สารบัญ
หน้าที่ 2 - แต่จริงหรือที่....ขมิ้นอาจส่งเสริมให้เกิดมะเร็ง
ทั้ง FAQ ของศูนย์ เอ็ม ดี แอนเดอสัน และเอกสารอื่นๆต่างละเลยที่จะกล่าวถึงส่วนเล็กที่เกี่ยวกับพิษภัยของขมิ้น ซึ่งมีส่วนสนับสนุนการมีชีวิตอยู่ของเซลล์มะเร็ง
ในปี 2547 นายโยเซฟ (Yosef Shaul) จากคณะพันธุกรรมโมเลกุล ที่สถาบันวิทยาศาสตร์เวซแมน (Weizmann Institute of Science in Rehovot ) ประเทศอิสราเอล ได้ศึกษาเกี่ยวกับเอนไซม์ NQO1 ซึ่งควบคุมปริมาณโปรตีน p53 พูดง่ายๆว่า NQO1 ป้องกันไม่ให้ p53 ทำงาน
แต่เมื่อโปรตีน p53 ในเซลล์เพิ่มขึ้น (หรือเมื่อ NQO1 เอา p53 ไม่อยู่) โปรตีนจะกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งหรือเซลล์เนื้อร้ายยุติการแบ่งตัวหรือทำให้เซลล์นั้นตายไป
นายโยเซฟและทีมงานได้ค้นพบ สารป้องกันการแข็งตัว (Anticoagulant) สาร Dicoumarol และสารประกอบที่เกี่ยวข้องสามารถสกัดกั้นการทำงานของ NQO1 ได้
นักวิจัยสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเขาทดลอง p53 กับเซลล์ลูคีเมียปกติและเซลล์ลูคีเมียมีลอยด์ (myeloid leukemia เป็นลูคีเมียที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของไขกระดูกในกระดูกดำ) กับสารแอนตีออกซิแดนซ์เช่น ขมิ้นและสารresveratrol ปรากฏว่าน่าประหลาดใจที่ขมิ้นนั้นขัดขวางการทำงานของ p53 ในการฆ่าเซลล์มะเร็ง และปล่อยให้มันลอยนวล รายงานการวิจัยฉบับนี้ปรากฏใน Proceedings of the National Academy of Sciences USA ในปี 2548 และนักวิจัยจากสถาบันอื่นก็ตีพิมพ์ผลการศึกษาคล้ายๆกัน ส่วนนายบารัทก็ตอบสนองต่อการศึกษาพวกนี้โดยชี้ถึงผลการศึกษาที่ตรงกันข้ามที่เขาค้นพบว่า ขมิ้นแท้จริงแล้วกระตุ้นการทำงานของ โปรตีน p53 ในการทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อหรือเซลล์มะเร็ง (แล้วจะเชื่อใครดี?)
นักวิจัยภาคสนามจึงจำเป็นที่จะต้องหาคำตอบที่แท้จริงว่าเกิดอะไรขึ้นภายในร่างกายของคนไข้เมื่อได้รับสารขมิ้น เพื่อดูว่าผลที่ได้เกี่ยวข้องกับผลการศึกษาของนายโยเซฟหรือไม่

พูดถึงเรื่อง ขนาด (dose) สารสกัดจากขมิ้นที่ทีมงานจากสถาบันวิทยาศาสตร์เวซแมน ประเทศอิสราเอลใช้นั้นวัดได้ระหว่าง 10 60 ไมโครโมลาร์ (Micromolar, µM) เทียบคร่าวๆแล้วก็ประมาณเดียวกันกับที่ศูนย์แอนดิสันใช้แต่เนื่องจากขมิ้นถูกดูดซึมจากกระเพาะอาหารเข้าสู่กระแสเลือดได้ไม่ดีนัก [แต่เมื่อใช้ขมิ้นร่วมกับ Piperine หรือสารสกัดจากพริกไทยดำ 20 มก. ช่วยการเพิ่มการดูดซึมของขมิ้นได้(Shoba G. et all, 1998) แต่ทั้งนี้ อาจมีผลกระทบหากมีการใช้ร่วมกับยาชนิดอื่นอีก] และยังสลายตัวภายในร่างกายของคนไข้ได้อย่างรวดเร็ว คนไข้ที่ได้รับสารสกัดขมิ้น 8 กรัม เมื่อวัดระดับสารขมิ้นในกระแสเลือดก็จะมีหลงเหลืออยู่ประมาณ 2.0 ไมโครโมลาร์เท่านั้น แต่อาจมีมากกว่าในลำไส้ และตับ คงจะเป็นงานท้าทายในอีกระดับถ้านักวิจัยสามารถพัฒนาให้สารสกัดขมิ้นอยู่ในกระแสเลือดได้นานขึ้น นายโยเซฟกล่าว แต่ขนาด (dose) ยังคงเป็นประเด็นเมื่อกล่าวถึงการใช้ยาที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ ยาบางชนิด (เช่น แอสไพริน) เมื่อรับประทานเกินขนาดก็อาจเป็นโทษ และยิ่งขมิ้นที่พบในกระแสเลือดในปริมาณน้อยนิด (เมื่อเทียบกับขนาดที่ได้รับ) ด้วยแล้ว นักวิจัยก็คงต้องทำให้แน่ใจว่าปริมาณที่น้อยนิดนั้นทำงานต่อต้านเชื้อโรคอย่างได้ผลและมีผลข้างเคียงน้อยที่สุด ก็ยื่งเป็นเรื่องที่ยากและท้าทายต่อนักวิจัย
ตัวอย่างงานวิจัยเรื่องขมิ้นทั้งคุณและโทษ
งานวิจัยที่แสดงผลทางบวกของขมิ้น เช่น
1. U.C.L.A. และ the Veterans Administration พบว่าขมิ้นช่วยทำลาย beta-amyloid และคราบอะมีลอยด์ (Amyloid plagues) ในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimers disease) ผลงานตีพิมพ์ใน Journal of Alzheimers disease, October 9, 2006.
2. University of Arizona College of Medicine พบว่าสารสกัดจากรากขมิ้นยับยั้งการอักเสบ (และการทำลาย) ของข้อ ในโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) ผลงานตีพิมพ์ใน Arthritis and Rheumatism, November 2006.
3. University of Texas Medical Branch at Galveston พบว่าขมิ้นช่วยยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดมะเร็ง (บริเวณปลาย) ลำไส้ใหญ่ (Colon Cancer) ผลงานตีพิมพ์ใน Clinical Cancer Research, September 15, 2006.
งานวิจัยที่แสดงผลทางลบของขมิ้น เช่น
1. Weizmann Institute of Science, Rehovot, Israel พบว่า การใช้ขมิ้นในปริมาณมากในเซลล์ลูคีเมียมีลอยด์ (myeloid leukemia) ลดการทำงานของโปรตีน p53 ในการทำลายเซลล์ติดเชื้อ (ตามย่อหน้าต้นๆ ในบทความตอนที่ 3) ผลงานตีพิมพ์ใน Proceedings of the National Academy of Sciences USA, April12, 2005.
2. University of Utah พบว่าขมิ้นยับยั้งการทำงานของโปรตีน p53 ต่อเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon Cancer) ผลงานตีพิมพ์ใน Carcinogenesis, September 2004.
3. University of North Carolina at Chapel Hill พบว่าขมิ้นยับยั้งการทำงานของยาที่ใช้ร่วมกับการรักษามะเร็งเต้านมโดยวิธีคีโม (Chemotherapeutic drugs) ในสัตว์ทดลอง ผลงานตีพิมพ์ใน Cancer Research, July 1, 2002.
สรุป มองในแง่บวก ถ้าเราสามารถเอาชนะความยุ่งยากในขั้นตอนการพัฒนาสารขมิ้นและได้รับการรับรองความปลอดภัย ขมิ้นอาจจะเป็นทางเลือกในการรักษาที่ดี ราคาถูก และก็คงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วย ทั้งผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ มะเร็งลำไส้ใหญ่ และโรคข้ออักเสบอื่นๆอย่างอเนกอนันต์
แปลและสรุปความจาก
- Gary Stix. Spice Healer. In Scientific American, volume 296, number 2. pages 54 57; February 2007.
- John C. Martin. Can Curcumin Prevent Alzheimer's disease?
http://www.lef.org/magazine/mag2004/dec2004_report_curcumin_01.htm dated June 24, 2007.
- Wikipedia. Curcumin.
http://en.wikipedia.org/wiki/Curcumin dated June 24, 2007.
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 9 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 8 ก.ค. 2550 (08:30) เคยเห็นคุณยายแนะนำให้คุณแม่หลายท่าน ให้เตรียมหัวขมิ้นไว้สำหรับทางบริเวณที่ยุงกัดน้องเล็ก ๆ และเคยนำมาทดลองตัวเองเวลาถูกยุงกัด ก็ได้ผลว่าหายคันค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 16 ก.ค. 2550 (00:48) อยากรู้วิธีการเอาขมิ้นมาประทินผิวทั้งผิวหน้าและผิวกาย เค้าทำกันยังไงครับ อยากรู้ แล้วได้ผลจิงป่าว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 23 ก.ค. 2550 (13:09) คุณ MaHaGoo_tBio
เคยเห็นเพื่อนเอาขมิ้นผง เนื้อมะขามเปียก ผสมน้ำนิดหน่อยแล้วพอกหน้าไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วล้างออกค่ะ สัปดาห์ละ 3-4ครั้งหรือมากกว่าก็ได้ ได้ผลหรือเปล่าต้องลองดูค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 8 ส.ค. 2550 (16:25) คุณ อดุลย์สมาน
หารายละเอียดเพิ่มที่ หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316
จากหน้า
http://www.medplant.mahidol.ac.th/user/reply.asp?id=5194
คำถาม : ขมิ้น
- ผมอยากรู้ว่าในขมิ้น มีสารสกัดใดบ้างที่เราจะได้จากขมิ้น แล้ววิธีสกัดอย่างไร
- สารสกัดใดบ้างในขมิ้นสามารถฆ่าเชื้อรา เชื้อโรคไดได้ แล้วมาจากขมิ้นอะไร เอาแบบละเอียดน่ะครับ พอดีผมจะเอาไปทำโครงงาน ขอบคุณพี่ๆล่วงหน้าด้วยครับ
คำตอบ : - การสกัดขมิ้น อาจใช้พวกแอลกอฮอส์สกัด ซึ่งจะได้สารกลุ่ม curcuminoid ออกมา แต่หากต้องการพวกน้ำมันหอมระเหย อาจใช้การสกัดด้วยไอน้ำ หรือใช้ hexane รายละเอียดวิธีสกัดคงต้องมาสืบค้นเองที่สำนักงาน
- สารสกัดแอลกอฮอล์ และน้ำมันหอมระเหย จากขมิ้นชันและขมิ้นอ้อย มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราได้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 21 ส.ค. 2550 (12:29) curcumin คือสีที่เป็นองค์ประกอบในแง่งขมิ้นและมีรายงานว่าช่วยต้านโรค alzhiemer ได้โดยอ้างถึงสถิติของประชากรประเทศอินเดีย ที่นิยมบริโภคขมิ้นในรูปเครื่องเทศเพื่อการประกอบอาหารเป็นประจำ พบคนที่เป็นโรค alzhiemer นอ้ยกว่าประชากรของสหรัฐอเมริกาที่ไม่นิยมบริโภคขมิ้น ข้อมูลดังกล่าวเป็นเรื่องดีสำหรับชาวใต้ของเราที่นิยมบริโภคขมิ้นมากและปลูกไว้ใช้ในสวนครัวหลังบ้านในรูปขมิ้นสด น่าจะมีการสำรวจเชิงสถิติดูว่าจะมีผลสอดคล้องกับข้อมูลที่กล่าวถึงหรือไม่อย่างไร
สายสนม ประดิษฐดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 30 ส.ค. 2550 (13:14) ขมิ้นชัน
ในการนำขมิ้นชันมาใช้ในทางคลินิก ถึงแม้ว่าจะมีหลักฐานข้อมูลรองรับมากมายแต่อย่างไรก็ตามข้อมูลโดยส่วนใหญ่เป็นข้อมูลทางห้องปฏิบัติการณ์หรือในสัตว์ทดลอง
ส่วนข้อมูลการศึกษาในคน โดยเฉพาะสมุนไพรต่างยังมีน้อยมากที่เป็นการศึกษาทางคลินิก โดยเฉพาะการศึกษาแบบ Randomized Controlled Trial และที่มีการตีพิมพ์ออกมาในปัจจุบัน ยังพบว่าการศึกษาต่างๆเหล่านี้ขาดการออกแบบการวิจัยที่ดี และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิด Bias อยู่มาก
ดังนั้นแล้วหากจะนำขมิ้นชันมาใช้ในการรักษาโรคต่างๆ ควรมีการวิจัยในมนุษย์เพิ่มเติม เพื่อให้การใช้ยาสมุนไพรเหล่านี้มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจน (Evidence Base Medicine)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 26 มิ.ย. 2551 (18:05) เคยทานขมิ้นชันรักษาโรคกระเพาะอาการดีขึ้นแต่ทำให้ตัวเหลืองเหมือนกับทานแครอทหรือฟักทองมากๆ.............เป็นไปได้หรือไม่