 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/18886" type="text/javascript"></script> |
|
|
สุริยะใส กตะศิลา : เส้นทางของเด็กสายวิทย์เรียนดี
สุริยะใส กตะศิลา นักกิจกรรมทางสังคมที่มีบทบาทโดดเด่นในกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เคยเป็นเด็กเรียนเก่งคณิตศาสตร์ตั้งแต่ชั้นประถมและเป็นนักเรียนมัธยมสายวิทยาศาสตร์ที่เรียนดี ผู้ซึ่งเห็นความงดงามของการเรียนวิทยาศาสตร์ มาดูมุมมองของเขากันว่าเป็นอย่
post ครั้งแรก: Wed 4 July 2007, 10:50 am ปรับปรุงล่าสุด: Tue 10 July 2007, 12:24 pm
|
หน้าที่ 4 - ปัญหากับวิทยาศาสตร์
ปัญหาสังคมส่วนหนึ่งที่เคยขึ้นเป็นเพราะว่าสังคมไทยยังเป็นสังคมที่ขาดความคิดอย่างเป็นวิทยาศาสตร์หรือเปล่า
ความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์นี่อย่าไปบอกว่าเป็นความเชื่อที่งมงายเลย แต่ว่าเป็นอิทธิพลของซีกโลกตัวันออกที่มีคุณค่าในมิติของจิตวิญญาน ไม่เหมือนสังคมตะวันตกที่จุดแข็งนั้นเป็นสังคมที่คิดแบบวิทยาศาสตร์ ทุกสิ่งต้องเป็นเหตุผล พิสูจน์ได้ แต่โลกตะวันตกมันมีคุณค่าของจิต ซึ่งบางทีอยู่เหนือความจริง ซึ่งเป็นอิทธิพลหนึ่งที่ทำให้ด๊อกเตอร์บางคนที่เรียนจบเมืองนอกยังห้อยจตุคามเต็มคอ
หรือเรื่องเข้าทรง ยังเชื่อในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เป็นอิทธิพลของโลกตะวันออกที่พยายามสร้างคุณค่าทางจิตวิญญาน ผมคิดว่าไม่เสียหายอะไร แต่ถ้าเชื่อโดยไม่ไตร่ตรอง ถ้าเชื่ออะไรแล้วเชื่อตามกัน เชื่อเพราะเป็นแฟชั่น นั่นแหละคือความงมงาย
มุมหนึ่งอาจจะพูดว่าสะท้อนความเป็นวิทยาศาสตร์ของสังคมไทย เป็นความอ่อนแอของคุณภาพการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ของบ้านเราที่ยังด้อยอยู่เมื่อเทียบกับโลกตะวันตก แต่ในขณะเดียวกันผมเชื่อว่าอิทธิพลของโลกตะวันออกมีส่วนสำคัญต่อความคิดความเชื่อของคน และส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความมั่นคงของระเบียบโลกใหม่มันแย่ลง ความไร้ระเบียบมันสูงขึ้น
กรณีของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมก็ไม่คิดว่าจะเกิดความแตกแยกขนาดนี้ และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มันจะจบเสียที มันจะลามเข้ากรุงเทพหรือเปล่า ลามเข้าเมืองใหญ่หรือเปล่า
คิดว่าส่วนหนึ่งของปัญหาภาคใต้เกิดจากความคิดที่ไม่เป็นระบบ จึงทำให้อิทธิพลหรือความเชื่อบางอย่างเข้ามาครอบงำหรือเปล่า
เป็นส่วนหนึ่ง ความคิดที่ขาดหลักเหตุผลหรือไม่เป็นระบบ บางครั้งก็ถูกแทรกซึมด้วยความเชื่อบางอย่าง หรือหลงเชื่ออะไรบางอย่างได้ง่าย แทนที่จะสร้างวัฒนธรรมของการพิสูจน์ความจริง ความแตกแยกอาจสะท้องให้เห็นถึงความมั่นคงในชีวิตของคนแย่ลง พอแย่ลงก็ต้องพึ่งพาอะไรบางอย่างนอกเหนือจาหพึ่งพาราชการ ก็เกิดขึ้นได้ง่าย เช่น ถูกชักจูงด้วยความเชื่อบางอย่างว่า เฮ้ย รัฐไทย ข้าราชการไทยนี่มันแย่นะ ก็ถูกความเชื่อบางอย่างเข้ามาครอบ
จะเห็นว่าวัยรุ่นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นกำลังหลักในกลุ่มปฏิบัติการ คำถามที่ว่าทำไมคนกลุ่มนี้ถูกปลุกปั่นครอบงำได้ง่าย ไม่น่าจะเป็นเพียงคำตอบง่าย ๆ ว่าเป็นความเชื่อทางศาสนา
หรือว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่ทำตามกันไป เป็นสังคมที่เกาะกระแสไปเสียแล้ว
ถูกต้อง เป็นแฟชั่น อย่างจตุคามนี่พูดก็พูดเถอะ บางคนนี่ไม่ได้ศรัทธาจริง ๆ เลย แต่แขวนเพราะเป็นแฟชั่น แขวนเพรามันราคาแพงกว่าของคนอื่น ไม่ได้แขวนเพราะเห็นคุณค่า หรือเรื่องพับนก เราก็รณรงค์ให้เด็ก ๆพับนกกันแล้วไปหว่านทั่วจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดสันติภาพ ซึ่งมันก็เป็นแฟชั่น ก็สะท้อนว่าสังคมเราอาจจะมีหลักยึดไม่แข็ง ไม่ชัดพอ หรือความเป็นวิทยาศาสตร์มีอิทธิพลน้อยเกินไปในการกำกับวิถีชีวิตของคนตั้งแต่เด็กจนโต ทำให้ถูกครอบงำจากแฟชั่นหรือปาฏิหาริย์บางอย่าง
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 8 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 6 ก.ค. 2550 (18:11) ก็ขอให้คุณสุริยะใส ประสบความสำเร็จครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 7 ก.ค. 2550 (21:17) "ความพยายามของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการให้เด็กเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน มันไม่เป็นจริง ตราบใดที่ไม่ถูกปฏิรูปขนานใหญ่ ก็จะไม่มีทาง ถ้าสมมติว่าผมมีลูก ก็คงไม่อยากให้ลูกโรงเรียนบ้านนอก เพราะเราก็เป็นห่วงอนาคตของลูก อยากให้ลูกมีการศึกษาที่ดี แน่นอนที่น่าจะให้เด็กเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน แต่ก็ต้องทำให้โรงเรียนมีคุณภาพเท่ากันด้วย ถึงไม่เท่ากัน ก็อย่าให้ต่างระดับกันมากเกินไป"
...............
อีกนานแค่ไหนคะ คุณภาพของโรงเรียนบ้านนอกจะมีความใกล้เคียงกับโรงเรียนในเมือง ขอฝากความหวังไว้กับคุณสุริยะใส นะคะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 10 ก.ค. 2550 (20:34) ชอบบทความตรงนี้มากๆครับ
"คิดว่าแทนที่จะไปคิดแต่เรื่องเด็กไหว้สวย เด็กกตัญญู ไม่ให้เด็กไปเดินเซ็นเตอร์พอยท์ ไม่ให้ใส่สายเดี่ยว ในขณะที่ไม่สร้างเวทีใหม่ ๆ ให้เด็กเลย ทำให้เวทีที่เป็นอยู่ปัจจุบันน่าเบื่อ ห้ามเขาไม่อยู่หรอก เด็กก็ต้องหนีไปหาเวทีใหม่ ๆ ดังนั้นก็ต้องทำให้การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์น่าสนใจ ถ้าเป็นวาระแห่งชาติ ก็น่าจะมีกลยุทธ์ที่จะทำให้เด็กหันมาสนใจและเลือกที่จะไปทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์"
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 14 ส.ค. 2550 (14:18) โรงเรียนที่มีครู+นักเรียนเก่งก็ดีแล้ว แต่โรงเรียนอื่นควรกระตุ้นและส่งเสริมนักเรียนของตนให้มากขึ้นด้วย โดย สสวท. ควรประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องและทั่วถึงเพราะยังมีช้างเผือกในป่าอีกมาก อาจจัดเป็นแคมป์พรีโอลิมปิควิชาการในแต่ละภูมิภาคเป็นระยะด้วยก็ได้ค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 2 ก.ย. 2550 (18:34) อยากเรียนสายวิทย์
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 27 พ.ค. 2551 (22:28) คุณ chaisawang ช่วยแจ้งลบความเห็นนี้แล้ว ขอบคุณค่ะ น้องๆอย่าโดนมันหลอกนะครับ ถ้ามันเรียนเก่งจริงมันคงไม่เอ็นติดคณะศึกษาหรอกครับ
อยากให้ทุกคนในห้องนี้ศึกษาภูมิหลังของคนคนนี้อย่างถ่องแท้
ถ้าไม่รู้จริงๆก็ดูในgoogle แล้วพิมพิ์ชื่อสุริยะไสลงไป แล้วจะพบความจริง
samet
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 25 ก.ค. 2551 (11:34) เด็กเก่งก็มีเก่งจากหมู่บ้าน เก่งจากอำเภอ เก่งจากจังหวัด เก่งจากกรุงเทพฯ อย่าสรุปเพราะเกลียด เพราะไม่ชอบเขา
เด็กเก่งพ่อแม่ภูมิใจ และถ้าเก่งและเป็นคนดีด้วยพ่อแม่ภูมิใจ สังคมอยู่ได้ ประเทศชาติมั่นคง