 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/255" type="text/javascript"></script> |
|
|
แค้นของกวี
เมื่อถึงคราวอกหัก กวีจึงสร้างโวหารแค้นได้ลึกไม่น้อยกว่าอารมณ์รัก
ผู้เขียน: เทาชมพู ชมแล้ว: 41,891 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 17 January 2007, 4:52 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 8 January 2008, 2:51 pm
|
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 10 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 2 มี.ค. 2549 (00:51) เคยแต่แต่งเล่นๆ นึกเอาอารมณ์สมัยอกหักมาใส่เป็นกลอนว่า
เสียรักโศกตรมขมจิต
ยิ่งคิดยิ่งแค้นแน่นอก
ร้อนดั่งเปลวไฟในนรก
ต้องพกติดตนจนตาย
ขอสาปตราบสิ้นชีวิต
เวรติดตามไปไม่หาย
ขอจงอกหักรักทลาย
อย่าหมายได้ชมสมใจ
บางคนบอกว่าคล้ายท่านอังคาร
เข้าใจหาเหามาใส่กบาลให้ดีแท้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 11 มี.ค. 2549 (14:25) คิดว่าอารมณ์แค้นเนื่องจากการเจ็บปวดของกวี
มาจากอารมณ์ความรู้สึก "รักแบบครอบครอง"
กวีท่านสุนทรภู่อยู่บนพื้นฐานศาสนาพุทธ(เคยบวชเรียนด้วย) เชื่อเรื่องการเกิดใหม่ เมื่อกวีมีรักแบบเนื้อหนัง(ปฏิพัธดิ์)จึงขอตามรักตามครอง(นางอันเป็นที่รัก)ทุกชาติ ๆ ไป
ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน
ถึงอยู่ในใต้ฟ้าสุธาธาร ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา
แม้เนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา
แม่เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา เชยผกาโกสุมประทุมทอง
เจ้าเป็นถ้ำอำไพขอให้พี่ เป็นราชสีห์สมสู่เป็นคู่สอง
จะติดตามทรามสงวนนวลละออง เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชาติไป
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 11 มี.ค. 2549 (14:28) กวียุคไฮเทค แฮ่ม (ขอลองม่าง)
และอารมณ์+ความรู้สึกแบบสากลประชาธิปไตย รักไม่ครอบครอง แต่ให้เสรีภาพ
อดทนไปไม่จดจำคราทำผิด
จะไม่อิจฉายกตัวมัวผยอง
มิหยาบคายหมายทำเริงลำพอง
มิคะนองฉุนจดจำย้ำประจาน
ประพฤติผิดจิตขมมิชมชื่น
ควรระรื่นประพฤติชอบมอบคำหวาน
รักจึงยอมออมอดแม้คดนาน
ผิดบางด้านยังศรัทธาบูชาด้านดี
เชื่อในสิ่งดีซึ่งมีในทุกมนุษย์
หวังจะฉุดรังสรรค์ปั้นราศรี
ทนท่ามทุกข์สุขเอมร่วมเปรมปรีด์
รักอย่างนี้ไม่มี....สูญสิ้นเอย ฯ
Korinther 13:4-8
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 11 มี.ค. 2549 (14:37) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ
ทรงพรรณนาความรักใน วิวาหพระสมุทร เราจะศึกษาได้ว่าความรักแด่นางในดวงใจของกวีเจ้าฟ้าตะวันออกคือ แม้ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ที่สำคัญของจักรวาลยังไม่สำคัญ กวีเจ้าฟ้าไทยยกชูเธอเป็นทุกอย่างสำคัญที่สุด ให้คะแนนแก่คนรักเต็ม 100 โดยถือเป็นศูนย์กลางทุกสรรพสิ่ง....ปานนั้น
ถึงกลางวันสุริยันแจ่มประจักษ์ ไม่เห็นหน้านงลักษณ์ยิ่งมืดใหญ่
ถึงราตรีมีจันทร์อันอำไพ ไม่เห็นโฉมประโลมใจก็มืดมน
อ้าดวงสุริย์ศรีของพี่เอ๋ย ขอเชิญเผยหน้าต่างนางอีกหน
ขอเชิญจันทร์แจ่มกระจ่างกลางสกล เยี่ยมให้พี่ได้ยลเยือกอุรา ฯ
กวีเจ้าฟ้าตะวันตกคนเยอรมันอย่าง Joseph von Eichendorf(ระดับสูงดุจกัน von Eichendorf แปลเป็นตำแหน่งศักดินาไทยก็คงประมาณว่า นามสกุล ณ ไอเซลดอร์ฟ)เปรียบเทียบหุบผาภูดอย และ หญิงงาม ไว้อย่างเท่าเทียมในความรักของเขา
Wohin ich geh und schaue,
Im Feld und Wald und Tal,
Vom Berg ins Himmelsblaue,
Viel schoene gnaedige Frau,
Gruss ich dich tausendmal.
ทุกแห่งหนข้าด้นไปได้รู้เห็น
ทุ่งเยียบเย็น ป่าเขา เนาละหาน
เบิ่งภูบน ยลสุดฟ้า พิมาน
มากลาน สตรีสง่า น่าดู
ขอก้องกู่ ให้รู้ว่า ข้ารัก สักพันคำ
(นิรนารีถอดความ)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 11 มี.ค. 2549 (14:43) ที่ร่ายมาเพียงจะบอกว่า(((ย้ม))) จากการศึกษาจากงานกวี
รักหวังครอบครองทุกชาติ ๆ ไป เวลาเปี๊ยนไป๋ ก็แค้นหนัก
หากรักนางอันเคารพสิทธิ
ให้เสรีภาพเท่ากับรักสรรพสิ่งงดงาม
ให้มันงดงามอย่างที่เห็นอย่งที่เป็น
มิครอบครองเห็นแก่ตัว
เคารพ
นับถือ
อยู่หรือไป
พบหรือจาก
ให้เธอ
งดงามดั่งหุบผา ภูดอย ...
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 17 เม.ย. 2549 (12:58) ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน
ถึงอยู่ในใต้ฟ้าสุธาธาร ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา
แม้เนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา
แม่เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา เชยผกาโกสุมประทุมทอง
เจ้าเป็นถ้ำอำไพใคร่เป็นหงส์
111
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 88 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 17 เม.ย. 2549 (12:59) (ต่อ) จะร่อนลงสิงสู่เป็นคู่สอง
เป็นบทเดียวกันรึเปล่า?
111
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 88 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 18 ม.ค. 2550 (14:25) เถิดฤๅจะรื้อรบ .......... ตรบวิ่งเข้าชิงแดน
ฟันเสียให้นับแสน ...... ให้เศียรขาดลงดาดดิน
พระราม แค้นทศกัณฐ์ ในรามเกียรติ์
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 12 ก.พ. 2550 (14:16) นิดนึงนะ ขอร่วมด้วย
มหาสมุทรสุดแสนจะกว้างใหญ่
มิใคร่เท่าดวงใจที่ล้นหลาม
ถึงต่ำต้อยด้อยค่าในรูปนาม
จะขอตามให้พบรักจนวันตาย
หยาดฝน อันดา (IP:125.24.132.26)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 29 มี.ค. 2550 (14:35) เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ้ง มุ่งปรารถนาอะไรในหล้า
มิหวังกระทั่งฟากฟ้า ซบหน้าติดดินกินทราย
จะเจ็บจำไปถึงปรโลก ฤารอยโศกรู้ร้างจางหาย
จะเกิดกี่ฟ้ามาตรมตาย อย่าหมายว่าจะให้หัวใจ
ถ้าเจ้าอุบัติบนสวรรค์ ข้าขอลงโลกันตร์หม่นไหม้
สูเป็นไฟเราเป็นไม้ ให้ทำลายสิ้นถึงวิญญาณ
แม้แต่ธุลีมิอาลัย ลืมเจ้าไซร้ชั่วกัลปาวสาน
ถ้าชาติไหนเกิดไปพบพาน จะทรมานควักทิ้งทั้งแก้วตา
ตายไปอยู่ใต้รอยเท้า ให้เจ้าเหยียบเล่นเหมือนเส้นหญ้า
เพื่อจดจำพิษช้ำนานา ไปชั่วฟ้าชั่วดินสิ้นเอย
อังคาร กัลยาณพงศ์
ชอบสุดสุดเลยค่ะ
ทั้งรักทั้งแค้น
มันให้อารมณ์ได้ถึงจุดสูงสุดจริงๆ