 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/18886" type="text/javascript"></script> |
|
|
สุริยะใส กตะศิลา : เส้นทางของเด็กสายวิทย์เรียนดี
สุริยะใส กตะศิลา นักกิจกรรมทางสังคมที่มีบทบาทโดดเด่นในกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เคยเป็นเด็กเรียนเก่งคณิตศาสตร์ตั้งแต่ชั้นประถมและเป็นนักเรียนมัธยมสายวิทยาศาสตร์ที่เรียนดี ผู้ซึ่งเห็นความงดงามของการเรียนวิทยาศาสตร์ มาดูมุมมองของเขากันว่าเป็นอย่
post ครั้งแรก: Wed 4 July 2007, 10:50 am ปรับปรุงล่าสุด: Tue 10 July 2007, 12:24 pm
|
หน้าที่ 5 - ความคิดเห็นเกี่ยวกับโอลิมปิกวิชาการ
เรื่องโอลิมปิกวิชาการมีความคิดเห็นอย่างไร
ผมอ่านข่าวเจอก็รู้สึกภาคภูมิใจนะ ที่เด็กไทยได้เหรียญทอง เหรียญเงินกลับมาทุกปี แต่เราไปดูเด็กที่ได้เหรียญวนอยู่ 4-5 โรงเรียน ซึ่งเป็นโรงเรียนในกรุงเทพ ฯ
ช่วงที่ผมเรียนอยู่ยังไม่มีการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ แต่ถ้าหากมีผมคิดว่าผมคงใฝ่ฝันอยากเป็นผู้แทนประเทศไทยไปแข่งด้วยซ้ำ แต่ถ้าเพื่อนโรงเรียนอื่นไปแล้วได้เหรียญมาก็คงดีใจแน่ ๆ แต่ก็คงอด ดูถูกเหยียดหยามตัวเองไม่ได้ และก็คงไปถามอาจารย์ว่า ครูครับ เมื่อไหร่เราถึงจะมีสิทธิ์ไปแข่งขันกับเขาบ้าง
อันนี้ต้องระวังหน่อย อย่าไปสร้างวัฒนธรรมของการแพ้ชนะ ในระบบการศึกษาไม่ควรนี้วัฒนธรรมของการแพ้ชนะเกิดขึ้น เพราะการศึกษาเป็นการค้นคว้าองค์ความรู้ใหม่ ๆ เจอก็คือคำตอบของทุกคน ต้องไปด้วยกัน ต้องทำให้คนโง่รู้เท่าทันให้ได้ ต้องตอบโจทย์นั้น ไม่ใช่เรามุ่งจะผลิตนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งที่สุดของโลก แต่เด็กไทยอีกส่วนใหญ่ยังมีความรู้ไม่ได้ตามมาตรฐานที่ตั้งไว้
อยากให้ สสวท. ทำอย่างไรกับโครงการโอลิมปิกวิชาการ
คือผมไม่รู้ว่า สสวท. มีกระบวนการอย่างไรกับเด็กที่ไปแข่งโอลิมปิกวิชาการเหล่านั้น แต่รู้สึกว่าอันนี้แน่นอนเราเตรียมพร้อมเด็กที่จะไปแข่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องขยายไปถึงเด็กไทยกลุ่มอื่น ๆ ให้ได้ โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในชนบท แน่นอน อันนี้ต้องเป็นภาระหน้าที่ของ สสวท. ที่จะไปคิดเพิ่มและขยายงานทั้งกำลังคงและงบประมาณ ตรงนี้คิดว่าสำคัญมาก ถ้าอยากให้เด็กคิดเป็น และคิดว่าต้องเป็นนโยบายที่รัฐบาลส่งเสริม ผมก็ไฝ่ฝันนะอยากให้รัฐบาลประกาศเป็นนโยบายแห่งชาติเรื่องนี้สักที
คิดว่าแทนที่จะไปคิดแต่เรื่องเด็กไหว้สวย เด็กกตัญญู ไม่ให้เด็กไปเดินเซ็นเตอร์พอยท์ ไม่ให้ใส่สายเดี่ยว ในขณะที่ไม่สร้างเวทีใหม่ ๆ ให้เด็กเลย ทำให้เวทีที่เป็นอยู่ปัจจุบันน่าเบื่อ ห้ามเขาไม่อยู่หรอก เด็กก็ต้องหนีไปหาเวทีใหม่ ๆ ดังนั้นก็ต้องทำให้การเรียนการอสนวิทยาศาสตร์น่าสนใจ ถ้าเป็นวาระแห่งชาติ ก็น่าจะมีกลยุทธ์ที่จะทำให้เด็กหันมาสนใจและเลือกที่จะไปทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์
ในโอกาสที่ผู้แทนประเทศไทยจะไปแข่งโอลิมปิกวิชาการในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมนี้จะให้กำลังใจพวกเขาอย่างไร
ชัยชนะของเด็กแน่นอนก็เป็นที่น่ายินดีของคนไทยอยู่แล้ว ผมในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง ทันทีที่ได้เห็นข่าวนี้ในหนังสือพิมพ์ก็อดที่จะภูมิใจไม่ได้ บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าคนนี้นามสกุลเหมือนเรา หรือเป็นน้องเรา คงภาคภูมิใจมากกว่านี้ แต่ในขณะเดียวกันเราก็นึกถึงโอกาสของคนด้อยโอกาส จะรู้สึกอย่างไรกับคนที่ไปแข่ง แต่ผมคิดว่านั่นไม่ใช่ปัญหาของเด็กที่จะไปแข่งขัน แต่เป็นปัญหาของผู้ใหญ่ ก็อยากให้น้อง ๆ ที่จะไปแข่งขันตั้งใจให้ดีที่สุด อย่างน้อยชัยชนะที่ได้มาก็มีคุณค่าที่จะช่วยกระตุ้นให้การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
เป็นเรื่องที่เราก็ภาคภูมิใจที่เด็กไทยได้รางวัลในระดับโลก แต่ผมคิดว่าผู้ใหญ่ กระทรวงศึกษาธิการ สสวท. แม้กระทั่งกระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ ก็คงต้องคิดว่า เราจะสร้างเด็กเก่งวิทยาศาสตร์เหล่านี้ให้กว้างขวางทั่วถึงได้อย่างไร โรงเรียนใดก็ได้ที่เข้ามาแข่งแล้วได้รางวัล ไม่ใช่มีเพียง 4-5 โรงเรียนที่ผูกขาดเหมือนที่ผ่านมา เราจะสร้างโอกาสที่เด็กในชนบทคว้าเหรียญโอลิมปิกได้บ้าง ตรงนี้เป็นโจทย์สำหรับ สสวท. ให้คิด
ปัจจุบันสุริยะใสดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ที่กำลัง จะหมดวาระในอีกปีกว่าข้างหน้า หลังจากนั้นเขาจะตัดสินใจเลือกระหว่างการรับทุนเรียนต่อปริญญาเอก ณ ต่างประเทศ กับการอยู่เมืองไทยต่อเพื่อเดินตามไฟฝันที่ยังคงลุกโชน
********************************************
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 8 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 6 ก.ค. 2550 (18:11) ก็ขอให้คุณสุริยะใส ประสบความสำเร็จครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 7 ก.ค. 2550 (21:17) "ความพยายามของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการให้เด็กเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน มันไม่เป็นจริง ตราบใดที่ไม่ถูกปฏิรูปขนานใหญ่ ก็จะไม่มีทาง ถ้าสมมติว่าผมมีลูก ก็คงไม่อยากให้ลูกโรงเรียนบ้านนอก เพราะเราก็เป็นห่วงอนาคตของลูก อยากให้ลูกมีการศึกษาที่ดี แน่นอนที่น่าจะให้เด็กเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน แต่ก็ต้องทำให้โรงเรียนมีคุณภาพเท่ากันด้วย ถึงไม่เท่ากัน ก็อย่าให้ต่างระดับกันมากเกินไป"
...............
อีกนานแค่ไหนคะ คุณภาพของโรงเรียนบ้านนอกจะมีความใกล้เคียงกับโรงเรียนในเมือง ขอฝากความหวังไว้กับคุณสุริยะใส นะคะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 10 ก.ค. 2550 (20:34) ชอบบทความตรงนี้มากๆครับ
"คิดว่าแทนที่จะไปคิดแต่เรื่องเด็กไหว้สวย เด็กกตัญญู ไม่ให้เด็กไปเดินเซ็นเตอร์พอยท์ ไม่ให้ใส่สายเดี่ยว ในขณะที่ไม่สร้างเวทีใหม่ ๆ ให้เด็กเลย ทำให้เวทีที่เป็นอยู่ปัจจุบันน่าเบื่อ ห้ามเขาไม่อยู่หรอก เด็กก็ต้องหนีไปหาเวทีใหม่ ๆ ดังนั้นก็ต้องทำให้การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์น่าสนใจ ถ้าเป็นวาระแห่งชาติ ก็น่าจะมีกลยุทธ์ที่จะทำให้เด็กหันมาสนใจและเลือกที่จะไปทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์"
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 14 ส.ค. 2550 (14:18) โรงเรียนที่มีครู+นักเรียนเก่งก็ดีแล้ว แต่โรงเรียนอื่นควรกระตุ้นและส่งเสริมนักเรียนของตนให้มากขึ้นด้วย โดย สสวท. ควรประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องและทั่วถึงเพราะยังมีช้างเผือกในป่าอีกมาก อาจจัดเป็นแคมป์พรีโอลิมปิควิชาการในแต่ละภูมิภาคเป็นระยะด้วยก็ได้ค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 2 ก.ย. 2550 (18:34) อยากเรียนสายวิทย์
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 27 พ.ค. 2551 (22:28) คุณ chaisawang ช่วยแจ้งลบความเห็นนี้แล้ว ขอบคุณค่ะ น้องๆอย่าโดนมันหลอกนะครับ ถ้ามันเรียนเก่งจริงมันคงไม่เอ็นติดคณะศึกษาหรอกครับ
อยากให้ทุกคนในห้องนี้ศึกษาภูมิหลังของคนคนนี้อย่างถ่องแท้
ถ้าไม่รู้จริงๆก็ดูในgoogle แล้วพิมพิ์ชื่อสุริยะไสลงไป แล้วจะพบความจริง
samet
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 25 ก.ค. 2551 (11:34) เด็กเก่งก็มีเก่งจากหมู่บ้าน เก่งจากอำเภอ เก่งจากจังหวัด เก่งจากกรุงเทพฯ อย่าสรุปเพราะเกลียด เพราะไม่ชอบเขา
เด็กเก่งพ่อแม่ภูมิใจ และถ้าเก่งและเป็นคนดีด้วยพ่อแม่ภูมิใจ สังคมอยู่ได้ ประเทศชาติมั่นคง