 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/18516" type="text/javascript"></script> |
|
|
พื้นฐานเซลล์ต้นกำเนิด (Basic of Stem Cells/Regenerative Medicine)
หลายคนอาจเข้าใจว่าเซลล์ต้นกำเนิดนี้สามารถสร้างได้เพียงเม็ดเลือดชนิดต่างๆ เท่านั้น แต่ในข้อเท็จจริงนั้น สเต็มเซลล์ที่สร้างเม็ดเลือดนั้นเป็นเพียงชนิดหนึ่งของ สเต็มเซลล์ แท้จริงแล้วสเต็มเซลล์มีความสามารถในการสร้างเซลล์ชนิดต่างๆของร่างกาย แต่ทั้งนี้....
post ครั้งแรก: Tue 22 May 2007, 2:07 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 8 December 2007, 1:43 pm
|
หน้าที่ 2 - แหล่งของ Adult Stem Cell
แหล่งของ Adult Stem Cell
โดยปกติแล้วสเต็มเซลล์มีอยู่เกือบทุกส่วนของร่างกายทั้งมนุษย์และสัตว์ ดังจะเห็นได้จากการซ่อมแซมอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เล็บที่งอกยาวขึ้น ผมที่ยาวได้ ล้วนเป็นผลมาจากสเต็มเซลล์ทั้งสิ้น แต่ในแต่ละแหล่งของ สเต็มเซลล์นั้นก็มีความแตกต่างในชนิดและปริมาณของสเต็มเซลล์ โดยสเต็มเซลล์ที่มาจากเลือดหรือไขกระดูกนั้น จะพบได้มากในตัวอ่อนของเม็ดเลือดขาวชนิด Mononuclear cell แหล่งที่พบสเต็มเซลล์ได้เป็นจำนวนมาก อาทิเช่น
- Cord blood - Skin
- Peripheral blood - Placenta and Umbilical cord
- Adipose tissue - Baby teeth
- Liver
Cord Blood
จัดว่าเป็นแหล่งของ Hematopoietic Stem Cell ที่สำคัญเพราะมีปริมาณที่สูง และมี T Cells ค่อนข้างน้อย จึงมีโอกาสเกิด GvHD (Graft versus Host Disease) ค่อนข้างต่ำ แต่ข้อเสียคือ มีปริมาณสเต็มเซลล์ที่จำกัด กรณีในคนการเก็บเลือดจากสายสะดือนี้จะทำการเก็บขณะคลอดทารก โดยสามารถเก็บได้ทั้งก่อนและหลังรกลอกตัว ปริมาณที่เก็บได้จะประมาณ 80-200 ml ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักทารก อายุครรภ์ เทคนิคการเจาะ และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น รกเกาะติดมดลูกต่ำ เป็นต้น
ข้อดีของการนำเลือดจากสายสะดือไปปลูกถ่ายก็คือ หากเป็นการปลูกถ่ายแบบ Allogeneic จะสามาถ miss match ของ HLA ได้ 2 ตำแหน่ง แต่ในกรณีจำเป็นการ miss match 3 ตำแหน่งก็อาจทำได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ นอกจากนี้เลือดจากสายสะดือนั้นไม่ได้มีแค่ Hematopoietic Stem Cell เท่านั้น ยังมีสเต็มเซลล์ชนิดอื่นๆ อีกด้วย เช่น Mesenchymal Stem Cell แต่มีปริมาณที่น้อยและประสิทธิผลในการ isolate ค่อนข้างต่ำ
รายละเอียดการเก็บเลือดจากสายรก
แม่ควรมีอายุมากกว่า 17 ปี
อายุครรภ์มากกว่า 36 สัปดาห์
ไม่มีประวัติการติดเชื้อไวรัส และโรคที่ติดต่อทางพันธุกรรม
เนื้อเยื่อของผนังมดลูกไม่มีการฉีกขาด หรือฉีกขาดไม่เกิน 24 ชั่วโมง
ไม่มีปัญหา, โรคแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์
มีสัญญาณชีพ (Vital Sign) ที่ดี
ปากมดลูกขยายมากกว่า หรือเท่ากับ 7 เซนติเมตรเป็นอย่างน้อย
Peripheral Blood Stem Cell
เป็นการเก็บสเต็มเซลล์จากเส้นเลือดทั่วๆไป โดยฉีดยากระตุ้นให้เกิดการหลั่งของสเต็มเซลล์ออกมาจากไขกระดูกก่อน ที่เรียกว่า G-CSF (Granulocyte Colony Stimulating Factor) ซึ่งให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าการฉีด GM-CSF (Granulocyte Macrophage Colony Stimulating Factor) โดยแพทย์จะฉีดให้ใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) การแบ่งฉีด G-CSF เป็น 2 ครั้งต่อวันจะช่วยทำให้การหลั่งของสเต็มเซลล์มีมากขึ้น โดยจะฉีดเป็นเวลา 4 วันก่อนทำการเก็บด้วยเครื่อง Apheresis โดยปกติทั่วไปอาจต้องทำการเก็บ 2-3 วันเพื่อให้ได้ปริมาณสเต็มเซลล์ที่เพียงพอในการนำไปปลูกถ่าย
ข้อดีของการเก็บ Peripheral Blood Stem Cell นั้นคือ จะสามารถเก็บปริมาณสเต็มเซลล์ได้เท่าที่แพทย์ต้องการ แต่ก็อาจพบว่ามี T cell ที่มีปริมาณมากกว่า Cord Blood นอกจากนี้แล้วการนำไปปลูกถ่ายจะต้องมี HLA ที่ตรงกันทั้ง 6 ตำแหน่ง แต่การฉีด G-CSF นั้นก็มีข้อควรระวัง คือ หากพบว่าเม็ดเลือดขาว (WBC) เพิ่มสูงมากกว่า 35 × 10 9L. ให้พิจารณาลดขนาดยาลง แต่หากสูงมากกว่า 50 × 109L. แนะนำให้หยุดฉีด
Adipose Tissue
เป็นแหล่งของ Mesenchymal Stem Cell (MSC) ที่น่าสนใจเนื่องจากมีปริมาณของสเต็มเซลล์มาก คือประมาณ 5 % จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องนำไปเพิ่มจำนวน การแยกสเต็มเซลล์จากเซลล์ไขมันจะใช้หลักการย่อยเซลล์อื่นด้วยเอนไซม์ จากนั้นนำไปล้างและปั่นแยกเก็บด้วยเครื่อง Centrifuge
Mesenchymal Stem Cell ศักยภาพจะอยู่เหนือระหว่างชั้น Ectoderm และ Mesoderm ดังนั้นจะพบได้ว่ามีการนำ MSC ไปทดลองรักษาในผู้ป่วยที่เป็นโรคทางระบบประสาท (สร้างมาจากชั้น Ectoderm) ได้ นอกจากนี้แล้วยังมีการพัฒนาใช้ MSC ไปรักษาเซลล์ที่สร้างจากชั้น Mesoderm เช่น กระดูก ข้อ เอ็น หลอดเลือด หัวใจ นอกจากนี้การใช้ MSC ร่วมกับ HSC จะช่วยลดการเกิด GvHD ลงได้ทั้งแบบ Chronic และ Acute รวมถึงเพิ่มประสิทธิผลในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดได้ดียิ่งขึ้น
Baby Teeth
เป็นแหล่งของ MSC เช่นกัน โดยพบว่า มีฟันน้ำนมเพียง 6 ซี่หน้า และฟันคุด เท่านั้นที่มีสเต็มเซลล์อยู่ การแยกสเต็มเซลล์จากฟันน้ำนมนี้จะต้องแยกภายใน 48-72 ชั่วโมงหลังจากฟันหลุด ในกรณีที่ไม่มีชุดเก็บฟันน้ำนม สามารถแช่ในนมจืด และจัดเก็บที่อุณหภูมิ 4 °C เพื่อทำการส่งไปแยกที่ห้องปฏิบัติการณ์ได้ หลักการแยกจะใช้หลักการคล้ายกับ Adipose tissue คือ การสลายส่วนที่เป็น Bone ออก จะพบโพรงรากฟันซึ่งมีเซลล์ประสาท หลังจากนั้นแยกเซลล์ประสาทออกและนำไปเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ในอาหารเลี้ยงเชื้อพิเศษ เนื่องจากว่า MSC ในฟันนั้นมีปริมาณที่น้อยมากจึงจำเป็นที่จะต้องเพิ่มจำนวนให้มากพอก่อนที่จะทำการเก็บรักษาสเต็มเซลล์เหล่านี้ในถังไนโตรเจนเหลว
สเต็มเซลล์จากแหล่งอื่นๆ
เช่น ตับในทารก, ผิวหนัง, สายรก (Cord),น้ำคร่ำ และ Whartons jelly ล้วนเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ตัวอย่างเช่นมีการนำเอาสเต็มเซลล์จากผิวหนังไปเลี้ยงให้เป็นเซลล์กระจกตา หรือการนำไปรักษาผู้ป่วยที่มีเส้นเสียง (Vocal fold) ที่ผิดปกติในคนที่เสียงแหบ เป็นต้น
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 15 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 22 พ.ค. 2550 (19:41) ในหน้าที่ 3 ที่เขียนหัวข้อว่า "เครื่อง Flow cytometry จะประกอบด้วยส่วนหลัก 4 ส่วน 1 คือ" ตัวเลข 1 จริงๆมันเป็นตัวเลขสำหรับบทอ้างอิงนะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 23 พ.ค. 2550 (17:14) ขอบคุณทีมงานที่แก้ไขให้เรียบร้อยแล้วครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 26 พ.ค. 2550 (16:10) พี่ไข่ต้มร้อนๆ คะ เซลล์ประสาทเป็แหล่งของ stem cell ไหมคะ
เท่าที่หนูค้นคว้าบ้างก็บอกว่าใช่บ้างก็บอกไม่ใช้
ขอบคุณพี่ล่วงหน้าค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 27 พ.ค. 2550 (11:47) หากคำว่า ตัวเซลล์ประสาทเลย มันน่าจะถือเป็น Specialized Cell มากกว่า นะครับ เพราะ Nerve Cell มันไม่สามารถแบ่งตัวได้ครับ
Nerve มันมาจากส่วนของ Ectoderm หากจะเอา stem cell มาทำเป็น nerve ก็ต้องเอามาจากชั้นนี้แหละครับ หรือจะเอาพวก Mesenchymal stem cell มา Diffenrentiate ก็ได้ครับ
แต่อาจพบว่าในระบบประสาทบางส่วนอาจเป็นแหล่งของ stem cell ได้ อันนี้ไม่แปลกครับ แต่อาจพบจำนวนที่น้อยมาก ยกตัวอย่างเช่น ในโพรงฟันน้ำนมบางซี่ของเด็ก เราจะเอา nerve มาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ เลี้ยงใน plate ก็จะได้ Mesenchymal Stem Cell ได้เหมือนกันครับ ....อ่านแล้วเคลียร์เปล่าครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 28 พ.ค. 2550 (20:35) คือเคยอ่านเจอว่าเราสามารถนำ stem cell ไปรักษาได้ในผู้ป่วยรายที่มีเส้นผมบาง ศีรษะล้าน ในกรณีเช่นนี้เค้าจะใช้ stem cell จากเซลล์รากผมเลย หรือว่าจากเซลล์อื่นคะ กำลังสงสัยว่าในกรณีแบบนี้เค้าจะฉีดไปเลยตรงๆ ที่บริเวณหนังศีรษะหรอคะ
แล้วในกรณีที่จะนำ stem cell มารักษาโรคตา มีวิธีแตกต่างอย่างไรกับการใช้ graft คะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 29 พ.ค. 2550 (18:19) เท่าที่เห้นมาตอนนี้ในการรักษาผมรู้สึกว่าจะนำเซลล์ต้นกำเนิดมาจากผิวหนังครับ (เดี๋ยวไปหาก่อนนะ ผมจำไม่ได้เหมือนกันครับ)
ส่วนการรักษากระจกตา ที่ทำพวกกระจกตา หรือ จอตาล้มครับ
หากกระจกตา จะเอามาจากเนื้อเยื่อในกระพุ้งแก้ม หรือผิวหนังครับ แต่การทำยังไม่ได้ผลดี ต้องทำหลายครั้งครับ การดูแลตัวผู้ป่วยเองก็เป็นสิ่งสำคัญมากครับ
หากจอตาล้ม อันนี้ใช้ Embryonic ครับผม และยังอยู่ในช่วงการทดลอง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 30 พ.ค. 2550 (20:31) ขอบคุณมากค่ะ
ทำให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 15 มิ.ย. 2550 (12:18) zygote คือ เซลล์ตัวอ่อนมนุษย์ที่มีอายุกี่วันคะ?
เหมือนจะจำได้ว่าพอปฏิสนธิแล้วจะเป็นระยะ blastosis ก่อนแล้วเป็น embryo แล้วค่อยเป็น zygote
ESC น่าจะมีศักยภาพในการสร้าง cell ชนิดต่างๆมากกว่า Stemcell จาก Zygote นี่คะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 16 มิ.ย. 2550 (00:18) ขอบคุณครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 16 มิ.ย. 2550 (14:48) เดี๋ยวงง เอางี้... Embryo จริงๆมันคือตั้งแต่ ปฏิสนธิ (ไข่ผสมอสุจิคุง) ยาวไปจนถึงอายุ 9 สัปดาห์ครับ ดังนั้นคำว่า Embryo มันจึงรวมหมดทั้ง Zygote ,Blastocyte ครับ
Zygote คือ อสุจิ 1 ตัว ผสมกับไข่ 1ใบ ก็จะให้ให้โครโมโซม 23 คู่ หรือ 46 แท่งในคนครับ
Blastocyst จะถัดจาก Zygote คือตัวอ่อนที่ได้รับการปฏิสนธิแล้ว 5-7 วัน ครับ
ดังนั้น Zygote ก็ต้องมีศักยภาพเป็น Totipotent ครับ
คราวนี้ เจ้า Embryonic Stem cell นี่ก็คือ Inner cell mass ที่อยู่ในระยะ Blastocyst ครับ เราเอาเซลล์จากตรงกระจึ๊งนึงนี้แหละมาพัฒนา ให้เป็น layer ต่างๆไงครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 20 ก.ค. 2550 (23:48) Stem Cell ใช้ในการรักษาฝ้า สิว ทำให้ใบหน้าขาวใส เด้งได้ จริงหรือไม่ แล้วจะมีผลเสียหรือดีอย่างไร
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 21 ก.ค. 2550 (15:59) ขอโทษนะครับ ทราบมาจากไหนครับว่าสเต็มเซลล์รักษาสิวได้ .....
ข้อนี้ขอตอบเลยว่าเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะสิว เกิดจากฮอร์โมน และ/หรือการติดเชื้อ ดังนั้นจึงไม่มีส่วนใดเลยที่จะเกี่ยวข้องกับการใช้สเต็มเซลล์ครับ
แต่ในกรณีให้หน้าเด้งขึ้น อันนี้มีการทดลองวิจัยอยู่ครับ หลักการก็คือสเต็มเซลล์ฉีดเข้าไปในร่างกาย และ/หรือ บริเวณหน้า โดยต้องทำโดยแพทย์ที่ชำนาญจริงๆ เพราะต้องให้ถูกจุด อันนี้ก็จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้ากระชับขึ้นมาได้ หรือบางที่อาจใช้พวก Fibroblast ก็ได้ครับ
ระวังหลงเชื่อคำอวดอ้างที่เกินจริงด้วยนะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 9 ส.ค. 2550 (07:19) แจ่มๆๆๆ..(อ่านนานหน่อย..)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 31 ส.ค. 2550 (11:18) ปัจจุปันผมอายุ 35-36 ปี ผมพิการมาได้ 14-5 ปีแล้ว เป็นอัมพาตแขน, ขาและลำตัว ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย (ซึ่งเกิดจากกระดูกต้นคอหัก (C4-C5 complete injury)
1. อยากทราบ ความเป็นไปได้ในการรักษาคนพิการ (เป็นอัมพาตเนื่องจากไขสันหลังชำรุด) ด้วยสเต็มเซลล์ ในเมืองไทย มีมากน้อยแค่ไหน ??? (ณ ปัจจุปันนี้ คืบใกล้ความเป็นจริงแค่ไหน? หรือยังเป็นแค่ความหวัง? หรือเป็นได้เพียงแค่ความฝันของคนพิการทั่วๆไปที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร?)
2. อยากเป็นอาสาสมัคร (หนูทดลอง) เข้ารับการทดลองวิธีการรักษาคนพิการที่เกิดจากไขสันหลังชำรุด อยากทราบว่าในเมืองไทยมีหน่วยงานใดบ้าง ที่ศึกษาค้นคว้าและทดลองวิธีการรักษาคนพิการที่เกิดจากไขสันหลังชำรุด ?
ฅ.พิการ-อัมพาต