมีสิ่งก่อสร้างล้อมรอบจัตุรัสและค่อยๆเติบโตขึ้นเป็นเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยอารยธรรมมากมาย อย่างที่คนทั่วไปทราบกัน วัดกรีกนั้นมีหลากหลายรูปแบบ แต่ถึงกระนั้นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ก็ถูกใช้เพื่อจุดประสงค์เดียวกัน และสิ่งที่พวกเราเห็นอีกอย่างหนึ่งก็คือ คนชาวกรีกได้สร้างสิ่งก่อสร้างที่น่าอัศจรรย์มากมาย ด้วยความรอบคอบในการวางแผนและความสามารถในการสร้างสรรค์ บางทีอัจฉริยะที่แท้จริงอาจเป็นสถาปนิกชาวกรีกในยุคนั้น หาใช่นักปรัชญาไม่ แปลและเรียบเรียงจาก http://www.ancientgreece.com/html/art_frame.htm สามารถเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมต่างๆของกรีกได้ที่เวบไซต์นี้ http://www.ancient-greece.org/architecture/acropolis-arch.html http://www.greeka.com/greece-architecture.htm

tags :

บทความอื่นๆ