คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/246" type="text/javascript"></script>
ดุสิตธานี
ไม่ใช่โรงแรมใหญ่ในกรุงเทพฯ แต่หมายถึง เมืองเล็กๆคล้ายเมืองตุ๊กตาประกอบด้วย พระราชวัง ศาลารัฐบาล วัดวาอาราม อาคารกลุ่ม บ้านใหญ่ และ บ้านน้อย ประมาณเกือบสองร้อยหลัง สร้างด้วยฝีมือประณีตบรรจงเห็นรายละเอียดปลีกย่อย
ผู้เขียน: เทาชมพู ชมแล้ว: 17,985 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 19 July 2005, 1:38 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 19 July 2005, 1:38 pm
อยู่ในส่วน: ประวัติศาสตร์

หน้าที่ 1 -
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

           วันนี้พาทัวร์แบบย้อนอดีตค่ะ ไปเที่ยวดุสิตธานีกัน
เปล่าค่ะ ไม่ได้ไปโรงแรมใหญ่ในกรุงเทพฯ แต่ว่านั่งยานเวลากลับไป พ.ศ. ๒๔๖๑ ในสมัยรัชกาลที่
๖ ยุคที่เมืองหลวงยังมีสภาพแบบเมืองปนสวนอุดมสมบูรณ์ มีน้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา
อากาศดีหายใจได้เต็มปอด มีถนนไม่กี่สาย แต่ว่างจากยวดยานพาหนะ เราจะได้นั่งยานแล่นฉิวไปหยุดตรงประตูทางเข้าพระราชวังดุสิต
แล้วลงจากรถเดินเกาะกลุ่มกันเข้าไปด้วยกัน

           โน่นค่ะ เดินไม่ทันเมื่อย ไปถึงอ่างหยกสระน้ำใหญ่ในบริเวณพระราชวัง จะเห็นมีสนามหญ้าราบเรียบคั่นระหว่างอ่างหยกตรงนี้กับพระที่นั่งอุดร
ซึ่งเป็นที่ประทับของพระเจ้าอยู่หัว สนามตรงนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส มีเนื้อที่ประมาณ
๒ ไร่ครึ่ง เป็นที่ตั้งของเมืองเล็กๆคล้ายเมืองตุ๊กตาประกอบด้วย
พระราชวัง ศาลารัฐบาล วัดวาอาราม อาคารกลุ่ม บ้านใหญ่ และ บ้านน้อย

ประมาณเกือบสองร้อยหลัง สร้างด้วยฝีมือประณีตบรรจงเห็นรายละเอียดปลีกย่อย ทาสีสวยสด
มีสวนดอกไม้และถนนสายยาวสายเล็กๆลัดเลี้ยวผ่านหน้าบ้านไปจนทั่วเมือง ปลูกต้นไม้เล็กๆไว้ร่มรื่นข้างถนนสายสำคัญ
พอตกกลางคืน ไฟฟ้าที่ติดไว้ในบ้านก็เปิดสว่างแลระยิบระยับเมื่อมองจากที่ไกล สวยงามราวกับเมืองในเทพนิยาย
ถ้าหากว่ายังดูแลทะนุบำรุงไว้จนทุกวันนี้ ก็จะเป็นเมืองจำลอง ที่อวดนักท่องเที่ยวได้ไม่แพ้เมืองจำลองมาดูโรดัมในเนเธอร์แลนด์เลยทีเดียว

พระราชวัง
 
ศาลารัฐบาล
 
วัดวาอาราม
 
อาคารกลุ่ม
 
บ้านใหญ่
 
บ้านน้อย
 



เมืองจำลองนี่ละค่ะ ชื่อ "ดุสิตธานี"




           ดุสิตธานีมีพลเมืองคือเจ้าของบ้านแต่ละหลัง แต่การมีบ้านในนั้นไม่ใช่ของง่าย ผู้ปลูกจะต้องยื่นเรื่องราวขอซื้อที่ดินปลูกบ้าน
ณ ตำบลใดตำบลหนึ่งในเมืองก่อน เมื่อได้รับพระบรมราชานุญาตแล้วก็ต้องยื่นแปลนบ้านให้เจ้าหน้าที่โยธาธิการพิจารณา
ได้รับอนุมัติแล้วจึงไปสร้างบ้านมาจากภายนอก แล้วยกเข้ามาตั้งไว้ในเมืองได้ ต่อจากนั้นต้องดูแลรักษาบ้านของแต่ละคนให้อยู่ในสภาพดี
ยื่นคำร้องของติดตั้งไฟฟ้า และน้ำประปาแล้วจ่ายค่าน้ำค่าไฟตามกำหนด ถ้าหากว่าปล่อยบ้านให้รกรุงรังก็จะถูกคณะนคราภิบาลตักเตือนได้


            การดูแลบ้านเป็นของยากยิ่งกว่าปลูกบ้าน เจ้าของต้องเอาใจใส่ไปนั่งตัดเล็มหญ้าที่ขึ้นรกแค่ไม่กี่นิ้วก็ท่วมหลังคาบ้าน
ถ้าถอนก็ต้องค่อยๆถอนออกทีละต้น ถ้าหลอดไฟขาดก็ต้องเปิดหลังคาใส่หลอดใหม่ และต้องรบรากับผู้บุกรุกไม่รู้จบคือพวกคางคกอึ่งอ่างที่ชอบเข้าไปอาศัยในบ้าน
ถึงกับมีภาพวาดล้อเลียนอึ่งอ่างกระโดดเข้าจวนเทศา ลงในหนังสือพิมพ์ "ดุสิตสมิต"






ภาพวาดล้อเลียนอึ่งอ่างกระโดดเข้าจวนเทศา




            อย่างไรก็ตาม "ดุสิตธานี" ไม่ใช่เมืองตุ๊กตาเป็นของเล่นสนุกๆนะคะ แต่เป็นแบบทดลองของการปกครองแบบตะวันตกที่คนไทยสมัยนั้นยังไม่รู้จักมาก่อน
รูปแบบการดำเนินงานดัดแปลงมาจากธรรมนูญการปกครองเทศบาลของอังกฤษ เริ่มด้วยพลเมือง(เรียกว่านาคร)
ลงเสียงเลือกตั้งผู้แทนในแต่ละอำเภอของดุสิตธานี เรียกผู้แทนว่า เชษฐบุรุษ แล้วเชษฐบุรุษ
ก็ไปเลือกคณะ นคราภิบาลมาปกครองเมืองดุสิตธานีอีกที มีการออก"ธรรมนูญลักษณะปกครองคณะนคราภิบาลกันอย่างจริงจัง
มีการประชุมดำเนินงานกันแบบของจริง

            พระราชประสงค์ในการสร้าง"ดุสิตธานี"เห็นได้จากพระราชดำรัสในวันเปิดศาลารัฐบาลดุสิตธานี
ว่า"…วิธีการดำเนินงานในธานีเล็กๆของเราเป็นเช่นไร ก็ตั้งใจไว้ว่าจะให้สยามประเทศได้ทำเช่นเดียวกัน
แต่จะให้เป็นการสำเร็จรวดเร็วทันใจดังธานีเล็กนี้ ก็ยังทำไปทีเดียวยังไม่ได้ โดยมีอุปสรรคบางอย่าง
"

" เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าขอให้ราชการทั้งหลายตลอดจนทวยนาคร จงตั้งใจกระทำกิจการของตนตามหน้าที่ให้สมกับธานีซึ่งได้จัดตั้งขึ้นนี้
ในไม่ช้าก็จะได้แลเห็นผลของประเทศสยามว่าจะเจริญไปได้เพียงไร "

           กิจกรรมในเมืองมีหลายอย่างล้วนแต่ทันสมัย คือการออกหนังสือพิมพ์ ตั้งพรรคการเมือง
จัดตั้งธนาคารเรียกว่าดุสิตธนาคาร มีเช็คเล็กๆรับจ่ายเงินในเมืองนี้ได้ เมื่อนึกว่าในยุคนั้นยังไม่มีกฎหมายเลือกตั้งในสยาม
ดุสิตธานีก็เป็นแบบแผนการปกครองแบบใหม่ มีมาก่อนระบอบประชาธิปไตย และระบบเทศบาลในเวลาต่อมา

ใครคือชาวเมืองดุสิตธานี? บุคคลสำคัญคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ทรงอยู่ในฐานะชาวเมืองคนหนึ่งใช้ชื่อว่า
"นายราม ณ กรุงเทพ " เป็นเนติบัณฑิต อาชีพทนายความ มีบ้าน ๓ หลังชื่อ
บ้านผูกใจบ้านหย่อนใจ และบ้านโปร่งใจ ส่วนนาครคือข้าราชบริพารที่ใกล้ชิดพระเจ้าอยู่หัวเป็นผู้ที่ทรงใช้สอยไว้วางพระราชหฤทัย
มีตั้งแต่มหาดเล็ก บุตรหลานขุนนางข้าราชการไปจนถึงหม่อมเจ้า ทรงเลือกผู้คนเหล่านี้
ซึ่งยังไม่รู้จักระบอบการปกครองแบบตะวันตกมาแนะนำสั่งสอนให้รู้จักการเลือกตั้ง
นาครมีสิทธิ์เลือกคนที่ตนพอใจมาปกครองดุสิตธานี คนไหนที่นาครไม่พอใจก็ไม่สามารถเป็นผู้บริหารได้นาน
นอกจากนี้การออกหนังสือพิมพ์ อย่าง ดุสิตสมิต ดุสิตสมัย ดุสิตสักขี ก็เพื่อเปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ร้องทุกข์ วิเคราะห์ วิจารณ์ ซึ่งเป็นสิ่งใหม่ไม่เคยมีในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาก่อน






บ้านผูกใจ




           ในพ.ศ. ๒๔๖๒ ปีต่อมา สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชนนีเสด็จสวรรคต ณ พระราชวังพญาไท
พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชหฤทัยอาลัยรักพระบรมราชชนนีมาก จึงทรงแปรพระราชฐานไปประทับที่พระราชวังพญาไท
แล้วย้ายดุสิตธานีไปสร้างใหม่มีบริเวณกว้างขวางกว่าเก่า มีบ้านเรือนใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯขยายการอบรมเรื่องประชาธิปไตยไปถึงช้าราชการภายนอก ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
สมุหเทศาภิบาล และนายอำเภอเข้าไปฝึกอบรมด้วย

           น่าเสียดายที่พอสิ้นรัชกาล ดุสิตธานีไม่ได้รับการทะนุบำรุงต่อ เมืองน้อยๆก็ทรุดโทรมลงไป
สิ่งก่อสร้างกระจัดกระจายไปอยู่ตามที่ต่างๆ บ้านจำลองบางหลังเจ้าของยกกลับไปไว้บ้านเป็นที่ระลึก
บางหลังก็ปรักหักพังไปตามเวลา หลงเหลือมาเป็นส่วนน้อยในปัจจุบันที่เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ทางเหนือ
เมืองดุสิตธานีทั้งเมืองจึงเหลือแต่ภาพถ่ายอย่างที่ลงในบทความนี้ และเรื่องราวเบื้องหลัง
รวบรวมขึ้นด้วยความอุตสาหะของข้าราชบริพารบางท่าน ที่ยังจดจำเรื่องนี้ไว้เป็นอนุสรณ์พระราชปณิธานในพระเจ้าอยู่หัว







หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 20 ก.พ. 2549 (17:47)
ชอบมากๆๆ นุก มีสาระด้วย
tuta (IP:203.151.141.195,203.150.98.131,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 20 มี.ค. 2549 (17:45)
ขอบคุณ อาจารย์เทาชมพู ได้ความรู้เพิ่มเยอะเลยครับผม
กฤษดาภินิหาร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 26 เม.ย. 2549 (18:01)
ฯพณฯ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล อดีตมหาดเล็กรับใช้ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเล่าไว้ว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จพระราชดำเนินเหยียบดุสิตธานีในฐานะพระเจ้าแผ่นดินเพียง ๒ ครั้ง ครั้งแรกในการทรงเปิดศาลารัฐบาลมณฑลดุสิตราชธานี ซึ่งได้พระราชทานกระแสพระราชดำรัสซึ่งมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า วิธีการใดๆ ในธานีเล็กๆ แห่งนี้ ก็หวังใจว่า จะได้นำไปใช้ในประเทศสยามต่อไป และอีกครั้งหนึ่งเมื่อเสด็จฯ ไปทรงวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์ทหารอาสาซึ่งเสียชีวิตในงานพระราชสงครามทวีปยุโรป (สงครามโลกครั้งที่ ๑) นอกจากนั้นเสด็จฯ ในฐานะ นายราม ณ กรุงเทพ เนติบัณฑิต และพระรามราชมุนี เจ้าอาวาสวัดธรรมาธิปไตย ซึ่งต่างก็เป็นทวยนาคร (พลเมือง) ของดุสิตธานี
V_Mee เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 225 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 21 มิ.ย. 2549 (18:12)
เคยได้ยินแต่ชื่อส่วนรายละเอียด พึ่งทราบนี่แหละค่ะ ขอบคุณท่านอาจารย์ เป็นอย่างสูงค่ะ
tuka007 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 335 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


เทาชมพู
(เทาชมพู)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 12,581 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 5,218 ครั้ง
ได้รับดาว 178 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ดุสิตธานี [17,986]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,326]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [398,275]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [417,468]
Global Warming { English } [159,879]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.