สารบัญ
หน้าที่ 4 - ข้อดี และ ตัวอย่างจีเอ็มโอ
เทคโนโลยีในการตัดต่อดีเอ็นเอ ได้ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเปลี่ยนแปลงดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด มานานแล้ว ในปัจจุบันนี้ พืชผักผลไม้ที่เราบริโภคอยู่ทุกวัน โดยส่วนมากได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมมาแล้ว อาจจะโดยการปรับปรุงพันธุ์ (breeding program) ซึ่งถ้าพูดกันไปตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว การปรับปรุงหรือคัดเลือกพันธุ์ซึ่งก็คือการที่เราผสมพืชต่างๆ พันธุ์แล้วคัดเลือกเฉพาะต้นที่มีคุณสมบัติที่ต้องการ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือการที่เราเลือกต้นพึช ที่มียีนที่ควบคุมลักษณะที่เราต้องการ การถ่ายยีนนี้เป็นไปโดยธรรมชาติ ในกระบวนการที่ ละอองเรณูนำดีเอ็นเอจากต้นพ่อไปสู่ไข่ซึ่งมีดีเอ็นเอในต้นแม่ และในกระบวนการการสร้างลูก ๆ นี้ homologous recombination จะเกิดขึ้นระหว่างดีเอ็นเอจากพ่อและดีเอ็นเอจากแม่ ทำให้ได้ลูกที่มีดีเอ็นเอบางส่วน (หรือบางยีน) จากพ่อและบางส่วนจากแม่
GMO ต่างกับกระบวนการปรับปรุงพันธุ์แบบที่เราคุ้นเคยตรงที่ว่า
นักวิทยาศาสตร์รู้แน่นอนว่า จะเพิ่มหรือลดยีนตัวไหน เพื่อที่จะทำให้ต้นพืชหรือสัตว์มีคุณสมบัติดังที่ต้องการ GMO ที่จะกล่าวถึงนี้ เป็นเพียงส่วนน้อย หากแต่เป็นสิ่งที่มีการพูดถึงมาก
1. ต้นไม้สารพัดนึก
Bt toxin เป็นสารเคมีที่ปล่อยออกมาจาก แบคทีเรียที่อยู่ในดินชื่อ Bacillus Thuringiensis ตามธรรมชาติ สารเคมีนี้สามารถยับยั้ง การเติบโตของแมลงศัตรูพืชได้หลายชนิด โดยการจับตัวและทำลายช่องท้องของแมลง Bt toxin นี้ได้มีการผลิตและใช้เป็นสารป้องกันแมลงศัตรูพืชมานานแล้ว หากยังเป็นสารเคมีที่อนุญาตให้ใช้ได้ใน Organic garden (การปลูกพืชปลอดสารพิษ นิยมกันมากที่ต่างประเทศ พืชผักพวกนี้จะมีราคาแพงกว่าธรรมดา) ด้วยความที่ว่า สามารฆ่าแมลงได้อย่างมีประสิทธิภาพหากไม่มีผลกระทบต่อมนุษย์ และด้วยความช่างคิดของนักวิยาศาสตร์ ประจวบกับความพร้อมในเทคโนโลยี ได้มีการใส่ยีนที่ผลิต BT toxin เข้าไปในต้นไม้หลายชนิด เช่นต้น มะเขือ ข้าวโพด มันฝรั่ง เมื่อมี่ยีนนี้แล้ว พืชก็สามารถที่จะผลิต สารเคมีนี้ (โดยอาศัยข้อมูลที่บันทึกอยู่ในดีเอ็นเอส่วนที่ใส่เข้าไป) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถป้องกันต้นพืชจากแมลงศัตรูต่าง ๆ และ ลดการใช้สารเคมีลงไปได้อย่างมาก
2. พืชที่ปลูกได้ในถิ่นทุรกันดาร
เช่นข้าวที่สามารถทนแล้งได้นานๆ เหมาะสำหรับปลูกใน Sub-Saharan Africa หรือข้าวที่สามารถทนน้ำท่วมใด้เป็นระยะเวลานานๆ พร้อมกันนี้ยังได้มีการค้นคว้าข้าว ที่สามารถปลูก ได้ในดินเค็ม หรือ ข้าวที่สามารถปลูกได้ใน ดินที่มีความหนาแน่นของอลูมิเนียมสูง
3. ปลาแซลมอนยักษ์
ที่เลือกคุยปลาแซลมอนนี้ก็เพราะว่า อยากจะให้เห็นถึงความแพร่หลาย ของการใช้ เทคโนโลยีของการตัดต่อยีน (DNA recombinant technology) และจีเอ็มโอโดยทั่วไปทั้งในพืช และสัตว์ เจ้าปลาแซลมอนยักษ์เนี่ย ก็ตัวโตกว่าปกติ เพราะว่านักวิทยาศาสร์ไดใส่ดีเอ็นเอ ที่สร้างโปรตีน ที่ทำหน้าที่เป็นฮอร์โมนกระตุ้นการเติบโต ของไอ้เจ้าปลาน้อยนี้เข้าไป จะว่ากันไปอย่างคร่าว ๆ ก็คือ ปลาแซลมอนเป็นปลาที่นิยมบริโภคกันมากในต่างประเทศ โดยเฉพาะถ้าเกิดว่าจะย่างปลาเนี่ย พวกผมทองทั้งหลายก็จะไม่ต้องคิดกันไปถึงปลาอื่นเลยแหละ ข่าวล่าสุดจากหนังสือ Nature ประจำเดือนกรกฎาคมปีนี้ ก็คือมีบริษัทหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกากำลังพยายามอย่างเต็มที่ ที่จะขออนุญาติทำการผลิตและจำหน่ายปลา Atlantic แซลมอน (Salmon salar) ที่มียีนควบคุมการผลิตฮอร์โมนที่ได้มาจากปลา Pacific chinook แซลมอน (Oncorhynchus tshawytscha) ซึ่งไอ้เจ้ายีนนี้ก็ขอรำลึกกันหน่อยว่าก็คือส่วนของดีเอ็นเอ ในที่นี้ก็บรรจุข้อมูลเกียวกับการสร้างฮอร์โมนที่สำคัญ กับการเจริญเติบโตในปลา และเจ้าดีเอ็นเอที่ใส่ใน Pacific salmon นั้นก็ได้นำไปต่อกับดีเอ็นเออีกส่วนหนึ่งที่เรียกว่า promoter ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเริ่ม และเร่งกระบวนการ transcription (สร้างอาร์เอ็นเอ จาก ดีเอ็นเอ) เพราะฉะนั้น เจ้า pacific salmon ก็จะสามารถอาศัยข้อมูลในดีเอ็นเอที่ได้รับ (transgene) มาผลิตฮอร์โมนในปริมาณที่มากขึ้นกว่าปกติ ทำให้มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วและมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าปลาที่ไม่มียีนที่เพิ่มขี้นมานี้ (สามารถใหญ่ขึ้นได้ถึงประมาณ 13 เท่า!!)
4. ข้าวสีทอง
อีกในไม่นานหากมีการยอมรับ ผลิตภันท์ จีเอ็มโอมากขึ้น ข้าวที่เราทานอาจะเปลี่ยนแปลงไป่ไม่ขาวจ๋องอย่างที่เราคุ้น ๆ กัน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ใช่เพราะอะไร นอกเสียจากนักวิยาศาสตร์หัวใสได้คิดขึ้นมาว่า ในเมื่อมีคนบริโภคข้าวมากมายในโลกนี้โดยเฉพาะประเทศในโลกที่ 3 และเพราะด้วยความที่ไม่ค่อยจะมีอะไรจะบริโภค นอกเหนือจากข้าวนี่แหละทำให้คนที่ชอบกินข้าวเหล่านี้ เป็นโรคขาดสารอาหารกันไปเป็นแถว ๆ เพราะฉะนั้น เราก็ทำไมไม่ใส่สารอาหารเข้าไปข้างในเสียเลย โดยอาศัยเทคนิคทาง Genetic engineering ใน ปี 2542 Inko Potrykus (คนบนปก Time magazine July 31, 2000) และคนใช้แรงงานทั้งหลายในห้องทดลองที่ประเทศเยอรมนี ก็สามารถสร้างข้าวสีทอง ขึ้นมาได้เป็นรายแรกของโลก ข้าวพันธุ์นี้ดียังไง มันก็ดีตรงที่ในเมล็ดข้าว นอกจากมีสารอาหารคาร์โบไฮเดรตและอื่นๆ ที่มีอยู่ในข้าวโดยทั่วไปแล้วยังมีวิตามินเอเพิ่มเข้ามาด้วย และเพราะข้าวนี้สามารถสร้างวิตามินเอได้ มันจีงมีสีเหลืองสวยเหมือนทองเพราะว่าในกระบวนการที่สร้างวิตามินเอนี้ต้นข้าวต้องสร้าง beta carotene (มีสีเหลือง) ขึ้นมาก่อน ด้วย Recombinant DNA technology(การตัดต่อยีน)ยีนทั้งหลาย ที่ควบคุมหลายขั้นตอนในกระบวนการทางเคมีที่สร้าง beta carotene จากแบคทีเรีย Erwinia และ ต้น daffodils ก็ได้ถูกใส่เข้าไปในต้นข้าว
5. Round-up ยาฆ่าแมลงแบบฉลาด
Roundup เป็นชื่อของยาฆ่าหญ้า ที่บริษัท Monsanto ผลิตออกจำหน่าย มันมีประสิทธิภาพมาก จะถูกดูดซึมเข้าทางใบ และจะถูกลำเลียง ไปทุกส่วนรวมทั้งรากด้วย ประสิทธิภาพดีขนาดเหมาะ กับที่คนไทยเรียกได้ว่า "ฆ่าถอนรากถอนโคน" ยาฆ่าหญ้าชนิดนี้มีสารที่สำคัญคือ Glyphosate ซึ่งถูกค้นพบว่ามีผลฆ่าหญ้าอย่างไม่เลือกชนิดเมื่อปี 1970 โดยนักวิทยาศาสตร์ชื่อ Ernest Kaworski ซึ่งทำงานอยู่ที่ Monsanto และในปี 1972 เขาก็ได้ค้นพบว่าปฏิกิริยาหลักของสารนี้ ก็คือป้องกันการทำงานของเอ็นไซม์ enolpyruvylshikimate phosphate synthase (EPSP)ที่ทำหน้าที่ผลิต chorismate ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิต amino acid ที่ชื่อว่า phenylalanine, tyrosine, and trytophan (amino acid คือส่วนประกอบที่สำคัญในการสร้างโปรตีน มีทั้งหมด 20 ชนิด) สัตว์จะมีวิธีการอื่นที่จะสร้าง amino acid เพราะฉะนั้น Roundup จึงไม่เป็นอันตรายต่อเรา หลังจากฆ่าหญ้าแล้ว Glyphosate จะย่อยสลายกลายเป็น คาร์บอนไดออกไซด์และกรด phosphonic ซึ่งเป็นสารที่ไม่อันตรายแต่อย่างใด รูปด้านล่างแสดงต้นคาโนลา (ใช้ทำน้ำมัน) รอบล้อมด้วยวัชพืชทั้งหลาย ก่อนฉีดด้านซ้ายและหลังฉีดด้วย Roundup ด้านล่าง
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 44 ความเห็น, หน้า่ |
1|
2| -
3-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 14 ธ.ค. 2549 (11:15) อยากมีความรู้เรื่อง gmo เกี่ยวกับการเรียนวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้น
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 19 ธ.ค. 2549 (12:47) เนื้อดีมากคับ ส่งอาจารย์แล้วผ่าน
naiทราย (IP:203.172.165.115)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 21 ธ.ค. 2549 (15:43) อยากได้ข้อมูล GMO ของมะละกอมากเลยค่ะ คัยทราบช่วยส่งข้อมูลมาหน่อยนะค่ะ......ต้องใช้สอบ...ค่ะ
dichan_oilja@hotmail.com
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 14 ม.ค. 2550 (20:13) ปลาทับทิมทำไมคนต่างชาติถึงไม่ชอบทานคะะ
saiaewtatee@hotmail.com (IP:203.156.4.117)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 29 ม.ค. 2550 (15:23) อยาได้ข้อมูลการย้อมผ้าด้ายดิบ จุดประสงค์เพื่อเอาไปทำโครงงานวิทยาศาตร์
anuson_26@hotmail.com (IP:61.19.30.211)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 5 ก.พ. 2550 (23:37) อยาบทราบมากว่านางฟ้าหรือซาตาน ประเทศเราต้องมีกฏหมายให้ชัดเจน มีหน่วยงานรับผิดชอบ ผมคิดว่าประเทศเรายังไม่พร้อม เช่น ถ้าจะเอาผลิตภัณฑ์มาวางขายแล้วติดป้ายว่าเป็น gmo เหมือนประเทศอื่น ประชาชนเราส่วนมากไม่รู้อยู่ดี ถ้าหากมีผลข้างเคียงจริงก็ตายอยู่ดี ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ในการศึกษาก็ ok
ten.u@hotmail.com (IP:125.26.142.182)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 7 ก.พ. 2550 (14:36) อยากรู้ว่าการตัดแต่งเนื้อเยื่อทำกันอยางไร
playboy_kaset102@yahoo.co.th (IP:202.143.140.94)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 21 ก.ค. 2550 (21:13) ในขณะนี้มีการทำ GMOs เพิ่มมากขึ้นทั้ง เพิ่มขนาด ปรับเปลี่ยนกลิ่น และรสชาติให้ดีขึ้น ทำ genetic engineering เพื่อใส่ยีนที่ผลิตสารให้ประโยชน์บางอย่างเข้าไป เช่นตอนนี้ที่มีการทำ มะเขือเทศโดยการปรับปรุง aroma และรสชาติ คือที่พูดมาทั้งหมดอยากทราบว่า ถ้าสมมติในปัจจุบันเราต้องการสกัดสารบางอย่างออกมาจากพืชซักชนิดนึง สมมติเป็นมะเขือเทศอ่ะค่ะ ต้องการสกัดสาร aroma บางอย่างออกมา เราต้องใช้มะเขือเทศถึงกี่ผลถึงจะได้ออกมา แล้วถ้าเราแก้ปัญหาโดยการทำ GMOs เพื่อเพิ่มขนาดของมัน(ลดปริมาณมะเขือเทศที่ใช้) คิดว่ามันก็น่าจะเป็นผลดีนี่คะ แต่ปัจจุบันคนส่วนมากก็ยังไม่ยอมรับมันอยู่ดี - -*
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 15 ส.ค. 2550 (14:35) ทุกอย่างมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพียงแต่ยังขาดความมั่นใจเพราะส่วนมากทั้งนักวิจัย+ผู้ให้ทุนมักไม่นำเสนอข้อมูลทุกด้านแก่สาธารณชน (มักเลือกบอกเฉพาะที่ต้องการให้รู้)
หากปรับทัศนคติ+ทุ่มเททำงานจริงจัง+จริงใจ+มีคุณธรรม เข้าใจว่า GMOs จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องปากท้องของชาวโลกในอนาคตไม่ให้อดตายได้ค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 15 ก.ย. 2550 (14:40) hhhhhhhhh
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 16 ก.ย. 2550 (18:25) gmo คือการตัดต่อพันธุกรรมมีข้อดีคือพืชจะต้านทานโรคได้ดี แต่ว่าถ้าแมลงไปกินพ้ืชมันก็จะตาย ระบบนิเวศก็จะไม่สมดุล มนุษย์จึงไม่กล้ากิน เพราะกลัวจะเป็นอันตรายจากสารเคมีตกค้าง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 22 ก.ย. 2550 (17:06) อยากใด้ข่าวเกี่ยวกับgmoค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 21 ต.ค. 2550 (11:04) VeryGood ดีมากเลยครับผมกำลังต้องการข้อมูลพอดีเลยครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 29 มี.ค. 2551 (21:19) ได้ความรู้เยอะเรยคับวันหลังจามาอ่านนะคับอิอิ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 17 เม.ย. 2551 (14:44) อ่อ เพิ่งเห็นคุณ ออกี้ ถามไรแว้บๆนะ ขอตอบให้เลยละกัน
คือ GMO's ยังถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ยังใหม่อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งก็ยังไม่มีผลการวิจัยและสรุปที่แน่ชัดว่าผลิตถัณฑ์ GMO's นั้นจะไม่มีโทษต่อร่างกายในระยะยาว ฉะนั้นก็เลยเกิดกลุ่มต่อต้านขึ้นมา แต่ถึงอย่างไรก็ดีถ้าหากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยงไปก่อน จนกว่าจะมีข้อสรุปที่ชัดเจนกว่านี้ครับ
vmd
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 39 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 720 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 18 มิ.ย. 2551 (17:16) อยากได้ความรู้เรื่องGMOsจังเลย
gambo
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 29 มิ.ย. 2551 (02:32) เท่าที่ศึกษา(มาเพียงน้อยนิด)
ข้อดีของมันก็เยอะเหมือนกัน แต่กรณีของพืชหรือสัตว์ที่อยู่บนพื้นที่เดียวกันถึงจะไม่แข่งขันกันโดยตรง แต่การที่อีกชนิดหนึ่งด้อยกว่าก็ทำใ้ห้เกิดโอกาสใกล้สูญพันธุ์ได้ (จะเห็นได้ว่าพืชตัดต่อพันธุกรรมจะเด่นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง)
มีกรณีศึกษาว่าปกติพืชก็มีการเปลี่ยนแปลงตอนถ่ายทอดพันธุกรรมอยู่แล้ว แต่ก็นั่นแหละมันแค่ส่วนน้อย โอกาสก็ไม่สูงเหมือนที่คนทำ (คิดดูสิเอาของพืชกับสัตว์มาผสมกันมั่วไปหมด)
แต่ก็นั่นแหละต้องควบคุมกันดี ๆ ไม่ใช่ีปล่อยไปเรื่อย แล้วตามมาแ้ก้กันที่หลัง