วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/223" type="text/javascript"></script>
ตามล่าละอองดาว
สตาร์ดัสต์ (Stardust) หรือ "ละอองดาว" คือโครงการที่ส่งยานอวกาศไปยังดาวหางที่มีชื่อว่า วิ้ล-ทู (Wild-2) ยานจะได้เข้าใกล้ดาวหางด้วยความเร็วไม่สูงเกินไปนัก เพื่อจะจับละอองดาวอย่างละมุนละม่อมไม่บอบช้ำนัก จะได้นำมาศึกษาภายหลัง
ผู้เขียน: พวงร้อย ชมแล้ว: 39,506 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 22 January 2007, 10:15 am ปรับปรุงล่าสุด: Mon 22 January 2007, 10:15 am

หน้าที่ 2 - เราจะศึกษา ดาวหาง และ อุกกาบาตไปทำไมกัน?
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

เราก็มีขี้ฝุ่นเต็มบ้านเต็มเมืองอยู่แล้ว จะเดือดร้อนสร้างยานออกไปกวาดเก็บกันกลางอวกาศ ให้เมื่อยไปทำไม มันก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ แล้วเราจะเก็บละอองดาว หรือขี้ฝุ่นอวกาศมาทำอะไรกัน



อย่าเพิ่งดูถูกขี้ฝุ่นพวกนี้ว่าเป็นสิ่งสกปรก ที่เรียกกันว่า "ละอองดาว" หรือ "สะเก็ดดาว" ก็เพราะมันต่างกับขี้ฝุ่นทั่วไปตามบ้านเรา ละอองดาว หรือฝุ่นอวกาศนี้ เป็นเศษสิ่งตกค้าง มาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของการกำเนิดระบบสุริยะ มาจนถึงการสร้างโลก ละอองดาว นี้ คือสารชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ประกอบด้วยซิลิกา และสารคาร์บอน ที่บ้างก็คล้ายถ่าน บ้างก็คล้ายดินน้ำมันและก๊าซระเหย ที่อาจเป็นไอน้ำหรือก๊าซต่าง ๆ เช่น ก๊าซมีเธน เป็นต้น



ละอองดาว เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดสิ่งต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมของเราและในจักรวาล เช่น ดาวตก วงแหวนรอบดาวเคราะห์ต่าง ๆ โดยความจริงแล้ว มีสิ่งต่าง ๆ มากมายในจักรวาลที่มาจาก กลุ่มควัน กลุ่มฝุ่น ของละอองดาวพวกนี้นี่เอง แม้กระทั่งดวงอาทิตย์ และดวงดาวต่างๆ ก็มีที่มาคือฝุ่นละอองในอวกาศ อันเหมือนกับสิ่งที่ต่ำต้อยนี่เอง



สาเหตุที่นักวิทยาศาสตร์ หันมาศึกษาสนใจในดาวหางก็เพราะ ดาวหาง เป็นวัตุเก่าแก่ที่สุดในระบบสุริยะของเรา ซึ่งยังคงรักษาสภาพดั้งเดิมของสารต้นกำเนิดของ เนบิวลา อันเป็นบรรพบุรุษของดวงอาทิตย์ และดาวเคราะห์ทั้งหลายในระบบสุริยะ



สารดั้งเดิม หรือ ฝุ่นอวกาศยุคดึกดำบรรพ์ พวกนี้เคยมีมาก่อนบนโลกและดาวเคราะห์ต่าง ๆ หากถูกเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อม และจากการที่ถูกแดดแผดเผาอย่างต่อเนื่องกันมานับพัน ๆ ล้านปี ทำให้ ฝุ่นในสภาพของสารประกอบปฐมภูมิ สลายไปหมดแล้ว แต่เนื่องจากดาวหางและอุกกาบาตมีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรีที่แคบยาวมาก ๆ ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ห่างไกลสุดขอบสุริยะในแดนอันมืดมิดและหนาวเย็น เพราะอยู่แสนไกลจากพลังงานของดวงอาทิตย์ นานๆจึงจะแวะเวียนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์สักครั้ง ดังนั้น ดาวหางส่วนใหญ่ ซึ่งมีวงโคจรรอบนอกของระบบสุริยะ จึงยังคงรักษาสภาพเดิมไว้ได้มาก นักวิทยาศาสตร์จเชื่อว่า ดาวหางและอุกกาบาตเป็นแหล่งที่ยังมีสารดั้งเดิมจากสมัยแรกกำเนิดจักรวาลคงอยู่เป็นจำนวนมาก อย่างที่จะหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว หากเราศึกษาและทำความเข้าใจพวกดาวหางเหล่านี้ ก็จะช่วยให้เราค้นพบกุญแจสำคัญที่จะให้คำตอบ เกี่ยวกับต้นกำเนิดของระบบสุริยะ และจะช่วยให้เราเข้าใจการเกิดตัวของดาวเคราะห์ทั่วไปในจักรวาลได้ดีขึ้น จากเดิมที่แทบจะไม่รู้อะไรเลย และที่สำคัญที่สุดก็คือ ความเข้าใจเกี่ยวกับดาวหางและอุกกาบาต จะมีส่วนช่วยไขปริศนาว่า สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นบนโลกได้อย่างไร




เชื่อกันว่าดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ หรือดาวอื่น ๆ แรกเริ่มก็คงมาจากเศษฝุ่น เศษหิน ที่วนเวียนรอบดวงดาว มาผนึกรวมตัวกันเกิดเป็นดาวเคราะห์ขึ้นมา เมื่อประมาณ 4.6-3.8 พันล้านปีมาแล้วนั้น ยังมีเศษอะไรต่อมิอะไรบินกันให้ว่อนอยู่ทั่วระบบสุริยะ ดาวเคราะห์น้อยใหญ่ที่เพิ่งเกิดใหม่จึงถูกถล่มกันขนานใหญ่เรียกกันว่า ยุคบอมบาร์ดใหญ่ครั้งหลัง (Late Heavy Bombardment) โลก และดาวเคราะห์อื่นต่างถูกล่มใส่กันอย่างไม่หยุดยั้ง





ภาพด้านหลังของดวงจันทร์ ซึ่งคงสภาพหลุมอุกกาบาตที่โดนถล่มมาตลอด เกือบห้าพันล้านปี โดยหลุมเหล่านี้ มิได้โดนกร่อนกัดซัดเซาะดังเช่นหลุมที่เกิดขึ้นบนโลก เนื่องจากดวงจันทร์ไม่มีบรรยากาศ (ภาพโดย นาซา)




จากแรงถล่มระเบิดเปิดเปิงพวกนี้ ทำให้พื้นผิวของดาวเคราะห์ มีอุณหภูมิสูงจัดมาก น้ำในมหาสมุทรที่มีอยู่แต่แรก หากไม่ระเหยหายไปในอวกาศด้วยความร้อนจัด ก็โดนระเบิดสาดขึ้นฟ้าหายไปหมดจนไม่เหลือหรอ โมเลกุลที่มีคาร์บอนทั้งหลายที่มีมาแต่แรกบนพื้นโลก ก็มอดไหม้สูญสลายไปหมดสิ้น ในสภาพเช่นนี้ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใด ๆ จะรอดอยู่ได้ และก็จะไม่มีสารอะไรหลงเหลือให้ก่อตัวเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตขึ้นมาได้อีก



แต่ว่า สิ่งมีชีวิตบนโลกเริ่มเกิดมาหลังจากนั้นไม่นานเอง จากฟอสซิลเก่าแก่ที่สุดที่ค้นพบได้มีอายุประมาณ 3.5 พันล้านปี ช่วงเวลาเพียงสามร้อยล้านปีนั้น นับว่าสั้นมากเมื่อเทียบการพัฒนาสิ่งมีชีวิตกับสภาพของโลกก่อนหน้านั้น ในเมื่อส่วนประกอบสำคัญของสิ่งมีชีวิต คือ คาร์บอน กับ น้ำ ไม่มีหลงเหลืออยู่บนโลกแล้ว ถ้าอย่างนั้น สิ่งมีชีวิตที่ทิ้งร่องรอยบนฟอสซิลเหล่านี้ เอาสารประกอบสำคัญนั้นมาจากไหนกันล่ะ นี่เป็นปริศนาที่นักวิทยาศาสตร์ขบไม่แตกกันมานานแล้ว



ความเป็นไปได้มากที่สุดก็คือ มันตกมากับดาวหางที่ถล่มใส่โลกอย่างต่อเนื่องกันมานั่นเอง หลังจากที่พื้นโลกเริ่มเย็นลงแล้ว ดาวหางและอุกกาบาตต่าง ๆ ก็ยังพากันแวะเวียน ทุ่มตัวตกสู่โลกอยู่อย่างไม่ขาดสาย แม้จะน้อยลงมาก แต่ดาวหางและอุกกาบาตเป็นสื่อเดียวที่นำเอาวัตถุใหม่ ๆ ตกลงมาบนพื้นโลก และก็มีแต่ดาวหางเท่านั้นที่ประกอบด้วย น้ำ และ สารอินทรีย์เป็นจำนวนมาก






แผนที่แหลมยูคาทาน ประเทศเม็กซิโก แสดงขอบเขตของร่องรอยหลุมอุกกาบาตยักษ์ที่เป็นสาเหตุให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไป เมื่อ 65 ล้านปีมาแล้ว


นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อกันว่า สิ่งมีชีวิตมิได้เกิดมาจากสารที่มีเหลืออยู่บนโลก หากมาจากอวกาศอันไกลโพ้นโดยดาวหางเป็นตัวนำมาให้ เนื่องด้วยดาวหางประกอบด้วยวัตถุก่อสร้างเบื้องต้นของสิ่งมีชีวิตที่สำคัญคือ น้ำ และ คาร์บอน หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นเช่นนั้นจริง คงจะกล่าวได้ว่าเรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลาย ถูกส่งมายังโลกด้วยไปรษณีย์อวกาศคือดาวหางทั้งหลายนั่นเอง เราจึงน่าจะมีต้นกำเนิดมาจากสะเก็ดดาว นักวิทยาศาสตร์จึงหวังว่า การศึกษาสะเก็ดดาวหางจะมีส่วนช่วยไขปัญหาสร้างโลกได้ทีเดียว



ดาวหาง ก็เป็นได้ทั้งตัวสร้างและตัวทำลาย คือตั้งแต่ยุคสร้างโลกเมื่อ ๓.๘ พันล้านปีเป็นต้นมา ดาวหาง และ อุกกาบาตใหญ่น้อยก็ยังตกสู่โลกมิได้ขาด แต่ไม่ได้มีมากเช่นยุคบอมบาร์ดใหญ่ซึ่งสิ้นสุดลงไป ก่อนหน้าการกำเนิดของสิ่งมีชีวิตได้ไม่นาน ดาวหาง และ อุกกาบาต รุ่นหลัง ๆ นี้ เมื่อใดที่ตกสู่พื้นโลกได้ ก็ส่งผลพิฆาตเข่นฆ่า สิ่งมีชีวิตมากน้อยไปตามขนาดของมัน ครั้งที่ร้ายแรงที่สุดหลังจากยุคบอมบาร์ดใหญ่ก็คือเมื่อ 65 ล้านปีมาแล้ว นักวิทยาศาสตร์ขุดพบฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ตายหมู่กันเป็นจำนวนมาก และไม่มีปรากฏว่า จะมีไดโนเสาร์เหลืออยู่บนโลกหลังจากนั้น ราวกับว่าอยู่ ๆ มันก็พากันตายลงพร้อม ๆ กันจนหมดสิ้น





หลุมมรณะ ภาพวาดโดย วิลเลียม ฮารต์แมน


เมื่อไม่ถึงยี่สิบปีมานี้เอง นักวิทยาศาสตร์สามารพิสูจน์ได้ว่า มีวัตถุจากอวกาศขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10 กิโลเมตร ตกสู่โลกเมื่อ 65 ล้านปีก่อนที่แหลมยุคาทาน ในอ่าวเม็กซิโก ซึ่งทิ้งร่องรอยหลุมกว้างถึง 180 กิโลเมตรฝังลึกอยู่ใต้ดินประมาณ 1 กิโลเมตร ทำให้มีเศษฝุ่นจำนวนมหาศาล ถูกสาดขึ้นไปยังบรรยากาศชั้นบน บดบังแสงอาทิตย์จนพื้นโลกมืดมิดอยู่เป็นเวลาถึงสองปี และได้ทำลายสิ่งมีชีวิตบนโลกถึง 75 เปอร์เซ็นต์ อันเป็นจุดจบอย่างสมบูรณ์ของยุคไดโนเสาร์นั่นเอง



























แรงถล่มของอุกกาบาตสาดฝุ่นจำนวนมหาศาลขึ้นไปบดบังแสงอาทิตย์ จนฟ้ามืดมิดอยู่ถึงสองปี สิ่งมีชีวิตใหญ่น้อยประสบภัยพิบัติกันทั่วหน้า เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย ยูซีแอลเอ พบชิ้นส่วนที่ทำให้เชื่อได้ว่า วัตุที่ถล่มโลกเมื่อ 65 ล้านปีก่อนนี้ เป็นอุกกาบาต



ผลกระทบอันสำคัญก็คือ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ยังเป็นแค่สัตว์เล็กคล้ายหนูรอดมาได้ และวิวัฒนาการจนครอบครองโลกได้ในทุกวันนี้ หากไดโนเสาร์ไม่ถูกทำลายไปในครั้งนั้น เจ้าหนูตัวเล็ก ๆ นั่นก็คงไม่มีสิทธิ์แก่งแย่งหาอาหารแข่งกับไดโนเสาร์ตัวโตที่พัฒนามาก่อนได้ พวกเรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลาย จะไปอยู่ที่ไหนกันก็ไม่รู้



อย่าเพิ่งมองแต่พลังทำลายของมันแต่อย่างเดียว ดาวหางอันมีอยู่มากมายในระบบสุริยะนั้นมีน้ำแข็งเป็นส่วนประกอบจำนวนมาก ในเมื่อมีน้ำ หากเราต้องการใช้ ก็สามารถแยกน้ำออกมาเป็นไฮโดรเจนและออกซิเจน ที่เอามาใช้เป็นเชื้อเพลิงจรวดได้ โดยแช่เย็นจนเป็นของเหลวใส่ถังแยกกัน พอจะใช้ก็ส่งผ่านท่อให้มันมารวมตัวกันเป็นน้ำ แล้วได้พลังงาน ดังจรวด Main Engine ซึ่งเป็นจรวดหลักใช้สำหรับทะยานตัวขึ้นจากพื้นดิน ของ ยานสเปซชัตเติ้ล ซึ่งใช้เชื้อเพลิงของก๊าซเหลวสองชนิดนี้เป็นเชื้อเพลิง โดยบรรจุอยู่ในถังภายนอกยาน(external tank)


ในอนาคต ใครจะไปรู้ได้ว่า เราอาจจะเดินทางไปในอวกาศด้วยการแวะเติมเชื้อเพลิงจรวดจากสถานีดาวหางต่าง ๆ ก็เป็นได้



การจะจับละอองดาวนั้น ใช่ว่าจะทำกันได้ง่าย ๆ สะเก็ดดาวในอวกาศ จะวิ่งใส่เครื่องมือด้วยความเร็วที่สูงกว่าลูกกระสุนจากปืนยาวหลายเท่า สะเก็ดนิดเดียวที่เล็กกว่าเส้นผมนี้จะก่อแรงปะทะพอ ๆ กับยิงด้วยลูกกระสุนขนาด .22 เลยทีเดียว เมื่อกระทบเข้าใส่เครื่องมือที่จะจับมัน ก็จะปะทะกันอย่างรุนแรง ตัวสะเก็ดดาว อาจจะระเหิดหายไปไม่มีเหลือ หรือหากมันจะรอดมาได้ ส่วนประกอบทางเคมี ก็จะเปลี่ยนแปลงไป จะเอามาวิเคราะห์อะไรก็ไม่ได้ เป็นการเปล่าประโยชน์ไป เพราะเราต้องการจับสะเก็ดดาวสด ๆ เอามาศึกษา ว่ามันมีส่วนประกอบอะไรบ้าง




<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 1) หน้าถัดไป (หน้า 3) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 14 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 12 ม.ค. 2549 (09:45)
ขอให้สำเร็จในการทำงาน ขอองค์การนาซานะครับ
Weerapong Subtayath (IP:203.172.141.98,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 12 ม.ค. 2549 (17:39)
หากคนเท่าไร ถึงจะอยู่กันเป็นกัปส์ เป็นกัลส์ ได้ค่า ?
แหล่งที่อยู่อาศัย ? (IP:203.113.81.171,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 12 ม.ค. 2549 (17:52)
ขอเพียร ถามว่า ดาวนั้น ขอบอกว่า เดือนได้มั๊ย ?
คือเสี้ยวจันทร์ ฉายดารา ให้พราวแสง
แรงฤทธิ์ธานุภากาศ สว่างใสว
แคว้นแดนใด เอาใจกันแทบทั้งนั้น ?
หาดแสนขาว ร้าวจิต คิดหรือเปล่า ?
คนมองดาวมองเดือนมักเคลื่อนคล้าย ?
มองผาใด แล้วบอกว่าไม่มีผาเลย ?
คนไม่มี มีแต่ผี มีแต่ ค้างคาว ?
มนุษย์รัก คน หรือรัก แค่ยักษ์ปักษา ?
อัมพวา นั้นลัก จะลัก ไป นะ ?
เข้าใจได้ ว่า เช่น ? อย่างไร ? พิรุจน์ หรือเปล่า ?
คือคิดไป อย่างไร ? ยากงัย ? บอกไป เด็กๆพวกนี้ก็ อ่อ คือ แท้นะ ?
คือจริงๆแล้วเค้า คือ แบบว่า มองๆ กันว่า แบบใดใด ?
เดือนเอย ? (IP:203.113.81.171,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 12 ม.ค. 2549 (18:03)
ขอแทรก ก่อนนะคะ ? เช่น ถ้าหากว่า มนุษย์ต่างดาวมีจริง แล้วกิน เลือดเนื้อ มนุษย์ได้ล่ะค่ะ ? แล้วจะเหลืออะไรคะ ? เช่น มีหลากหลาย ดาว ดวงดาว ต่างๆ ก็ต้องกลัว ต้องมี สงคราม ต่างๆ ? ตรงนี้ล่ะค่า ? ว่าน ต่างๆไง ? แค่บอกว่า แก้ยังไงค่า ? เป็น โรคที่แตกต่างกัน ? ค่า สปีชี่ร์ คนนี้ร้ายมากมาย น่ะค่ะ ? โรค ห่า ต่างๆ เค้าจำได้กันค่า ? แล้วมาแก้แค้นกันอีกค่า ? ละออง ดาว มฤตยู ค่า ?
โรค จากละอองดาว (IP:203.113.81.171,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 12 ม.ค. 2549 (18:22)
คือว่า ถ้าหากมนุษย์ ตัวต่ำไปเพราะไม่มีผิดนะคะ ? ทดลองยา ค่ะ ? แตะเตอะ ? เปล่าค่า มองว่า ค้างคาวตัวเล็ก ให้มันเป็นซะให้ป่วนไปค่า ? คือว่า ถ้ามองว่า มนุษย์ที่มีสมอง นะคะ ไม่ได้ว่า สีไม่สวยนะคะ ? ชาติสี ค่า ? สีฉูดฉาด ? มันเอาไป แล้วทำให้แบบว่า ? ต่างๆนานา ?
ให้เข้าใจว่า จะต้องพัฒนา สมองของตัวเธอเองด้วย ? คือ ถ่อมตนลงมา ? ว่าไม่สวย แล้ว เวลา ต่างๆนานากาล ล่ะจ่ะ ?
พอดูได่ (IP:203.113.81.171,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 16 ม.ค. 2549 (15:35)
ขอปรับความเข้าใจคือ เวอร์ชั่นท์ ใช่แต่หากเรียนแล้วคือ ปรับอารมณ์คนต่างๆเค้ามองว่าเหตุผล ต่างๆ ตาเศร้า จริงๆ เซ้นส์ ใช่ มาย ? คือ ? คืออารมณ์มานเธอบอกว่าไม่มีคือ อบอุ่นจากครอบครัว ยังมีอีก ที่บอกว่า ใช่จริงๆ อย่างนี้ ก็บอกว่า จะทำให้อารมณ์เสียได้นา ? แล้วแต่ค่อยๆอธิบายกันไป ? เรอ ? วุ่นวาย จริงๆ เล้ย ?
เฮ้อ ? (IP:203.113.81.171,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 16 ม.ค. 2549 (15:39)
คือมองผ่านๆบอกว่าเค้าอาจเศร้าจริงกว่าเธอก็อาจเป็นไปได้ ? ภายใน อารมณ์ดวงตา กลมเล็กหรี่ มองแล้วผิดพลาดไปคือ ธาตุแท้ คือ อารมณ์ปัจเจกสมาธิ ? มานมี คลื่นๆต่างๆทำให้ค่าแห่งอารมณ์ แตกต่างไปได้นา ?
พอก่อน พักก่อน ? (IP:203.113.81.171,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 16 ม.ค. 2549 (15:42)
บอกว่าเศร้าต่างจากนี้อีก คือ ให้เก็บอารมณ์คือให้เศร้าคือยาก คือแท้จริงต้องบอกว่าอย่างไร ? คือใครเศร้ามากกว่า ? ใช่ คือคนที่ คิดค่าต่างๆหากแต่ ไม่ได้ว่าไม่หล่อนา ? หล่อแตกต่างกันไปได้นา ? ที่บอกน่ะล่ะ 13 ไม่ใช่ อ้อ 14 กุมภา ? เป็นเช่นประมาณนี้ ?
เรื่อง ค่าแห่ง มนุษย์ ก็คือ เช่น ถ้า ? เปล่าไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ?
คุณค่าของมนุษย์ ? (IP:203.113.81.171,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 16 ม.ค. 2549 (15:43)
มองซับซ้อนให้ดูมีค่าขึ้นมา อีกคือ คุณค่าในจิตใจมนุษย์ ทำให้ท่านเศร้าไปอีก ใช่มั๊ย ?
ก็เวอร์ชั่นท์ ? คนเดียวกัน แต่หากแต่ต่างเซ้นส์กัน ต่างหาก ล่ะ ?
ใช่ใช่ ? (IP:203.113.81.171,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 23 ก.พ. 2549 (14:36)
ดาวหาง ดาวเคราะน้อยและอุกะบาต
MaX (IP:202.21.144.6,203.151.128.148,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 24 ก.พ. 2549 (09:49)
ขอขอบคุณมากๆๆๆค่ะสำหรับเนื้อหาดีๆๆอย่างนี้
rainnine (IP:203.172.119.220,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 1 ก.ย. 2549 (17:23)
ขอบคุณอาจารย์พวงร้อยมากๆเลยครับ เป็นข้อมูลที่น่าสนใจจริงๆ อืม เห็นว่าเมื่อก่อนเล่นห้องหว้ากอในพันทิป ตอนนี้ไม่เล่นแล้วหรือครับ ผมเองปกติเล่นหว้ากอบ่อย แต่คราวนี้ มาดูเว็บวิชาการดอทคอมมั่งครับ :D
กลับมาแล้วคนดี เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 49 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 20 ต.ค. 2549 (08:13)
แอโรเจลมีคุณสมบัติที่ดีมากๆ ขอให้ประสบความสำเร็จในการทดลองแล้วเอามาใช้ในชีวิตประจำวันบ้างนะคะ ถ้าหากค้นพบในตอนนี้แล้วลองนำมาใช้คงราคาสูงไม่ใช่เล่น แต่ในอนาคตข้างหน้า คงจะมีราคาผ่อนผันลงมาก และมันจะมีประโยชน์ต่อการประหยัดพลังงานบนโลกมากเลยทีเดียว WoW!! ^o^
Poylittlegirl เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 61 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 155 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 5 ก.พ. 2550 (10:59)
ทื่งมาก เอาใจช่วยนะ
sakura (IP:203.152.26.4)


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พวงร้อย
(P Khamriang)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,401 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 8 ปี
แบ่งปันความรู้ 1,144 ครั้ง
ได้รับดาว 233 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.