<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/210" type="text/javascript"></script> |
|
ว่าด้วยเรื่องชื่อ Elizabeth ในภาคภาษาไทย
จากเจ้าหญิงตัวน้อยๆที่เติบโตมาท่ามกลางพายุร้าย จนกลายเป็นดั่งไม้ใหญ่ยืนต้น ที่ปกป้องให้ความร่มเย็นแก่พสกนิกรทั่วแผ่นดิน
post ครั้งแรก: Tue 14 September 2004, 5:39 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 21 April 2008, 6:22 am
|
สเปนนั้นเป็นประเทศมหาอำนาจที่ครองอันดับหนึ่งไม่เพียงแต่ในยุโรป แต่ยังเป็นอันดับหนึ่งของโลกทีเดียวในเวลานั้น พระเจ้าฟิลิปที่สอง (อดีตสวามีของแมรี่ที่หนึ่ง) ครอบครองดินแดนแผ่กว้างไกล พร้อมกับทรัพย์สินเงินทองมากมายจากดินแดนในโลกใหม่ ซึ่งเป็นอาณานิคมของสเปน (หมู่เกาะฟิลิปินนั้น เอาชื่อของฟิลิปไปตั้งเป็นชื่อประเทศ) อังกฤษเป็นเพียงประเทศเล็กๆที่ยากจน มีพันธมิตรนับจำนวนได้ ในขณะที่มีศัตรูมากมาย แม้จะเป็นหญิงเอลิซาเบทไม่เคยแสดงให้ใครเห็นเลยว่า เธอนั้นมีความหวาดวิตกในสถานะการณ์ของอังกฤษ ทุกผู้ทุกคนในราชอาณาจักรเล็กๆแห่งนี้ ล้วนแต่เห็นภาพที่เอลิซาเบทแสดงความเชื่อมั่นในความรัก แรงสนับสนุน และความจงรักภักดีที่ประชาชนมีให้แก่เธอ และแล้วสิ่งใดที่เธอมอบให้ เธอก็ย่อมได้รับการสนองตอบ ด้วยแรงศรัทธา และความเชื่อมั่นที่พสนิกรมีให้แก่เธออย่างท่วมท้นไม่สั่นคลอน ![]() พระเจ้าฟิลิปที่สองแห่งสเปน พระเจ้าฟิลิปที่สองได้ใฝ่ฝันมานานที่จะยกพลบุกเกาะอังกฤษ พร้อมกับความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะสถาปานาตัวเองเป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษ และปรับเปลี่ยนศาสนาประจำชาติให้กลับไปเป็นนิกายโรมันคาทอลิก แม้ว่าฟิลิปเคยขอแต่งงานกับเอลิซาเบทเมื่อเธอขึ้นครองราชย์ใหม่ๆ เพื่อที่จะรักษาฐานอำนาจของสเปนในอังกฤษ แต่เธอได้ปฏิเสธ และหลังจากนั้นตลอดเวลาสามสิบปีต่อมา สัมพันธภาพระหว่างสเปนและอังกฤษก็ถดถอยลงเรื่อยๆ สาเหตุเพราะนับถือนิกายศาสนาที่แตกต่าง สเปนไม่เคยปกปิดความเกลียดชังที่มีต่อเอลิซาเบท เพราะถือว่าเธอเป็นลูกนอกกฎหมายไม่มีสิทธิในบัลลังก์แห่งอังกฤษ ถึงกับสมรู้ร่วมคิดในแผนการล้มบัลลังก์ นอกจากนี้อังกฤษยังเป็นคู่แข่งทางการค้าของสเปนในโลกใหม่ และดูท่าว่าจะไปได้ดีกว่ามาก ฟิลิปจึงให้การสนับสนุนยุยงชาวไอริชให้ขัดขืนอังกฤษ และเอลิซาเบทก็ตอบโต้ โดยให้ความช่วยเหลือแก่พวกปฏิวัติในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งอยู่ใต้การปกครองของสเปน จนที่สุดถึงที่สุดเอลิซาเบทถึงกับให้การสนับสนุนโจรสลัดสัญชาติอังกฤษเข้าปล้นเรือสินค้าของสเปน ในขณะที่เดินทางกลับจากดินแดนใหม่โพ้นทะเล แต่สิ่งที่ทำให้กษัตริย์ฟิลิปโกรธมากก็คือ การที่เอลิซาเบทนำเงินทองที่ปล้นได้นี้ไปช่วยเหลือสนับสนุนพวกปฏิวัติชาวคริสเตียนในเนเธอร์แลนด์ให้มาต่อต้านสเปนนั่นเอง เมื่อเหตุการณ์เลวร้ายลงไปเรื่อยๆ ฟิลิปถึงกับวางแผนใช้แมรี่ สจ๊วต แห่งสก๊อตมาเป็นตัวหมากในกระดาน และยุยงชาวโรมันคาทอลิก ให้ต่อต้านและถึงขั้นจะลอบปลงพระชนม์เอลิซาเบท แต่ผลกรรมกลับตกไปอยู่ที่แมรี่ สจ๊วต เพราะเธอถูกสำเร็จโทษในข้อหาทรยศในเวลาต่อมา ตั้งแต่ต้นปี 1585 ฟิลิปได้เริ่มจัดเตรียมกองเรืออาร์มาดา และมาพร้อมในปี 1587 แต่ลางร้ายได้ปรากฏให้เห็นมาแต่แรก เพราะแม่ทัพเรือของสเปนคนแรกได้เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน และผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพเรือคนต่อมาก็ไม่มีความสามารถพอ เพราะเป็นทหารบกมาก่อน อีกทั้งไม่มีความเชื่อมั่นในแผนการโจมตีอังกฤษในครั้งนี้ ถึงขนาดขอลาออกจากตำแหน่ง แต่ฟิลิปไม่ยินยอม และกำลังใจของสเปนยิ่งลดลงไปอีก เมื่อฟรานซิส เดรค ได้นำเรืออังกฤษสี่ลำเข้าโจมตีกองเรืออามาร์ดาในเขตท้องทะเลของสเปนเองอย่างฉับพลัน ทำลายกองเรืออาร์มาดาไป 37 ลำ ทำให้สเปนเสียเวลาต่อเรือเพิ่มเติมอีก ในปีต่อมา 1588 กองเรืออามาร์ดาอันเกรียงไกรที่ไม่เคยมีใครเอาชนะได้ ก็พร้อมที่จะออกเดินทาง มีเรือทั้งหมด 130 ลำ รวมระวางขับน้ำประมาณ 60,000 ตัน ทหารเรือ 80,000 คน ทหารราบ 20,000 คน พร้อมพระคาทอลิกอีกจำนวนหนึ่ง (เพื่อ ไปเปลี่ยนศาสนา) ในขณะที่อังกฤษรวบรวมเรือเล็กได้ 197 ลำ แต่มีระวางขับน้ำเพียง 30,000 ตัน (กึ่งหนึ่งของกองเรือสเปน) เป็นเรือรบหลวงอยู่เพียง 34 ลำ นอกนั้นเป็นเรือของขุนนางประชาชน แต่สิ่งที่อังกฤษมี แต่สเปนแทบจะไม่มีก็คือ แม่ทัพเรืออังกฤษล้วนแต่ชำนาญการรบทางทะเลทั้งสิ้น (ไม่แน่ว่าจะเคยนำเรือโจรสลัดสัญชาติอังกฤษออกปล้นสดมภ์มาก่อน หรือไม่) นับว่าสเปนได้วางแผนไว้อย่างดี โดยที่จะเดินทางไปยังช่องแคบอังกฤษ เพื่อรวมพลกับกองเรือของดุ๊กแห่งปาร์มา (ผู้ปกครองเนเธอร์แลนด์) ที่จะเดินทางมาสมทบจากเนอร์เธอแลนด์ เมื่อพิจารณาถึงความยิ่งใหญ่ของกองเรือ กำลังทหาร ฯลฯ แล้ว อังกฤษไม่น่าจะสู้ได้ แต่อังกฤษได้เตรียมพร้อมรออยู่แล้ว มีการวางยามไว้ตลอดแนวชายฝั่งอังกฤษและเวลส์ตลอดเวลา เมื่อกองเรืออาร์มาดาปรากฎให้เห็น ณ แนวขอบฟ้า สัญญาณบอกเหตุได้ส่งให้รู้กันทั่วโดยการจุดกระโจมไฟบนหน้าผา ซึ่งเป็นวิธีที่ส่งข่าวได้เร็วกว่าการใช้ม้าเร็ว - ศึกป้องกันประเทศได้เริ่มขึ้นแล้ว ![]() ภาพเรือรบอังกฤษปะทะกับกองเรืออาร์มาดาของสเปน เอลิซาเบทย่อมไม่ยอมนั่งนิ่งอยู่บนบัลลังก์ในลอนดอน ในขณะที่ทหารของเธอสู้รบอยู่ตามแนวชายฝั่งและบนท้องน้ำ เธอควบม้าคู่ใจไปร่วมเป็นร่วมตายกับนักรบผู้กล้าของเธอที่ทิลเบอรี่ และได้กล่าวสุนทรพจน์ปลุกใจที่โด่งดังและรู้จักกันดี .......... ให้ทรราชรู้จักความกลัวเสียบ้าง ภายใต้สายตาของพระเป็นเจ้า ข้าได้ปฏิบัติตนเช่นนี้เสมอมา ดุจดังข้าได้รับพลังทั้งมวล และการปกป้องคุ้มครองจากดวงใจที่จงรักภักดีของเหล่าปวงราษฎร์ที่รักยิ่ง ซึ่งได้มอบให้แก่ข้าด้วยความปรารถนาดี ดังนั้นข้าจึงขอมาอยู่ร่วมกับพวกท่านในเวลานี้ มิใช่เพื่อพักผ่อนหรือให้เวลาแค่ผ่านไป แต่ในยามคับขันท่ามกลางศึกสงครามที่ร้อนระอุ ข้ามาเพื่อร่วมเป็นร่วมตายกับท่าน ข้ามาเพื่อมอบชีวิตให้แก่พระเป็นเจ้าของข้า ให้แก่แผ่นดินของข้าและพวกท่าน- ประชาชนของข้า เกียรติศักดิ์และเลือดของข้านี้ ข้ายอมให้ร่วงและไหลหลั่งลงสู่พสุธา ถึงข้าจะมีรูปลักษณ์และร่างกายดุจสตรีผู้อ่อนแอ แต่หัวใจของข้านี้ เป็นหัวใจที่มีความกล้าห้าวหาญเช่นเดียวกับหัวใจของกษัตริย์ - และเป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษด้วย ข้าขอปรามาสดุ๊กแห่งปาร์มา หรือกษัตริย์แห่งสเปน หรือเจ้าชายองค์ใดก็ตามในยุโรป ที่บังอาจกล้าดีจะมาเหยียบย่ำแผ่นดินของข้า!....... ความเชื่อมั่นในพระเป็นเจ้าและประชาชนของเธอได้รับการตอบสนอง อีกทั้งเธอยังได้ให้คำมั่นสัญญาว่า หากอังกฤษได้รับชัยชนะเธอจะปูนบำเหน็จรางวัลให้แก่ทุกคน ซึ่งเป็นหนึ่งในคำมั่นสัญญาหลายครั้งที่เธอไม่เคยปฏิบัติตาม เพราะดูคล้ายไปว่าเอลิซาเบทไม่เคยรอช้าที่ให้สัญญาหากได้ประโยชน์ และไม่เคยพะวงที่รักษาสัญญานั้นด้วยเช่นกัน กองเรืออังกฤษที่ซุ่มตัวอยู่ได้แล่นออกโจมตีเรือสเปนอย่างฉับพลัน และเนื่องจากเป็นเรือขนาดเล็ก จึงมีความคล่องตัวกว่าเรือสเปน เรืออังกฤษสามารถหลบหลีกการยิงได้อย่างดี และในขณะเดียวกันก็ยิงปืนใหญ่ตอบโต้กลับคืนได้ผลดี ภายในหกวันเรืออังกฤษสามารถจมเรือสเปนได้หกลำ และ เสียทหารไปจำนวนมาก อีกทั้งโชคไม่เข้าข้างกองเรือสเปน เพราะขณะที่สู้รบติดพันกันอยู่นั้น ได้เกิดพายุลมและฝนกระหน่ำ (ลมพายุในครั้งนี้ได้รับการขนานนามว่า Protestant Wind) พัดเข้าหากองเรือสเปนอย่างรุนแรง จนต้องถอยร่นไปถึงชายฝั่งฝรั่งเศสแถวคาเลส์ แต่อังกฤษก็ตามติดระดมยิงใส่ไม่หยุด จนกองเรือสเปนเสียขบวนต้องถอยหนีไปทางทะเลเหนือ และหนทางเดียวที่จะกลับสเปนได้ก็คือ แล่นอ้อมชายฝั่งสก๊อตแลนด์ แล้ววกกลับลงมาทางใต้ เลียบฝั่งไอร์แลนด์ ซึ่งอยู่อีกฟากของเกาะอังกฤษ ส่วนเรือที่ชำรุดนั้นไม่สามารถกลับถึงบ้านได้ เพราะแตกล่มกลางทาง เนื่องจากไม่มีใครยอมให้จอดแวะท่าซ่อมแซมระหว่างทาง จากจำนวนเรือ 130 ลำ กลับถึงสเปนเพียง 50 ลำ และจากจำนวนทหาร 100,000 คน มีชีวิตรอดกลับบ้านได้เพียง 10,000 คน อังกฤษฉลองชัยชนะอย่างเอิกเกริก นับแต่นี้ต่อไปกองเรืออังกฤษมิใช่มือรองบ่อนอีกต่อไปแล้ว อังกฤษได้รบชนะกองเรืออาร์มาดาอันเกรียงไกรยิ่งใหญ่ของสเปน.... เพื่อเป็นอนุสรณ์ของชัยชนะนี้ ได้มีการสร้างเหรียญที่ระลึกขึ้น พร้อมกับจารึกข้อความไว้บนเหรียญว่า "God blew and they scattered" ซึ่งมาจากความเชื่อที่ว่า พายุที่ได้พัดกระหน่ำกองเรือสเปนนั้น มิใช่ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ แต่เป็นการกระทำของพระเป็นเจ้าล้วนๆ ท่ามกลางความยินดีปรีดาทั่วแผ่นดิน ความเศร้าได้มาเยือนเอลิซาเบท โรเบิร์ต ดัดเลย์ ซึ่งบัดนี้ได้รับตำแหน่งเอิร์ลแห่งเลสเตอร์ เพื่อนเล่นเมื่อ เยาว์วัย เพื่อนใจในยามเติบใหญ่ได้เสียชีวิตอย่างไม่คาดฝัน เอลิซาเบท เศร้าโศก เก็บตัวเงียบอยู่แต่ผู้เดียว แต่ประชาชนต้องการราชินีของพวกเขา เอลิซาเบทต้องซ่อนความทุกข์ความเศร้าไว้ภายใน และเข้าร่วมพิธีขอบคุณพระเจ้าในมหาวิหารเซนต์พอลเฉกเช่นพระนางเจ้าแห่งอังกฤษที่หยิ่งผยอง ชัยชนะของนิกายโปรเตสแตนต์เหนือโรมันคาทอลิกในครั้งนี้ เป็นการก้าวสู่เสรีภาพทางศาสนาของรัฐต่างๆในยุโรปในเวลาต่อมา และอำนาจทางทะเลของอังกฤษเพิ่มสูงขึ้น แทนที่สเปนที่เสื่อมอำนาจลงอย่างรวดเร็ว เรืออังกฤษได้ท่องไปทั่วท้องทะเล จากทะเลเหนือไปถึงช่องแคบยิบรอลตาร์ เรือสินค้าแล่นไปถึงนิวฟาวน์ดแลนด์ โนวาสโกเชีย บราซิล และอัฟริกา ซึ่งทำให้เกิดการค้าทาสขึ้น ในปี 1600 เอลิซาเบทได้อนุญาตให้จัดตั้งบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษขึ้น (East India Company ) ซึ่งจะได้กลายเป็นรากฐานของก้าวไปสู่การครอบครองอินเดียเป็นอาณานิคมในเวลาต่อมา และจากการเดินทางสำรวจทางเรือของ เซอร์วอลเตอร์ ราลีย์ ได้พบ ดินแดนแห่งใหม่ ซึ่งเซอร์วอลเตอร์ ราลีย์ ได้ตั้งชื่อว่า Virginia เพื่อเกียรติแก่พระนางเอลิซาเบท The Virgin Queen และในปีต่อมา ก็ได้ส่งชาวอังกฤษไปตั้งรกรากบนเกาะ Roanoke Island ซึ่งเป็นอาณานิคมแห่งแรกของอังกฤษในอเมริกา |


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |