คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/267" type="text/javascript"></script>
การเกิด สึนามิ
ลักษณะทางกายภาพ วงจรการเกิดคลื่น สึนามิ และ ฟิสิกส์ของ สึนามิ ผลวิเคราะห์ทางธรณีวิทยาของ สีนามิ วันที่ ๒๖ ธค. ๒๕๔๗
ผู้เขียน: พวงร้อย ชมแล้ว: 537,258 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 6 December 2005, 8:41 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 6 December 2005, 8:41 pm
อยู่ในส่วน: ธรณีวิทยา

หน้าที่ 1 - สึนามิ คืออะไร
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

สึนามิ เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า Harbour Wave คำแรก สึ แปลว่า harbour คำที่สอง นามิ แปลว่า คลื่น ปัจจุบันใช้เป็นคำเรียก กลุ่มคลื่นที่มีความยาวคลื่นมากๆขนาดหลายร้อยไมล์ นับจากยอดคลื่นที่ไล่ตามกันไป เกิดขึ้นจากการที่น้ำทะเลในปริมาตรเป็นจำนวนมากมายมหาศาล ถูกผลักดันให้เคลื่อนที่ในแนวดิ่ง ด้วยเหตุมาจากการเคลื่อนไหวของเปลือกโลกส่วนที่อยู่ใต้ทะเลลึก บางครั้งก็เรียกว่า seismic wave เพราะส่วนใหญ่เกิดจากการเคลื่อนไหวดังกล่าว เรามักจะสับสนกับคำว่า สึนามิ กับ tidal wave ซึ่งเกิดจากน้ำขึ้นน้ำลง แต่ สึนามิ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับการขึ้นลงของน้ำเลย



สึนามิ ส่วนใหญ่ เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกใต้ทะเลอย่างฉับพลัน อาจจะเป็นการเกิดแผ่นดินถล่มยุบตัวลง หรือเปลือกโลกถูกดันขึ้นหรือยุบตัวลง ทำให้มีน้ำทะเลปริมาตรมหาศาลถูกดันขึ้นหรือทรุดตัวลงอย่างฉับพลัน พลังงานจำนวนมหาศาลก็ถ่ายเทไปให้เกิดการเคลื่อนตัวของน้ำทะเลเป็น คลื่นสึนามิ ที่เหนือทะเลลึก จะดูไม่ต่างไปจากคลื่นทั่วๆไปเลย จึงไม่สามารถสังเกตได้ด้วยวิธีปกติ แม้แต่คนบนเรือเหนือทะเลลึกที่ คลื่นสึนามิ เคลื่อนผ่านใต้ท้องเรือไป ก็จะไม่รู้สึกอะไร เพราะเหนือทะเลลึก คลื่นนี้ สูงจากระดับน้ำทะเลปกติเพียงไม่กี่ฟุตเท่านั้น จึงไม่สามารถแม้แต่จะบอกได้ด้วยภาพถ่ายจากเครื่องบิน หรือยานอวกาศ



นอกจากนี้แล้ว สึนามิ ยังเกิดได้จากการเกิดแผ่นดินถล่มใต้ทะเล หรือใกล้ฝั่งที่ทำให้มวลของดินและหิน ไปเคลื่อนย้ายแทนที่มวลน้ำทะเล หรือภูเขาไฟระเบิดใกล้ทะเล ส่งผลให้เกิดการโยนสาดดินหินลงน้ำ จนเกิดเป็นคลื่น สึนามิ ได้ ดังเช่น การระเบิดของภูเขาไฟ คระคะตัว ในปี ค.ศ. ๑๘๘๓ ซึ่งส่งคลื่น สึนามิ ออกไปทำลายล้างชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในเอเชีย มีจำนวนผู้ตายถึงประมาณ ๓๖,๐๐๐ ชีวิต


นอกเหนือไปจากนั้น ในกรณีที่มีความเป็นไปได้ไม่สูงมากนัก คือการที่เกิดอุกกาบาตตกใส่โลก ดังเช่นที่เกิดขึ้นเมื่อ ๖๕ ล้านปีมาแล้ว ทำลายล้างชีวิตบนโลกเป็นส่วนใหญ่ สรุปแล้วก็คือ สึนามิ จะเกิดขึ้นเมื่อ น้ำทะเลในปริมาตรมหาศาล ถูกผลักดันให้เคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิมในแนวดิ่ง อย่างฉับพลันกระทันหันชั่วพริบตา ด้วยพลังงานมหาศาล น้ำทะเลก็จะกระจายตัวออกเป็นคลื่น สึนามิ ที่เมื่อไปถึงฝั่งใด ความพินาศสูญเสียก็จะตามมาอย่างตั้งตัวไม่ติด


ภาพโดย ศจ. Stephen A. Nelson

ลักษณะทางกายภาพของคลื่นสึนามิ


l ความยาวคลื่น คือระยะห่างจากยอดคลื่นหนึ่งไปยังยอดคลื่นถัดไป

P คือคาบเวลาระหว่างยอดคลื่นหนึ่งเดินทางมาถึงที่ที่ยอดคลื่นก่อนหน้าเพิ่งผ่านไป

Amplitude ของคลื่น คือความสูงของยอดคลื่นนับจากระดับน้ำทะเล

ความเร็วของคลื่น (velocity - V) คลื่นทะเลทั่วๆไปมีความเร็วประมาณ ๙๐ กม./ชั่วโมง แต่ คลื่น สึนามิ อาจจะมีความเร็วได้ถึง ๙๕๐ กม./ชั่วโมง ซึ่งก็พอๆกับความเร็วของเครื่องบินพาณิชย์ทีเดียว โดยจะขึ้นอยู่กับความลึกที่เกิดแผ่นดินถล่มใต้ทะเล ถ้าแผ่นดินไหวยิ่งเกิดที่ก้นทะเลลึกเท่าไหร่ ความเร็วของ สึนามิ ก็จะสูงขึ้นมากเท่านั้น เพราะปริมาตรน้ำที่ถูกเคลื่อนออกจากที่เดิม จะมีมากขึ้นไปตามความลึก คลื่น สึนามิ จึงสามารถเคลื่อนที่ผ่านท้องทะเลอันกว้างใหญ่ได้ภายในเวลาไม่นาน



ภาพโดย ศจ. Stephen A. Nelson

คลื่น สึนามิ ต่างจากคลื่นทะเลทั่วๆไป คลื่นทะเลทั่วไปเกิดจากลมพัดผลักดันน้ำส่วนที่อยู่ติดผิว จะมีคาบการเดินทางเพียง ๒๐-๓๐ วินาทีจากยอดคลื่นหนึ่งไปยังอีกยอดหนึ่ง และระยะห่างระหว่างยอดคลื่น หรือความยาวคลื่น มีเพียง ๑๐๐-๒๐๐ เมตร


แต่คลื่น สึนามิ มีคาบตั้งแต่ สิบนาทีไปจนถึงสองชั่วโมง และ ความยาวคลื่นมากกว่า ๕๐๐ กิโลเมตรขึ้นไป คลื่น สึนามิ ถูกจัดว่า เป็นคลื่นน้ำตื้น คลื่นที่ถูกจัดว่าเป็น คลื่นน้ำตื้น คือ คลื่นที่ ค่าอัตราส่วนระหว่าง ความลึกของน้ำ และ ความยาวคลื่น ต่ำมาก



อัตราการสูญเสียพลังงานของคลื่น จะผกผันกับความยาวคลื่น(ระยะห่างระหว่างยอดคลื่น)ยกกำลังสอง เนื่องจาก สึนามี มีความยาวคลื่นมากๆ ยิ่งยกกำลังสองเข้าไปอีก จึงสูญเสียพลังงานไปน้อยมากๆในขณะที่มันเคลื่อนตัวผ่านผืนสมุทร


และเนื่องจาก สึนามิ เป็น คลื่นน้ำตื้น จะมีความเร็วเท่ากับ
V = g * d


g คืออัตราเร่งของแรงโน้มถ่วงโลก ซึ่งมีค่า 9.8 เมตร/วินาที2 และ d คือความลึกของพื้นทะเล


สมมติว่า แผ่นดินไหวเกิดที่ท้องทะเลลึก ๖,๑๐๐ เมตร สึนามิจะเดินทางด้วยความเร็วประมาณ ๘๘๐ กม./ชม. จะสามารถเดินทางข้ามฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิคด้วยเวลาน้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมงเสียอีก


ภาพโดย BBC


เมื่อ สึนามิ เดินทางมาถึงชายฝั่ง ก้นทะเลที่ตื้นขึ้นก็จะทำให้ความเร็วของคลื่นลดลง เพราะความเร็วของคลื่นสัมพันธ์กับค่าความลึกโดยตรง แต่คาบยังคงที่ พลังงานรวมที่มีค่าคงที่ ก็ถูกถ่ายเทไปดันตัวให้คลื่นสูงขึ้น

จาก ค่าความเร็ว V = l/P


ค่า V ลดลง, P คงที่ ค่า l ก็ต้องลดลง ผลก็คือ น้ำทะเลถูกอัดเข้ามาทำให้คลื่นสูงขึ้น ขึ้นอยู่กับสภาพชายฝั่งว่าเป็นอ่าวแคบหรือกว้าง ในชายฝั่งที่แคบ คลื่นสึนามิ จะมีความสูงได้หลายๆเมตรทีเดียว



ถ้ายอดคลื่นเข้าถึงฝั่งก่อน ก็จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า dragdown คือดูเหมือนระดับน้ำจะลดลงอย่างกระทันหัน ขอบน้ำทะเลจะหดตัวออกจากฝั่งไปเป็นร้อยๆเมตรอย่างฉับพลัน และในทันที่ที่ยอดคลื่นต่อมาไล่มาถึง ก็จะเป็นกำแพงคลื่นสูงมาก ขึ้นอยู่กับโครงร่างของชายหาด จะมีความสูงของคลื่นต่างกัน ดังนั้น คลื่นสึนามิ จากแหล่งเดียวกัน จะเกิดผลที่ต่างกันกับชายหาดที่ไม่เหมือนกันได้ น้ำที่ท่วมเข้าฝั่งกระทันหัน อาจไปไกลได้ถึง ๓๐๐ เมตร แต่คลื่น สึนามิ สามารถเดินทางขึ้นไปตามปากแม่น้ำหรือลำคลองที่ไหลลงทะเลตรงนั้นได้ด้วย หากรู้ตัวว่าจะมีคลื่นสึนามิ ผู้คนเพียงแต่อพยพออกไปจากฝั่งเพียงแค่เดิน ๑๕ นาที และให้อยู่ห่างจากแหล่งน้ำที่ไหลลงทะเลเข้าไว้ ก็จะปลอดภัยแล้ว


การเคลื่อนที่ของเปลือกโลกที่เรียกว่า Subduction (ภาพโดย USGS)


การเกิดแผ่นดินถล่มใต้ท้องทะเลลึก มักจะมาจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกสองแผ่นที่ดันเข้าหากัน แรงเสียดทานจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อถึงจุดที่แรงปะทะจากแผ่นเปลือกโลกมีเหนือค่าแรงเสียดทานแล้ว ก็จะเกิดการเคลื่อนตัวอย่างฉับพลัน การเคลื่อนตัวที่แผ่นหนึ่งมุดเข้าใต้อีกแผ่น เรียกว่า Subduction ทำให้เปลือกโลกตรงรอยต่อ ถูกหนุนสูงขึ้นหรือทรุดฮวบยวบตัวลง น้ำทะเลเหนือส่วนนั้นก็ถูกดันหรือดูดเข้ามาแทนที่อย่างฉับพลัน การเคลื่อนตัวของน้ำในปริมาตรหลายๆล้านตัน ทำให้เกิดคลื่นสะท้อนออกไปทุกทิศ เป็นแหล่งกำเนิดของ คลื่นสึนามิ นั่นเอง




หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 161 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 9 ม.ค. 2549 (09:52)
ดี
J (IP:203.172.169.34,192.168.1.219,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 9 ม.ค. 2549 (13:59)
สึนามิ
way_kaka@hotmail.com (IP:125.24.3.185,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 9 ม.ค. 2549 (14:11)
เรียน วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com)
คุณพวงรัตน์ ค่ะ หนูขอรบกวนพี่ค่ะช่วยส่งรายละเอียดการเกิดสึนามิให้หนูหน่อยค่ะ พอดีหนูจะต้องเอาไปทำรายงานเสนออาจารย์ค่ะ และถ้ามีบทความรายละเอียดของความช่วยเหลือหลังสึนามิด้วยก็จะดีมากค่ะ ..เพราะหนูเปิด เวป์ท่านไม่ออกค่ะ..เปิดได้แต่หน้าที่ 1 ค่ะ

ขอขอบคุณมากค่ะที่กรุณา

way_kaka@hotmail.com
way_kaka@hotmail.com (IP:125.24.3.185,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 9 ม.ค. 2549 (16:32)
ผมจะช่วยเหลือที่โดยสึนามิ
มนตรี (IP:58.8.27.253,192.168.1.217,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 10 ม.ค. 2549 (10:31)
เศรษฐกิจกับสึนามิ ช่วยตอบหน่อยได้ไหมคะ
salapow_aui@hotmail.com (IP:61.7.137.144,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 10 ม.ค. 2549 (11:35)
เป้นสิ่งที่ดีที่จะมอบความเข้าใจอย่างแท้จริง
โอปอ (IP:61.19.23.10,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 10 ม.ค. 2549 (19:18)
สึนามิ มาจากแนวมุดตัวของเปลือกโลกเตือนคนไทยควรเรียนรู้ – ทำความเข้าใจธรรมชาติ ผศ.กวี วรกวิน นายกสมาคมภูมิศาสตร์ แห่งประเทศไทย อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหว –คลื่นยักษ์สึนามิ ถล่มเอเชีย ต้องดูในทางธรณีวิทยาและต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เปลือกโลกแยกออกเป็นแผ่นๆ ทวีปของเราอยู่บนแผ่นเปลือกโลกซึ่งมีความหนาอยู่ที่ 10 – 25 กิโลเมตร ทั้งนี้เปลือกโลกยังมีชั้นที่รองรับอยู่ด้านล่างอีก ซึ่งเป็นชั้นที่รองรับใต้ท้องมหาสมุทรด้วย เปลือกโลกที่แยกเป็นแผ่นๆ นี้มีแนวแยกของเปลือกโลกที่มีแมกม่าดันขึ้นมา ทั้งนี้รอยแยกเกิดจากการดันตัวของหินหนืดภายใต้ชั้นเปลือกโลก ปัจจุบันนี้ทฤษฏีการเลื่อนลอยของทวีป เปลือกโลกลอยอยู่บนชั้นหินหนืด และเปลือกโลกของเราจะมีรอยแตกรอยร้าวแยกออกจากกันเป็นบล็อกๆ เป็นแผ่นๆ เป็นทวีป ระหว่างรอยแยกจะมีแมกม่าดันขึ้นมา แมกม่าที่ดันขึ้นมาจะทำให้เปลือกโลกเคลื่อนที่ ขณะที่เคลื่อนที่นั้น อีกขอบหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามจากขอบด้านที่ดันจะไปชนกัน ในทะเลอันดามันมีขอบด้านชนอยู่ใต้มหาสมุทร สาเหตุที่สำคัญในการทำให้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว – คลื่นยักษ์สึนามิ ถล่มในครั้งนี้จึงมาจากมีแนวมุดตัวหรือแนวชนกันของเปลือกโลกอยู่ใต้ท้องมหาสมุทรหรือท้องทะเลอันดามัน ใต้มหาสมุทรอินเดีย ขณะเดียวกันแนวแยกของเปลือกโลกยังอยู่ในมหาสมุทรอินเดียด้วย แนวแยกนี้จะดันให้แผ่นเปลือกโลกอินโดออสเตรเลียนชนกับแผ่นเปลือกโลกยูเรเชียน ส่งผลกระทบถึงจังหวัดที่อยู่ทางทิศตะวันตก อย่าง แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง พังงา สตูล ซึ่งจะรุนเรงในแถบจังหวัดที่อยู่ริมฝั่งอันดามัน แนวชนอยู่ที่หมู่เกาะนิโคบา อ้อมไปทางใต้ของเกาะสุมาตรา และยังอ้อมไปในหมู่เกาะประเทศอินโดนีเซีย แล้วอ้อมไปยังหมู่เกาะฟิลิปปินส์จะเห็นว่าแนวดังกล่าวเป็นแนวที่มีภูเขาไฟอยู่ใกล้กับแนวมุดตลอดทั้งแนว ถ้าดูตามแนวบนของแผนที่จะเชื่อมโยงไปถึงประเทศพม่าไปสู่เทือกเขาอาระกันโยมา แนวนี้ต่อไปถึงเทือกเขาหิมาลัยเข้าไปทางอาฟกานิสถาน อิหร่าน จะเห็นว่าแนวมุดตัวเป็นแนวภูเขาไฟของโลก แนวมุดตัวที่ปรากฏบนทวีป เราจะเห็นเป็นภูเขา แต่ถ้าเป็นพื้นที่ต่ำในมหาสมุทรจะไม่เห็น ส่วนใหญ่ที่เห็นก็จะเกิดภูเขาไฟส่วนคลื่นยักษ์ไม่ค่อยเห็น ทั้งนี้เชื่อว่าในอดีตเคยเกิดคลื่นลักษณะนี้มาบ้าง แต่ไม่มีการจดบันทึก สำหรับผลที่เกิดขึ้นจากการมุดตัวของเปลือกโลก หรือการดันของเปลือกโลก ทำให้เกิดการโก่งโค้งงอของเปลือกโลกซึ่งเป็นแนวขนานใกล้ๆ กับรอยชน เหมือนกับรถชนกัน รอยย่นจะอยู่ถักมา เมื่อเปลือกโลกชนกันมันจะปริแตก เมื่อแตกก็มีแมกม่าดันขึ้นมาตามรอยแตก จากที่แมกม่าดันขึ้นมาก็ทำให้เกิดแนวภูเขาไฟ ในอดีตเมืองไทยมีภูเขาไฟ มีซากหินที่เป็นหินภูเขาไฟหลงเหลือให้เราเห็นในบริเวณภาคตะวันออก หรือขอบที่ราบสูงโคราช ส่วนใต้ทะเลอันดามันการมุดตัวทำให้เกิดรอยแตก รอยแตกทำให้แมกม่าดันขึ้นมาทำให้เกิดคลื่นใต้สมุทรซึ่งชั้นใต้สมุทรมีความหนาประมาณ 5 กิโลเมตร อีกกรณีเป็นการทรุดก็ทำให้เกิดคลื่น มีผลกระทบทำให้เกิดน้ำในมหาสมุทร ที่เกิดขึ้นครั้งนี้คลื่นจะแผ่ออกโดยรอบ จะมีผลต่อประเทศที่อยู่ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ คือ อินเดีย ศรีลังกา ทางตะวันตก เกาะมัลดีฟ อาฟริกา มาทางตะวันออกคือ ไทย มาเลเซีย ขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือคือพม่า ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเซียหมู่เกาะสุมาตรา คลื่นในการสั่นสะเทือนจะส่งผ่านตัวกลางต่างๆ เมื่อส่งผ่านน้ำในทะเลก็ส่งผลให้เกิดเป็นคลื่น ความเสียหายมาจากคลื่นเข้ามากระแทกฝั่ง คลื่นสั่นสะเทือนยังส่งผ่านหินซึ่งเป็นเปลือกโลก เข้าสู่ประเทศพม่าเป็นการส่งความสะเทือนกันต่อๆ ไป ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ต่อเนื่องและเป็นการสั่นไหวอย่างรุนแรง 8.9 ริกเตอร์และหากเข้าใกล้ 10 ริกเตอร์ จะเสียหายมากกว่านี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยากมากที่จะรู้ล่วงหน้า แม้แต่ประเทศที่มีประสบการณ์สูงอย่างญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ยังทำนายโดยระบุว่าจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ในช่วงเวลาไหน ทำได้ลำบาก ประเทศจีนเคยทำเต่า ขยับขาแกว่ง ญี่ปุ่นก็พยายามศึกษา เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นทั้งเกาะตั้งอยู่เนื่องจากการดันตัวของแมกม่าบริเวณขอบชนกัน เพราะเปลือกโลกแปซิฟิก เปลือกโลกฟิลิปินส์ที่ชนกับขอบยูเรเชียนของจีน ป็นแนวมุดตัวเหมือนกัน ดังนั้น ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย อยู่ที่แนวขอบของการชนตัวกันของทวีป หากผู้คนที่อาศัยอยู่ในแถบริมฝั่งทะเลอันดามัน สังเกตถ้าพบว่าน้ำเริ่มเอ่อล้นขึ้นมา ต้องรู้ว่าคลื่นกำลังดันขึ้นมา หากเป็นคนที่ละเอียดสามารถจะเตือนให้คนอื่นๆ รู้ล่วงหน้าได้ แต่ต้องเป็นคนที่มีประสบการณ์และมีความชัดเจน ช่างสังเกต บางคนเมื่อเห็นน้ำเอ่อล้นขึ้นมาคิดว่าน้ำกำลังขึ้น-ลงตามปกติ ยิ่งคนที่อยู่ริมทะเลอาจจะไม่สังเกตเพราะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าเห็นน้ำขึ้นมากเกินกว่าระดับน้ำขึ้นในระดับปกติก็ควรจะเตรียมตัวและหนีออกมาได้แล้วไม่ใช่รอคนให้เกิดเหตุร้าย ขณะที่คลื่นผ่านมาในทะเลที่กว้างขวางและเรียบ เรือที่แล่นอยู่ในทะเลต้องรู้สึกว่าทำไมคลื่นถึงใหญ่และทำให้เรือกระเพื้อม คลื่นนี้จะสูงเมื่อไต่ขึ้นไหล่ทวีปหรือไต่ขึ้นฝั่งมันจะทำให้คลื่นสูงขึ้น ฝั่งตรงไหนที่ชันมากๆ คลื่นยักษ์จะเข้ามากระแทก ถ้าไหล่ทวีปที่ลาดมากๆ คลื่นยักษ์จะค่อยๆ ไต่ขึ้นมา แรงอัดไม่แรงเพราะคลื่นจะค่อยๆ ไต่ขึ้นมา เมื่อเข้าชนฝั่งความเสียหายจะเกิดขึ้นกับคนริมฝั่ง ซัดและพาลงไปในทะเล เมื่อคลื่นพาลงไปในทะเลจะทำให้เสียการทรงตัว ส่วนการเกิดอาฟเตอร์ช๊อคซ้ำจะเกิดการกระแทกและการตีกลับมาอีกครั้ง แต่ไม่รุนแรงเท่ากับครั้งแรกที่เกิดขึ้นในวันที่ 26 ธ.ค.47 ส่วนการจะดาดการณ์ว่าจะเกิดคลื่นยักษ์ครั้งใหญ่ในช่วงไหนเวลาใดนั้น ยากที่จะคำนวณได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับก๊าซที่อยู่ใต้เปลือกโลกจะดันตัวขึ้นมา ณ ตอนไหนเวลาใด ในเวลานี้ร่องรอยต่างๆ ที่เป็นสาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหว แนว หรือรอยเลื่อนต่างๆ ในทางทฤษฎี มีการศึกษากันมาก การเคลื่อนไหวของเปลือกโลกจะเกิดกับประเทศที่มีแนวเหล่านี้อยู่ ในส่วนของประเทศไทยอยู่ห่างจากแนวกลางทะเลอันดามันมาสู่ภาคใต้ ประมาณ 300 – 400 กิโลเมตร ทุกปีก็จะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น แต่เนื่องจากไทยอยู่ห่างจึงไม่เกิดผลกระทบหรือได้รับผลกระทบน้อย เราจึงไม่ได้รับบทเรียน ในประเทศพม่าเคยได้รับความเสียหายกว่าประเทศ ในอดีตเมือพุกามเคยหายไปทั้งเมืองมาแล้ว สึนามิที่เกิดขึ้นคราวนี้ ผมคิดว่ามันคงเคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต อาจจะไม่ยิ่งใหญ่และไม่ได้รับความเสียหายสมัยก่อนเปลือกโลกชายฝั่งตั้งแต่ระนอง – สตูลก็คงจะได้รับผลกระทบจากคลื่นมาแล้วแต่ไม่มีการจดบันทึกและไม่มีการทำหลักฐานไว้ เหตุการณ์ครั้งนี้เราจะกล่าวว่ากรมอุตุนิยมวิทยาไม่แจ้งเหตุก่อไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นมาจากใต้ผืนเปลือกโลกซึ่งเป็นหน้าที่ของนักธรณีวิทยาที่ต้องทำการสำรวจ และต้องเชื่อมต่อกันทั้งโลก ขณะนี้ไม่อยากให้คนไทยตื่นตระหนก อย่างญี่ปุ่นอยู่ในจุดเสี่ยงมากกว่าประเทศไทยมาก แต่เขามีการเตรียมการตั้งแต่การสร้างบ้านเรือน ที่อยู่อาศัยออกแบบเพื่อรองรับการเกิดแผ่นดินไหว “คนที่อาศัยในบริเวณชายฝั่งตะวันตกจะต้องให้ความสำคัญในการออกแบบบ้านเรือหรือที่อยู่อาศัย เพราะชายฝั่งตะวันตกจะได้รับผลกระทบจากคลื่นที่เกิดจากแผ่นดินไหวใต้ทะเลอันดามันเสมอ” “ประเทศไทยไม่สนใจธรรมชาติ ไม่เข้าใจธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ประถม มัธยม หรือในระดับมหาวิทยาลัย ตลอดถึงผู้คนทั่วไป เราไม่สอนเรื่องธรรมชาติ เราจึงไม่เข้าใจธรรมชาติบ้านเรา อย่างเรื่องลม ฟ้า อากาศ น้ำท่วม ฝนฟ้าคะนองแม้แต่เข้าสู่ภาวะแล้งเราก็ไม่สนใจ อยากทำอะไรก็ทำ ตัดต้นไม้ เผาป่า ในความเป็นจริงมันมีผลพวงถึงกัน ประเทศไทยไม่เคยนำธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่และไม่เคยสังเกตว่าเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น สิ่งต่างๆ จะต่อเนื่องและส่งผลถึงกัน อย่างเช่นท้องฟ้าในบางจังหวัดจะมีสีแดงตั้งแต่คืนวันที่ 26 ธ.ค.47 สัตว์ต่างๆ จะหนีหรือซุกซ่อนอยู่ในรู ริมหาดบางจังหวัดจะเงียบจนผิดสังเกต แต่เราก็ไม่เคยสังเกตเราเราไม่รู้จักและเข้าใจธรรมชาติ”
เมื่อห้าปีก่อนมีการพูดถึงคลื่นซึนามิในทะเลอันดามันอย่างกว้างขวาง นักวิชาการส่วนใหญ่คิดว่ามีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ออกมาพูดเรื่องนี้ก็มักโดนโจมตีจนเกือบเสียรังวัดเพราะเสียงสนับสนุนน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม เช้าวันที่ 26 ธันวาคม 2547 เวลา 07.58 น. (เวลาประเทศไทย) ได้เกิดแผ่นดินไหวบริเวณตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย มีขนาดถึง 9.0 ริคเตอร์ ตามด้วยคลื่นซึนามิ (Tsunami) ที่ถาโถมเข้าทำลายชีวิตและทรัพย์สินผู้คนในประเทศไทยไปนับร้อยนับพันราย ยังไม่นับผู้เคราะห์ร้ายจากประเทศอื่นอีกนับพันนับหมื่นราย แสดงว่าแผ่นดินไหวในทะเลอันดามันก่อให้เกิดคลื่นซึนามิได้อย่างไม่ต้องสงสัยอีกต่อไป
Tsunami คลื่นซึนามิ: คลื่นในทะเลที่มีช่วงคลื่นยาวประมาณ 80 ถึง 200 กม.เกิดจากความสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวหรือแผ่นดินถล่ม หรือภูเขาไฟระเบิดที่พื้นท้องมหาสมุทรซึ่งห่างจากตำบลที่เกิดเป็นพัน ๆ กิโลเมตร โดยไม่มีลักษณะผิดสังเกต เพราะมีความสูงเพียง 30 ซม. เคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 600 ถึง1,000 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง เรือที่แล่นผ่านคลื่นนี้จะได้รับความสั่นสะเทือน ทำให้เรือโคลงอย่างแรง มีเสียงดังเหมือนเสียงปืนใหญ่หรือเสียงฟ้าผ่าติดตามมา ทำให้คนประจำเรือเข้าใจว่าเรือเกยหินใต้ทะเล ถ้าคลื่นเคลื่อนตัวผ่านที่ตื้นจะเพิ่มความสูงขึ้นอย่างรวดเร็วประมาณ 15 เมตร ก่อให้เกิดอันตรายแก่มนุษย์และสิ่งก่อสร้างในบริเวณชายหาดนั้น ๆ ชื่อนี้มาจากภาษาญี่ปุ่น บางที่เรียกว่า tsunami ก็มี มีความหมายเหมือนกับ seismic sea wave, earth sea wave และ seismic surge (พจนานุกรมศัพท์ธรณีวิทยา 2530 หน้า 123)
จากคำจำกัดความดังกล่าวแสดงว่า ถ้าเราทราบความเร็วของคลื่นซึนามิ ย่อมทำให้สามารถคาดหมายระยะเวลาที่คลื่นใช้ในการเดินทางถึงชายฝั่ง ตัวแปรที่ใช้ในการหาความเร็วได้แก่ความลึกของทะลกับอัตราเร่งอันเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก โดยที่

เมื่อ v เป็นความเร็วของคลื่นซึนามิ h เป็นความลึกของทะเล และ g เป็นอัตราเร่งอันเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก ตารางต่อไปนี้แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างความลึกของทะเลและความเร็วของคลื่นซึนามิ
ตาราง ความสัมพันธ์ระหว่างความลึกของทะเลและความเร็วของคลื่นซึนามิ
ความลึก (เมตร) ความเร็ว (กิโลเมตร/ชั่วโมง)
10 36.60
20 50.35
30 61.66
40 71.20
50 79.61
100 112.58
200 159.22
400 225.17
800 318.43
1000 356.02
1500 436.03
2000 503.49
2500 562.91
3000 616.64
3500 666.05
4000 712.04
4500 755.23
5000 796.08
5500 834.94
6000 872.06
6500 907.67
7000 941.93
7500 975.00
8000 1006.97
8500 1037.96
9000 1068.05
9500 1097.32
10000 1125.83

รูปแบบการเกิดซึนามิ (Tsunami) ในทะเลอันดามันอันเนื่องจากแผ่นดินไหวเกาะสุมาตรา
ประเทศอินโดนีเซีย วันที่ 26 ธันวาคม 2547 เวลา 07.58 น. (เวลาประเทศไทย)

คลื่นแผ่นดินไหวเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย วันที่ 26 ธันวาคม 2547 เวลา 07.58 น. (เวลาประเทศไทย)
ตรวจวัดโดยสถานีตรวจแผ่นดินไหวเชียงใหม่ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ กรมอุตุนิยมวิทยา
เมื่อ 121 ปีก่อนได้เกิดคลื่นซึนามิบริเวณเดียวกันนี้มาแล้ว ครั้งนั้นมีสาเหตุมาจากภูเขาไฟระเบิด ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปราว 36,000 คน เมื่อเหตุการณ์ได้พิสูจน์ชัดเจนเช่นนี้แล้ว จึงถึงเวลาที่จะพิจารณาถึงโครงข่ายสถานีตรวจแผ่นดินไหวให้หนาแน่นยิ่งขึ้น เพื่อเป็นข่ายเฝ้าระวังเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอีก แม้ใครจะว่าวัวหายล้อมคอกก็ดีกว่าปล่อยให้วัวหายซ้ำแล้วซ้ำเล่า นอกจากนี้ อาจมีการสร้างแนวกันคลื่นทะเลและติดตั้งระบบเตือนภัยคลื่นซึนามิเพื่อป้องกันหรือลดความรุนแรงของคลื่นยักษ์ที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต
เด็กดี (IP:203.113.76.73,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 11 ม.ค. 2549 (09:01)
ถ้าภาคใต้มีหอบังคับการเตือนภัย
เด็กชาย นัฐวุฒิ สัตย์ซื่อ (IP:202.143.135.162,192.168.1.195,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 11 ม.ค. 2549 (13:01)
ขอให้โชคดี
102 (IP:203.170.209.63,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 11 ม.ค. 2549 (13:06)
เป็นกําลังใจให้เสมอ
พรนารายณ์ (IP:203.170.209.63,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 11 ม.ค. 2549 (13:10)
สู้เข้าไว้อย่ายอมเเพ้
ก๊อต (IP:203.170.209.63,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 11 ม.ค. 2549 (17:00)
เขียนได้ดี มีความเป็นจริง ขอให้สู้เขานะ
mmmm (IP:203.188.38.14,10.0.3.6,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 12 ม.ค. 2549 (10:25)
เป็นการดีมากที่ให้การรับลลองและขอให้คุณนํารูปสวยๆมาลงในคอมนี้เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ในเรื่องนี้ดีขึ้น
สุริยา กลิ่นบัว (IP:58.136.135.229,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 12 ม.ค. 2549 (11:28)
ผมว่ามันก็คือความวินาจที่เราไม่สามารถที่จะไปห้ามไม่ให้มันเกิดได้และการที่มันเกิดขึ้นมาเราก็ไม่ตัองไปด?ษใครหรอกเรานี้แหละที่จะเป็นตัวรับความจริงและความป็นจริงนั้นเราเป็นคนที่เหมือนที่จะก่อเราก่อเราก็ต้องแก้ถ้าแก้ไม่ได้เราก็จะรับมันไม่ได้ความเป็นจริงที่โหดร้ายมันก็จะตามมาครอบคุณที่มันไม่เกิดขึ้นกับผม
chet.plai@hotmail.com (IP:203.146.94.2,203.146.11.241,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 12 ม.ค. 2549 (11:30)
หนูร้สึกเสียใจกับเหตุการที่เกิดขึ้นนะค่ะ
ดวงอนงค์ แก้วเกษ (IP:203.172.147.250,192.168.1.54,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 12 ม.ค. 2549 (20:05)
ระหวางปี คศ.1900-2000[รอบ100ปี]ในพื้นที่มหาสมุทรแปซิฟิกมีครื่นสึนามิเกิดขึ้นกี่ครั้ง และในปี คศ.1938 มีการเกิดครื่นสึนามิกี่ครั้ง
สวัสดิ์ ปรีวงษ์ (IP:61.91.110.21,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 12 ม.ค. 2549 (20:28)
เป็นไปได้ไม่อยากให้เกิดเรื่องนี้อีกนะเนี่ย
Tsunamae (IP:203.153.174.38,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 14 ม.ค. 2549 (20:44)
ถ้าสึนามิเกิดขึ้นอีกสัญญาณเตือนภัยที่กำลังติดตั้งอยู่จะเตือนภัยก่อนได้นานไหม
007 (IP:202.5.89.166,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 15 ม.ค. 2549 (08:17)
การศึกษาถึงการเกิดสึนามิอย่างละเอียดคงจะทำให้มีการเตรียมตัวป้องกันมหันตภัยที่อาจเกิดขึ้นในครั้งหน้าได้นะครับ
v (IP:61.91.69.193,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 17 ม.ค. 2549 (12:09)
ผมของบอกว่าถ้าสึนามิมาอีกเราจะทําอะไรดีครับทุกท่านครับที่จะไม่มีคนตายมากขึ้นครับมัน
จะได้มีชาวต่างชาติ
:d
pup วง potato (IP:202.143.137.50,192.168.1.126,)


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พวงร้อย
(P Khamriang)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 10,587 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 1,144 ครั้ง
ได้รับดาว 220 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

การเกิด สึนามิ [537,259]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,259]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [398,123]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [415,912]
Global Warming { English } [159,145]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.