วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/244" type="text/javascript"></script>
โบท็อกซ์ (Botox): สวยด้วยยาพิษ
เคยได้ยินคำว่า “โบท็อกซ์” กันไหมครับ? เคยได้ยินไหมครับว่า มีสารที่ฉีดลบรอยเหี่ยวย่น (ตีนกา) บนใบหน้าได้? เรื่องจริงหรือเป็นเพียงคำเล่าลือ? ในบทความนี้ เราจะมาดูว่าคนเราอุตริวิตถารขนาดนำเอา “สารพิษ” มาใช้ประโยชน์ทำศัลยกรรมความงามกันได้อย่างไร
ผู้เขียน: ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์ ชมแล้ว: 41,861 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 13 May 2006, 10:54 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 13 May 2006, 10:54 pm

หน้าที่ 2 - จากการเยียวยาโรคสู่ ศัลยกรรมความงาม
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์

ฝ่ายบริหารจัดการความรู้

ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BioTec)

นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม






จากการเยียวยาโรคสู่ “ศัลยกรรมความงาม”

ในระยะแรกของการนำ “โบท็อกซ์” มาใช้งานนั้น จุดประสงค์หลักๆ ก็คือ เพื่อใช้สำหรับรักษาอาการกระตุกของกล้ามเนื้อตา อาการตาเหล่หรือตาเข ตลอดไปจนถึงอาการปวดตึง ผิดธรรมดาของกล้ามเนื้อคอ   โดยมีการอนุญาตให้ใช้ได้ในประเทศสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2532



แต่เรื่องของการฉีดโบท็อกซ์มาฮือฮากันจริงๆ ก็ตอนที่องค์การอาหารและยา สหรัฐฯ หรือที่นิยมเรียกกันย่อๆ ว่า เอฟดีเอ (FDA, Food and Drug Administration) อนุมัติให้ใช้ “โบท็อกซ์” เพื่อประโยชน์ในอุตสาหกรรมความงามในเดือนเมษายน 2545 เพราะฉะนั้น ใครไปฉีดโบท็อกซ์กันมาก่อนหน้านั้น ก็ควรจะรับทราบกันไว้ด้วยว่า เป็นการทำศัลยกรรมแบบผิดกฎหมายนะครับ เนื่องจากไม่มีหน่วยงานไหนในโลก รับรองความปลอดภัยให้นะครับ ส่วนของประเทศไทยนั้น องค์การอาหารและยา (หรือ อย.) อนุญาตให้ใช้ได้หรือไม่ ผมยังค้นข้อมูลแบบเป็นทางการไม่พบนะครับ ถ้าใครพอทราบช่วยบอกให้ทราบด้วยนะครับ



ประเด็นที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งก็คือ การฉีดโบท็อกซ์นั้นจะเห็นผลได้เร็วมากคือ อาจจะเพียงไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึง 2-3 วันภายหลังจากการฉีด แต่ผลจากการฉีดจะไม่คงอยู่อย่างถาวรนะครับคือ มีรายงานว่าจะอยู่ได้ราว 3-6 เดือน (อาจนานได้ถึง 8 เดือน) หากต้องการลบรอยย่นอีก ก็ต้องฉีดซ้ำอีก โดยจะต้องเป็นการฉีดโดยตรง ที่กล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆ เพื่อลดความเสี่ยง จากการแพร่กระจายของท็อกซิน ที่อาจจะเกิดขึ้นได้เช่นกัน



ตัวอย่างโบท็อกซ์สำเร็จรูป
ที่พร้อมใช้สำหรับศัลยกรรมความงาม
ความนิยมของโบท็อกซ์เห็นได้ชัดเจนจาก
คำเปรียบเทียบในโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมความงามชิ้นนี้





ความคลั่งไคล้ “ความงามแบบเปลือกๆ” นั้นมีอย่างมากมายมหาศาลจนเหลือเชื่อเลยล่ะครับ สมาคมศัลยกรรมพลาสติก เพื่อความงามแห่งอเมริกา (ASAPS, the American Society for Aesthetic Plastic Surgery) ระบุว่า การฉีดโบท็อกซ์ เป็นกระบวนการที่เติบโตเร็วที่สุด ในอุตสาหกรรมเสริมความงามในปี 2544 โดยพบว่ามีชาวอเมริกันจำนวน มากกว่า 1.6 ล้านคน ที่ฉีดโบท็อกซ์ ซึ่งเพิ่มมากขึ้นกว่าปีก่อนนั้นราว 46 เปอร์เซ็นต์



จำนวนดังกล่าวมากจน แซงหน้าจำนวนผู้ที่ผ่าตัดเสริมหน้าอก (ซึ่งเป็นศัลยกรรมความงาม อีกแบบหนึ่งที่ฮิตมากในสหรัฐฯ) ในปีนั้นเสียอีก และถ้าใครช่างสังเกตสักนิด ก็จะสังเกตเห็นได้ว่า ตัวเลขที่ผมยกมาเป็นของปี 2544 ซึ่งเป็นปีก่อนหน้าที่ FDA จะอนุมัติ ให้ใช้โบท็อกซ์ เพื่อประโยชน์ด้านความงามเสียอีก



ไม่แน่ว่าสาเหตุหลักๆ ของเรื่องนี้อาจจะมาจากคำโฆษณา ประเภทที่ว่า “คุณสามารถกลับเป็นหนุ่มสาวได้ง่ายๆ เพียงแค่การฉีดโบท็อกซ์เพียงเข็มเดียว” หรือไม่ก็ “ลบรอยเหี่ยวย่น รอยตีนกาได้ผลทันใจ” อะไรประมาณนั้น … ก็เป็นได้นะครับ



ไหนๆ ก็พาดพิงถึงเรื่องการผ่าตัดเสริมอกแล้ว ก็ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยว่า ข้อมูลที่ได้จากนิตยสาร Time ฉบับวันที่ 18 เมษายน 2548 ระบุว่า FDA ประกาศยกเลิกการใช้ “ซิลิโคน” สำหรับการผ่าตัดเสริมหน้าอกไปก่อนหน้านี้แล้วถึง 13 ปี สาเหตุหลักก็คือความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยมีสถิติที่ชี้ว่า ... มีโอกาสเสี่ยงสูงถึง 74 เปอร์เซ็นต์สำหรับคนไข้ ที่จะเกิดการแตกของถุงซิลิโคน ภายในระยะเวลา 10 ปีภายหลังการผ่าตัด



สูงจนน่าตกใจเลยนะครับ ... เอ ว่าแต่เมืองไทยยังใช้ “ซิลิโคน” สำหรับการผ่าตัดเสริมหน้าอกกันอยู่ (อย่างถูกกฎหมาย) หรือเปล่า ใครพอจะทราบไหมครับ ?





สวยแบบสุ่มเสี่ยง

ข้อมูลที่คนส่วนใหญ่น่าจะไม่ทราบกันก็คือ ในสหรัฐฯ นั้น การฉีดโบท็อกซ์เพื่อลบรอยเหี่ยวย่นหรือรอยตีนกา สามารถทำให้กับคนไข้อายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปเท่านั้น หรือสรุปง่ายๆ ก็คือ ศัลยกรรมความงามด้วยโบท็อกซ์ที่ทำกันอยู่นั้น จำนวนมากเป็นการทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งผมก็ยังสงสัยว่า … ในหมู่คนไทยนั้น ไม่ว่าแพทย์หรือคนไข้จะมีสักกี่คนที่ทราบเรื่องนี้ เพราะเห็นโฆษณากันโครมครามจนดูเหมือนว่า ใครที่ต้องการก็น่าจะทำได้ (ถ้ามีเงินพอจ่าย)!



นอกเหนือจากข้อควรระวังบางประการ จากการฉีดโบท็อกซ์ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์อาจจะมีผลทำให้โบท็อกซ์ออกฤทธิ์ได้ไม่ดี หรืออาจแย่ไปกว่านั้นอีกก็คือ ทำให้เกิดรอยแผล บริเวณตำแหน่งที่ฉีดโบท็อกซ์ได้อีกด้วย แต่คำเตือนที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นที่ FDA เตือนไว้เช่นกันก็คือ ในระหว่างการฉีดโบท็อกซ์ อาจเกิดผลข้างเคียงขึ้นได้เสมอ (มักจะเกิดกับคนไข้ราว 3-10 เปอร์เซ็นต์) จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแล อย่างใกล้ชิดของแพทย์ และต้องทำการฉีดในสถานที่ซึ่งมีเครื่องมือ พร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้



ผลข้างเคียงจากการฉีดโบท็อกซ์นั้น มีหลายรูปแบบด้วยกัน
ไม่ว่าจะเป็นอาการเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่ปวดศีรษะ คลื่นไส้ คัน เจ็บคอ มีไข้ มีอาการคล้ายเป็นหวัด ไปจนถึงเกิดอาการเจ็บปวดและเกิดแผลช้ำบริเวณที่ฉีด เกิดอาการกล้ามเนื้อเปลือกตาหย่อน กล้ามเนื้ออ่อนแรง และเกิดการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจส่วนบน เป็นต้น



ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดนั้น การฉีดโบท็อกซ์ที่ผิดขนาดไปมากๆ อาจทำให้คนไข้เสียชีวิตได้เช่นกัน



ความน่าหวาดเสียวของการทำศัลยกรรมความงามด้วยโบท็อกซ์



ในเอกสารการวิจัยทางการแพทย์ก็มีระบุว่า ผู้ที่ฉีดโบท็อกซ์บ่อยๆ นั้นมีผลข้างเคียงที่คาดไม่ถึงอีกอย่างหนึ่งก็คือ มีใบหน้าที่ “ดูคล้ายหน้ากาก” คือ   แลดูไม่มีอารมณ์ ความรู้สึกมากขึ้นทุกที   ซึ่งก็คล้ายกับอาการ ที่พบในผู้ป่วยที่โดนพิษโบท็อกซ์ ตามธรรมชาติบางราย ที่เป็นอัมพาตของกล้ามเนื้อใบหน้าบางส่วน เนื่องจากโบท็อกซ์ อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ง่ายและได้มาก การควบคุมปริมาณหรือโดส (dose) ของโบท็อกซ์ให้ถูกต้องเหมาะสม จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง



ลักษณะ “ใบหน้าแบบหน้ากาก” ของผู้ป่วยรายหนึ่งที่ได้รับโบท็อกซ์จากธรรมชาติ





วิทยาศาสตร์ฟุ่มเฟือย
= วิทยาศาสตร์เทียม?


จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า แม้ว่าเรื่องของโบท็อกซ์นั้น จะมีข้อมูลพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์รองรับอยู่จริง และไม่ได้เป็น “วิทยาศาสตร์เทียม” ด้วยตัวของมันเองก็ตามที   แต่ก็น่าสนใจไม่น้อยว่า   การที่เริ่มต้นจากเจตนาดีที่ต้องการนำ   โบท็อกซ์มาใช้ในการรักษาโรค



แต่ต่อมาก็เกิดเลยเถิดมาเป็นเรื่องของการทำศัลยกรรมความงามไปเสียได้ (เรียกว่า “ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ แต่พอเหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชา” ไปเสียนี่) ทำให้ช่วยเน้นย้ำว่า ...

ตัวความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่ได้มีความดีหรือความเลว โดยตัวของมันเอง แต่ขึ้นอยู่กับ “ผู้นำไปใช้” และ “จุดประสงค์ของการนำไปใช้” มากกว่า ว่าเป็นไป “เพื่อประโยชน์” หรือ “เพื่อผลประโยชน์”



นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกแต่จริงนะครับ … เวลาอ่านนิยายกำลังภายในจีนแล้ว เราอาจจะพบว่าในเนื้อเรื่องมีการ “ใช้พิษไปแก้พิษ” (เข้าทำนองสุภาษิตไทยที่ว่า “หนามยอกให้เอาหนามบ่ง”) ซึ่งฟังดูออกจะแปลกประหลาดพิกลมากแล้ว แต่การใช้พิษแก้พิษก็จะกลับกลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญไปเลย ... เมื่อเทียบกับโลกยุคโลกาภิวัตน์ที่มีการ “ใช้พิษเสริมความงาม” กันอย่างมากมายบานตะไท (ชนิดไม่กลัวตายกันเลยทีเดียว)




ลักษณะใบหน้าฉีดโบท็อกซ์ที่นักเขียนการ์ตูนเมืองนอกนิยมนำมาเขียนล้อเลียน





บทความต่อ: ดีท็อกซ์: ล้างพิษร่างกาย ... ทำได้จริงหรือ? ได้ที่
http://www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php?Aid=329




แหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์


สำหรับท่านที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับโบท็อกซ์หรือมาตรฐานเกี่ยวกับอาหารและยาชนิดต่างๆ ท่านสามารถหาความรู้ได้จากเว็บไซต์ของ FDA ที่ http://www.fda.gov/ อีกเว็บไซต์หนึ่งที่ให้ข้อมูลอย่างละเอียดละออเกี่ยวกับโบท็อกซ์และเรื่องอื่นๆ ทางการแพทย์ได้แก่ http://www.emedicine.com/





บทความนี้บางส่วนดัดแปลงจาก

นำชัย ชีววิวรรธน์ (2548), โบท็อกซ์ (Botox):สวยด้วยยาพิษ, คอลัมน์  ‘จับผิดวิทย์เก๊’, วารสารอัพเดท (UpDATE), ฉบับที่ 214

เกี่ยวกับผู้เขียน
ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ จบ ม.ปลาย จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และรับทุนการศึกษาโครงการ พสวท เพื่อศึกษาต่อ ป.ตรี ด้านชีววิทยา ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ป.โท ด้านชีวเคมี จากมหาวิทยาลัยมหิดล และสำเร็จปริญญาเอก Molecular Genetics จาก Kumamoto University ประเทศญี่ปุ่นจ๊ะ



ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ ไม่เพียงแค่เป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ฝีมือดีของ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ แต่ยังเป็นคนที่ถ่ายทอด เรื่องราววิทยาศาสตร์ได้อย่างดีเยี่ยม สนุกสนาน ฟังง่าย เข้าใจง่าย นอกเหนือจากผลงานวิจัย ดร.นำชัย มีผลงานด้านการเขียน เรื่องวิทยาศาสตร์ด้วยเช่นกัน ดังเช่น สู่ชีวิตอมตะ (เทคโนโลยีชีวภาพและการแพทย์ศตวรรษที่ 21), ดีเอ็นเอ ปริศนาลับรหัสชีวิต, จากอณูถึงอนันต์ วิทยาศาสตร์ต้องรู้, วิทยาศาสตร์ในสตาร์ วอร์ส เป็นต้น



ดร.นำชัย เป็นอีกหนึ่งท่าน ที่ขอเป็นอีกแรง ช่วยผลักดัน การเผยแพร่เรื่องราววิทยาศาสตร์ดีๆ สู่ประเทศไทย ผ่านวิชาการ.คอม



<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 1) หน้าถัดไป (หน้า 3) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 12 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 14 พ.ค. 2549 (09:38)
ขอบคุณ มากครับ ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ สำหรับบทความสวยด้วยยาพิษ วิธีการที่มนุษย์พยายามจะเอาชนะธรรมชาติ บางครั้งก็ไม่ได้คำนึงถึงผลที่จะตามมา ยิ่งวงการธุรกิจด้วย กำไร คือผลตอบแทนที่คุ้มค่า จะโทษโน้นโทษนี้คงจะไม่ถูกต้องนัก เป็นเพราะความต้องการของมนุษย์ต่างหาก แน่นอน ทุกคนอยากสวย ดูดี สง่างาม แต่อันตรายจากสารพิษเช่นนี้ สวยไม่ยั่งยืน ฝืนธรรมชาติมากเกินไป ย่อมไม่เกิดผลดีแน่ ความสวยจากกายภาพที่เหมาะสม จิตใจงดงามมีเมตตา วาจาที่ไพเราะ รู้กาละเทศะ ต่างหากคือความสวยที่บริสุทธิ์และแท้จริงครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 14 พ.ค. 2549 (10:37)
ขอบคุณอาจารย์นำชัย ชีววิวรรธน์ ครับที่นำความรู้ใหม่ๆมาให้ ถ้าเราสามารถเผยแพร่บทความนี้ออกไปได้ในวงกว้างคงจะมีคนทำศัลยกรรมความงามด้วยวิธีนี้กันน้อยลงนะครับ
PrinceArt เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 118 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 14 พ.ค. 2549 (11:51)
แล้ว Detox ล่ะคะ คืออะไร
c_cin เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 488 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 15 พ.ค. 2549 (14:55)
ขอบคุณคะที่นำเสนอความรู้ที่ดีๆ
ornyupa เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1281 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 129 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 15 พ.ค. 2549 (17:28)
ปล่อยให้เป็นไปตามกาลเวลาดีกว่าเห็นด้วยกับความเห็นที่3อยากทราบเรื่องdetoxด้วยคะ
ornyupa เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1281 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 129 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 16 พ.ค. 2549 (07:05)
ขอบคุณครับสำหรับความรู้ใหม่ๆ ส่วนdetox นั้นเข้าใจว่ามาจากdetoxication กระบวนการถอนพิษนะครับ
jayjay เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 106 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 30 พ.ค. 2549 (14:02)
ดร.นำชัย เห็นว่ามีแฟนๆหลายท่านสนใจเรื่อง ดีท็อกซ์ ก็เลยเขียนมาลงให้แล้วครับ
ในบทความต่อ: ดีท็อกซ์: ล้างพิษร่างกาย ... ทำได้จริงหรือ
ได้ที่นี่ http://www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php?Aid=329
อ๊อฟ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 739 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 254 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 16 มิ.ย. 2549 (12:36)
เคยดูในรายการ magacrever ฉลาดสุด ๆ

โบท๊อก สามารถแก้ไข ปัญหา ครายเหงื่อ ที่ติดตามเสื้อผ้า ได้ด้วยนี่ค่ะ

เลยสงสัยว่า เค้าทำยังไง อยากทราบรายละเอียดน่ะค่ะ
posterland เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 30 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 154 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 27 มิ.ย. 2550 (16:55)
44513
งืมสวยก้อใช่ว่าดีขอบคุณมากเลยนะคะ
waiwai379 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 148 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 10 ก.ค. 2550 (10:54)
ขอบคุณ ดร.นำชัยมากๆ นะคะ คือช่วงนี้รู้สึกหน้าหมองๆ รอบตาคล้ำและเริ่มมีริ้วรอยขึ้นมา ก็เลยไปที่ คลีนิคแพน เขาแนะนำให้ฉีด โบท็อกนี้แหละค่ะ เลยบอกว่าขอศึกษาก่อนพอได้เขามาอ่าน โชคดีมากๆ เลยค่ะที่ไม่ตัดสินใจฉีด เพราะไม่งั้นคงเสียทั้งเงินและอาจหน้าเสียเลยก็ได้ขอบคุณมากๆนะคะ รบกวนสอบถามด้วยนะคะ ปกติครีมทารอบดวงตามีอายุนานหรือเปล่าค่ะเพราะไปซื้อมาบอก ผลิตตั้งแต่ ปี 2005 ก็เลยไม่กล้าใช้เลยเสียดายไม่ดูก่อนมั่วแต่คุยกะพนักงานเขาค่ะ
yanisa เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 21 ก.ค. 2550 (22:38)
ขอบคุณนะคะ ที่ให้ความรู้ น่าสงสารคนที่ไปทามมาเค้าคงรู้เท่าไม่ถึงการ แย่จิง เหงแก่ตัวที่สุด เอาความสวยของผู้หญิงมาเล่นแบบนี้ แย่ แย่ แย่
nawa เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 18 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 18 ก.ย. 2550 (20:24)
โภชนาการควบคุมน้ำหนักที่ได้ผล และมีสุขภาพดีเยี่ยม !
ทำไมต้องใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อโภชนาการ?
เพราะเหตุที่น้ำหนักมากเกินเกณฑ์ปกติ และรูปร่างที่อวบอั๋น
เทอะทะ ขาดความมั่นใจในตัวเอง เป็นสัญญาณบอกถึงอาการ
ของคนอ้วน ! ซึ่งเป็นการก่อจุดกำเนิดของโรคที่ทำให้ผู้คน
เสียชีวิตเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน คือ !!
1. โรคหัวใจและหลอดเลือด
2. โรคมะเร็ง
3. โรคเบาหวาน
4. โรคเส้นโลหิตในสมองแตก ฯลฯ

ความอ้วนไม่ใช่เป็นอาการที่ติดต่อได้ แต่!! มีสาเหตุมาจาก
การบริโภคที่ผิดหลักโภชนาการ การปรุงแต่งสารเคมีในอาหาร
ความรีบเร่งในการรับประทานอาหาร เนื่องจากกิจวัตรประจำวัน
อันรีบเร่ง และมลพิษจากภายนอก ทำให้เกิดรูปร่างที่อวบอั๋น
อุ้ยอ้าย เทอะทะ และที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือ อาการเจ็บป่วย
เราสามารถแก้ไขหรือป้องกันได้ โดยการทำให้ร่างกายได้รับ
สารอาหารอย่างครบถ้วน ในปริมาณที่เหมาะสมอย่างได้สมดุล
กับร่างกาย ประกอบกับการใช้สมุนไพรจากธรรมชาติ
ในการกำจัดสารพิษ ต่อต้านอนุมูลอิสระ ( Free radical )
ที่สะสมมาเป็นเวลานานซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคเสื่อมต่างๆ
และโรคมะเร็ง !!

ขอแนะนำ !! ผลิตภัณฑ์เพื่อโภชนาการที่สมดุล
ซึ่งมีจุดเด่นคือ
< ไม่ใช่ยา! แต่เป็นอาหารที่สกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ 100%
ไม่มีสารเคมีเจือปน
< ให้สารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ รวมทั้งไฟเบอร์ในที่ปริมาณสูง
แต่มีไขมัน น้ำตาล และเกลือในปริมาณที่ต่ำ
< ย่อยง่าย ดูดซึมง่าย รสชาติอร่อย
< ไม่ต้องอดอาหาร ไม่ต้องออกกำลังกายหักโหม ลดน้ำหนักได้
แม้นั่งทำงานอยู่กับที่
< ไม่มีผลข้างเคียง ( Yo-Yo effect ) หลังรับประทาน เพราะไม่ใช่ยา
< รูปร่างดี หุ่นสวยได้ ภายใน 2 สัปดาห์
< มีผู้ใช้ผลิตภัณฑ์กว่า 40 ล้านคนทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย
และจำหน่ายมานานกว่า 27 ปี (ในไทย 10 ปี)
< ได้รับ อย. กว่า 64 ประเทศทั่วโลก รวมทั้ง อย. ของประเทศไทย
จึงมั่นใจในคุณประโยชน์ และความปลอดภัย
< มีระบบติดตามผลการรับประทาน และรับรองผล
ภายใน 1 เดือน ด้วยระบบคืนเงิน
< เพียง 39 บาทต่อมื้อ ก็ลดน้ำหนักได้
< น้ำหนักตัวที่ต่ำกว่ามาตรฐานก็สามารถแก้ไขได้
ด้วยโปรแกรมการรับประทานที่เหมาะสม

- โรคภูมิแพ้ ไซนัส หอบ หืด ริดสีดวงทวาร โรคเก๊าท์ ปวดข้อ
ปวดเข่า ไมเกรน ปวดประจำเดือนและโรคผอม น้ำหนักน้อย
เกินไป โปรแกรมโภชนาการนี้ ก็สามารถแก้ไขความบกพร่องนี้ได้
- จัดส่งสินค้าทั่วประเทศ โดยระบบพัสดุเก็บเงินปลายทาง
สำหรับท่านใดที่ต้องการรายละเอียด ขอข้อมูลเพิ่มเติมฟรีได้ ที่ คุณธัญญ์นรี (อิ๋ว) โทร.085-9375466 หรือที่ http://www.trendbody.com/index.asp?id=826
atisan เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 13 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


Namchai BioTec
(ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,811 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 3 ปี
แบ่งปันความรู้ 272 ครั้ง
ได้รับดาว 44 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.