วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/242" type="text/javascript"></script>
คลองมหานาค
วันนี้พานั่งเรือเทียวคลองกันดีกว่าค่ะ เริ่มที่คลองมหานาค สุนทรภู่เอ่ยไว้ในตอนต้น นิราศสุพรรณ ว่าร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ทั้งสองฟากฝั่งคลอง นั่งเรือไปเรื่อยๆ จนออกแม่น้ำเจ้าพระยา ก็คงเย็นสบายดี ถึงร้อนแดดก็มีร่มเงาต้นไม้และมีความเย็นของสายน้ำช่วยบรรเทาไอแดดได้
ผู้เขียน: เทาชมพู ชมแล้ว: 12,562 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 20 November 2006, 4:21 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 20 November 2006, 4:21 pm

หน้าที่ 1 -
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่
มหานาคฉวากวุ้ง


ชุ่มชื่นรื่นรุกข์สอง

คิดมิตรหมายครอง

กล้าตกรกเรื้อซ้ำ
 
คุ้งคลอง


ฝั่งน้ำ

สัจสวาดิ ขาดเอย

โศกทั้งหมางสมร

 



วันนี้พานั่งเรือเที่ยวคลองกันดีกว่าค่ะ เริ่มที่คลองมหานาค สุนทรภู่เอ่ยไว้ในตอนต้น นิราศสุพรรณ ว่าร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ทั้งสองฟากฝั่งคลอง นั่งเรือไปเรื่อยๆ จนออกแม่น้ำเจ้าพระยา ก็คงเย็นสบายดี ถึงร้อนแดดก็มีร่มเงาต้นไม้และมีความเย็นของสายน้ำช่วยบรรเทาไอแดดลงได้มาก



           คลองมหานาคที่ว่านี้สร้างขึ้นเมื่อคราวสร้างพระนคร ใน พ.ศ. ๒๓๒๖ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯให้ขุดขึ้นเป็นคูเมืองด้านตะวันออกค่ะ ความจริงเป็นคลองเดียวกับคลองโอ่งอ่างและคลองบางลำภู แต่ว่าเรียกชื่อแยกกันไปคนละอย่าง แล้วแต่ว่าจะผ่านตรงถิ่นไหนของเมืองหลวง แรงงานที่ใช้ขุดคือพวกเขมรจำนวนหนึ่งหมื่นคน ขุดจากแม่น้ำเจ้าพระยาตรงบางลำภูมาออกแม่น้ำเจ้าพระยาข้างวัดบพิตรพิมุขเป็นความยาว ๘๕ เส้น ๑๓ วา กว้าง ๑๐ วา ลึก ๕ ศอก ในตอนแรกพระราชทานชื่อว่า "คลองรอบกรุง" ไม่ได้เรียกว่าคลองมหานาค



           ทำไมถึงเรียกว่าคลองมหานาค ต้องชวนกลุ่มทัวร์ย้อนอดีตกลับไปถึงตอน กรุงศรีอยุธยาเสร็จสิ้นมหายุทธสงครามครั้งที่ ๑ เมื่อ พ.ศ. ๒๐๙๑ โน่นแน่ะค่ะ



           สงครามช้างเผือกคราวนั้นเป็นสงครามใหญ่ครั้งแรกของอาณาจักรศรีอยุธยากับหงสาวดี จบลงด้วยความสูญเสียหลายอย่างของทางฝ่ายไทย ที่สำคัญที่สุดคือสูญเสียสมเด็จพระสุริโยทัย เมื่อสงครามจบลง สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงเห็นความจำเป็นจะต้องคิดอ่านป้องกันพระนคร ให้รัดกุมขึ้นหลายอย่าง อย่างเปลี่ยนปราการเมืองจากเชิงเทินถมดินปักระเนียดไม้ มาเป็นกำแพงก่ออิฐถือปูนสร้างแบบฝรั่ง เรียกว่า ป้อมเพ็ชร อีกอย่างคือพระราชวังตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ดูใกล้ทางปืนข้าศึกเกินไปจนไม่ปลอดภัย ก็โปรดเกล้าฯให้ขุดคลองเป็นคูพระนครห่างออกไปถึงชายทุ่งภูเขาทอง กันข้าศึกไว้อีกชั้นหนึ่ง


           ในตอนนี้ละค่ะ ก็ถึงบทบาทของบุคคลสำคัญที่กลายมาเป็นผู้มีชื่อในประวัติศาสตร์ช่วงนี้ ท่านคือพระภิกษุรูปหนึ่งบวชอยู่ที่วัดภูเขาทอง พระภิกษุรูปนี้เรียกกันว่ามหานาค ถึงอยู่ในเพศบรรพชิตก็ยังเป็นผู้ห่วงใย และภักดีต่อราชการบ้านเมือง คิดว่าท่านคงเป็นพระมีชื่อเสียงผู้คนเลื่อมใสเอาการ จึงสามารถรวบรวมญาติโยมสานุศิษย์ได้เป็นจำนวนมากมาอาสาช่วยขุดคลองได้จนสำเร็จ ไม่ต้องกะเกณฑ์แรงงานพวกไพร่หรือเลกแต่ฝ่ายเดียว แต่หน้าที่นี้คงจะทำให้ท่านไม่สะดวกหลายๆอย่าง ในการครองเพศฆราวาส ท่านก็เลยสึกออกมารับตำแหน่งหัวหน้างาน จนขุดคลองเสร็จเรียบร้อย ชาวกรุงศรีฯจึงพากันขนานนามคลองนี้ตามชื่อของท่านว่า "คลองมหานาค"



           เวลาผ่านไป มหานาคก็ล่วงลับไปตามอายุขัย แต่ผลงานคุณงามความดีที่กระทำไว้ ก็ทำให้ชื่อยังติดแผ่นดินอยู่ หลังจากสิ้นรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พม่าไม่ได้มารบกวนไทยอีกเป็นเวลานานกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบปี บ้านเมืองก็ปกติสุข ถึงฤดูน้ำ คลองมหานาคก็กลายเป็นที่ชาวเมืองไปเล่นเรือ มีการละเล่นต่างๆ รื่นเริงบันเทิงใจกันมาจนกระทั่งสิ้นกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ. ๒๓๑๐




เมื่อสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นหลังจากเสียกรุงเก่าได้ ๑๕ ปี ความสนุกสนานของการเล่นเรือในคลองมหานาค ยังเป็นที่ติดตาตรึงใจอยู่ในความทรงจำของชาวกรุงศรีฯ คลองรอบกรุงส่วนที่อยู่ใกล้วัดสระเกศ กลายมาเป็นที่เล่นเรือของชาวกรุงเทพในฤดูน้ำหลาก เหมือนเมื่อครั้งเคยทำกันมาในอดีต จึงเอาเชื่อคลองมหานาคของกรุงเก่ามาเรียกชื่อคลองนี้อีกครั้งหนึ่ง



           เมื่อถึงรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างพระมหาสถูปที่วัดสระเกศ จึงเรียกชื่อว่า "ภูเขาทอง" เพราะอยู่ใกล้คลองมหานาค เลียนชื่อจากพระสถูปวัดภูเขาทองของพระนครศรีอยุธยา ที่อยู่ใกล้คลองมหานาคของเดิมเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นการ "ฝึกฟื้นใจเมือง" คือพลิกฟื้นกำลังใจจากความรุ่งเรืองของอาณาจักรเดิม ให้กลับมาบำรุงจิตใจคนไทยอีกครั้งหนึ่งในอาณาจักรใหม่








หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 14 เม.ย. 2550 (23:57)
ลูกทัวร์ ขอขอบคุณไกด์กิตติมศักดิ์เป็นอย่างมากค่ะ
มีทัวร์คลองในกรุงเทพฯเที่ยวหน้า ขอจองหนึ่งที่ค่ะ
คนรักของเก่า เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 10 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


เทาชมพู
(เทาชมพู)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 13,812 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 8 ปี
แบ่งปันความรู้ 5,218 ครั้ง
ได้รับดาว 185 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.