คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/18812" type="text/javascript"></script>
เพียงแค่จดหมาย(ลาครู)
การสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะนักเรียนที่ย่างเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งจะพบว่ามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงและเป็นปัญหาของครูและผู้ปกครอง
ผู้เขียน: ครูคิม ชมแล้ว: 1,681 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 25 June 2007, 9:44 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 26 June 2007, 7:35 pm

หน้าที่ 1 - พฤติกรรมที่ฉันพบ
พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน หรือพฤติกรรมที่แสดงออกของนักเรียนแต่ละคนซึ่งครูไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะนักเรียนระดับชั้นมัธยมต้นที่เข้าสู่วัยรุ่น กำลังเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกายและจิตใจ แม้ว่าพฤติกรรมต่าง ๆ มักจะก่อให้เกิดอุปสรรคและปัญหา แต่ทั้งนี้ครูจะหลีกเลี่ยงจากการไม่รับผิดชอบนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ เช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไปนี้

เวลา 09.30 -10.30 น. เป็นเรียนภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปัญหาที่พบตลอดมาคือนักเรียนขาดระเบียบวินัย ไม่ตรงต่อเวลา เข้าห้องเรียนช้า หนีเรียน แอบไปอยู่ตามห้องน้ำหรือใต้ต้นไม้ บางทีก็หนีออกนอกโรงเรียน การเรียกชื่อก่อนเรียนไม่ได้แก้ปัญหาเช่นนี้ได้เพราะนักเรียนจะขออนุญาตไปห้องน้ำตอนท้ายชั่วโมงแล้วไม่กลับเข้าห้องเรียนอีกเลย ทิ้งสมุดหนังสือไว้ตามโต๊ะเรียน จึงได้เปลี่ยนเป็นการเรียกชื่อตอนจบชั่วโมงหรือตอนที่เริ่มกิจกรรมไปบ้างแล้ว หรือขณะที่นักเรียนทำงาน

ในชั่วโมงนี้พบว่าตุ๊กและน้อยขาดเรียนแต่มีใบลาวางไว้บนโต๊ะครู 1 ฉบับ ความรู้สึกบอกว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติ เพราะครูและนักเรียนได้ตกลงร่วมกันแล้วว่า ไม่มีความจำเป็นต้องเขียนจดหมายลาครู ถือว่าไม่มีตัวตนอยู่ในห้องเรียนแสดงว่าขาดเรียน หรือบางกรณีต้องอยู่ในดุลยพินิจของครูเท่านั้น จึงไม่ได้สนใจเกี่ยวกับจดหมายลาฉบับนี้สักเท่าไร แต่ด้วยบังเอิญเห็นว่าซองจดหมายอยู่ในสภาพที่ถูกแกะและเป็นลักษณะยับเยิน ไม่เรียบร้อย จึงได้เปิดและอ่านดูเป็นจดหมายของตุ๊กมีใจความว่าเป็นการลาด้วยเหตุ “ปวดศีรษะมาก ลุกไม่ขึ้น” ทำให้ย้อนทบทวนดูเหตุการณ์ของเมื่อวานที่ผ่านมา เห็นตุ๊กมีอาการปกติดี และตอนเย็นขณะที่เดินทางกลับบ้านเห็นตุ๊กเดินอยู่ข้างทางมีท่าทางสดชื่นดี อีกอย่างตุ๊กเป็นเด็กสุขภาพแข็งแรง ไม่น่าจะมีอาการแบบนี้ รวดเร็วเกินไป จากนั้นได้ไปพบกับคุณครูที่ปรึกษาทราบว่าหายไปเฉยๆ ไม่มีจดหมายลาทั้งสองคน พร้อมด้วยคุณครูที่ปรึกษาด้ไปหารือกับคุณครูฝ่ายปกครอง คุณครูทั้งสองท่านได้ออกติดตามไปยังบ้านของตุ๊ก ได้พบกับคุณแม่ซึ่งบอกว่าตุ๊กแต่งตัวชุดนักเรียนไปโรงเรียนแต่เช้า ส่วนน้อยนอนตื่นสายจึงขาดเรียนไม่ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับตุ๊กแต่อย่างใดเลย

จนกระทั่งเวลา 11.30 น. นักเรียนกำลังพักรับประทานอาหารกลางวัน แม่ของตุ๊กได้ร้องห่มร้องไห้มาที่ห้องภาษาอังกฤษ บอกว่ามีชาวบ้านพบเสื้อผ้าชุดนักเรียนของตุ๊กอยู่ที่กระท่องกลางนาห่างจากโรงเรียนประมาณ 500 เมตร และมีคนเห็นและยืนยันว่ามีเด็กหนุ่มรุ่นเดียวกันขับรถมอเตอร์ไซค์มารับที่สี่แยกหมู่บ้าน ......

เหตุการณ์ผ่านไป.......ได้รับโทรศัพท์จากแม่ของตุ๊กตลอดเวลาว่ากำลังออกตามหายังไม่เจอตัวลูกแต่อย่างใด จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น.ได้รับโทรศัพท์จากคุณครูฝ่ายปกครองอีกครั้งหนึ่งแจ้งว่ารู้ตัวว่าอยู่ที่ไหน ไม่แน่ใจว่าจะพบตัวหรือไม่เพราะเส้นทางเป็นป่า เขารถยนต์วิ่งไปไม่ได้ ทุกคนต้องเดินด้วยเท้าและสัญญาณขาดหายไป....เวลา 24.00 น. ได้รับการติดต่ออีกครั้งหนึ่งว่าอยู่ที่สถานีตำรวจ ....(เหตุการณ์เป็นอย่างไรไม่กล้าถาม)

รุ่งเช้าไปเยี่ยมตุ๊กที่บ้าน พบพ่อมาจากกรุงเทพฯ ตุ๊กวิ่งเข้ามากอด ได้พูดปลอบใจและรับปากว่าจะดูแลช่วยเหลือแก้ไขปัญหา บอกพ่อ แม่ว่าไม่ควรลงโทษลูกเวลานี้ ส่วนคดีความปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ ต่อมาอีกประมาณ 1 สัปดาห์ตุ๊กได้เล่าเรื่องราวที่ไปผจญมาให้ฟังโดยละเอียด แต่ก็ไม่กล้าตั้งคำถามแต่อย่างใด เพราะกลัวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตุ๊กทั้งหมดเป็นการตอกย้ำความรู้สึกเพียงแค่สรุปว่า “ตุ๊กเกือบจะถูกผู้ชายคนอื่น ๆ รุมทำร้าย แต่เคราะห์ดีแม่ ครูและญาติๆ ไปพบเข้าเสียก่อน ส่วนผู้ชายที่พาตุ๊กไปนั้นได้หลบหนีไปและทิ้งตุ๊กไว้ในป่า”

จากวันนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลา 9 เดือนมาแล้วตุ๊กและครอบครัวต้องไปขึ้นศาลเด็กและเยาวชนตามที่ศาลนัดหมายเป็นประจำและอยู่ระหว่างคดีความ พฤติกรรมของตุ๊กเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เรื่องราวและเหตุการณ์จะเป็นอย่างไรนั้น ยังไม่อาจสรุปได้ แต่ทว่าหากฉันไม่ได้อ่านจดหมาย(ลาครู)ฉบับนั้น คงจะเสียใจไปมากกว่านี้ก็ได้

ตุ๊กมีอายุ 14 ปี เป็นพี่สาวคนโต มีน้องสาว 3 คน คนรองอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 คนเล็กเป็นคู่แฝดอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเดียวกัน พ่อไปทำงานที่กรุงเทพ ส่วนแม่เป็นแม่บ้าน บางคราวตัดเสื้อผ้า ชอบเล่นการพนัน พ่อแม่ทะเลาะกันบ่อยมาก เมื่อ
ตุ๊กเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 - 6 ตุ๊กต้องดูแลน้องทั้ง 3 คน พ่อแม่ส่งเงินมาเป็นค่าใช้จ่าย เคยได้ข่าวตุ๊กชอบแอบเล่นการพนันกับเพื่อนบ้านบ่อย ๆ เมื่อครูถามตุ๊กให้เหตุผลเกี่ยวกับการเล่นการพนันเพราะต้องการเงินมาซื้อกับข้างให้น้อง ๆ และตัวเองรับประทาน พ่อ แม่ส่งเงินให้ไม่พอ และมีนิสัย(เดิม)ค่อนข้างก้าวร้าว พูดจาไม่สุภาพ เพื่อน ๆ ไม่ชอบ แต่ในปัจจุบันพฤติกรรมการเล่นการพนันไม่ทราบว่ายังเล่นอีกหรือไม่ แต่พฤติกรรมภายนอกดูดีขึ้นลดบทบาทของความก้าวร้าวลงไปมาก

จากการวัดพฤติกรรมโดยวิธีการพหุปัญญา ทำให้วิเคราะห์ได้ว่าตุ๊กชอบงานศิลปะ มีอารมณ์อ่อนไหว มีความคิดสร้างสรรค์ และมีจินตนาการ สังเกตจากการนั่งอยู่ใต้ต้นไม้เป็นเวลานาน ๆ และตั้งใจจัดสวนถาดชื้นและสวนถาดแห้ง นำมาให้ครูช่วยออกความคิดเห็นว่าแบบไหนเหมาะสม และขอให้ครูช่วยเหลือในการจัดหาอุปกรณ์มาให้ เพราะตุ๊กอยากจะเป็นตัวแทนของโรงเรียนไปประกวดการจัดสวนถาด.............ผลการจัดสวนถาดได้รับรางวัลชนะเลิศ


หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 17 ก.ค. 2550 (07:08)
เด็กวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันหน้า คุณภาพของเด็กในวันนี้ คือ คุณภาพของของประเทศในอนาคต ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของทุกๆฝ่ายได้ช่วยขัดเกลาเด็กๆเหล่านี้ให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ โดยขัดเกลาแบบมีร่วมกัน ช่วยเหลือกันทุกฝ่าย เพียงแค่ทุกฝ่ายลดเป้าหมายของแต่ละคน แต่ละองค์กร(ลดความเห็นแก่ตัวด้วย) เพื่อให้มีเป้าหมายร่วมที่ไปร่วมกันได้(ยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง) ผมเองไม่อยากจะโทษเด็ก เด็กเป็นผลผลิตของผู้ใหญ่หรือทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ควรจะแสดงความรับผิดชอบ ไม่ควรยกภาระทุกอย่างให้กับครู(ในโรงเรียนสอนศีลธรรม นอกโรงเรียนมีอบายมุข มันขัดกัน อาศัยจุดควรพัฒนาของเด็กเพื่อหาประโยชน์จากเด็ก) เพราะภาระอันยิ่งใหญ่นี้ทุกๆฝ่าย หน่วยงาน องค์กรภาครัฐ เอกชน ศาสนา การเมือง ฯลฯ ควรตระหนักในเรื่องคุณภาพ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของเด็กและเยาวชนได้แล้ว หาทางแก้ปัญหา และยื่นมือเข้ามาช่วย หากยังเป็นแบบทุกวันนี้ ก็น่าเป็นห่วงเด็กและเยาวชนบางกลุ่ม(กลุ่มเสี่ยง)ไม่น้อย นั้นก็หมายถึงอนาคตของประเทศไทยด้วยครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2380 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 17 ก.ค. 2550 (23:06)
ก็ขอแสดงความยินดีกับคุณ ตุ๊ก ที่ชนะเลิศการจัดสวนถาด ขอขอบที่คุณครูเข้าใจและให้โอกาสนักเรียนครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2380 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


ครูคิม
(นพวรรณ พงษ์เจริญ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 3,628 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 481 ครั้ง
ได้รับดาว 247 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

เพียงแค่จดหมาย(ลาครู) [1,682]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [533,940]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [392,047]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [377,389]
Global Warming { English } [142,215]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.