วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/21" type="text/javascript"></script>
เรื่องราวของมิดะ
บนฟ้ามีเมฆลอย บนดอยมีเมฆบัง มีสาวงามชื่อดัง อยู่หลังแดนดงป่า มีกะลาล่าเซอ มีหนุ่มหนุ่มเผลอฮ้องหา มีสาวงามขึ้นมา แล้วมีมิดะ
ผู้เขียน: wimma ชมแล้ว: 24,828 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 7 December 2001, 5:05 am ปรับปรุงล่าสุด: Fri 7 December 2001, 5:05 am

หน้าที่ 3 - ประเพณีอีก้อ
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

การประกอบกิจกรรมของชุมชนย่อมต้องกระทำโดยพร้อมเพรียงกัน ไม่ว่าจะเป็น การออก
ไปล่าสัตว์ หรือแม้กระทั่งการหยุดพักงานในไร่


ประเพณีที่สะท้อนให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจนว่า เป็นวิถีชีวิตที่ผูกพัน อยู่กับ
ธรรมชาติ จริงๆ ก็คือ การคัดพันธุ์หมูพื้นเมือง โดยทั่วไปหมูพื้นเมือง หรือที่ทาง
อีสาน เรียกว่า หมูกระโดน ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มักจะมีลูกได้ถึงคอกละไม่ต่ำกว่า 7
ตัว แม่หมูบางตัว สามารถ ให้ลูก ได้มากที่สุดถึง 15 ตัว ตามประเพณีกำหนดเอาไว้ว่า
ถ้าแม่หมู ตัวใดมีลูกต่ำกว่า 3 ตัว จะต้องถูกฆ่า พร้อมกัน ทั้งแม่ทั้งลูก ที่ลานฆ่า
สัตว์ ของ หมู่บ้าน อันเป็น สถานที่ สำคัญ ทางประเพณี ในวันนั้นจะเป็นวันที่เรียกว่า
"วันกรรม" ทุกคนในหมู่บ้านจะ "อยู่กรรม" โดยการหยุดพักงาน ในไร่แต่จะ ทำงาน อื่นแทน
เช่น เลี้ยงสัตว์ เย็บปัก ถักร้อย จักสาน เก็บใบเมี่ยงใบพลู หลังจากนั้น ชาวบ้าน
ก็จะไปร่วมกันทำอาหารกิน อย่าง เอร็ดอร่อยที่ลานฆ่าสัตว์ของหมู่บ้าน ยกเว้นครอบครัว
เจ้าของหมูและกลุ่ม ที่มี นามสกุล เดียวกัน ทำให้มีนักวิจัยบางกลุ่ม เชื่อกันว่า
การฆ่าสัตว์ใน ลักษณะ นี้เป็น การช่วย กระจาย ทรัพยากร ทางการบริโภค ให้แก่คนอื่นๆ
ในหมู่บ้าน โดยทั่วถึง ในขณะ เดียวกัน ก็นับได้ว่า เป็นการคัดเลือก พันธุ์สัตว์เลี้ยงตามธรรมชาติ



เยาวชนหนุ่มสาวอายุระหว่าง 13 - 22 ปี จัดได้ว่าเป็นแรงงานสำคัญในการทำงานเกษตร
คนกลุ่มนี้จะไปทำงานในไร่นาทุกวันตั้งแต่เช้าจรดค่ำในไร่ของตนเอง และแลกเปลี่ยน
แรงงาน กับเพื่อนบ้านที่เรียกว่า "เอามื้อ" ซึ่งเป็นทางหนึ่ง ให้หนุ่มสาวมีโอกาสพบปะ
พูดคุยกัน นอกเหนือจาก การไปเยี่ยมเยียน ตามบ้าน ในเวลากลางคืน



จากบทความของคณะมนุษยศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้พูดถึงประเพณีที่สำคัญของชาวอาข่าไว้ดังนี้


ประเพณีติวตา


ติวตา เป็นประเพณีกำหนดให้ หนุ่มสาวอีก้อ ที่เพิ่งแตกเนื้อหนุ่มสาว
ต้องผ่าน พิธีกรรม เกี่ยวกับเพศเสียก่อน  เด็กหนุ่มจะเข้าพิธี คะจีมิดะ 
โดยมีครูผู้สอนเป็นหญิงวัยกลางคน ที่ยังไม่แต่งงาน  ส่วนเด็กสาวย่างเข้า 14-15 
ปี จะเข้าพิธี คะจีระดะ ซึ่งเป็น พิธีเสีย พรหมจารี ให้กับชายกลางคนที่ยังโสด
เรียกว่า ปู่จี โดยจะสอนให้เรียนรู้เพียงคืน เดียว ถ้าอีก้อสาวใด เกิดตั้งท้อง
หลังจากเข้าพิธีนี้แล้ว ถือว่าเด็กที่เกิดมาเป็นลูกเทวดา


ประเพณีแต่งงาน


หนุ่มสาวจะพบปะ และเกี้ยวพาราสีโดยเสรี การได้เสียก่อนไม่ถือเป็นเรื่องเสียหาย 
แต่ต้องไม่กระทำภายในบ้าน เมื่อหนุ่มสาวรักใคร่กัน ฝ่ายชาย จะส่งญาติผู้ใหญ่ หรือ
เถ้าแก่ ไปสู่ขอ  มีการฆ่าหมูและนำสุรามาเลี้ยง   การตกลงเรื่องสินสอด
เป็นไป ตาม ฐานะ ทั้งสองฝ่าย  สินสอด ถือว่าเป็นการเสียผี พิธีแต่งงานจัดที่บ้านฝ่ายชาย
เจ้าสาว แต่งขาวตลอด ส่วนเจ้าบ่าวแต่งตัว ในชุดธรรมดาที่เคยใช้อยู่ พิธีแต่งงานใช้เวลา
3 วัน ติดต่อกัน


ประเพณีการเกิด


ลูกที่เป็นสมาชิกใหม่ของอีก้อทุกคู่  จะได้รับการดูแลเอาใจใส่
จากหมอผีประจำหมู่บ้าน เพื่อป้องกันผีป่ามาทำร้าย ถ้าคลอดบุตรเป็นฝาแฝด จะถูกหมอผีฆ่าทิ้ง
โดยนำขี้เถ้า อุด ปากจนตาย ส่วนพ่อแม่ทารก จะถูกขับออกจากหมู่บ้าน จนครบหนึ่งปีเต็ม


จากที่กล่าวถึงประเพณีติวตานั้น จะเห็นได้ว่า พิธี คะจีมิดะ นั้น
ครูผู้สอนเป็นหญิงวัย กลางคน ซึ่งแตกต่างไปจากเพลงกล่าวเอาไว้ว่า มิดะนั้นเป็นสาวรุ่นที่มีความงาม
แต่สิ่ง หนึ่งที่อดคิดไม่ได้คือ ในเมื่อพิธีปูจี นั้น คือการสอนให้สาวอีก้อรู้จักกามวิธี
แล้ว วิธีใด กันแน่ ที่จะนำมาใช้ในการคัดเลือกมิดะ แล้วมิดะนั้น ไม่ต้องผ่านพิธีปูจี
หรือ และหากว่า มิดะนั้นเป็นหญิงสาวที่ไม่ผ่านการแต่งงาน ไฉนจึงสามารถสอนหนุ่มอีก้อนั้นได้
ด้วยเหตุ นี้ จึงคิดว่า มิดะนั้น น่าจะผ่านพิธีปูจี หากแต่ ไม่ผ่านพิธีการแต่งงาน
เพราะการที่ไม่แต่ง งาน ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นสาวที่ยังไม่เสียพรมจรรย์ นี่เป็นเพียงการตีความ
เท่านั้น จึงไม่อาจบอกได้ว่า ความเข้าใจดังกล่าวนั้นถูกต้องหรือไม่ หากมีโอกาส
ก็คงได้ศึกษา เพิ่มเติม


ลานสาวกอดในอดีตที่ไม่นานนักนั้นเล่ามีลักษณะเป็นเช่นไร




<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 2) หน้าถัดไป (หน้า 4) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


wimma
(Dr.Wim)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,156 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 6 ปี
แบ่งปันความรู้ 203 ครั้ง
ได้รับดาว 169 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.