 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/19970" type="text/javascript"></script> |
|
|
Blog ของ ครูคิม
เรื่องราวน่าสนใจ น่่าตื่นเต้น ที่ฉันพบเห็น และอยากบันทึกไว้ และอยากแบ่งปันให้ ทุกคนได้อ่านใน Blog ของ ครูคิม
ผู้เขียน: ครูคิม ชมแล้ว: 260 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 5:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 16 January 2007, 5:03 pm
|
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 1 ม.ค. 2551 (08:52) สวัสดีปีใหม่ ขอพรชัยให้สุขสมหวัง
สุขภาพแข็งแรงมีพลัง อายุยั่งยืนตลอดไป
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 1 ม.ค. 2551 (11:50) บันทึกวันปีใหม่ เหตุการณ์และเรื่องราวของผู้เขียนทุกวันส่งท้ายปีเก่าหรือวันต้อนรับปีใหม่ ที่ทำมาเป็นประจำล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องเดิม ๆ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ คือ
1. ทบทวนอดีตที่ผ่านมา ในด้านส่วนตัว ครอบครัว หน้าที่การงาน และสังคมรอบข้าง ว่ามีอะไรที่เราทำบกพร่องบ้าง
2. วางแผนใหม่ว่าจะแก้ไข ปรับปรุงสิ่งที่พกพร่องนั้นได้อย่างไร ด้านส่วนตัวในปัจจุบันก็น่าจะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับสุขภาพ ว่าปีนี้จะรักษาสุขภาพกาย สุขภาพจิตอย่างไร จะไปตรวจร่างกายเมื่อไร จะไปรักษาสุขภาพจิตที่ไหน เมื่อไร (หมายถึงการไปปฏิบัติธรรม ให้กิเลศเบาบางและรู้จักตัวตนดีขึ้น) ด้านครอบครัว จะทำอย่างไรกับหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ทำให้บุคคลในครอบครัวมีความคิด เป็นคนขยัน มีจิตใจโอบอ้อมอารี และมีความรับผิดชอบสูง
หน้าที่การงาน เป็นสิ่งสำคัญมากในวัยปัจจุบันของผู้เขียน ว่าจะต้องมอบสิ่งตอบแทนให้แผ่นดินด้วยคุณความดีที่เป็นประโยชน์ และเป็นแบบอย่างที่เป็นไปได้ ยิ่งทำงานมากความบกพร่องย่อมเกิดขึ้นมากเป็นธรรมดา แต่นั่นหมายถึงผลของการทำงาน ถ้านำมาปรับปรุงพัฒนาอาจจะได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มีคุณค่าขึ้นมาบางก็ได้ ได้ตั้งใจและวางแผนไว้แล้วว่าปีนี้จะทำอะไรบ้าง
สังคมรอบข้าง ถ้าสังคมรอบข้างไม่มีความสุข ตัวผู้เขียนก็คงหาความสุขไม่ได้ คนเรามาจากสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน ต่างสถาบัน ต่างแนวความคิด แม้กระทั่งการศึกษาหาความรู้แต่ละคนมีจุดประสงค์และความมุ่งหวังต่างกัน การทำให้สังคมเป็นสุขมีหลากหลายวิธีการ แล้วแต่วิสัยทัศน์ของแต่ละบุคคลว่าจะเลือกใช้วิธีใด สำหรับผู้เขียนก็อยากจะวิงวอนให้ทุกคนควรให้ความสำคัญของคนรอบข้าง และสังคมบ้าง
สวัสดีค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 22 ม.ค. 2551 (20:56) พฤติกรรมจิตสาธารณะ
วันนี้เป็น วันเด็กแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันหยุด มีหน้าที่ที่ต้องดูแลลูกชาย(ท็อดดี้) ลูกสาว (นีน่า) ตามปกติทุกตัวจะต้องตัดแต่งขนสองเดือนต่อหนึ่งครั้งและอาบน้ำสัปดาห์ละครั้ง ลูกสาวตัดแต่งแล้วเมื่อเสาร์ที่แล้ว วันนี้จึงเป็นคิวของลูกชาย เป็นอันว่าท็อดดี้จะต้องไปตัดแต่งขน และนีน่าก็ต้องไปอาบน้ำ หลังจากโทรศัพท์จองคิวเรียบร้อยจึงส่งท็อดดี้ล่วงหน้าไปก่อน (ให้พี่ชายสองขาพาไปไว้ที่ร้าน ส่วนพี่ชายไปกิจกรรมวันเด็ก) หลังจากนั้นประมาณ 2 ชั่วโมงจึงได้พาน้องนีน่าตามไปเพื่ออาบน้ำเท่านั้น เป็นร้านประจำที่ห้างบิ๊กซี
เนื่องจากเป็นวันเด็กรถจึงแน่นผิดปกติ เมื่อขับรถไปถึงลานจอดที่ห้างบิ๊กซี และจอดหน้าร้านเสริมสวยคุณหมา ๆ อุ้มน้องนีน่าไปส่งในร้าน นัดแนะเวลารับ จึงขับรถต่อไปเพื่อหาที่จอด รถทุกคันต้องขับวนขวาไปเรื่อย ๆ บังเอิญเห็นรถอีกคันกำลังติดเครื่องพร้อมที่จะออก ทำให้ตรงนั้นมีที่ว่าง เมื่อไปถึงปรากฏว่ามีสุภาพสตรี แต่งตัวดี หน้าตามจัดว่าเป็นคนสวย ดูดีคนหนึ่ง ยืนขวางอยู่ในที่ว่าง ยืนมองมาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และไม่บอกว่ามายืนทำอะไรอยู่ แม้ว่าจะพยายามเอารถเข้าไปจอดเธอก็ไม่ขยับให้ สักครูมีรถกระบะตามท้ายมาอีกคัน มีเด็กวัยเรียน 8 คนทั้งชายและหญิง สุภาพสตรีท่านนั้นจึงเดินออกมาทำหน้าตาไม่พอใจ เสียงตวาดส่งสัญญาณให้เราถอยไป และให้กระกระบะคันนั้นเข้า (ได้ยินชัดเจนเด็กในรถเรียกสุภาพสตรีท่านนั้นว่า คุณครู) จึงได้ถอยรถออกไป วนไปจอดที่ลานด้านนอก แม้จะไกลก็ทนเดินหน่อย
ผู้คนในห้างหนาแน่นมาก ตามปกติก็เป็นคนไม่นิยมห้างอยู่แล้ว แต่วันนี้มีภาระที่ต้องรอ และได้เวลาอาหารกลางวัน จึงเลือกห้างสุกี้.....(ที่คนรู้จักกันทั่วไป) เมื่อไปถึงหน้าร้าสุกี้ก็ยังรับประทานไม่ได้ โต๊ะไม่ว่าง พนักงานถามว่าชื่ออะไร......จึงได้บอกชื่อจริงเขาไป และได้รับคำตอบว่าต้องคอยอีกประมาณ 20 นาที ที่นั่งไม่ว่าง ทำให้ต้องเดินเตร็ดเตร่ไปตามผู้คนที่พลุกพล่าน ดูสินค้าไปพลาง ๆ จวนได้เวลาจึงกลับมา และเป็นที่แน่นอนตามพนักงานแจ้งไว้ ได้ยินประกาศเรียกชื่อ (คล้าย ๆ กับคนไข้รอหมอ) ทันใดก็มีสุภาพสตรีอีกคน สุดสวยกว่าคนเดิม พร้อมกับลูกสาย 1 ลูกชาย 2 อายุประมาณ 10 -16 ปี เดินตัดหน้าเข้าไปบอกว่าเธอชื่อ ...... ที่พนักงานเรียก ก็เข้าใจว่าบังเอิญชื่อเหมือนกัน สักพักได้สังเกตเห็นสีหน้าท่าทางของลูกชาย ลูกสาว ไม่พอใจและชิงพูดขึ้นว่า ไม่เอานะคะคุณแม่ แม่ครับ คุณแม่ไม่ได้ชื่อแบบนี้ เดี๋ยวเจ้าของชื่อเขามา อายนะครับ ลูกคนเล็กบอกว่า คนอื่นเขาก็รอเหมือนกันนะคะคุณแม่แล้วแม่ก็หันหน้ามาพูดกับลูก ๆ ว่า จะกินหรือไม่กิน โปรดหุบปาก บังเอิญพนักงานหันมาถามชื่อดิฉันบ้าง ดิฉันชูกระเป๋าตังค์ด้านที่เสียบบัตรประชาชนให้เขาดูชื่อ และเป็นที่ทราบว่าพนักงานเรียกดิฉันแน่นอน ในขณะที่เกิดเหตุการณ์นี้ทำให้คนอื่น ๆ ที่รอคิวต้องเสียเวลาไปอีกด้วย ความรู้สึกของดิฉันกำลังหิวจัด ขอถามว่าดิฉันทำอย่างไรกับสถานการณ์แบบนี้
1. เดินเข้าไปนั่งรับประทานที่โต๊ะตามที่พนักงานจัดให้ เป็นไปตามคิวของดิฉันและสิทธิอันพึงมีด้วยความยุติธรรม
2. ไม่ทานดีกว่า เพราะหิวจัด ตัดสินใจไปร้านอาหารอีกด้านหนึ่งก็มีอาหารบริการอย่างมากมายและราคาถูกด้วย
3. ช่วยพนักงานต้อนรับชี้แจง และอธิบายความถูกต้องให้สุภาพสตรีท่านนั้นและลูก ๆ รับฟัง เพื่อไม่ให้มีการบาดหมางน้ำใจต่อกัน
4. เสียสละยินยอมให้สตรีผู้นั้นและลูก ๆ เข้าไปรับประทานสุกี้ที่ร้านสุกี้ด้วยความยินดี
ในวันเดียวกัน ได้พบกับสถานการณ์ที่คับขัน ตอนขาออกจากห้าง หลังจากที่ไปรับลูกสาว ลูกชายออกจากร้านเสริมสวยแล้ว ขาออกจากลานจอดรถ อากาศร้อนจัดมาก เพราะรถจอดกลางสนม ลูก ๆ คงร้อนและอึดอัด ท่าทางหงุดหงิดกันเล็กน้อย รถแต่ละคันต่างก็ต้องการออกไปให้โดยเร็วที่สุด มีรถออกจากสนามสองทางคือทางแรกดิฉันตรงไปแล้วเลี้ยวขวา มีรถตามาหลัง 1 คัน ทางซ้ายมีหลายคัน และจะมุ่งไปออกทางเดียวกัน ดิฉันกำลังชั่งใจว่าเราควรจะหยุดเพราะมีกันแค่ 2 คัน ให้รถหลายคันไปก่อน ไม่ต้องรอนาน ๆ ทันใดเห็นรถด้านขวามือกำลังติดเครื่องจะถอย ทำให้การตัดสินนั้นทันทีจอดคอยให้คันนั้นถอย ด้านซ้ายก็ต้องคอย สักครูได้ยินคันหลังบีบแตรให้สัญญาณเหมือนกับว่าให้คันของดิฉันไปได้ แต่ดิฉันไม่ไป ดิฉันส่งสัญญาณมือให้คันทางซ้ายไปจนหมดประมาณ 11 คัน ปรากฏว่าคันหลังถอยกลับและวกมาต่อท้ายเป็นคันที่ 12ดิฉันเป็นคันที่ 13 เมื่อแต่ละคันขับรถพ้นสนามหญ้าได้แล้วก็ต้องวนขวาไปทางออก คันที่ 1 10 ไปได้ด้วยดี ไม่มีรถด้านซ้ายมือ เมื่อถึงคันเจ้าปัญหา คันที่ 12 ต้องรอแม้ว่าจะอยู่ขวามือ เพราะเป็นเนิน รถคันที่อยู่ด้านซ้าย 1 คันวิ่งมาและเบรกเสียงดัง เพราะคันที่ 12 ขับพุ่งตรงเนินไปตัดหน้า โปรดช่วยกันวิเคราะห์ หาความหมายของจิตสาธารณะ
1. การขับรถ การใช้รถใช้ถนนต้องปฏิบัติตามกฎจราจร แม้ว่ากฎจราจรย่อมให้รถทางขวามือไปก่อน แต่ถ้าสถานการณ์คับขัน บางประการควรเลือกปฏิบัติ หรือแม้อาจหลีกเลี่ยงแต่ก็ปลอดภัย เพราะไม่ใช่ท้องถนน
2. การปฏิบัติจริงควรมีคุณธรรม ความเอื้ออาทรมาใช้ การรอให้รถหลาย ๆ คันไปก่อน รถน้อยคันต้องรอ อาจใช้เวลารอไม่นาน ถ้ารถน้อยคันไปก่อนทำให้หลายคันรอนานและอาจมีคันอื่นตามมาติด ๆ จะทำให้รอนานมากขึ้น
3. คนที่ต้องการถอยหลัง เป็นเรื่องที่ลำบากมาก ถ้าคันหลังไม่แสดงน้ำใจต่อกัน ก้อาจทำให้เสียเวลาและถอยหลังลำบากขึ้น
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 9 ก.พ. 2551 (07:58)
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2551 นักเรียนโรงเรียนวิทยสัมพันธ์และนักเรียนศูนย์พัฒนาเครือข่ายประสิทธิภาพนครไทย 4 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 ได้ร่วมกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์นอกห้องเรียน กับ ดร.จันทร์ชัย หญิงประยูร และ รศ.วิชาญ อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามพิษณุโลก คณะครูโรงเรียนวิทยสัมพันธ์และครูสอนสาระวิทยาศาสตร์โรงเรียนใกล้เคียงได้ร่วมกิจกรรมด้วย
นอกจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์นอกห้องเรียนแล้ว อาจารย์ดร.จันทร์ชัย หญิงประยูร ได้มอบอุปกรณ์ส่งเสริมพัฒนาการสำหรับนักเรียนชั้นอนุบาล อุปกรณ์จัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และหนังสือสำหรับห้องสมุดอีกจำนวนหนึ่ง
โรงเรียนวิทยสัมพันธ์ไม่ได้เรียนเชิญอาจารย์อย่างเป็นทางการ แต่เนื่องจากอาจารย์ได้ทราบทางสื่อว่าโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ถูกไฟไหม้ และนักเรียนขาดแคลนสื่อการเรียนรู้ ขาดโอกาสในการแสวงหาความรู้ ท่านจึงได้แสดงเจตนาไปเยี่ยมนักเรียนและคณะครูด้วยจิตสาธารณะอันเป็นกุศล และด้วยผลแห่งจิตสาธารณะ ขณะที่ไปรับอาจารย์ที่สนามบินโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ได้รับบริจาคเงินสนับสนุนจากอาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวรผู้ไม่ประสงค์ออกนามอีกจำนวน 2,000 บาท นับว่าเป็นโอกาสดีของนักเรียนและคณะครูเป็นอย่างมาก