
|
||||||
|
|
ลำดับและอนุกรม
ถ้าน้อง ๆ เคยเห็นข้อสอบวัดไอคิว อาจเคยเห็นข้อสอบ ประเภทให้ตัวเลขมา 3-4 ตัว แล้วถามว่า ตัวเลขถัดไปจะเป็นอะไร ตัวอย่างเช่น 1, 2, 4, 7, .... แล้วตัวต่อไปจะเป็นอะไร จากนั้นก็จะมีการพัฒนาข้อสอบเป็น ลำดับรูปภาพต่าง ๆ ให้ได้คิดกัน นอกจากนี้ ในชีวิตประจำ
|
โดยมีการเรียงที่เป็นแบบแผนขั้นตอน เลขที่ห้อยอยู่บอกถึงตำแหน่งของเลขในลำดับนั้น
และ
) คือ
ได้อย่างไม่ยาก
) คือ
ได้อย่างไม่ยากเช่นกัน
หรือ
แล้ว เรายังสามารถเขียนได้ในรูป
หรือ
เรียกว่า Bracket notation ซึ่งแทนลำดับที่มีพจน์ทั่วไป เป็น
ว่าพจน์ ที่ 1 ของลำดับ
ว่าพจน์ ที่ 2 ของลำดับ
ว่าพจน์ ที่ 3 ของลำดับ
ว่าพจน์ ที่ n ของลำดับ
อาจจะบอกโดย
เมื่อ
เป็นจำนวนเต็มบวกหรือเขียนให้กระชับขึ้นโดยใช้สัญลักษณ์
ในสัญลักษณ์ นี้ แต่ละพจน์เกิดจากการแทนจำนวนเต็ม
ลงในสูตร 

ลงในสูตร
ได้
หรือ 
(ก) ![]() ตอบ |
(ข) ![]() ตอบ |
(ค) ![]() ตอบ |
(ง) ![]() ตอบ ![]() |
(จ) ![]() ตอบ |
และ
อาจจะใช้ตัวอักษร อื่นแทนได้ เช่น
อาจจะแทนด้วย
ก็ได้ จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่าในการเขียนลำดับ
หรือ
(1)
และจำนวนเต็มบวก
ซึ่งกล่าวได้อีกแบบหนึ่งว่า
เป็นสูตรสำหรับฟังก์ชันที่มีตัวแปรอิสระคือ
แปรค่าบนจำนวนเต็มบวก ดังนั้น อาจจะเขียน (1) ในรูปฟังก์ชันเป็น
,
และ
แทนฟังก์ชัน
แทน
หรือ
แทน
, และพจน์ที่
ด้วย 

เมื่อ
แทนผลต่างร่วมของลำดับนี้
, และพจน์ที่
ด้วย 
เมื่อ
แทนอัตราส่วนร่วมของลำดับนี้
มีกราฟดังนี้ 
มีกราฟดังนี้ 
มีกราฟดังนี้ 
,
และ 
เข้าใกล้ลิมิต
เมื่อ
มีค่ามากขึ้น นั่นหมายถึงว่าพจน์ในลำดับนั้นมีค่าเข้าใกล้จำนวน
ดังนั้น ถ้าเราเลือกจำนวนบวก
ใดๆ พจน์ต่างๆ ในลำดับนั้นจะต่างจาก
ไม่เกิน
นั่นคือ ถ้าลากเส้น
และ
แล้วพจน์ในลำดับนั้นจะถูกกักอยู่ภายในแถบระหว่างเส้นทั้งสอง
มีลิมิต
ถ้ากำหนด
ใดๆ แล้วมีจำนวนเต็มบวก
โดยที่
เมื่อ 
มีลิมิต
แล้วเรากล่าวว่าลำดับ คอนเวอร์จ หรือลู่เข้า และเขียน เขียน
และเรียกลำดับที่ไม่มีลิมิตว่า ไดเวอร์จ หรือ ลู่ออก
และ
เป็นลำดับของจำนวนจริง และ
เป็นจำนวนจริง ถ้า
และ
แล้วจะได้ว่า
( Sum Rule )
( Difference Rule )
( Product Rule )
,
( Qutient Rule )
( Constant Multiple Rule )
เป็นฟังก์ชันที่นิยามสำหรับ
และ
เป็นลำดับของจำนวนจริง ซึ่งทำให้
สำหรับ
แล้วจะได้ว่า
แล้ว 
ได้ลิมิตอยู่ในรูป
หรือ
ควรใช้กฎของโลปิตาล หรือ วิธีการแยกตัวประกอบ หรือ แยกแฟกเตอร์ ช่วยในการหาลิมิต






,
,
,
,
,
)
![displaystyle{^{lim}_{nrightarrowinfty } sqrt[n]{n}= 1} displaystyle{^{lim}_{nrightarrowinfty } sqrt[n]{n}= 1}](/latexrender/pictures/769ea1df04a0d566e0d38b67f7cab1ea.gif)

, 
,
,
เป็นค่าคงที่
เข้าไปหน้าฟังก์ชัน
ก่อนใช้กฎโลปิตาล แล้วจะได้ว่า ลำดับนี้ลู่เข้า 
และ
และ
เป็นลำดับของจำนวนจริง โดยที่
ทุกๆค่า
ถ้า
แล้วจะได้ว่า 
ลู่เข้า
และเพราะ 
ด้วย โดยทฤษฎีบท 1.3.4
เป็นลำดับของจำนวนจริง ซึ่ง
และ
เป็นฟังก์ชันที่ต่อเนื่อง ที่ นิยาม ที่
ทุกค่า
แล้ว 
แล้ว 
เป็นลำดับลู่เข้าหรือไม่
จึงได้ว่า
ว่า



เป็นลำดับเพิ่ม (1)
เป็นลำดับลด (2)
เป็นลำดับไม่ลด (3)
เป็นลำดับไม่เพิ่ม (4)

แล้ว แสดงว่า
เป็นลำดับลด (1)
แล้ว แสดงว่า
เป็นลำดับเพิ่ม (2)
เป็นลำดับที่
ทุกๆ
แล้ว จะพิจารณาอัตราส่วน 
ทุกๆ
แล้ว
เป็นลำดับลด (3)
ทุกๆ
แล้ว
เป็นลำดับเพิ่ม (4)
จะเป็นลำดับไม่เพิ่ม
จะเป็นว่าลำดับไม่ลด

เป็นลำดับลด
สำหรับทุกค่า
เสมอ
เป็นลำดับของจำนวนจริง เรียกจำนวนจริง
ว่าขอบเขตบน ( Upper Bound ) ของ
ก็ต่อเมื่อ
สำหรับทุก ๆ 
ว่าขอบเขตบนค่าน้อยสุด ( Least Upper Bound ) ของ
ก็ต่อเมื่อ
เป็นขอบเขตบนของ
และ
มีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับขอบเขตบนทุกตัวของ 
เป็นลำดับของจำนวนจริง เรียกจำนวนจริง
ว่าขอบเขตล่าง ( Lower Bound ) ของ
ก็ต่อเมื่อ
สำหรับทุก ๆ 
ว่าขอบเขตล่างค่ามากสุด ( Greatest Lower Bound ) ของ
ก็ต่อเมื่อ
เป็นขอบเขตล่างของ
และ
มีค่ามากกว่าหรือเท่ากับขอบเขตล่างทุกตัวของ 
ว่ามีขอบเขต ก็ต่อเมื่อ
มีทั้งขอบเขตบนและขอบเขตล่าง
มี 2 เป็นขอบเขตล่างค่ามากสุด แต่ไม่มีขอบเขตบน ดังนั้นลำดับนี้จึงไม่มีขอบเขต และ เป็นลำดับเพิ่ม
มี 1 เป็นขอบเขตล่างค่ามากสุด และ มี -1 เป็นขอบเขตล่างค่ามากสุด ดังนั้นลำดับนี้จึงมีขอบเขต แต่ลู่ออก
มี
เป็นขอบเขตล่างค่ามากสุด และ
เป็นขอบเขตบนค่าน้อยสุด ดังนั้น
เป็นลำดับที่มีขอบเขตและ ไม่เป็นลำดับทางเดียว
, 

ทุก ๆ
นั่นคือ 
และ จะได้ว่า
ทุก ๆ
เป็นขอบเขตล่างของ
นอกจากนี้แล้วยังมีจำนวนจริงอีกมากมายที่เป็นขอบเขตล่างของ
เช่น 0 , -1 ,-3/2 เป็นต้น แต่ทุกจำนวนที่เป็นขอบเขตล่างของ
จะมีค่าไม่เกิน 1/3 ดังนั้น 1/3 เป็นขอบเขตล่างที่มีค่ามากที่สุด
จะพิจารณาจาก
ทุกๆ 
เป็นขอบเขตบนค่าหนึ่งของ
และทุกจำนวนที่มากกว่าหรือเท่ากับ
เป็นขอบเขตบน ทั้งหมด
เป็นขอบเขตบนค่าน้อยสุดทำได้ดังนี้
โดยที่
และ
เป็นขอบเขตบนของ
แล้ว จะมีจำนวนเต็มบวก
ตัวหนึ่งซึ่ง
หรือ ได้
ซึ่งขัดแย้งกับที่
เป็นขอบเขตบน
และ
เป็นขอบเขตบนของ
นั่นคือ
เป็นขอบเขตบนค่าน้อยสุดของ 
เป็นลำดับที่ลู่เข้าแล้ว
จะเป็นลำดับที่มีขอบเขต
ไม่มีขอบเขต จะเป็นลำดับลู่ออก
ในตัวอย่าง 1.2.2 จากกราฟจะเห็นได้ว่า ลำดับนี้มีขอบเขตที่ -1 ถึง 1 แต่ไม่ลู่เข้า
ในรูปทศนิยม
นั้นหมายถึง 
ด้วย ทศนิยม อาจจะพิจารณาเป็นผลบวกของจำนวนจริงหลายจำนวนนับไม่ถ้วน
หรือ เขียนในสัญลักษณ์ ได้เป็น
ว่า พจน์ของอนุกรม และต่อไปจะใช้คำว่า อนุกรม แทนคำว่า อนุกรมอนันต์
ซึ่งสามารถเขียนเป็นอนุกรม
หรือ
____________ (1)
ดังนั้น ผลบวกของอนุกรม (1) ควรจะเป็น
การหาผลบวกของอนุกรมทำได้โดยการพิจารณาลำดับของผลบวก ดังนี้



สามารถใช้เป็นการประมาณ ผลบวกของอนุกรมได้ ในลำดับของผลบวกดังกล่าว จะมีการใช้พจน์ของอนุกรมมากขึ้น และการประมาณค่าจะดีขึ้นตามลำดับ และลิมิตของลำดับ ควรเป็น 
จริง จะต้องคำนวณลิมิตของพจน์ทั่วไปในลำดับที่ใช้ประมาณค่า ในที่นี้พจน์ทั่วไปคือ
________ (2)
ค่อนข้างยุ่งยาก เพราะทั้งพจน์สุดท้ายและจำนวนพจน์เปลี่ยนตามค่า
จึงต้องพยามยามเขียนลิมิตให้อยู่ในรูปที่พจน์ไม่แปรค่า ดังนี้
จะได้
________ (3)
หรือ 
เมื่อ
จึงได้

ได้ดังนี้ ให้
แทนผลบวกของ
พจน์แรกของอนุกรม



ว่า ผลบวกย่อยที่
ของอนุกรม และ เรียก
ว่า ลำดับของผลบวกย่อย เมื่อ
มีค่าเพิ่มขึ้น ผลบวกย่อย
จะรวมพจน์ของอนุกรมมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ถ้า
มีค่าเข้าใกล้ลิมิตค่าหนึ่ง ขณะที่
ค่าลิมิตนั้นจะเป็นผลบวกของทุกพจน์ในอนุกรมนั้น เขียนเป็นนิยามได้ดังนี้
เป็นลำดับของผลบวกย่อยของอนุกรม
ถ้าลำดับ
ลู่เข้าสู่ลิมิต
แล้วจะเรียกอนุกรมนี้ว่า อนุกรมลู่เข้า และเรียก
ว่า ผลบวกของอนุกรม เขียนแทนด้วย
ถ้าลำดับของผลบวกย่อยลู่ออกแล้ว จะเรียกอนุกรมนี้ว่า อนุกรมลู่ออก และไม่มีผลบวก
เป็นอนุกรมลู่เข้า พร้อมทั้งหาผลบวกของอนุกรม
จะได้ 





ดังนั้น
เป็นลำดับลู่เข้า นั้นคือ
เป็นอนุกรมที่ลู่เข้า และมีผลบวกเป็น 1
ซึ่งจะมีทฤษฎีบทที่สำคัญ ดังนี้
เป็นอนุกรมลู่เข้าแล้วจะได้ว่า 
แล้ว จะได้ว่า
เป็นอนุกรมลู่ออก
และ
เป็นอนุกรมสองอนุกรมซึ่งมีความแตกต่างกัน เฉพาะ
พจน์แรก แล้ว จะได้ว่า
และ
เป็นอนุกรมลู่เข้าทั้งคู่ หรือ อนุกรมลู่ออกทั้งคู่



และ
เป็นจำนวนจริงที่คงที่ และ
เรียก
ว่า อัตราส่วนร่วม ( Common Ratio )
,
, 
,
, 
,
, 
เป็นอนุกรมเรขาคณิต
จะได้ว่าอนุกรมเรขาคณิตลู่เข้า และ มีผลบวกเป็น 

จะได้ว่าอนุกรมเรขาคณิตลู่ออก ( หาผลรวมไม่ได้ )
เมื่อ
เป็นจำนวนจริง
, 
, 
เป็นอนุกรม P
แล้ว
จะเป็น อนุกรมลู่เข้า
แล้ว
จะเป็น อนุกรมลู่ออก
ในพจน์ของ
หรือไม่สามารถนำทฤษฎีเบื้องต้นที่กล่าวมาใช้ได้ จึงจำเป็นต้องศึกษาถึงทฤษฎีที่ใช้ในการทดสอบการลู่เข้า และการลู่ออกของอนุกรม ซึ่งมีอยู่หลายทฤษฎี ดังต่อไปนี้
เป็นอนุกรมที่มี
และ ให้
เป็นฟังก์ชันที่เกิดจากการแทน
ใน
ด้วย
ถ้า
มีค่าลดลงและมีความต่อเนื่องสำหรับ
แล้ว อนุกรม
กับอินทิกรัลไม่ตรงแบบ
จะลู่เข้า หรือลู่ออกเหมือนกัน
จะได้ว่า
เป็นฟังก์ชันลด และต่อเนื่องสำหรับ
เราจึงสามารถใช้การทดสอบโดยอินทิกรัลได้
ใช้การอินทิกรัลแบบแยกส่วน (by parts) และ improper integral แล้วจะได้ว่า
เราจึงสรุปได้ว่า อนุกรมนี้ลุ่เข้า
จะได้ว่า
เป็นฟังก์ชันลด และต่อเนื่องสำหรับ
เราจึงสามารถใช้การทดสอบโดยอินทิกรัลได้
ใช้การอินทิกรัลแบบเปลี่ยนตัวแปร (substitution) และ improper integral แล้วจะได้ว่า
เราจึงสรุปได้ว่า อนุกรมนี้ลุ่ออก
และ
เป็นอนุกรมบวก (
,
ทุกค่า
)
และ
ลู่เข้าแล้ว จะได้ว่า
ลู่เข้าด้วย
และ
ลู่ออกแล้ว จะได้ว่า
ลู่ออกด้วย
เลือก
แล้วเราจะได้ว่า
แต่เราทราบว่า
ลู่เข้า เพราะเป็นอนุกรมเรขาคณิต มีอัตราส่วนร่วมเป็น
ฉะนั้น
จึงลู่เข้าด้วย
เลือก
แล้วเราจะได้ว่า
แต่เราทราบว่า
ลู่เข้า เพราะเป็นอนุกรม
โดยที่
ฉะนั้น
จึงลู่เข้าด้วย
เลือก
แล้วเราจะได้ว่า
แต่เราทราบว่า
ลู่เข้า เพราะเป็นอนุกรมเรขาคณิต มีอัตราส่วนร่วมเป็น
ฉะนั้น
จึงลู่เข้าด้วย
และ
เป็นอนุกรมบวก (
,
ทุกค่า
)
แล้วจะได้ว่า
และ
จะลู่เข้า หรือ ลู่ออกเหมือนกัน
และ
เป็นอนุกรมลู่เข้า แล้วจะได้ว่า
เป็นอนุกรมลู่เข้า
และ
เป็นอนุกรมลู่ออก แล้วจะได้ว่า
เป็นอนุกรมลู่ออก
เลือก
แล้วเราจะได้ว่า
แต่เราทราบว่า
ลู่เข้า เพราะเป็นอนุกรม
โดยที่
ฉะนั้น
จึงลู่เข้าด้วย
เลือก
แล้วเราจะได้ว่า
และทราบว่า
ลู่ออก เพราะเป็นอนุกรม
โดยที่
ฉะนั้น
จึงลู่ออกด้วย
เลือก
แล้วเราจะได้ว่า
แต่เราทราบว่า
ลู่เข้า เพราะเป็นอนุกรม
โดยที่
ฉะนั้น
จึงลู่เข้าด้วย
เป็นอนุกรมที่ต้องการทดสอบ ถ้า
แล้วได้ว่า
อนุกรมจะลู่เข้า
อนุกรมจะลู่ออก
สรุปไม่ได้
แล้วเราจะได้ว่า
เราจึงสรุปได้ว่า
ลู่เข้า
แล้วเราจะได้ว่า
เราจึงสรุปได้ว่า
ลู่ออก
( nth-Root Test )
เป็นอนุกรมที่ต้องการทดสอบ ถ้า
แล้วได้ว่า
อนุกรมจะลู่เข้า
อนุกรมจะลู่ออก
สรุปไม่ได้
เป็นอนุกรมลู่เข้า หรือ ลู่ออก
แล้วเราจะได้ว่า ![displaystyle{lim_{nrightarrowinfty}sqrt[n]{|a_n|}=lim_{nrightarrowinfty}frac{1}{ln (n+1)}} displaystyle{lim_{nrightarrowinfty}sqrt[n]{|a_n|}=lim_{nrightarrowinfty}frac{1}{ln (n+1)}}](/latexrender/pictures/2dacc81bc151667850f5a53fe6727551.gif)
ลู่เข้า


เป็นอนุกรมสลับซึ่งมีคุณสมบัติต่อไปนี้
สำหรับ

แล้วเราจะได้ว่า
และ 
ลู่เข้า
แล้วเราจะได้ว่า 
ลู่ออก
เป็นอนุกรมลู่เข้าแบบสัมบูรณ์ ถ้า
เป็นอนุกรมลู่เข้า
เป็นอนุกรมลู่เข้าแบบมีเงื่อนไข ถ้า
เป็นอนุกรมลู่เข้า แต่
เป็นอนุกรมลู่ออก
เป็นอนุกรมลู่เข้าแล้วจะได้
เป็นอนุกรมลู่เข้า และมี 
เป็นอนุกรมลู่เข้าหรือไม่
เนื่องจาก
สำหรับ 
เป็นอนุกรม P ที่ลู่เข้า เพราะ 
เป็นอนุกรมลู่เข้า
เป็นอนุกรมลู่เข้า
เป็นอนุกรม ถ้า
แล้วได้ว่า
จะได้อนุกรมลู่เข้าแบบสัมบูรณ์
อนุกรมจะลู่ออก
สรุปไม่ได้
แล้วเราจะได้ว่า
จึงสรุปไม่ได้
ลู่เข้า แต่
ลู่ออก เพราะเป็นอนุกรม
โดยที่
เราจึงสรุปได้ว่า
ลู่เข้าแบบมีเงื่อนไข
แล้วเราจะได้ว่า
จึงสรุปไม่ได้
ลู่เข้า โดยการทดสอบแบบเปรียบเทียบ กับอนุกรม
โดยที่
เราจึงสรุปได้ว่า
ลู่เข้าแบบสัมบูรณ์
(1)
เป็นค่าคงที่ และ
เป็นตัวแปร, เรียก
ว่าศูนย์กลางของอนุกรมกำลัง และเรียก
ว่าสัมประสิทธิ์ของอนุกรมกำลัง
เราจะเรียกอนุกรม (1) ว่า อนุกรมกำลังใน
เช่น
, และ
เป็นต้น
จะเรียก (1) ว่า อนุกรมกำลังใน
เช่น
และ
เป็นต้น
มีค่าต่างๆกัน เมื่อแทนลงในอนุกรมกำลัง (1) จะได้อนุกรมที่ลู่เข้า หรือ ลู่ออกก็ได้ เช่น 
จะได้ อนุกรม
ซึ่งเป็นอนุกรม P , P=2
ลู่เข้า
จะได้ อนุกรม
ซึ่งเป็นอนุกรมสลับที่ลู่ออก
เป็นจำนวนที่ทำให้อนุกรมกำลังเป็นอนุกรมที่ลู่เข้าแบบสัมบูรณ์ ทุกๆ
ถ้า
และ
เป็นขีดจำกัดบนที่น้อยที่สุด เราเรียก
ว่ารัศมีของการลู่เข้า ( Radius of Convergence )
( Root Test )
จะทราบว่าอนุกรมกำลังลู่เข้า ในช่วงใด ซึ่งจะได้รูปช่วงเปิด
หรือ
ที่ทำให้อนุกรมต่อไปนี้ลู่เข้า
เพราะฉะนั้น อนุกรมนี้จึงลู่เข้า สำหรับทุกค่า 
เพราะฉะนั้น อนุกรมนี้จึงลู่เข้าที่เดียว เมื่อ 
จากนั้นต้องเช็คจุดปลาย
ลู่เข้า โดยการทดสอบแบบอนุกรมสลับ
ลู่เข้า โดยการทดสอบแบบเปรียบเทียบ
และมีรัศมีของการลู่เข้า เป็น 

นั่นก็คือ
จากนั้นต้องเช็คจุดปลาย
ลู่เข้า เพราะเป็นอนุกรม P , P=2
ลู่เข้า เพราะเป็นอนุกรมลู่เข้าแบบสัมบูรณ์
และมีรัศมีของการลู่เข้าเป็น
ชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้ประมาณค่าฟังก์ชันพื้นฐานต่างๆ กำหนดได้ดังนี้
เป็นฟังก์ชันที่สามารถหาอนุพันธ์ได้ทุกอันดับที่
จะกำหนด Taylor Series สำหรับ
รอบจุด
ได้เป็น 
เป็นฟังก์ชันที่สามารถหาอนุพันธ์ได้ถึงอันดับ
ที่
จะกำหนด
Taylors Series สำหรับ
รอบจุด ได้เป็น 
ได้
จะเรียกว่า อนุกรมแมคคลอริน
จงหาอนุกรมแมคคลอริน
จะได้
และ 





มากขึ้นเท่านั้น นั่นคือ ในการคำนวณ
พจน์ ค่าที่ได้ จะไม่เป็นค่าที่แท้จริงของ ฟังก์ชัน เพราะเราจะมีการตัดส่วนปลายทิ้งไป จึงเกิดเป็นความคลาดเคลื่อนที่เรียกว่า ความคลาดเคลื่อนจากการตัดปลาย ( truncation error ) และจากรูป พบว่า อนุกรมแมคลอริน จะมีความถูกต้องมาก เมื่อ
หรือ ใกล้เคียงศูนย์ แต่ถ้า
เป็นจุดอื่นๆ ที่ไกลจากศูนย์ จะพบว่ามีความคลาดเคลื่อนค่อนข้างมาก ดังนั้นการประมาณ ในลักษณะนี้จะอาศัยอนุกรมเทย์เลอร์
รอบจุด
โดยกระจาย 4 พจน์แรกของอนุกรม
จะได้ว่า
,
,
, 

สามารถหาอนุพันธ์ได้ถึงอันดับ
และอนุพันธ์ทุกอันดับของ
เป็นฟังก์ชันต่อเนื่อง และให้
โดยกระจายรอบจุด
จะมีจุด
ที่อยู่ระหว่าง
และ
อย่างน้อยหนึ่งจุด ที่
นี้ว่า
remainder หรือ ความคลาดเคลื่อนจากการตัดปลาย และ สามารถเขียน Taylor Formula with Remainder ได้ดังนี้


เมื่อ
นั่นคือ 
และบอกด้วยว่าได้ความแม่นยำเท่าใด
จะได้ว่า
คือ อนุกรมแมคคลอริน
เราจะแทน
และใช้เพียงสี่พจน์แรกของอนุกรม จะได้

ในช่วง
มีค่ามากสุดที่ 


โดยมีความแม่นยำทศนิยม 2 ตำแหน่ง
คือ
ถ้าต้องการหาค่า
เมื่อ
ให้ได้ผลลัพธ์ถูกต้องทศนิยม 5 ตำแหน่ง ต้องใช้พจน์ทั้งหมดกี่พจน์

มีค่าสูงสุดเมื่อ

มีค่าสูงสุดเมื่อ

สำหรับ
จะได้ค่าของ
แม่นยำถูกต้องทศนิยม 5 ตำแหน่ง
ลู่เข้าสู่
คือ
ก็ต่อเมื่อ 


จึงได้ว่า 
เป็นอนุกรมกำลัง โดยมีรัศมีของการลู่เข้าเป็น
เราจะได้ว่า
เป็นฟังก์ชันต่อเนื่อง เมื่อ 


| สงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต
ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |
อยากทราบสูตรคณิตศาสตร์ม.6ค่ะ
ช่วยด้วยนะค่ะจะสอบท่อง
ส่งมาที่mail.ได้เลยค่ะ
ผมว่าทฤษฎีบท 2.1.4 มันขัดกับอนุกรม P ยังไงไม่รู้สิ
ถ้าผมให้ an=1/sqrt(n)
limit เมื่อ n เข้าใกล้อนันต์ของ an = 0
เพราะฉะนั้น อนุกรมของ 1/sqrt(x) จึงลู่เข้า
แต่ถ้าผมใช้อนุกรม P
จะได้ว่า P<=1
ทำให้อนุกรม 1/sqrt(x) ลู่ออก
ขอโทดนะคะ อันนี้เป็นของม.5ทั้งหมดเลยรึเปล่าคะ หรือว่าเป็นของม.6ด้วย เพราะว่ามันเหมือนจะยากกว่าที่ได้เรียนอ่ะค่ะ
อยากถามว่าพอมีวิธีที่จำแล้วไม่ลืมมั้ยครับ
คือว่าผมเป็นคนชอบลืมเรียนเทรอมที่แล้วพอมาเทรอมใหม่ลืมแล้วต้องเสียเวลาประมาณวันสองวันหรือเป็นอาทิตย์กลับไปทบทวนของเดิมอีกมันอาจจะเป็นคำถามโง่ๆช่วยตอบทีน่ะครับขอบคุณครับ


|




