วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/226" type="text/javascript"></script>
เฮอเชล กับการค้นพบรังสีอินฟราเรด
นักดาราศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดใน ศตวรรษที่ ๑๘-๑๙ ค้นพบดาวเคราะห์ยูเรนัส ปี ค.ศ. 1781 สร้างแค็ตตาล็อกดาวที่ยังใช้กันมาจนทุกวันนี้สำหรับ ดาวคู่ และ เนบิวล่า NGC เป็นผู้ค้นพบ รังสีอินฟราเรด เป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบรังสีนอกเหนือไปจากแสงที่มองเห็นได้
ผู้เขียน: พวงร้อย ชมแล้ว: 44,279 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sun 21 January 2007, 2:17 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 21 January 2007, 2:53 pm

หน้าที่ 1 - ประวัติผลงาน


Sir Frederick William Herschel (ค.ศ. 1738-1822) เกิดในกรุง Hanover ประเทศเยอรมันนี ชื่อตัวในภาษาเยอรมันว่า Freidrich Wilhelm เป็นผู้มีชื่อทั้งในด้านดนตรีและดาราศาสตร์ เนื่องจากสุขภาพไม่ดีจึงต้องออกจากงานตำแหน่งนักดนตรีในกองทัพเยอรมัน ท่านได้ย้ายมาตั้งรกรากในประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1757 และได้เปลี่ยนชื่อให้สอดคล้องกับภาษาอังกฤษ ท่านได้ทำงานเป็นนักดนตรี นักแต่งเพลงซิมโฟนี และผู้กำกับวง มีผลงานทางดนตรีมากมาย ท่านมีน้องสาวชื่อ Caroline ซึ่งแต่เดิมเป็นนักร้องมีชื่อในเยอรมนี ได้ติดตามท่านมาอังกฤษเพื่อช่วยดูแลบ้าน และเป็นนักร้องให้พี่ชาย


ในยามว่างจากงานด้านดนตรี เฮอเชล ก็ชอบอ่านหนังสือค้นคว้าไปทุกอย่างที่สนใจด้วยตนเอง จนเมื่ออายุได้ ๓๕ ได้อ่านหนังสือทางฟิสิกส์เกี่ยวกับ แสง และ ดาราศาสตร์ จึงเริ่มสนใจที่จะดูดาว แต่ในสมัยนั้น กล้องดูดาวก็มีแต่กล้องเล็กๆที่เป็นแบบ refracting telescope และก็มีราคาแพงมาก ในตอนแรก เฮอเชล ก็ได้แต่เช่ากล้องมาดูแต่ก็ไม่เป็นที่พอใจ เฮอเชล จึงศึกษาวิธีสร้างกล้องดูดาวเอง เริ่มตั้งแต่หัดฝนเลนส์ด้วยตัวเอง และด้วยความช่วยเหลือของน้องชายชื่อ อเล็กซานเด้อร์ และ คารอไลน์ ผู้เป็นน้องสาว ก็ได้สร้างกล้องดูดาวที่มีกำลังมากขึ้นเรื่อยๆ

เฮอเชล จึงได้ออกแบบและสร้าง กล้องดูดาว โดยอาศัยหลัก reflecting คืออาศัยภาพสะท้อนของดาว แทนที่จะดูแสงโดยตรงจากดวงดาว อย่างเช่นแบบ refracting telescope เฮอเชล พัฒนาและปรับปรุงกล้องของเขาให้มีกำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ และสร้างกล้องดูดาวที่ดีที่สุดในโลกยุคนั้น



กล้องดูดาวขนาด ๒๐ ฟิต ของ เฮอเชล


ในปี ค.ศ. ๑๗๘๑ เฮอเชล ได้ค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่ เป็นครั้งแรกหลังจากดาวเคราะห์ ตั้งแต่ดาวพุธ ถึง ดาวเสาร์ ถูกค้นพบโดนนักดาราศาสตร์โบราณ โดยตอนแรก ท่านนึกว่า เป็นเพียงดาวหางดวงใหม่ แต่หลังจากแน่ชัดว่า เป็นดาวเคราะห์แล้ว ก็เป็นที่ตื่นเต้นกันเป็นอันมาก เป็นการยกฐานะนักดาราศาสตร์สมัครเล่นของ เฮอเชล ขึ้นมาเป็นนักดาราศาสตร์เต็มตัว ผู้มีชื่อเสียงทั่วโลกแทบจะชั่วข้ามคืน แต่แรก เฮอเชล เรียกดาวเคราะห์ดวงใหม่นีว่า Georgium Sidus ตามชื่อพระเจ้าจอร์จที่สาม ซึ่งเป็นกษัตริย์อังกฤษในเวลานั้น แต่ไม่เป็นที่ยอมรับของนักดาราศาสตร์สากล จนได้มีการเปลี่ยนมาเรียก ดาวยูเรนัส ตามธรรมเนียมการตั้งชื่อดาวเคราะห์ตามเทพเจ้าในตำนานกรีกที่กระทำกันมาแต่สมัยโบราณ


พระเจ้าจอร์จที่สาม จึงทรงโปรดปราน เฮอเชล เป็นอย่างยิ่ง ทรงสถาปนา เฮอเชล เป็น นักดาราศาสตร์หลวง มีเบี้ยบำนาญประจำปีอย่างที่ไม่ต้องไปสอนและเล่นดนตรีหาเลี้ยงชีพอีกต่อไป หากหันมาศึกษาค้นคว้าทางด้านดาราศาสตร์อย่างเต็มที่ และยังทรงอุปภัมภ์ทุนให้ เฮอเชล สร้างกล้องดูดาว ขนาดใหญ่ขึ้นตั้งแต่ ๑๒ นิ้ว ไปจนถึง ๒๐ นิ้ว


ในปี ค.ศ. ๑๗๘๑ เฮอเชลได้รับ Catalog of Nebulae and Star Clusters โดย Charles Messier แห่งประเทศฝรั่งเศส ซึ่งนับเป็นแค็ตตาล็อกดวงดาวฉบับแรก ทำให้ เฮอเชล หันมาสำรวจท้องฟ้าที่มองไปได้ไกลกว่าของเขา ด้วยกล้องดูดาวเยี่ยมที่สุดในโลก เฮอเชล และน้องสาว คารอไลน์ ก็ผูกขาดการสำรวจท้องฟ้า ที่เรียกว่า Deep Sky Serveys ซึ่งเน้นในการหา กระจุกดาว และ เนบิวล่า นอกเหนือไปจากที่ Messier ได้ค้นพบไว้แล้ว เฮอเชล และ คารอไลน์ ทำงานอย่างเป็นระบบและมีระเบียบมาก การใช้กล้องของเขาไม่ใช่ของง่าย เพราะคนดูต้องขึ้นไปยืนบนยกพื้นสูง ตาก็มองกล้อง สองมือก็ควบคุมกล้องอันใหญ่โต จึงเขียนอะไรไม่ได้ เฮอเชล ก็ตะโกนบอกให้น้องสาวจดตามไป คารอไลน์ เป็นผู้ที่มีนิสัยเหมือนกับเฮอเชล ที่ชอบอะไรคล้ายๆกัน และจงรักภักดีต่อพี่ชายเป็นที่สุด ทำงานเคียงข้าง เฮอเชล และได้ค้นพบดาวหางมากที่สุดในโลกสมัยนั้น และยังเป็นผู้อบรมให้การศึกษา จอห์น บุตรชายคนเดียวของ เฮอเชล ทั้งวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ จน จอห์น เมื่อเติบใหญ่ได้รับช่วงการทำงานด้านดาราศาสตร์จากพ่อจนนำชื่อเสียงแก่วงศ์ตระกูลอีกท่านหนึ่ง


ผลงานของสองพี่น้อง ภายในเวลาเพียง หนึ่งปีครึ่ง ก็ค้นพบเทหวัตถุถึง ๑,๐๐๐ ราย และได้รวบรวมเป็นแค้ตตาล็อกใหม่ ในปี ค.ศ. ๑๗๘๖ เรียกว่า William Herschel, 1786. [XXVII.] Catalogue of One Thousand new Nebulae and Clusters of Stars แต่ได้ตีพิมพ์ปรับปรุงใหม่อีกสองฉบับ ในปี ค.ศ. ๑๗๘๖ แต่ได้ตีพิมพ์ฉบับใหม่ๆตามมาอีกสองฉบับในปี ในปี ค.ศ. ๑๗๘๙ และ ๑๘๐๒ รวมเทหวัตถุที่พี่น้องสองท่าน ค้นพบรวมรวมได้ ถึง ๒,๕๐๐ รายการ ซึ่งนับเป็นแค้ตตาล็อกที่สำคัญมากสำหรับวิชาดาราศาสตร์ และนักดาราศาสตร์ ก็ยังใช้เป็นแหล่งอ้างอิงสำคัญในการศึกษาทางดาราศาสตร์มาจนทุกวันนี้ หลังจากได้รับการปรับปรุงโดยบุตรชายของท่านคือ John Herschel เรียกว่า New General Catalog ซึ่งมีชื่อย่อว่า NGC อันเป็นที่มาของชื่อเทหวัตถุบนฟ้าจำนวนมากที่เราศึกษากันจนทุกวันนี้


นอกจากค้นพบดาวเคราะห์ ยูเรนัส และสำรวจทำบันทึกแค้ตตาล็อกดาวที่สำคัญมากแล้ว เฮอเชล ก็ยังมีผลงานต่างๆอีกมากมาย ที่สำคัญคือ ศึกษาบันทึกการเคลื่อนตัวของดวงอาทิตย์ จนนำไปสู่การค้นพบว่า ดวงอาทิตย์ และระบบสุริยะ เคลื่อนที่ไปในอวกาศในทิศทางสู่กลุ่มดาว Hercules ในปี ๑๗๘๗ ค้นพบดาวบริวารของ ยูเรนัส สองดวงคือ Titania และ Oberon ใช้เวลาสองปี สร้างกล้องดูดาวขนาดยาว ๔๐ ฟิต แล้วค้นพบดาวบริวารของ ดาวเสาร์ สองดวงคือ Enceladus และ Mimas แต่เนื่องจากกล้องนี้ใช้ยากมาก เฮอเชล จึงไม่ค่อยได้ใช้ และหันกลับไปใช้กล้อง ๒๐ ฟิตตามเดิม ทำให้ไม่ได้ค้นพบดาวบริวาร์ของดาวเคราะห์มากกว่านี้ แต่อย่างไรก็ดี กล้องนี้เป็นกล้องดูดาวที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่นานถึง ๕๐ ปี



แผนผังกาแล้กซี่ทางช้างเผือก โดย เฮอเชล


เฮอเชล เป็นคนแรกที่พยายามศึกษาเข้าใจโครงสร้างและวาดผังของ ทางช้างเผือก รวมทั้งเริ่มตรองว่า อาจจะมีระบบ กาแล้กซี่ อื่นๆนอกเหนือจาก ทางช้างเผือก ของเราอีก แต่เนื่องจากสมัยนั้น ยังไม่มีใครทราบว่า มีมวลสารระหว่างดวงดาว หรือ ฝุ่นอวกาศ ที่ปิดกั้นไม่ให้เรามองเห็นผืนฟ้าอีกเป็นอันมาก และยังมีความเชื่ออีกว่า ดวงอาทิตย์อยู่ใกล้ศูนย์กลางของทางช้างเผือก (ดูดาวดวงที่สุกสว่างที่สุดใกล้ศูนย์กลางทางซ้ายในผังของ เฮอเชล) แม้จะเป็นผังที่ไม่ถูกต้อง แต่ก็สร้างขึ้นด้วยความรู้ทางดาราศาสตร์สูงสุดของยุคนั้นทีเดียว นับได้ว่า เฮอเชล เป็นผู้บุกเบิกการศึกษาด้าน จักรวาลวิทยา แต่แรกอีกท่านหนึ่ง

และ เฮอเชล ยังได้ค้นพบทางฟิสิกส์ที่สำคัญที่สุดตั้งแต่นิวตัน ค้นพบสเปคตรัมของแสงที่เรามองเห็นได้ คือได้ค้นพบรังสีอินฟราเรด เป็นนักวิทยาศาสตร์ท่านแรก ที่ค้นพบ และพิสูจน์ให้เห็นว่า ยังมีรังสีที่นอกเหนือไปจากแสงที่เรามองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งนับเป็นการบุกเบิกศาสตร์ใหม่ๆตามมาอย่างมากมาย รวมทั้งเข้าใจความเป็นไปของดวงดาวได้อย่างมากมายกว่าที่เราเคยศึกษากันมาแต่ดึกดำบรรพ์



หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 29 ส.ค. 2549 (09:44)
ขอบคุณเจ้าของกระทู้ ที่พยายามหาสิ่งดี ๆ มาให้อ่าน และขอขอบคุณนักวิทยาศาสตร์รุ่นเก่าที่พยายามสร้างองค์ควารมรู้ให้พวกเราได้ต่อยอด
thawankesmala เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1361 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พวงร้อย
(P Khamriang)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,401 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 8 ปี
แบ่งปันความรู้ 1,144 ครั้ง
ได้รับดาว 233 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.