<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/210" type="text/javascript"></script> |
|
ว่าด้วยเรื่องชื่อ Elizabeth ในภาคภาษาไทย
จากเจ้าหญิงตัวน้อยๆที่เติบโตมาท่ามกลางพายุร้าย จนกลายเป็นดั่งไม้ใหญ่ยืนต้น ที่ปกป้องให้ความร่มเย็นแก่พสกนิกรทั่วแผ่นดิน
post ครั้งแรก: Tue 14 September 2004, 5:39 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 21 April 2008, 6:22 am
|
หลังจากที่เฮนรี่ได้สิ้นพระชนม์ แคทเธอรีน พารร์ ก็รีบแต่งงานกับถ่านไฟเก่าของเธอ โทมัส ซีมัวร์ ซึ่งเป็นน้องชายของเอ็ดเวิร์ด ซีมัวร์ - ผู้สำเร็จราชการในกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่หก และนำเอลิซาเบทไปอยู่ด้วย แต่ปรากฎว่าโทมัสเริ่มทำตัวไม่เหมาะสมกับที่เป็นผู้ดูแลของเอลิซาเบท จนแคทเธอรีนทนพฤติกรรมของสามีไม่ไหว ต้องเอ่ยปากขอให้เอลิซาเบท ออกไปอยู่ที่อื่นแทน แม้จะเกิดรอยร้าวระหว่างหญิงต่างวัยสองคน แต่เมื่อออกมาอยู่ภายนอกแล้ว เอลิซาเบทยังเขียนจดหมายถึงแคทเธอรีนถามไถ่ทุกข์สุขอยู่อย่างสม่ำเสมอ แคทเธอรีนคลอดลูกสาวให้แก่โทมัส ซีมัวร์ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ใช่ว่าปัญหาจะสิ้นสุดลงสำหรับเอลิซาเบท โทมัส ซีมัวร์ บุรุษที่เต็มไปด้วยกิเลสขอแต่งงานกับเธอ ซึ่งเธอได้ปฏิเสธแต่โทมัสยังไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้ ด้วยจิตริษยาต่อพี่ชายของตัวเองทีมีอำนาจล้นฟ้าในตำแหน่งของผู้สำเร็จราชการ โทมัสคิดแผนการกบฎโดยการลักตัวกษัตริย์เอ็ดเวิร์ด และให้สมรสกับเลดี้เจน เกร์ย ในขณะที่ตัวเองจะแต่งงานกับเอลิซาเบท แต่ทำไม่สำเร็จถูกจับได้เสียก่อน แผนที่จะแต่งงานกับเอลิซาเบทนั้น ทำให้เธอตกที่นั่งลำบากกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในแผนการกบฎ เพราะโดยตำแหน่งเธอเป็นรัชทายาทมีสิทธิก้าวสู่บัลลังก์แห่งอังกฤษ ซึ่งไม่อาจสมรสได้หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากราชวงศ์ สภาที่ปรึกษา และรัฐสภาก่อน เอลิซาเบทถูกนำไปสอบสวนอย่างหนัก แม้จะปรากฎว่าเธอบริสุทธิ์ ไม่รู้ไม่เห็นกับแผนการกบฎ แต่ชื่อเสียงที่ดีงามของเธอก็สูญสิ้นไปกับข่าวลือต่างๆนาๆเสียแล้ว เมื่อโทมัส ซีมัวร์ต้องโทษประหารชีวิตในเวลาต่อมา เอ็ดเวิร์ด ซีมัวร์ ก็ถูกถอดถอนจากตำแหน่งผู้สำเร็จราชการ และ จอนห์ ดัดเลย์ เอิร์ลแห่งวอริก ซึ่งเป็นพ่อของเพื่อนเล่นยามเยาว์วัยของเอลิซาเบท โรเบิร์ด ดัดเลย์ และต่อมาได้เป็นดุ๊กแห่งนอร์ธัมเบอร์แลนด์ ได้ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทน เมื่อประจักษ์แก่ใจว่ายุวกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดได้ติดเชื้อวัณโรค และคงไม่รอดชีวิตแน่ ดุ๊กแห่งนอร์ธัมเบอร์แลนด์จึงได้วางแผนที่จะให้ลูกสะใภ้ เลดี้เจน เกรย์ ขึ้นสู่บัลลังก์แทนแมรี่ และเอลิซาเบท สามวันหลังจากเอ็ดเวิร์ดที่หกสิ้นพระชนม์ เลดี้เจน เกรย์ ได้รับการสถาปนาเป็นพระนางเจ้าแห่งอังกฤษ แต่แมรี่ได้ช่วงชิงสิทธิอันชอบธรรมของเธอคืนมา และดุ๊กแห่งนอร์ธัมเบอร์แลนด์ได้รับโทษประหารชีวิตในที่สุด บทที่ 3 หนทางสู่บัลลังก์ มิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ![]() ในระยะแรกของการผลัดแผ่นดิน เอลิซาเบทมีชีวิตที่สงบสุขพอประมาณ แต่ในไม่ช้าความแตกต่างในการนับถือศาสนาเป็นชนวนก่อให้เกิดความหมางใจแก่แมรี่ที่หนึ่ง และปฏิเสธที่จะให้มีชื่อเอลิซาเบทเป็นรัชทายาทสืบบัลลังก์ต่อจากเธอ เมื่อแมรี่ประกาศที่จะแต่งงานกับเจ้าชายฟิลิปแห่งสเปน ซึ่งเป็นชาติมหาอำนาจในเวลานั้น ชนชาวอังกฤษทั้งสูงและต่ำ ไม่เห็นด้วยและต่อต้านการสมรสครั้งนี้ จนเกิดเป็นจลาจลขึ้น ในครั้งหนึ่งมีเซอร์โทมัส วัตต์ ในมณฑลเคนท์เป็นผู้นำการต่อต้าน โดยมีแผนที่จะล้มแมรี่ และยกเอลิซาเบทขึ้นสู่บัลลังก์ พร้อมให้เธอแต่งงานกับเอิร์ลแห่งเดวอน เพื่อจะได้รัชทายาทที่มีสายเลือดอังกฤษที่บริสุทธิ์ ทั้งนี้เอลิซาเบทมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วย แต่เมื่อโทมัส วัตต์ ถูกจับ เธอก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยและถูกนำตัวไปกักขังในหอคอยแห่งลอนดอน (Tower of London) เสนาบดีที่ปรึกษาราชการที่ใกล้ชิดของแมรี่ - ไซมอน เรนาร์ด พยายามที่จะให้แมรี่ลงนามในคำสั่งประหารชีวิตเอลิซาเบท แต่ยังไงเสียน้องก็ย่อมเป็นน้อง ถึงจะต่างแม่ แต่ก็เห็นกันมาแต่เล็กแต่น้อย แมรี่ทำไม่ลง อีกทั้งยังไม่มีหลักฐานมายืนยัน ความผิดของเอลิซาเบทอีกด้วย - ผู้ที่รับเคราะห์ไปก็คือ เลดี้เจน เกรย์ ซึ่งแมรี่ยอมลงนามสั่งประหารชีวิต เมื่อโทมัส วัตต์ได้สารภาพและประกาศ ให้รับรู้ทั่วกันในขณะที่เดินเข้าสู่ลานประหารว่า เอลิซาเบทไม่ได้มีส่วนรู้เห็นใดๆ ทั้งสิ้นในการจลาจลครั้งนั้น เอลิซาเบทจึงได้ก้าวออกมาจากหอคอยแห่งลอนดอน ไปสู่ที่กักกันอีกแห่งหนึ่งในเมืองวู้ดสต็อก ในขณะที่เธอไม่สามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้ ผู้คนจากภายนอกก็มิอาจสัมผัสเธอได้เช่นกัน จึงเท่ากับเป็นการคุ้มครองเอลิซาเบทจากการลอบสังหารโดยผู้ที่จงรักภักดีต่อแมรี่ จากการปกครองพสกนิกรต่างศาสนาที่เหี้ยมโหด และนโยบายการ ต่างประเทศที่ล้มเหลว แมรี่ครองบัลลังก์อย่างไม่มีความสุข และความนิยมในตัวเธอเริ่มเสื่อมลง ถึงจะไม่เห็นด้วยแต่แมรี่ยอมทำตามคำร้องขอของสวามี โดยรับเอลิซาเบทให้เป็นรัชทายาทของเธอและให้ข้ามแมรี่ ราชินี แห่งสก็อตส์ไปเสีย แม้ว่าเธอจะสืบราชสันตติวงศ์สายตรงด้วยก็ตาม เพราะเหตุที่แมรี่ ราชินีแห่งสก็อตส์แต่งงานกับรัชทายาท แห่งบัลลังก์ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตของสเปน แม้ว่าเอลิซาเบท จะนับถือต่างศาสนา แต่ก็ยังดีกว่าที่จะให้ฝรั่งเศสเอื้อมมือมาแตะบัลลังก์แห่งอังกฤษได้ ว่ากันว่าเมื่อพระนางแมรี่สิ้นพระชนม์ และเอลิซาเบทได้ทราบข่าวว่า บัดนี้ เธอคือพระนางเจ้าผู้ครอบครองบัลลังก์แห่งอังกฤษ เป็นครั้งแรกในชีวิตยี่สิบห้าปีที่เอลิซาเบทกำชะตาชีวิตไว้ในอุ้งมือของเธอเอง สิ่งที่เธอกล่าวในยามนั้น คงเป็นความรู้สึกที่ถ่ายทอดจากส่วนลึกของตัวเธอ... "นี่คือการกระทำของพระเป็นเจ้า และเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่ล้ำเลิศ ในสายตาของพวกข้ายิ่งนัก" |


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |