เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/198" type="text/javascript"></script>
ชีวสารสนเทศ (Bioinformatics) ในยุคหลังจีโนม (post-genomic era)
การนำความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการศึกษาข้อมูลที่ได้จากการวิจัยด้านชีวภาพ (Biological Science) ทำให้ก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่องานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการแพทย์
ผู้เขียน: Nattawut ชมแล้ว: 32,662 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 17 August 2004, 3:14 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 17 August 2004, 3:14 pm

หน้าที่ 2 - ยุคหลังจีโนม
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

ในยุคหลังจีโนม (post-genomic era) ภารกิจของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกคือ การค้นหายีนและการทำงานของยีนภายในจีโนมของสิ่งมีชีวิตต่างๆรวมทั้งจีโนมของมนุษย์ (ซึ่งมีอยู่ประมาณ 50,000 ถึง 130,000 ยีน) ซึ่งยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นของงานวิจัย http://www.ims.nus.edu.sg/Programs/genome/part1.htm รวมทั้งจะมีความพยายามในการหาโครงสร้างและหน้าที่ของโปรตีน กระทั่งศึกษาการควบคุมการทำงานของโปรตีน ภารกิจสำคัญเหล่านี้จะต้องดำเนินต่อไป ( http://bip.weizmann.ac.il/ )








ดังนั้นนักวิจัย และ นักวิทยาศาสตร์จึงต้องอาศัยเครื่องมือและความรู้ทางด้านชีวสารสนเทศ มาช่วยจัดการระบบบริหารข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เป็นผลจากโครงการจีโนมของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ความรู้ความเข้าใจและการประยุกต์ใช้ชีวสารสนเทศในงานวิจัยจะช่วยให้นักวิจัยสามารถสืบค้นข้อมูลยีนและโปรตีน โดยศึกษาความสัมพันธ์ของการทำงานของยีนทั้งระบบ (genome wide) เข้าใจกลไกการควบคุมการแสดงออกของยีน เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและหน้าที่ของโปรตีน ตลอดจนการค้นหาเป้าใหม่ๆ ของยา เป็นต้น








การพัฒนาเทคโนโลยีด้านจีโนม เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสารพันธุกรรม ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมลักษณะต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ในอนาคต การประยุกต์ ใช้ด้านจีโนมจะทำได้อย่างง่ายดายและจะแทรกอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา เช่น การตรวจสารพันธุกรรมจากเลือด ซึ่งจะทำ ได้อย่างง่ายดาย รวดเร็วและราคาถูก การทราบข้อมูลพันธุกรรม มนุษย์นั้นทำให้การทราบความลับของปัจเจกบุคคล เป็นได้อย่าง ง่ายดายขึ้นอย่างมาก เช่น ทราบว่าใครเป็นโรคอะไรบ้าง ร้ายแรงเพียงใด จะถ่ายทอดไปยังลูกหลานได้หรือไม่ ใครเป็นพ่อ-แม่-ลูกกับใคร หรือมีความสัมพันธ์ในสายเลือดอย่างไรต่อกัน หรือโรคของมนุษย์ส่วนใหญ่ (ยกเว้นโรคระบาด) เป็นโรคทางพันธุกรรม ดังนั้น การที่สามารถระบุตำแหน่งและหน้าที่ของยีนได้ จะนำไปสู่การบำบัดรักษาด้วยยีน (gene therapy) หรือมิฉะนั้นอย่างน้อยก็จะสามารถใช้ยีนนั้นผลิตโปรตีนที่ใช้ในการรักษาโรคได้หลายชนิด เช่น โรคมะเร็ง บาดแผลเรื้อรังที่รักษาไม่หาย เป็นต้น








*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


Nattawut
(Nattawut Boonyuen)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 7,929 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 4 ปี
แบ่งปันความรู้ 204 ครั้ง
ได้รับดาว 169 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086 4907600
และ 086 4907585
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.