 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/212" type="text/javascript"></script> |
|
|
นางร้องไห้
"นางร้องไห้" เป็นหน้าที่ของสตรีชาววังมีเฉพาะในงานพิธีพระบรมศพ คัดเลือกมาแต่หญิงที่มีน้ำเสียงไพเราะ ประจำอยู่ใกล้พระบรมโกศ ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อขับร้องบทเพลงคร่ำครวญ...
ผู้เขียน: เทาชมพู ชมแล้ว: 9,404 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 14 September 2004, 6:52 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 14 September 2004, 6:52 pm
|
หน้าที่ 1 - นางร้องไห้
"นางร้องไห้" เป็นหน้าที่ของสตรีชาววังมีเฉพาะในงานพิธีพระบรมศพ คัดเลือกมาแต่หญิงที่มีน้ำเสียงไพเราะ ประจำอยู่ใกล้พระบรมโกศ ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อขับร้องบทเพลงคร่ำครวญ ทำนองและเนื้อเศร้าโศกเยือกเย็นชวนให้หลั่งน้ำตา ประกอบด้วยต้นเสียง ๔ คน และลูกคู่ร้องรับอีกเกือบ ๑๐๐ คน สตรีพวกนี้นุ่งขาวห่มขาว ถ้าเป็นสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้รับการยกเว้น ไม่ต้องโกนศีรษะอย่างคนอื่นๆที่อยู่ระหว่างไว้ทุกข์เมื่อพระมหากษัตริย์เสด็จสวรรคต เพราะจะต้องมีบทสยายผมลงเช็ดพื้นแสดงการความเศร้าโศกอาลัยอาวรณ์
ประเพณีนางร้องไห้เชื่อว่าเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่ไม่ทราบว่าเป็นรัชสมัยใด และยังคงสืบสานวัฒนธรรมมาจนถึงรัตนโกสินทร์ มีปรากฏครั้งสุดท้ายในงานพระบรมศพในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพราะล่วงมาถึงรัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯไม่โปรดประเพณีนี้ เมื่อเสด็จสวรรคตจึงไม่มีนางร้องไห้มาทำหน้าที่นี้อีก
เนื้อร้องที่นางร้องไห้ต้องขับร้องอยู่ตลอดงานพิธี มีอยู่ ๕ บท คือ
๑ พระร่มโพธิ์ทอง พระพุทธเจ้าข้าเอย
พระทูลกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย
๒ พระเสด็จไปสู่สวรรค์ชั้นใด ละข้าพระบาทยุคลไว้ พระพุทธเจ้าข้าเอย
พระทูลกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย
๓ พระยอดฟ้า พระสุเมรุทอง พระพุทธเจ้าข้าเอย
พระทูลกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย
๔ พระเสด็จผ่านพิภพแห่งใด ข้าพระบาทจะตามเสด็จไป พระพุทธเจ้าข้าเอย
๕ พระทูลกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย
พระทูลกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย
นางร้องไห้ที่มีชื่อเสียงเป็นที่จดจำกันได้ต่อมา คือเจ้าจอม ม.ร.ว.สดับ สดาวัลย์ บุตรีหม่อมเจ้าเพิ่ม ในพระองค์เจ้าลดาวัลย์ กรมหมื่นภูมินทรภักดีพระราชโอรสในรัชกาลที่ ๓
ม.ร.ว.สดับถูกส่งตัวเข้ามาเป็นนางข้าหลวงในตำหนักสมเด็จพระวิมาดาเธอกรมพระสุธาสินีนาฏฯ พระธิดาในกรมหมื่นภูมินทรฯ เพื่อฝึกหัดวิชาสำหรับกุลสตรี ปรากฏว่าเจ้าจอมม.ร.ว.สดับมีพรสวรรค์ทางด้านเสียง ขับร้องเพลงได้กังวานหวานอย่างที่เรียกกันว่า มี 'แก้วเสียงชั้นเอก' จึงได้เป็นนางขับร้องในวงมโหรี ร้องถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในครั้งหนึ่งเมื่อทรงพระประชวรต้องพักผ่อนพระวรกายอยู่หลายวัน
ความไพเราะในน้ำเสียง ม.ร.ว. สดับเป็นที่พอพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง ถึงกับมีพระราชนิพนธ์พระราชทานว่า
แม่เสียงเพราะเอย
น้ำเสียงเจ้าเสนาะ
เหมือนหนึ่งใจพี่จะขาด
เจ้าร้องลำนำ ยิ่งซ้ำพิศวาส
พี่ไม่วายหมายมาด
รักแม่เสียงเพราะเอย
แล้วทรงขอจากสมเด็จพระวิมาดาฯ ให้ ม.ร.ว. สดับเข้ารับราชการฝ่ายในเป็นเจ้าจอมรุ่นท้ายในรัชกาลที่ ๕ และได้ชื่อว่าเป็นเจ้าจอมที่ทรงโปรดปรานมากที่สุดคนหนึ่ง
เจ้าจอมสดับได้ทำหน้าที่ฉลองพระเดชพระคุณเป็นครั้งสุดท้ายในพระราชพิธีพระบรมศพดังกล่าว
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 9 ม.ค. 2549 (11:56) สวัสดีครับ
ได้สาระความรู้ดีมากคับและยังได้ประโยชน์อีกหลายอย่าง
narak_i-jar@hotmail.com (IP:203.172.158.99,10.0.11.9,)