 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/18767" type="text/javascript"></script> |
|
โอลิมปิกวิชาการ ปี 2550
ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ปี พ.ศ. 2554
....อัพเดทล่าสุด
post ครั้งแรก: Wed 20 June 2007, 3:49 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 11 September 2007, 11:31 am
|
หน้าที่ 24 - ดร.คัมภีร์ พรหมราย อดีตนักเรียนเหรียญทองแดงเคมีโอลิมปิก โครงการโอลิมปิกฯให้โอกาสเรารับทุนไปต่างประเทศ ไปแข่งกับหัวกะทิระดับโลก เป็นประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้ง่ายๆ
เมื่อปี 2537 แม้ไทยจะไม่ได้เหรียญทองจากการแข่งขันเคมีโอลิมปิกที่ประเทศนอร์เวย์ แต่ปีนั้นก็น่าภาคภูมิใจที่เป็นครั้งแรกที่ไทยสามารถคว้าเหรียญเงินมาได้ โดยฝีมือของเพื่อนร่วมทีมของ ดร.คัมภีร์ พรหมราย โดยเจ้าตัวเองก็สามารถคว้าเหรียญทองแดงมาได้สำเร็จเช่นกันซึ่งเป็นหนึ่งในสามเหรียญทองแดงที่ได้มาพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมอีกสองคน
กลับจากการแข่งขันเคมีโอลิมปิกแล้ว ดร.คัมภีร์ ก็เข้าศึกษาต่อที่จุฬาฯ คณะวิทยาศาสตร์ เรียนได้หนึ่งปี ก็รับทุน พสวท.(โครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ของ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี )ไปศึกษาต่อที่อเมริกาจนจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ จากนั้นข้ามไปจบปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอ ด้านอนินทรีย์เคมี กลับเมืองไทยมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยมหิดลจนถึงปัจจุบัน
ที่จริงก่อนจะมาเรียนเคมี ดร.คัมภีร์ชอบคณิตศาสตร์และฟิสิกส์มาก เพราะชอบด้านคำนวณ แต่ตอนสอบคัดเลือกเป็นตัวแทนโอลิมปิกวิชาการพลาดวิชาดังกล่าวไป และมาติดสาขาเคมี แต่พอได้มาติวจริงจังมากขึ้น กลับทำให้ดร.คัมภีร์เริ่มเปลี่ยนทัศนคติ โดยหันมาชอบเคมีมากขึ้น
พอเรียนไปมากขึ้นก็ชอบเคมี จนปัจจุบันนี้รู้สึกว่าคิดไม่ผิดที่เรียนเคมี และว่าที่จริง เคมีก็มีการใช้คณิตศาสตร์มาประยุกต์อยู่มาก เคมีไม่ใช่แค่การท่องจำแต่ต้องเรียนด้วยความเข้าใจ เอาคุณสมบัติและทฤษฎีที่เรียนมาใช้กับชีวิตประจำวันได้ งานวิจัยก็เริ่มสนุก เดี๋ยวนี้พอมามองคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ กลับรู้สึกว่าอาจจะมีวงจำกัดนิดนึงด้วยซ้ำ ดร.คัมภีร์ กล่าว
ถาม นอกเหนือจากความรู้แล้ว โครงการโอลิมปิกฯให้อะไรอีกบ้าง
ตอบ ผมได้เพื่อนใหม่ อย่างก่อนไปแข่งโอลิมปิกฯ ผมไปแข่งที่สิงคโปร์ก่อน ไปเจอเพื่อนสิงคโปร์ที่ไปโอลิมปิกฯ อ้าว! เพื่อนเรานี่ พอไปเรียนที่อเมริกาก็ไปเจอเพื่อนคนอื่นๆ อีก แม้จะเรียนต่างสถาบันกัน แต่ก็รู้สึกดีที่ได้เจอคนรู้จัก
สิ่งที่ได้อีกอย่างจากการแข่งขันคือ การควบคุมสติอารมณ์ สำคัญมาก คือถ้าเป็นระดับประเทศอาจไม่เท่าไหร่ เราอาจคิดว่าคงติดหนึ่งในสิบ แต่พอระดับโลก ต่างกันเลย เพราะแต่ละคนที่มาแข่งขันคือหัวกะทิของแต่ละประเทศ บรรยากาศต่างๆ เปลี่ยนไป ฉะนั้นที่คิดว่าเราทำดีแล้วก็ยังไม่พอ ต้องทำให้ได้ดีกว่าขึ้นไปอีก
ถาม คิดว่าภาครัฐดูแลเด็กโอลิมปิกฯ ดีหรือยัง เพราะบางคนอาจมองว่า พอแข่งจบแล้วก็เป็นอันจบกันไป
ตอบ ต้องแยกกันระหว่างการสอบกับอนาคตครับ โอลิมปิกฯ เป้าหมายคือส่งไปแข่งขัน ไม่ได้เจาะจงว่าต้องการให้มาเป็นนักวิจัย พอจบโครงการแล้ว เขาควรมีสิทธิ์เลือกว่าจะไปทำอะไร ไม่อยากให้วงการศึกษาคาดหวังว่าต้องให้เด็กเซ็นสัญญาตั้งแต่ม.ปลาย พอเรียนจบก็มาทำงานเป็นนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งบางทีเขาอาจไม่ชอบก็ได้ คืออยากให้เขามาด้วยใจรักมากกว่า
เด็กโอลิมปิกฯ เชื่อว่าเขาจะไปเรียนอะไรก็ได้ อยากสอบหมอเชื่อว่าติด วิศวะก็โอเค ทางเลือกเขามีเยอะ
ดังนั้นถ้าจะดึงเขาให้มาเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือเป็นอาจารย์ก็ตาม ผมอยากให้เราแนะนำ เปิดช่องให้เขา ว่าเรามีแนวทางให้เป็นนักวิทยาศาสตร์นะ แต่ไม่อยากให้ออกมาแนวบังคับเขา อยากให้เขาเห็นอนาคต ว่านี่เป็นทุนไปเรียนต่างประเทศนะ เรียนกี่ปี พอกลับมาแล้วต้องมาทำงานกี่ปี เจอสภาพอย่างไร เงินเดือนประมาณนี้นะ คุณรับได้มั้ย แต่นี่เรามักบอกไม่หมด โดยบอกเขาว่า คุณไปเรียนด็อกเตอร์นะ กลับมาช่วยพัฒนาประเทศชาติ แต่จากนั้นละไว้ เขาไม่เห็นสิ่งที่เขาฝัน จบกลับมาใหม่ๆ ก็ไฟแรง อยากวิจัย แต่สิ่งต่างๆ ไม่เอื้อให้เขาทำ สุดท้ายก็ใช้ทุนให้หมดไป ทั้งๆ ที่ใจเขาก็อยากทำ แต่มันทำไม่ได้
ผมอาจจะโชคดีที่อยู่มหิดล เพราะมีเครื่องมือ เงินทุน ทุกอย่างพร้อม ผมเชื่อว่าหลายคนอาจจะต้องการเป็นนักวิจัย แต่สิ่งอำนวยความสะดวกหลายๆ อย่างไม่พร้อม ระบบจึงกลืนพวกเขา คือ อยู่เฉยๆดีกว่า ไม่ต้องทำอะไร... ผมจึงอยากให้ผู้เสนอให้ทุนทั้งหลาย ควรบอกให้ชัดเจน เพราะเมื่อผู้รับทุนรับทราบและรับได้ ก็โอเค
ถาม น่าเสียดายบุคลากร
ตอบ ใช่ครับ เราเอาเขามาและเสียเงินเป็นล้านๆ พอจบกลับมา เขากลับแค่ทำงานไปวันๆ น่าเสียดาย สุดท้ายเขาอาจไปรับติวนักเรียนเอ็นทรานซ์ดีกว่า รายได้ดี และพอทำไปสักพัก ไม่เอาแล้วนักวิจัย... คงแก้ปัญหายากครับ เพราะถ้าจะแก้ ต้องแก้กันทั้งระบบ
ถาม อยากฝากอะไรถึงรุ่นน้องที่สนใจจะเข้ามาโครงการโอลิมปิกฯ บ้าง
ตอบ โอลิมปิกฯ เป็นโครงการที่ดี อยากให้น้องๆ ลองมาสมัครดู เพราะสิ่งที่ได้มีมาก โดยเฉพาะเรื่องความรู้ อย่างผมตอนเรียนจุฬาฯ ปี1 ผมไม่ได้อ่านหนังสือเคมีเลย เพราะโอลิมปิกฯ เขาติวไปถึงปี2-3 แล้ว แม้ตอนเรียนต่างประเทศก็ตาม ตอนปี2 ผมผ่านสบายๆ เพราะเรียนมาหมดแล้ว โครงการนี้ให้โอกาสเรารับทุนไปต่างประเทศ ไปแข่งกับหัวกะทิระดับโลก เป็นประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้ง่ายๆ และทำให้เราสามารถเริ่มต้นอนาคตของตัวเราเองได้ ดังนั้น ก็อยากให้น้องๆ ลองมาสอบคัดเลือกกันดูครับ
สัมภาษณ์โดย คุณจุมพล เหมะคีรินทร์
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 19 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 23 มิ.ย. 2550 (10:25) รับทราบ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 28 มิ.ย. 2550 (22:00) เด็กชายพศิน มนูรังษี โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
คนนี้อยู่ ม.3 เองหนิ
- -''
ฉลาดเกิ๊นไปแล้วนะนั่น
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 2 ก.ค. 2550 (16:39) ตัวจริงน้องเขาน่ารักทุกคนเลยนะ
บางคนถึงจะขี้เหร่ แต่ก็เป็นลูกเป็ดขี้เหร่ ที่จะกลายเป็นหงส์ในอนาคต
เห็นมาหลายรุ่นแล้วค่ะ
เว็บมาสเตอร์วิชาการดอทคอมทั้ง 3 คน
ก็เคยเป็นนักเรียนโครงการโอลิมปิกวิชาการด้วยนะ
ถ้าจำไม่ผิด มีเว็บมาสเตอร์ 1 คน คว้าทองแดงฟิสิกส์โอ ฯ มาแล้ว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 5 ก.ค. 2550 (20:42) ปีนี้สมัครไม่ทันลืมพาใบสมัครไปโรงเรียนในวันสุดท้ายของการรับสมัครเฉย
แต่ยังไงหัวก็ไม่ถึงอยู่ดี
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 11 ก.ค. 2550 (19:33) ไม่เห็นมีไรเลยแต่เราว่าก้อมีสาระนี่นา55+
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 11 ก.ค. 2550 (21:13) พศินเก่งเนาะ สุดยอด อายุยังเด็กอยู่เลย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 11 ก.ค. 2550 (21:14) เก่งมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทุกคนเลย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 12 ก.ค. 2550 (19:27) เก่งจังค่ะ อยากเก่งไดลักครึ่ง อิอิ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 12 ก.ค. 2550 (19:31) ข้อสอบโอคณิตยากโค-ตะ-ระเลยอะ กำอิอิ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 13 ก.ค. 2550 (14:56) สุดยอดครับ 555 สู้ๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 19 ก.ค. 2550 (19:52) เก่งจังเลยค่ะ

เราก็สอบเหมือนกัน สอบแต่ชีวะ ยากมากๆ เราขี้เกียจมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆไปสอบโดยไม่อ่านหนังสือเลยแต่จริงๆแล้วก็อ่านน่ะ 2 บรรทัด๐_๐ ไม่เป็นไรปีหน้าเอาใหม่
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 23 ก.ค. 2550 (19:17) เราอยากไปบ้างจัง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 24 ก.ค. 2550 (15:48) ขอให้พวกพี่ๆโชคดีในวันข้างหน้าครับ
ถ้าคนว่าเค้ากน้าตาหน้าม่ดี ลองอ่านเรื่อง ทางเทวดา-เทวาวาดสิครับ ของเเก้วเก้าสิ
จะได้รู้ว่ามันไม่ได้อยู่ที่หน้า เหอะๆ
Felin
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 26 ก.ค. 2550 (12:33) ตอนนี้ก็ทราบผลแล้วนะยังไงแล้วก็คงจะมีการนำผลมาขึ้น web ให้ดู/ชื่นชมบ้างนะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 26 ก.ค. 2550 (14:07) ผลฟิสิกส์โอลิมปิกอยู่หน้า 14
ผลชีววิทยาโอลิมปิกอยู่หน้า 15
ผลเคมีโอลิมปิก อยู่หน้า 16 ค่ะ
คณิตศาสตร์ จะกลับไทย 31 ก.ค.
ส่วนคอมพิวเตอร์ จะไปแข่งเดือน ส.ค.
วิชาการดอทคอมนำผลมาแจ้งอย่างรวดเร็วทันใจ
คลุกวงใน ก่อนใครเพื่อนค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 26 ส.ค. 2550 (12:02) จากอ่านเวป โอลิมปิคของเจ้าภาพ คุณสมบัติผู้แข่งขัน ต้องเป็นนักเรียนไม่เกินมัธยม การติวในกลุ่มเล็กที่ไม่เกิน50คนได้ไม่เกินสองสัปดาห์ ต้องไม่อยู่ รร พิเศษเฉพาะด้าน สงสัยเด็กไทยบางคนจบ ม ุ6 เรียนแพทย์ บางคนเข้าPrep school ;USA การติวของเราและ รร มหิดลวิทย์ จะอยู่ในข่ายต้องห้ามหรือเปล่าครับ