 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/18492" type="text/javascript"></script> |
|
จำนวนจริง
ทุกคนเคยสงสัยบ้างไหมคะว่า ตัวเลข หรือ จำนวนนั้น กำเนิดเกิดขึ้นมาจากอะไร ใครเป็นผู้คิดค้น แล้วทำไมในชีวิตประจำวันของพวกเราในสมัยนี้ทั้ง การเรียน การงาน หรือกระทั่งการดำเนินชีวิตส่วนใหญ่แล้วจึงเกี่ยวข้องกับคำว่า จำนวน
post ครั้งแรก: Sat 19 May 2007, 10:37 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 30 May 2007, 1:50 pm
|
หน้าที่ 3 - ช่วง
เพื่อนๆทุกคนคงจะรู้จักมักคุ้นไม่น้อยเลยใช่ไหมคะสำหรับความหมายของคำว่า ช่วง ซึ่ง แท้ที่จริงแล้ว ช่วงนั้นก็คือ ชื่อที่เราใช้เรียกสับเซตของเซต

(จำนวนจริง) ซึ่งมีลักษณะหรือเงื่อนไขของเซตเป็นการเฉพาะ โดยที่ช่วงนั้น มีอยู่หลายประเภททีเดียว และแต่ละประเภทนั้น จะมีความแตกต่างกันและสามารถเห็นได้ชัดเจนทั้งความหมายและสัญลักษณ์ด้วย
เราจะมาดูกันนะคะว่า ประเภทของช่วงนั้น มีอะไรบ้าง และแต่ละประเภทนั้นแตกต่างกันอย่างไร มาดูความหมายและตัวอย่างง่ายๆของแต่ละประเภทกันเลยค่ะ
ช่วงเปิด (Open interval)
ช่วงเปิด เป็นประเภทของช่วงประเภทแรกที่เราจะกล่าวถึงกัน ซึ่งช่วงประเภทนี้เป็นแบบอย่างแบบง่ายๆ ที่เราสามารถเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว เรามาดูนิยามของช่วงประเภทนี้กันเลยค่ะ
ช่วงเปิด (Open interval) หมายถึง เซตของจำนวนจริง ที่อยู่ระหว่าง

และ

และเราสามารถเขียน

,

ให้อยู่ในรูปของสัญลักษณ์แทนช่วงเปิดได้คือ

และเราสามารถแสดงให้อยู่ในรูปของเซตได้ดังนี้
และสามารถนำเซตที่ได้ มาเขียนให้อยู่ในรูปของเส้นจำนวน เพื่อที่เราจะสามารถเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ได้ดังนี้
 | สัญลักษณ์ ( ) นี้ใช้แทนสำหรับช่วงเปิด และบนเส้นจำนวนจะแสดงอยู่ในรูปของวงกลมแบบโปร่งแสง หากทึบ นั่นจะหมายถึงช่วงปิดทันที โดยที่ช่วงเปิดนี้จะไม่นับรวมค่าที่อยู่แรกสุดและหลังสุด แต่จะนับเพียงค่าที่อยู่ระหว่างช่วงเท่านั้น |
ช่วงปิด (Closed interval)
ช่วงปิด คืออีกประเภทหนึ่งที่สำคัญ และสามารถเข้าใจได้ง่ายเช่นเดียวกับ ช่วงเปิด เรามาดูนิยามของช่วงประเภทนี้กันดีกว่าค่ะ
ช่วงปิด (Closed interval) หมายถึง เซตของจำนวนจริง ที่อยู่ตั้งแต่

ถึง

และเราสามารถเขียน

,

ให้อยู่ในรูปของสัญลักษณ์แทนช่วงปิดได้คือ
![[a,b] [a,b]](/latexrender/pictures/2c3d331bc98b44e71cb2aae9edadca7e.gif)
ซึ่งเราสามารถแสดงให้อยู่ในรูปของเซตได้ดังนี้
และสามารถนำเซตที่ได้ มาเขียนให้อยู่ในรูปของเส้นจำนวน เพื่อที่เราจะสามารถเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ได้ดังนี้
ช่วงครึ่งเปิด (Half-open interval)
ช่วงครึ่งเปิดเป็นชนิดที่เกิดการผสมผสานระหว่าง ช่วงเปิดและช่วงปิด ซึ่งช่วงครึ่งเปิดนี้ เราสามารถที่จะเขียนสัญลักษณ์และลักษณะของเซตจำนวนได้เป็นสองกรณีคือ
1. ช่วงครึ่งเปิดของ
![(a, b] (a, b]](/latexrender/pictures/0a0570c11ed3e729c670905e9d8f51ad.gif)
คือ เซตของจำนวนจริงที่มากกว่า

แต่น้อยกว่า หรือเท่ากับ

2. ช่วงครึ่งเปิดของ

คือ เซตของจำนวนจริงที่มากกว่าหรือเท่ากับ

แต่น้อยกว่า
โดยที่ทั้งสองกรณีนี้สามารถที่จะแสดงตัวอย่างให้อยู่ในรูปของเซตได้ดังนี้คือ
1.
![(a, b] = \{x \in \mathcal{R} | a < x \leq b\} (a, b] = \{x \in \mathcal{R} | a < x \leq b\}](/latexrender/pictures/a00ca9582b552fac359d91d27f7d16b5.gif)
2.
และเราสามารถแสดงให้อยู่ในรูปของเส้นจำนวนได้ดังนี้ค่ะ
ช่วงอนันต์ (Infinite interval)
ช่วงอนันต์ คือ ช่วงที่เราไม่สามารถรู้จุดสิ้นสุดได้ว่าจะสิ้นสุด ณ ที่จุดไหน ซึ่งเราจะแทนสัญลักษณ์อนันต์ด้วย

โดยที่

นั้น มีทั้งช่วงบวกและช่วงลบ เช่นเดียวกับจำนวนเต็ม ซึ่งเราสามารถแบ่งกรณีของช่วงอนันต์ได้ถึง 5 กรณีด้วยกันคือ
1. ช่วงอนันต์

หมายถึง เซตของจำนวนจริงที่มากกว่า
2. ช่วงอนันต์

หมายถึง เซตของจำนวนจริงที่มากกว่าหรือเท่ากับ
3. ช่วงอนันต์

หมายถึง เซตของจำนวนจริงที่น้อยกว่า
4. ช่วงอนันต์
![(-\infty, a] (-\infty, a]](/latexrender/pictures/ab32e57aa2cd5ab4196d2a180fbb75a7.gif)
หมายถึง เซตของจำนวนจริงที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ
5. ช่วงอนันต์

หมายถึง เซตของจำนวนจริง
ถึงตอนนี้เพื่อนๆคงจะทราบถึงประเภทของช่วงกันแล้วนะคะ ว่าช่วงนั้นมีหลายชนิดด้วยกัน และใช้ในกรณีที่แตกต่างกันอีกด้วย ดังนั้น ตอนนี้เพื่อนๆก็สามารถที่จะนำความรู้ที่ได้จากหัวข้อข้างต้น เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการแก้โจทย์ปัญหาได้อย่างรวดเร็วค่ะ
แบบฝึกหัด5
1. จงเขียนเซตต่อไปนี้ให้อยู่ในรูปของช่วง
1.

2.

3.

4.

5.
2. จงเขียนกราฟต่อไปนี้ให้อยู่ในรูปสับเซต
3. จงเติมสัญลักษณ์
หรือ
ในช่องว่างดังนี้
1.

2.

3.

4.

5.
4. กำหนดให้
จงหา set ต่อไปนี้ให้อยู่ในรูปช่วง
1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 19 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 20 พ.ค. 2550 (13:34) เขียนดีมากเลยครับให้ความรู้กับผู้อ่านทุกระดับ

แต่ผมติดอยู่นิดนึงครับตรงประโยคที่บอกว่า
"จำนวนตรรกยะ หมายถึง จำนวนที่เขียนอยู่ในรูปเศษส่วน

โดยที่

และ

เป็นจำนวนเต็ม และ

"
ผมคิดว่าน่าจะแทนคำว่า"จำนวนที่เขียน"ด้วย"จำนวนที่สามารถเขียน"ครับ
เพราะอย่างเช่น

ก็เป็นจำนวนตรรกยะเหมือนกัน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 20 พ.ค. 2550 (17:18) ขอบคุณมากๆๆๆๆค่ะ
แต่ก่อนงงๆ
ตอนนี้ก็รู้ขึ้นมาเยอะเลย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 20 พ.ค. 2550 (18:03) งงหน่อยๆ - -กำ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 24 พ.ค. 2550 (10:04) ความเห็นหาย - -
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 4 มิ.ย. 2550 (19:37) ไม่ค่อยเรื่องงสักเท่าไร เพราะยังม่ายได้เรื่องพวกนี้เลยอ่ะค่ะ เหอๆๆๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 7 มิ.ย. 2550 (16:43) ช่วยได้มากเลยครับ ขอบคุณ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 17 มิ.ย. 2550 (21:01) เรื่องพวกนี้ก้อยู่ในบทเรียน เรื่อง จำนวนจริง ใช่ป่ะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 9 ก.ค. 2550 (09:42) ผลต่ากำลังสอง ผิดค่ะ ที่ถูกต้องเป็น
a^2-b^2 = (a+b)(a-b) 8jt
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 9 ก.ค. 2550 (09:45) ผลต่างกำลังสอง สูตรข้างบนผิดค่ะ ที่ถูกต้องเป็น
a^2 - b^2 = (a + b)(a - b) ค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 13 ก.ค. 2550 (23:19) เขียนได้เยี่ยมมาก แต่การหารสังเคราะผมไม่เข้าใจช่วยอธิบายเพิ่มเติมหน่อยครับ ตัวอย่างให้มาตัวอย่งเดียว ผมงงครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 18 ก.ค. 2550 (19:11) มีไรมาถามงับอาจารย์ถามว่า0.9999... กับ 1 เท่าหรือไม่ ทุกคนในห้องบอกไม่เท่าอาจารย์เลยถามต่อว่า"ถ้าไม่เท่าแล้วห่างกันเท่าไร"ทุกคนตอบไม่ได้ แล้วที่อาจารย์ผมพูดจิงอะเปล่าอะอย่าตอบว่าไม่จิงเพราะห่างกัน0.000....1ละมานไม่มีในโลก
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 26 ส.ค. 2550 (23:56) อยากได้ข้อมูลเรื่องวิวัฒนาการของตัวเลขครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 11 พ.ย. 2550 (15:09) ขอบคุณมากเลยค่ะ กำลังทำรายงานส่งอาจารย์เรื่องอสมการอยู่พอดีเลย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 16 ธ.ค. 2550 (16:16) 1. (x-6)(x+3) = 0
2. -y+4 = -3
จะแก้สมการยังไงช่วยตอบทีค่ะ