คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/255" type="text/javascript"></script>
แค้นของกวี
เมื่อถึงคราวอกหัก กวีจึงสร้างโวหารแค้นได้ลึกไม่น้อยกว่าอารมณ์รัก
ผู้เขียน: เทาชมพู ชมแล้ว: 41,362 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 17 January 2007, 4:52 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 8 January 2008, 2:51 pm
อยู่ในส่วน: ภาษาวรรณคดี

หน้าที่ 1 - แค้นของกวี
ใครที่ชอบอ่านวรรณคดีไทยคงเคยซาบซึ้งตรึงใจกับคำรำพันรักของกวีไม่มากก็น้อย เพราะขึ้นชื่อว่ากวีย่อมมีอารมณ์อ่อนไหว ถ้ารักก็รักหวานชวนเคลิบเคลิ้ม บรรยายความรักว่ายิ่งใหญ่ยั่งยืนกว่าดินฟ้ามหาสมุทร อย่างสุนทรภู่แต่งให้พระอภัยมณีเกี้ยวนางละเวง


ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร
ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน
ถึงอยู่ในใต้ฟ้าสุธาธาร
ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา

แม้เนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ
พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา
แม่เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา
เชยผกาโกสุมประทุมทอง

เจ้าเป็นถ้ำอำไพขอให้พี่
เป็นราชสีห์สมสู่เป็นคู่สอง
จะติดตามทรามสงวนนวลละออง
เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชาติไป


พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพรรณนาความรักใน วิวาหพระสมุทร ไว้จับใจไม่น้อยกว่าสุนทรภู่


ถึงกลางวันสุริยันแจ่มประจักษ์
ไม่เห็นหน้านงลักษณ์ยิ่งมืดใหญ่
ถึงราตรีมีจันทร์อันอำไพ
ไม่เห็นโฉมประโลมใจก็มืดมน

อ้าดวงสุริย์ศรีของพี่เอ๋ย
ขอเชิญเผยหน้าต่างนางอีกหน
ขอเชิญจันทร์แจ่มกระจ่างกลางสกล
เยี่ยมให้พี่ยลเยือกอุรา



แต่ก็อย่างว่าละค่ะ ความรักน้อยครั้งจะยั่งยืนตลอดรอดฝั่ง รักกันแล้วก็ร้างกันได้ ถึงตอนนี้ น้ำผึ้งหวานก็กลายเป็นขม ทำใจให้กลายเป็นแค่เพื่อนอย่างยุคมิลเลนเนี่ยมไม่ได้ เมื่อถึงคราวอกหัก กวีจึงสร้างโวหารแค้นได้ลึกไม่น้อยกว่าอารมณ์รัก บทพรรณนาเหล่านี้ไม่ค่อยจะมีใครนึกถึงกัน แต่ความจริงก็เป็นวาทศิลป์ที่เพริศแพร้วไม่น้อยหน้าบทรัก และหลายบทยังมีลูกเล่นคำเปรียบเทียบที่คมคายกว่าโวหารรักเสียอีก

กวีไทยเกือบทั้งหมดเป็นชาย จึงบรรยายอารมณ์แค้นของพระเอกออกมาได้แบบถอดหัวใจชาย เริ่มต้นด้วยตัดพ้อต่อว่าที่ไม่รักจริงเสียก่อน แล้วก็แบบผู้ชาย เมื่อหมดรักก็หมดการให้เกียรติผู้หญิง จึงมักจบลงด้วยการดูหมิ่น ฟอร์มที่เห็นกันมากคือเปรียบเปรยแบบนึกว่าเธอเป็นหงส์ที่แท้เป็นกาอะไรทำนองนั้น อย่างในเพลงยาวพระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์เมื่อสมัยอยุธยาตอนปลาย ไม่ทราบว่าท่านตัดพ้อใครเอาไว้



ไม่รักเนื้อเชื้อเช่นว่าเป็นหญิง
ช่างทิ้งสัจเสียกระไรน่าใจหาย
พี่นี้หลงเชื่อลมแต่งงมงาย
ไม่หมายเลยว่าน้องจะทองแดง

ตระกูลหงส์ย่อมประจงแต่โบกขเรศ
ตามเพศพิไสยที่เคยแสวง
มิรู้กาผ่าพงศ์มาลงแปลง
เข้าปลอมแหล่งแฝงเล่นไม่เห็นรอย



การตัดพ้อของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ก็ยังดูนิ่มๆ ไม่แปลกอะไรมาก แต่โวหารแค้นที่คมคายกว่านี้เห็นจะไม่มีที่ไหนเกิน ขุนช้างขุนแผน ตอนที่เป็นพระราชนิพนธ์ ในรัชกาลที่ ๒ เมื่อขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้างไปเอาตัวนางวันทองกลับมาครอง สมเด็จพระพุทธเลิศหล้าคงจะทรงชำนาญเรื่องหมากรุก จึงประยุกต์การแพ้หมากรุกเข้ากับอารมณ์แค้นของขุนแผนได้ไม่ซ้ำแบบกวีคนไหน ใครที่เป็นเซียนหมากรุกก็คงเข้าใจความรู้สึกเสียใจและเสียหน้าแค่ไหน ยามถูกรุกฆาตแพ้ตกกระดานไปในที่สุด


ชิจิตชะใจวันทองเอ๋ย
กระไรเลยตัดได้ไปเป็นปลิด
ขาดเม็ดเด็ดเรือไม่เผื่อคิด
ม้าลาเล็ดลิดอยู่อลวน

จากเบี้ยเสียสองเพราะต้องคาด
ฟันฟาดเบี้ยหงายกระจายป่น
ม้าก้าวยาวเรือก็เหลือทน
เมื่อพี่จนแล้วจะไล่แต่รายโคน



ขอยกบทแค้นของกวีที่รสชาติแสบสันที่สุดมาส่งท้าย น่าเสียดายว่าเป็นบทที่ไม่ค่อยจะมีใครรู้จักกันนัก เป็นพระนิพนธ์ในพระองค์เจ้าทินกร กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ พระราชโอรสในรัชกาลที่ ๒ เล่ากันว่าทรงพบรักกับสตรีชาววังคนสวยจนได้มาเป็นหม่อมสมพระทัย แต่ไม่ยักแฮปปี้เอนดิ้ง เพราะเธอเป็นหม่อมอยู่ไม่นาน จะเป็นเพราะคับแค้นใจหรือเบื่อก็ไม่แน่ ก็พบรักใหม่กับกรมพระพิทักษ์เทเวศรซึ่งไม่ใช่ใครอื่นเป็นพระเชษฐาองค์รองของกรมหลวงภูวเนตรฯนั่นเอง เธอจึงทูลลากรมหลวงภูวเนตรฯไปเป็นหม่อมของกรมพระพิทักษ์ฯ แต่ก็ไม่จบที่รายนี้อยู่ดี อยู่กันไม่นานเธอก็อำลาพระสวามีองค์ที่สองไปอยู่กับคนที่สามคือพระเชษฐาองค์ใหญ่ กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ แต่ก็อยู่กันไม่ยืดอีกจนได้

ความแค้นของกรมหลวงภูวเนตรจึงหลายซับหลายซ้อน แค้นผู้หญิงด้วยแค้นผู้ชายด้วย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะชายที่ว่าเป็นพระเชษฐา จึงทรงระบายอารมณ์แค้นออกมาหมดเปลือกในเพลงยาว เทียบองค์เองเป็นอ้อยท่อนปลายที่หม่อมเคี้ยวชิมก่อน แล้วหาเรื่องว่าหมดหวานก็เลยไปกินต่อที่กลางท่อน แล้วยังไม่สาแก่ใจไปกินต่อถึงโคนอ้อย ส่วนผู้หญิงก็กลายเป็นหญิงตัณหาจัดไปตามฟอร์ม ไม่เหลือแล้วความรักที่เคยมีต่อกัน



อ้อยลำเดียวเคี้ยวคายปล้องปลายก่อน
ถึงกลางท่อนโทษปลายว่าวายหวาน
ข้างโคนปล้องลองจับเข้ารับทาน
จะลงอมชมชานว่าหวานจริง

ไม่เคยเห็นเช่นนี้ผู้ดีดะ
ช่างจัดจะใจจิตผิดผู้หญิง
ฤาสองพักตร์เพียงพระยาพาลีลิง
จึงโจนต่ายร่ายกิ่งไม่นิ่งนาน

เราป่วยปลาตขาดงานไม่นานนัก
มาด่วนยักย้ายแย้แปรสถาน
ฤาเต็มกลั้นอั้นอดเมื่องดงาน
ให้เงี่ยนง่านทะยานอยากจนรากเรอ



อ่านมาถึงตอนนี้ ใครที่นิยมสิทธิสตรีคงจะตั้งคำถามขึ้นในใจว่า ปล่อยให้ผู้ชายว่าเอาๆอยู่ฝ่ายเดียวเท่านั้นหรือ แล้วผู้หญิงตอบกันอย่างไรบ้าง ก็จะขอยกคำตอบมาเป็นตัวอย่างว่าผู้หญิงยามแค้นก็ย้อนได้ไม่เบาเหมือนกันค่ะ นางศกุนตลาเคยย้อนท้าวทุษยันต์เอาไว้ในทำนองประชดประชัน เหน็บแนมได้ไม่เบาเหมือนกันว่า


.............................พระทรงภพ
ผู้ปิ่นโปรพฤาสาย
พระองค์เองไม่มียางอาย
พูดง่ายๆย้อนยอกกลอกคำ

มาหลอกลวงชมเล่นเสียเปล่าเปล่า
ทิ้งข้าคอยสร้อยเศร้าทุกเช้าค่ำ
เด็ดดอกไม้มาดมชมจนช้ำ
พระก็ไม่จดจำนำพา

เหมือนผู้ร้ายย่องเบาเข้าลักทรัพย์
กลัวเขาจับวิ่งปร๋อไม่รอหน้า
จงทรงพระเจริญเถิดราชา
ตัวข้าขอลาแต่บัดน



ศกุนตลาเป็นลูกสาวพระฤาษีเกิดจากนางฟ้า ถือว่ากำเนิดเป็นสตรีสูงศักดิ์ก็เลยตัดพ้อสุภาพไม่ผาดโผนนัก ถ้าจะดูบทตอบโต้ชนิดแสบก็ต้องอย่างนางวันทองที่แค้นขุนแผน จนถึงกับประกาศตัดเยื่อใยกันไม่ให้เหลือร่องรอยของอีกฝ่าย ขนาดล้างบ้านให้หมดร่องรอยสามีที่เคยอยู่ในบ้าน แม้แต่เว็จหรือส้วมหลุมนอกบ้าน ก็จะขุดขึ้นมากลบฟื้นดินเสียใหม่ให้หมดร่องรอยคนเคยใช้ เรียกว่ากำจัดกันแบบล้างเสนียดเลยทีเดียว



ว่าพลางโจนขึ้นบนสะพาน
จะตักน้ำล้างบ้านเอาตีนสี
สิ่งไรมิให้เป็นราคี
น้ำท่ามีอยู่จะถูเช็ด

ทั้งน้ำมันกระจกกระแจะแป้ง
จะทิ้งไว้ให้แห้งเป็นสะเก็ด
ให้สิ้นวายหายชาติของคนเท็จ
จะขุดเว็จฟื้นดินให้สิ้นรอย

ขาดเด็ดเสร็จกันในวันนี้
ไม่มีอาลัยเท่าปลายก้อย
ถึงพระอินทร์ลงมาว่าก็อย่าคอย
ที่วันทองนั้นจะถอยมาคืนดี



หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 10 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 2 มี.ค. 2549 (00:51)
เคยแต่แต่งเล่นๆ นึกเอาอารมณ์สมัยอกหักมาใส่เป็นกลอนว่า

เสียรักโศกตรมขมจิต
ยิ่งคิดยิ่งแค้นแน่นอก
ร้อนดั่งเปลวไฟในนรก
ต้องพกติดตนจนตาย
ขอสาปตราบสิ้นชีวิต
เวรติดตามไปไม่หาย
ขอจงอกหักรักทลาย
อย่าหมายได้ชมสมใจ

บางคนบอกว่าคล้ายท่านอังคาร
เข้าใจหาเหามาใส่กบาลให้ดีแท้
สู่ฝัน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 8 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 11 มี.ค. 2549 (14:25)
คิดว่าอารมณ์แค้นเนื่องจากการเจ็บปวดของกวี
มาจากอารมณ์ความรู้สึก "รักแบบครอบครอง"

กวีท่านสุนทรภู่อยู่บนพื้นฐานศาสนาพุทธ(เคยบวชเรียนด้วย) เชื่อเรื่องการเกิดใหม่ เมื่อกวีมีรักแบบเนื้อหนัง(ปฏิพัธดิ์)จึงขอตามรักตามครอง(นางอันเป็นที่รัก)ทุกชาติ ๆ ไป

ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน
ถึงอยู่ในใต้ฟ้าสุธาธาร ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา
แม้เนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา
แม่เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา เชยผกาโกสุมประทุมทอง
เจ้าเป็นถ้ำอำไพขอให้พี่ เป็นราชสีห์สมสู่เป็นคู่สอง
จะติดตามทรามสงวนนวลละออง เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชาติไป
นิรนารี เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 43 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 11 มี.ค. 2549 (14:28)
กวียุคไฮเทค แฮ่ม (ขอลองม่าง)
และอารมณ์+ความรู้สึกแบบสากลประชาธิปไตย รักไม่ครอบครอง แต่ให้เสรีภาพ

อดทนไปไม่จดจำคราทำผิด
จะไม่อิจฉายกตัวมัวผยอง
มิหยาบคายหมายทำเริงลำพอง
มิคะนองฉุนจดจำย้ำประจาน

ประพฤติผิดจิตขมมิชมชื่น
ควรระรื่นประพฤติชอบมอบคำหวาน
รักจึงยอมออมอดแม้คดนาน
ผิดบางด้านยังศรัทธาบูชาด้านดี

เชื่อในสิ่งดีซึ่งมีในทุกมนุษย์
หวังจะฉุดรังสรรค์ปั้นราศรี
ทนท่ามทุกข์สุขเอมร่วมเปรมปรีด์
รักอย่างนี้ไม่มี....สูญสิ้นเอย ฯ

Korinther 13:4-8
นิรนารี เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 43 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 11 มี.ค. 2549 (14:37)
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ
ทรงพรรณนาความรักใน วิวาหพระสมุทร เราจะศึกษาได้ว่าความรักแด่นางในดวงใจของกวีเจ้าฟ้าตะวันออกคือ แม้ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ที่สำคัญของจักรวาลยังไม่สำคัญ กวีเจ้าฟ้าไทยยกชูเธอเป็นทุกอย่างสำคัญที่สุด ให้คะแนนแก่คนรักเต็ม 100 โดยถือเป็นศูนย์กลางทุกสรรพสิ่ง....ปานนั้น

ถึงกลางวันสุริยันแจ่มประจักษ์ ไม่เห็นหน้านงลักษณ์ยิ่งมืดใหญ่
ถึงราตรีมีจันทร์อันอำไพ ไม่เห็นโฉมประโลมใจก็มืดมน
อ้าดวงสุริย์ศรีของพี่เอ๋ย ขอเชิญเผยหน้าต่างนางอีกหน
ขอเชิญจันทร์แจ่มกระจ่างกลางสกล เยี่ยมให้พี่ได้ยลเยือกอุรา ฯ

กวีเจ้าฟ้าตะวันตกคนเยอรมันอย่าง Joseph von Eichendorf(ระดับสูงดุจกัน von Eichendorf แปลเป็นตำแหน่งศักดินาไทยก็คงประมาณว่า นามสกุล ณ ไอเซลดอร์ฟ)เปรียบเทียบหุบผาภูดอย และ หญิงงาม ไว้อย่างเท่าเทียมในความรักของเขา

Wohin ich geh’ und schaue,
Im Feld und Wald und Tal,
Vom Berg ins Himmelsblaue,
Viel schoene gnaedige Frau,
Gruss ich dich tausendmal.

ทุกแห่งหนข้าด้นไปได้รู้เห็น
ทุ่งเยียบเย็น ป่าเขา เนาละหาน
เบิ่งภูบน ยลสุดฟ้า พิมาน
มากลาน สตรีสง่า น่าดู
ขอก้องกู่ ให้รู้ว่า ข้ารัก สักพันคำ

(นิรนารีถอดความ)
นิรนารี เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 43 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 11 มี.ค. 2549 (14:43)
ที่ร่ายมาเพียงจะบอกว่า(((ย้ม))) จากการศึกษาจากงานกวี
รักหวังครอบครองทุกชาติ ๆ ไป เวลาเปี๊ยนไป๋ ก็แค้นหนัก

หากรักนางอันเคารพสิทธิ
ให้เสรีภาพเท่ากับรักสรรพสิ่งงดงาม

ให้มันงดงามอย่างที่เห็นอย่งที่เป็น
มิครอบครองเห็นแก่ตัว

เคารพ
นับถือ

อยู่หรือไป
พบหรือจาก

ให้เธอ
งดงามดั่งหุบผา ภูดอย ...
นิรนารี เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 43 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 17 เม.ย. 2549 (12:58)
ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน
ถึงอยู่ในใต้ฟ้าสุธาธาร ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา
แม้เนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา
แม่เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา เชยผกาโกสุมประทุมทอง
เจ้าเป็นถ้ำอำไพใคร่เป็นหงส์
111 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 88 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 17 เม.ย. 2549 (12:59)
(ต่อ) จะร่อนลงสิงสู่เป็นคู่สอง
เป็นบทเดียวกันรึเปล่า?
111 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 88 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 18 ม.ค. 2550 (14:25)
เถิดฤๅจะรื้อรบ .......... ตรบวิ่งเข้าชิงแดน
ฟันเสียให้นับแสน ...... ให้เศียรขาดลงดาดดิน

พระราม แค้นทศกัณฐ์ ในรามเกียรติ์
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 11934 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 695 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 12 ก.พ. 2550 (14:16)
นิดนึงนะ ขอร่วมด้วย

มหาสมุทรสุดแสนจะกว้างใหญ่
มิใคร่เท่าดวงใจที่ล้นหลาม
ถึงต่ำต้อยด้อยค่าในรูปนาม
จะขอตามให้พบรักจนวันตาย
หยาดฝน อันดา (IP:125.24.132.26)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 29 มี.ค. 2550 (14:35)
เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ้ง มุ่งปรารถนาอะไรในหล้า
มิหวังกระทั่งฟากฟ้า ซบหน้าติดดินกินทราย
จะเจ็บจำไปถึงปรโลก ฤารอยโศกรู้ร้างจางหาย
จะเกิดกี่ฟ้ามาตรมตาย อย่าหมายว่าจะให้หัวใจ
ถ้าเจ้าอุบัติบนสวรรค์ ข้าขอลงโลกันตร์หม่นไหม้
สูเป็นไฟเราเป็นไม้ ให้ทำลายสิ้นถึงวิญญาณ
แม้แต่ธุลีมิอาลัย ลืมเจ้าไซร้ชั่วกัลปาวสาน
ถ้าชาติไหนเกิดไปพบพาน จะทรมานควักทิ้งทั้งแก้วตา
ตายไปอยู่ใต้รอยเท้า ให้เจ้าเหยียบเล่นเหมือนเส้นหญ้า
เพื่อจดจำพิษช้ำนานา ไปชั่วฟ้าชั่วดินสิ้นเอย

อังคาร กัลยาณพงศ์

ชอบสุดสุดเลยค่ะ
ทั้งรักทั้งแค้น
มันให้อารมณ์ได้ถึงจุดสูงสุดจริงๆ
ดังหยาดฟ้ามาแต่กระยาหงัน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 9 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


เทาชมพู
(เทาชมพู)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 12,271 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 5,218 ครั้ง
ได้รับดาว 177 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

แค้นของกวี [41,363]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [533,961]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [392,077]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [377,617]
Global Warming { English } [142,375]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.