คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/18580" type="text/javascript"></script>
ลำดับและอนุกรม
ถ้าน้อง ๆ เคยเห็นข้อสอบวัดไอคิว อาจเคยเห็นข้อสอบ ประเภทให้ตัวเลขมา 3-4 ตัว แล้วถามว่า ตัวเลขถัดไปจะเป็นอะไร ตัวอย่างเช่น 1, 2, 4, 7, .... แล้วตัวต่อไปจะเป็นอะไร จากนั้นก็จะมีการพัฒนาข้อสอบเป็น ลำดับรูปภาพต่าง ๆ ให้ได้คิดกัน นอกจากนี้ ในชีวิตประจำ
ผู้เขียน: ดร. ธีรเดช เจียรสุขสกุล ชมแล้ว: 75,966 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 30 May 2007, 2:00 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 18 June 2007, 4:22 pm
อยู่ในส่วน: คณิตศาสตร์

หน้าที่ 6 - 2.1 อนุกรมอนันต์ ( Infinite Series )
หัวข้อนี้จะศึกษาผลบวกที่มีพจน์เป็นจำนวนมากนับไม่ถ้วน ตัวอย่างของผลบวกที่คุ้นเคยกันมาก เกิดขึ้นในการแทนจำนวนจริงด้วยทศนิยม

เช่น เมื่อเขียน \displaystyle{\frac{1}{3}}ในรูปทศนิยม
\displaystyle{\frac{1}{3}=0.3333\ldots} นั้นหมายถึง
\displaystyle{\frac{1}{3}=0.3 + 0.03+ 0.003 + 0.0003 + \ldots}
แสดงว่าการแทน \displaystyle{\frac{1}{3}} ด้วย ทศนิยม อาจจะพิจารณาเป็นผลบวกของจำนวนจริงหลายจำนวนนับไม่ถ้วน

ผลบวกของอนุกรมอนันต์

ในการนิยามความหมายของผลบวกของจำนวนจริงหลายจำนวนนับไม่ถ้วน จะเริ่มจากนิยามของอนุกรมอนันต์ก่อน ดังนี้

นิยาม 2.1.1 อนุกรมอนันต์ คือ นิพจน์ ( expression ) ที่อยู่ในรูป a_1 + a_2 + a_3 + \ldots + a_k + \ldots หรือ เขียนในสัญลักษณ์ ได้เป็น
a_1 + a_2 + a_3 + \ldots + a_k + \ldots = \displaystyle\sum_{k=1}^{\infty}a_k

เรียกจำนวน a_1,a_2,a_3,\ldots ว่า พจน์ของอนุกรม และต่อไปจะใช้คำว่า อนุกรม แทนคำว่า อนุกรมอนันต์


เนื่องจากเราไม่สามารถบวกจำนวนที่นับไม่ถ้วนเข้าด้วยกันได้ ดังนั้นจึงต้องนิยามผลบวกของอนุกรมและ คำนวณค่าโดยใช้ลิมิต

เพื่อขยายผลจากแนวคิดพื้นฐาน จะพิจารณาทศนิยม 0.333\ldots ซึ่งสามารถเขียนเป็นอนุกรม

0.3+0.03+0.003+0.0003+\ldots หรือ \displaystyle{\frac{3}{10}+\frac{3}{10^2}+\frac{3}{10^3}+\frac{3}{10^4} + \ldots} ____________ (1)

เนื่องจาก \displaystyle{\frac{1}{3} = 0.3333\ldots} ดังนั้น ผลบวกของอนุกรม (1) ควรจะเป็น \displaystyle{\frac{1}{3}} การหาผลบวกของอนุกรมทำได้โดยการพิจารณาลำดับของผลบวก ดังนี้

\displaystyle{S_1 = \frac{3}{10} = 0.3}
\displaystyle{S_2 = \frac{3}{10} + \frac{3}{10^2} = 0.33}
\displaystyle{S_3 = \frac{3}{10}+\frac{3}{10^2}+\frac{3}{10^3} = 0.333}
\displaystyle{S_4 = \frac{3}{10}+\frac{3}{10^2}+\frac{3}{10^3}+\frac{3}{10^4} = 0.3333}
..............................................................................

ลำดับ S_1,S_2,S_3,S_4,\ldots สามารถใช้เป็นการประมาณ ผลบวกของอนุกรมได้ ในลำดับของผลบวกดังกล่าว จะมีการใช้พจน์ของอนุกรมมากขึ้น และการประมาณค่าจะดีขึ้นตามลำดับ และลิมิตของลำดับ ควรเป็น \displaystyle{\frac{1}{3}}

เพื่อให้เห็นว่าลิมิตเป็น \displaystyle{\frac{1}{3}} จริง จะต้องคำนวณลิมิตของพจน์ทั่วไปในลำดับที่ใช้ประมาณค่า ในที่นี้พจน์ทั่วไปคือ

\displaystyle{S_n = \frac{3}{10}+\frac{3}{10^2}+\frac{3}{10^3}+\frac{3}{10^4} + \ldots \frac{3}{10^n}} ________ (2)

การหา \displaystyle{\lim_{n \rightarrow \infty} S_n =  \lim_{n \rightarrow \infty} \left[ \frac{3}{10}+\frac{3}{10^2}+\frac{3}{10^3}+\frac{3}{10^4} + \ldots \frac{3}{10^n}\right]} ค่อนข้างยุ่งยาก เพราะทั้งพจน์สุดท้ายและจำนวนพจน์เปลี่ยนตามค่า n จึงต้องพยามยามเขียนลิมิตให้อยู่ในรูปที่พจน์ไม่แปรค่า ดังนี้

คูณ (2) ด้วย \frac{1}{10} จะได้

\displaystyle{\frac{1}{10}S_n = \frac{3}{10^2}+\frac{3}{10^3}+\frac{3}{10^4}+\ldots+\frac{3}{10^{n}}+ \frac{3}{10^{n+1}}} ________ (3)

นำ (3) ลบออกจาก (2) จะได้

\displaystyle{S_n-\frac{1}{10}S_n = \frac{3}{10}-\frac{3}{10^{n+1}}} หรือ \displaystyle{S_n = \frac{1}{3}(1-\frac{1}{10^n})}

เนื่องจาก \displaystyle{\frac{1}{10^n}\rightarrow 0} เมื่อ n \rightarrow \infty จึงได้

\displaystyle{\lim_{n\rightarow\infty} S_n = \lim_{n\rightarrow\infty} \frac{1}{3}(1-\frac{1}{10^n}) = \frac{1}{3}}

ซึ่งอาจจะแทนด้วยการเขียน

\displaystyle{\frac{1}{3} = \frac{3}{10}+\frac{3}{10^2}+\frac{3}{10^3}+\frac{3}{10^4} + \ldots +\frac{3}{10^n}+\ldots}

จากตัวอย่างที่กล่าวมาข้างต้น จะนิยามแนวคิดของผลบวกของอนุกรม \displaystyle{\sum_{k=1}^{\infty} a_k} ได้ดังนี้ ให้ S_n แทนผลบวกของ n พจน์แรกของอนุกรม

S_1 = a_1
S_2 = a_1 + a_2
S_3 = a_1 + a_2 +a_3
.................................
S_n = a_1 + a_2 + a_3 + \ldots + a_n = \displaystyle\sum_{k=1}^{n} a_k

เรียก S_n ว่า ผลบวกย่อยที่ n ของอนุกรม และ เรียก \{S_n\} ว่า ลำดับของผลบวกย่อย เมื่อ n มีค่าเพิ่มขึ้น ผลบวกย่อย S_n=a_1+a_2+a_3+\ldots+a_n จะรวมพจน์ของอนุกรมมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ถ้า S_n มีค่าเข้าใกล้ลิมิตค่าหนึ่ง ขณะที่ n\rightarrow\infty ค่าลิมิตนั้นจะเป็นผลบวกของทุกพจน์ในอนุกรมนั้น เขียนเป็นนิยามได้ดังนี้

นิยาม 2.1.2 ให้ \{S_n\} เป็นลำดับของผลบวกย่อยของอนุกรม \displaystyle{\sum_{n=1}^{\infty} a_n} ถ้าลำดับ \{S_n\} ลู่เข้าสู่ลิมิต S แล้วจะเรียกอนุกรมนี้ว่า อนุกรมลู่เข้า และเรียก S ว่า ผลบวกของอนุกรม เขียนแทนด้วย \displaystyle{S=\sum_{n=1}^{\infty} a_n} ถ้าลำดับของผลบวกย่อยลู่ออกแล้ว จะเรียกอนุกรมนี้ว่า อนุกรมลู่ออก และไม่มีผลบวก


ตัวอย่าง 1 จงแสดงว่า \displaystyle{\sum_{n=1}^{\infty} \frac{1}{n(n+1)}} เป็นอนุกรมลู่เข้า พร้อมทั้งหาผลบวกของอนุกรม

วิธีทำ เนื่องจาก \displaystyle{a_n = \frac{1}{n(n+1)}=\frac{1}{n}-\frac{1}{n+1}} จะได้

\displaystyle{S_1 = a_1 = \frac{1}{2}}
\displaystyle{S_2 = a_1+a_2 = \frac{1}{2} + \frac{1}{2\cdot 3} = (1-\frac{1}{2}) + (\frac{1}{2}-\frac{1}{3})}
\displaystyle{S_3 = a_1+a_2 +a_3 = \frac{1}{2} + \frac{1}{2\cdot 3}+\frac{1}{3\cdot 4} = (1-\frac{1}{2}) + (\frac{1}{2}-\frac{1}{3}) + (\frac{1}{3}-\frac{1}{4})}

ดังนั้น
S_n = a_1 + a_2 +a_3+\ldots +a_n
\displaystyle{= (1-\frac{1}{2}) + (\frac{1}{2}-\frac{1}{3}) + (\frac{1}{3}-\frac{1}{4}) + \ldots +(\frac{1}{n}-\frac{1}{n+1})}
\displaystyle{= 1- \frac{1}{n+1}}

และ \displaystyle{\lim_{n\rightarrow\infty} S_n = \lim_{n\rightarrow \infty}(1-\frac{1}{n+1}) = 1} ดังนั้น \{S_n\} เป็นลำดับลู่เข้า นั้นคือ \displaystyle{\sum_{n=1}^{\infty}\frac{1}{n(n+1)}} เป็นอนุกรมที่ลู่เข้า และมีผลบวกเป็น 1

ต่อไปจะขอเขียนแทนอนุกรมอนันต์ด้วย \displaystyle{\sum a_n} ซึ่งจะมีทฤษฎีบทที่สำคัญ ดังนี้

ทฤษฎีบท 2.1.3 ถ้า \sum a_n เป็นอนุกรมลู่เข้าแล้วจะได้ว่า \lim a_n = 0


ทฤษฎีบท 2.1.4 ถ้า \lim a_n \neq 0 แล้ว จะได้ว่า \sum a_n เป็นอนุกรมลู่ออก


ทฤษฎีบท 2.1.5 ถ้า \sum a_n และ \sum b_n เป็นอนุกรมสองอนุกรมซึ่งมีความแตกต่างกัน เฉพาะ m พจน์แรก แล้ว จะได้ว่า \sum a_n และ \sum b_n เป็นอนุกรมลู่เข้าทั้งคู่ หรือ อนุกรมลู่ออกทั้งคู่



<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 5) หน้าถัดไป (หน้า 7) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 6 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 11 ก.ค. 2550 (21:17)
อยากถามว่า ในลำดับนี้ ค่า n=0 ได้ไหม ถ้าไม่ได้เพราะอะไร
แล้วก็สูตรที่อาจารย์ใช้สอนในการหาค่า 3 พจน์ ของลำดับ เช่น การหาค่า 3 พจน์ของลำดับเลขาคณิตที่มีสูตรว่า a/r,a,ar อะไรประมาณนี้มันขัดกับนิยามหรือไม่ เพราะที่อาจารย์เคยสอน เขาบอกว่าa1 เป็นลำดับแรกสุดของลำดับต่างๆ
Runa-Light เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 20 ก.ย. 2550 (14:52)
จากความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 นะครับ
ผมว่า น่าจะไม่ขัดนะครับ เพราะว่า a/r , a ,ar เป็นการเขียนในรูปของกรณีสมมุติพจน์ใดๆมา 3 พจน์ นั่นหมายความว่า a/r คือพจน์ที่อยู่ก่อนหน้าพจน์ a 1 ลำดับ ซึ่งการเขียนกรณีนี้ได้ต้องครอบคลุม คือพจน์ของ a/r จะเป็นได้ต่ำสุดก็คือพจน์ที่ 1 จึงสามาถนำไปใช้ได้ แต่ข้อจำกัดอื่นๆ จะต้องสอดคล้องกับทฤษฎีด้วยประมานนี้
นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ ผิดพลาดประการใด ก็ขออภัยและโปรดชี้แจงด้วยครับ
^^ O_O @_@
divine_sg เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 26 ก.ย. 2550 (17:39)
ขอบคุงมากๆครับ
Halo เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 13 พ.ย. 2550 (17:55)
ขอบคุณมากครับ...
bobs เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 28 พ.ย. 2550 (17:43)
จาก ทฤษฎีบท 2.4.1 การทดสอบอนุกรมสลับ
จริงหรอคะที่ถ้าขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง สรุปได้ทันทีว่า เป็นอนุกรมลู่ออก
เหมือนเคยอ่านเจอว่า ถ้าขาดข้อ2 สรุปได้ทันที แต่ถ้าขาดข้ออื่นจะสรุปไม่ได้
fon155 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 10 ม.ค. 2551 (03:35)
ผมอ่านแล้วเข้าใจเล็กน้อย คือผมอ่อนมากเลยคณิต แต่กำลังพยายามอยู่ครับ
sarawut_t3 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 130 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


dummy user
(ผู้ใช้ทดสอบ ที่ไม่มีตัวตน)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 33,152 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 37 ครั้ง
ได้รับดาว 237 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ลำดับและอนุกรม [75,967]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,272]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,490]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [279,591]
Global Warming { English } [116,212]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.