 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/187" type="text/javascript"></script> |
|
|
ปลูกเรือนไทย
ครานั้นจึงโฉมเจ้าพลายแก้ว ครั้นถึงกำหนดแล้วจึงนัดหมาย ...
ผู้เขียน: เทาชมพู ชมแล้ว: 18,100 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 27 July 2004, 12:01 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 27 July 2004, 12:01 pm
|
หน้าที่ 1 - ปลูกเรือนไทย
| ครานั้นจึงโฉมเจ้าพลายแก้ว | ครั้นถึงกำหนดแล้วจึงนัดหมาย |
| บอกแขกปลูกเรือนเพื่อนผู้ชาย | มายังบ้านท่านยายศรีประจัน |
| ให้ขุดหลุมระดับชักปักเสาหอ | เอาเครื่องเรือนมารอไว้ที่นั่น |
| ตีสิบเอ็ดใกล้รุ่งฤกษ์สำคัญ | ก็ทำขวัญเสาเสร็จเจ็ดนาที |
| แล้วให้ลั่นฆ้องหึ่งโห่กระหน่ำ | ยกเสาใส่ซ้ำประจำที่ |
| สับขื่อพรึงติดสนิทดี | ตะปูตียกเสาดั้งตั้งขึ้นไว้ |
| ใส่เต้าจึงเข้าแปลานพลัน | เอาจันทันเข้าไปรับกับอกไก่ |
| พาดกลอนผ่อนมุงกันยุ่งไป | จั่วใส่เข้าฝาเช็ดหน้าอึง |
| บ้างเจาะถากถุ้งเถียงเสียงเอะอะ | เกะกะกบไสไชเหล็กจึ้ง |
| บ้างผ่าฟันสนั่นอึงคะนึง | วันหนึ่งแล้วเสร็จสำเร็จการ |
(จากพระราชนิพนธ์ ขุนช้างขุนแผน) |
|
เห็นภาพการปลูกเรือนไทยภาคกลางสมัยก่อนไหมคะ เสร็จกันภายในวันเดียว แรงงานก็อาศัยเพื่อนๆเจ้าบ่าวช่วยกัน ไม่มีช่างรับเหมาก่อสร้างมืออาชีพมาทำให้อย่างสมัยนี้
ในการปลูกเรือนไทย ช่างจะทำไม้ส่วนประกอบส่วนต่างๆของเรือน เรียกว่า ' เครื่องเรือน ' (ไม่ได้แปลว่า Furniture) เตรียมไว้พร้อมเพื่อขาย ใครจะซื้อก็ไปสั่งซื้อ ขนมาตามลำน้ำแล้วยกขึ้นบก นำพรึง หรือไม้กระดานแผ่นหนายาว ๔ แผ่นมาประกอบเป็นกรอบสี่เหลี่ยม ล้อมรอบตัวเรือน เพื่อกำกับแนวเสาเรือนและรองรับตีนฝาแต่ละด้าน แล้วจึงหาตำแหน่งขุดหลุมเสา เอาไม้ซีกปักลงไปเป็นเครื่องหมาย เรียกว่า ปักฉมบ
ขุดหลุมลึกประมาณ ๑ ศอกเศษ กระทุ้งดินให้แน่น วางแระ(หรือระแนะ)ซึ่งเป็นเครื่องรองตีนเสากันทรุดไว้ก้นหลุม ยกเสาเอกตั้งลงในหลุมตามฤกษ์ที่ต้องดูกันเอาไว้ก่อนเพราะถือเป็นฤกษ์สำคัญ ตามมาด้วยเสาโทและเสาตรีจนครบ ๘ หลุม ยึดเสาให้ตรงทุกต้น ใส่รอดร้อยเข้าที่เสาทุกต้น สอดเต้าซึ่งเป็นไม้แบนยาวหน้าสี่เหลี่ยมผืนผ้าใกล้กับปลายของแต่ละต้น แล้วส่งขื่อขึ้นไปวางพาดบนหัวเสาแต่ละคู่ ให้ปลายสวมลงบนหัวเทียนทั้งสองด้าน
เมื่อยกเสาตั้งเข้าที่ สอดให้ใบตั้งเลยขึ้นไป ยกโคนเสาตั้งนั่งคร่อมบนหลังรอด แล้วส่งแปหัวเสาทั้งคู่วางคร่อมสับลงบนปลายขื่อซึ่งบากเตรียมไว้ไว้ให้เข้าที่ ติดพรึง ตอกตะปูจีนประดับระดับให้เข้าที่ ปูพื้นเรือนเป็นอันดับต่อไป
ตะปูจีนหน้าตาคนละแบบกับตะปูที่รู้จักกันตอนนี้ เป็นอุปกรณ์แท่งสี่เหลี่ยมปลายเรียวแหลมงอหักขึ้นเป็นข้อศอก มักทำด้วยเหล็ก ยาวตั้งแต่ ๑-๔ นิ้วฟุต ใช้ยึดหัวไม้
ยกแผงจั่วติดกับบ่าแปบนหัวเสาทั้ง ๓ แผง ติดตั้งแขวนและจันทันห้อง เข้าไม้อกไก่ทับหัวจั่ว ยกแผงฝาเข้าที่ปิดข้างเรือนแต่ละด้าน ติดปั้นลม เรียบร้อยแล้วกลบหลุมโคนเสาให้เรียบร้อย สับกลอนเพื่อมุงหลังคาด้วยเครื่องมุง
นอกจากนี้ยังมีเรือนเครื่องผูก ซึ่งเป็นเรือน หรือโรงคุมกันขึ้นเป็นหลังด้วยวิธีผูกรัดตัวไม้เครื่องเรือนเข้าด้วยกันด้วยหวาย คล้า หรือเถาหญ้านาง กับเรือนเครื่องสับ เป็นเรือนไม้ คุมกันเป็นหลังด้วยวิธีเข้าปากไม้ หรือสับปากไม้
เสร็จการปลูกเรือนอย่างเรือนหอพลายแก้วแล้ว ถ้าหากว่ามีระเบียง ชาน และเรือนครัวก็ต่อเติมไปเป็นลำดับ รวมทั้งซุ้มประตูและบันไดขึ้นบ้าน เพราะเรือนไทยภาคกลางปลูกสูงเหนือพื้นดินเพื่อให้พ้นหน้าน้ำหลาก ถ้ามีหลายเรือนรวมกันก็ปูนอกชานไว้ตรงกลางเพื่อเชื่อมต่อเรือนแต่ละเรือนให้เดินถึงกันตลอด นอกชานใช้สารพัดประโยชน์ทั้งนั่งเล่น ตากของแห้ง ทำงานต่างๆของแม่บ้าน นอกจากนี้มีสวนดอกไม้เล็กๆ ยกกระถางทั้งไม้ผลและไม้ดอกขึ้นมาตั้งชมกันบนนอกชาน เหลือแต่เพียงไม้ใหญ่ๆทนทานต่อน้ำท่วมได้เท่านั้นที่ปลูกไว้บนพื้นดินนอกตัวบ้าน เรือนขุนช้างเป็นตัวอย่างของเรือนคหบดีไทยภาคกลางที่สวยมาก เด่นในเรื่องการประดับประดานอกชานด้วยไม้กระถางและเลี้ยงสัตว์อย่างปลาเงินปลาทองและนกขุนทอง
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม