วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/209" type="text/javascript"></script>
ล่ามไทยสมัยต้นรัตนโกสินทร์
ตั้งแต่สมัยอยุธยาเรื่อยมาจนรัตนโกสินทร์ ราชอาณาจักรสยามเปิดกว้างให้พ่อค้าวาณิชทั้งตะวันตกและตะวันออก ถ้าไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาแทรกจนกระทบกระเทือนความมั่นคงของราชบัลลังก์...
ผู้เขียน: เทาชมพู ชมแล้ว: 8,802 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 11 September 2004, 3:15 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 11 September 2004, 3:15 pm

หน้าที่ 1 - ล่ามไทยสมัยต้นรัตนโกสินทร์
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

ตั้งแต่สมัยอยุธยาเรื่อยมาจนรัตนโกสินทร์ ราชอาณาจักรสยามเปิดกว้างให้พ่อค้าวาณิชทั้งตะวันตกและตะวันออก ถ้าไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาแทรกจนกระทบกระเทือนความมั่นคงของราชบัลลังก์แล้วพระเจ้าแผ่นดินส่วนใหญ่ไม่ทรง รังเกียจชาวต่างชาติ หลายรัชกาลก็ถึงกับส่งทูตไปสู่อาณาจักรอื่นเป็นการสร้างสัมพันธไมตรีต่อกัน


การสื่อสารติดต่อต้องอาศัยล่าม ซึ่งเป็นคนไทยที่รู้ภาษาต่างประเทศดีพอจะสื่อสารกับเจ้าของประเทศนั้นๆได้


ล่ามไทยที่ว่านี้ แบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภทคือ ล่ามไทยที่รู้ภาษาตะวันออก กับล่ามไทยที่รู้ภาษาตะวันตก


ล่ามไทยพวกแรก ส่วนใหญ่มีเชื้อสายจีนและแขก เกิดจากการติดต่อค้าขายกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยา คำว่า "จีน" มีแห่งเดียวคือจีนแผ่นดินใหญ่ ส่วน "แขก " ครอบคลุมถึงอินเดีย อาหรับ ลังกา ทมิฬ มลายู ชวา ทั้งหมดนี้คนไทยเรียกกันรวมๆว่า "แขก" ถ้าจะเจาะจงว่าเป็นพวกไหน ก็ใช้คำว่า "แขก" นำหน้าแล้วต่อด้วยเชื้อชาติถิ่นที่อยู่ เช่นแขกทมิฬ แขกชวา แขกลังกา ฯลฯ


บรรพชนคนไทยเหล่านี้เดินทางมาถึงไทยด้วยเหตุผลทางการค้าเป็นอันดับแรก เมื่อสบโอกาส เห็นว่าพระเจ้าแผ่นดินต้อนรับด้วยดีและตัวเองมีช่องทางจะตั้งหลักแหล่งได้ในดินแดนนี้ ก็สมัครเข้ารับราชการจนมีบรรดาศักดิ์เป็นขุนนางไทย อย่างเช่นต้นตระกูลไกรฤกษ์ เป็นจีนแซ่หลิม ตระกูลบุนนาคเป็นพ่อค้าจากเปอร์เชียชื่อเฉกอะหะหมัด ตระกูลบุณยรัตพันธุ์มาจากพราหมณ์พฤติบาศในอินเดีย ลูกหลานที่สืบเชื้อสายต่อมาก็นับตนเองเป็นไทย ในจำนวนนี้ยังมีบางคนที่รู้ภาษาดั้งเดิมของบรรพบุรุษอยู่


พวกที่มีเชื้อสายจีนพูดภาษาจีนได้ ก็เข้ารับราชการในกรมท่าซ้าย ส่วนคนที่พูดภาษาแขกก็เข้ารับราชการในกรมท่าขวา ขึ้นอยู่กับพระคลัง ซึ่งสมัยโบราณทำหน้าที่เป็นทั้งกระทรวงการคลังและกระทรวงการต่างประเทศ หัวหน้าคนจีนในไทย คือเจ้ากรมท่าซ้าย มีบรรดาศักดิ์เป็นพระยาโชฎึกราชเศรษฐี ส่วนเจ้ากรมท่าขวา เจ้ากรมมีบรรดาศักดิ์เป็นพระยาจุฬาราชมนตรี


อีกพวกหนึ่งคือล่ามไทยที่รู้ภาษาตะวันตกมีอยู่น้อยนับตัวถ้วน ไม่มากมายอย่างพวกแรก ล่ามพวกนี้ได้แก่พวกคนไทยเชื้อสายโปรตุเกสซึ่งบรรพบุรุษเข้ามาค้าขายตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งบ้านเรือนอยู่นอกกำแพงเมืองอยุธยา เรียกว่า หมู่บ้านโปรตุเกส


เมื่อตั้งกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ คนไทยเชื้อสายโปรตุเกสอพยพมาตั้งบ้านเรือนอยู่แถวตำบลกุฎีจีน ตำบลสามเสน ออกเสียงเรียกอย่างชาวบ้านว่า "ฝรั่งกฎีจีน" หรือ "ฝรั่งกระดีจีน" พวกนี้พอจะเรียนรู้ภาษาโปรตุเกสบ้างตามที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ จึงมักรับราชการในตำแหน่งที่เรียกว่า "ล่ามฝรั่ง" อยู่ในกรมท่า มีอัตราอยู่ 5 คน หัวหน้ามีราชทินนามเป็นขุนเทพวาจา รับเบี้ยหวัดปีละ 7 ตำลึง หน้าที่การงานมีน้อยมาก เพราะไทยติดต่อกับโปรตุเกสก็แต่เฉพาะการค้าขายที่เมืองมาเก๊า นานๆเจ้าเมืองจะมีหนังสือมาสักครั้งหนึ่ง


ส่วนการติดต่อค้าขายกับอังกฤษเริ่มมีขึ้นมาบ้างในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ไม่มีล่ามไทยคนไหนพูดอังกฤษได้ นายเรืออังกฤษจึงต้องอาศัยแขกมลายูเป็นล่าม ดังนั้นการติดต่อค้าขายระหว่างรัฐบาลไทยกับเรือสินค้าอังกฤษก็ดี หรือการติดต่อทางราชการกับอังกฤษที่เกาะหมาก และสิงคโปร์ก็ดี ต้องใช้ภาษามลายูล้วนๆ


ในปลายรัชกาลที่ 3 ไวศ์รอยหรือผู้สำเร็จราชการแห่งอินเดีย มีบัญชาให้นายจอห์น ครอฟอร์ด เป็นทูตมาเจรจาติดต่อกับประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2364 ก็ต้องอาศัยภาษามลายูเป็นพื้นฐานการติดต่อ ปรากฏในจดหมายเหตุของครอฟอร์ด ฟังดูก็ค่อนข้างทุลักทุเล คือทูตอังกฤษเริ่มต้นด้วยการพูดภาษาอังกฤษแก่ล่ามมลายูที่พามาด้วย ล่ามแปลคำพูดจากอังกฤษเป็นภาษามลายูให้ล่ามไทยที่รู้ภาษามลายูชื่อหลวงโกชาอิศหากฟัง แล้วหลวงโกชาอิศหากจึงแปลจากภาษามลายูเป็นภาษาไทยให้เจ้าพระยาพระคลังรับทราบอีกทีหนึ่ง เมื่อเจ้าพระยาพระคลังจะตอบว่าอะไร ก็ต้องแปลย้อนกลับเป็นลำดับจากไทย มลายู และอังกฤษ กลับไปเป็นทอดๆอีกที


เมื่ออังกฤษรบกับพม่า ครอฟอร์ดแจ้งข่าวให้ไทยทราบจากสิงคโปร์ ก็ต้องแปลหนังสือพิมพ์ข่าวจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาโปรตุเกสเสียก่อนแล้วค่อยให้ล่ามแปลเป็นไทย เพราะมลายูมีคำน้อยไม่พอจะอธิบายความได้แจ่มแจ้ง


ดังนั้น ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ภาษาต่างประเทศที่คนไทยรู้จักเพื่อจะติดต่อกับประเทศตะวันตก มีอยู่ 2 ภาษาคือโปรตุเกสและมลายู ส่วนภาษาจีน ใช้ติดต่อกันระหว่างไทยกับจีนเท่านั้น


ล่ามไทยที่พูดภาษาอังกฤษได้เพิ่งมีในรัชกาลที่ 3 เมื่อมิชชันนารีชาวอเมริกันเดินทางมาเผยแพร่ศาสนาในประเทศไทย สอนภาษาให้คนไทยจนเขียนและพูดอังกฤษได้คล่อง ล่ามไทยคนแรกที่ติดต่อสื่อสารได้ระหว่างสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ และทูตชาวอังกฤษคือพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ามงกุฏ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในรัชกาลที่ ๔ ล่ามไทยคนสำคัญที่ไปกับคณะทูตไทยเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี ระหว่างพระเจ้าแผ่นดินสยาม และพระราชินีนาถวิกตอเรียนแห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษ คือหม่อมราโชไทย (ม.ร.ว. กระต่าย อิศรางกูร) ผู้แต่ง นิราศลอนดอน



หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 11 ธ.ค. 2549 (21:18)
อยากทราบว่าวัฒนธรรมสมัยกรุงรัตนโกสินเป็นแบบบไหนบ้าง มีรัยบ้าง
การบ้านอีกแล้ว (IP:203.113.77.36)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 29 ส.ค. 2551 (17:12)

แล้วพวกคนเชื้อสายโปรตุเกส พูดโปรตุเกสได้อยู่รึปล่าวอ่ะครับ


Tieiizaa เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


เทาชมพู
(เทาชมพู)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 13,812 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 8 ปี
แบ่งปันความรู้ 5,218 ครั้ง
ได้รับดาว 185 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.