 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/275" type="text/javascript"></script> |
|
Eric Drexler บิดาแห่งนาโนเทคโนโลยี หรือ เพียงแค่นักฝัน
Eric Drexler ถือได้ว่าเคยเป็นเจ้าพ่อของวงการนาโนเทคโนโลยี แต่อัจฉริยะจากสถาบัน MIT ผู้นี้ ผู้ซึ่งฝันที่จะสร้างเครื่องจักรขนาดจิ๋วระดับโมเลกุล ไม่สามารถทนกระแสต้านจากวงการวิทยาศาสตร์ดั้งเดิมได้ และเขาได้กลายผู้ที่ไม่มีใครในวงการอุตสาหกรรมเหลียวแลอีกแล้ว
post ครั้งแรก: Mon 14 February 2005, 5:29 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 14 February 2005, 5:29 pm
|
หน้าที่ 1 - Eric Drexler เจ้าพ่อของวงการนาโนเทคโนโลยี
Online @ Vcharkarn.com ครั้งแรก เมื่อ 6 ก.พ. 2005
นาโนเทค คืออะไร ลองคลิ๊กไปอ่านกันได้ที่นี่จ้า (เขียนโดย ดร.สิรพัฒน์ คนเดียวกับที่เขียนตอนนี้หล่ะจ้า)
Eric Drexler ถือได้ว่าเคยเป็นเจ้าพ่อของวงการนาโนเทคโนโลยี แต่อัจฉริยะจากสถาบัน MIT ผู้นี้ ผู้ซึ่งฝันที่จะสร้างเครื่องจักรขนาดจิ๋วระดับโมเลกุล ไม่สามารถทนกระแสต้านจากวงการวิทยาศาสตร์ดั้งเดิมได้ และเขาได้กลายผู้ที่ไม่มีใครในวงการอุตสาหกรรมเหลียวแลอีกแล้ว

การประชุมสุดยอดด้านนาโนเทคโนโลยี (NanoSummit) ของกระทรวงพลังงาน ประเทศสหรัฐอเมริกา ในเมืองวอชิงตันดีซี เมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2004 ถือเป็นสัญญาณประกาศว่า เทคโนโลยีที่เล็กที่สุดในโลกได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว Spencer Abaraham เลขาธิการด้านพลังงาน ได้กล่าวเปิดงานการประชุมต่อกลุ่มนักวิทยาศาสตร์จำนวนมาก ทั้งจากมหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันวิจัยของสหรัฐหลายแห่ง การกล่าวปิดการประชุมได้รับเกียรติจาก Richard Smalley นักเคมีจากมหาวิทยาลัย Rice ผู้ร่วมรับรางวัลโนเบลปี ค.ศ. 1996 สำหรับการค้นพบโครงสร้างใหม่ของถ่านคาร์บอน ซึ่งเป็นโมเลกุลใหญ่มีโครงสร้างเป็นรูปลูกฟุตบอล เรียกว่า ฟูลเลอร์ลีน (Fullerene) หรือ บักมินส์เตอร์ฟูลเลอร์ลีน (Buckminsterfullerene) ในระหว่างการประชุมมีนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังในแวดวงนาโนเทคโนโลยีมากมาย ซึ่งได้บรรยายถึงอนาคตที่สดใสของศาสตร์ที่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็วนี้
(
อ่านรายละเอียดของ BuckyBall โดย ดร. ณัฐพันธุ์ จาก นาโนเทค ได้ที่ วิชาการ.คอม เช่นกัน คลิ๊กที่นี่จ้า)
แต่งานนี้ขาดคนสำคัญผู้หนึ่งไป นั่นคือ อิริก เดร็กซ์เลอร์ (Eric Drexler) ซึ่งถือได้ว่าเป็นเจ้าพ่อแห่งวงการนาโนฯ และได้เสนอคำว่า นาโนเทคโนโลยี ในปี ค.ศ. 1977 ระหว่างที่Drexlerเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัย MIT เขาได้เกิดความคิด จินตนาการขึ้นว่า ในอนาคตอาจจะมีกองทัพหุ่นยนต์จิ๋วที่สามารถนำโมเลกุลและอะตอมของสสารธรรมดาทั่วไปมาต่อเรียงกันด้วยความแม่นยำ เพื่อสร้างเป็นสสารใหม่ได้ตามที่ต้องการในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ด้วยเครื่องจัดเรียงอะตอมนี้ เราอาจจะเปลี่ยนสารเคมีทั่วๆไป ไปเป็นสารต่างๆ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง เพชร จรวด อะไรก็ได้ตามที่ต้องการ ในกระแสเลือดเครื่องจักรจิ๋วจะเข้าไปรักษาโรคต่างๆได้ ในอากาศพวกมันอาจจะช่วยกำจัดมลพิษได้ ความคิดของDrexlerได้ชักจูงกลุ่มนักเคมี นักคอมพิวเตอร์ วิศวกร จำนวนมาก ให้หันมาสนใจศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ที่ระดับนาโนเมตร
William Goddard ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการคำนวณจำลองระบบโมเลกุล ที่มหาวิทยาลัย Caltech กล่าวไว้ว่า Drexlerได้สร้างสรรค์จินตนาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้กับเยาวชน Drexler ทำให้หลายคนเชื่อในความคิดที่ว่าเราสามารถทำอะไรที่พิเศษๆได้ โดยการคิดแบบในระดับจิ๋วนาโน ความคิดเขาก้าวไกลไปเหนือคนอื่นมาก เขาเป็นวีรบุรุษ
เครื่องจักรวิเศษในฝันของ
Drexler
หลักการ จุดมุ่งหมายของนาโนเทคโนโลยี
ตามแนวคิดของDrexler คือ การสร้างเครื่องผลิตโมเลกุล ในแบบเครื่องจักรขนาดนาโนที่สามารถสร้างวัตถุขนาดเท่าใดก็ได้โดยจัดเรียงอะตอมต่างๆทีละอะตอม
วิธีนี้ต่างจากการสังเคราะห์ทางเคมีแบบดั้งเดิมที่จะผสมสารหลายอย่างในจำนวนเป็นล้านๆโมเลกุลให้ทำปฏิกิริยากัน
ส่วนDrexler เสนอวิธีสร้างโมเลกุลแบบ การสังเคราะห์เชิงกล หมายถึง
การนำอะตอมไปวางเรียงให้ใกล้กันมากๆจนเกิดพันธะทางเคมีได้ และมีการควบคุมที่แม่นยำ
ตัดแต่งออก หรือ วางลงในตำแหน่งที่ต้องการ
เทคโนโลยี เครื่องจักรตามจินตนาการของเขาจึงมีภาพคล้ายกับเครื่องจักรกลตามโรงงานทั่วไป
ซึ่งจะมีสายพานลำเลียงโมเลกุล ผ่านไปตามหัวเข็มที่บรรจุอะตอมชนิดต่างๆเพื่อฉีดอัดเข้าไปที่ตัวโมเลกุล
หรือ ตัดเล็มอะตอมที่ไม่ต้องการออก เขาคาดว่าเครื่องจักรนี้จะสามารถสร้างโมเลกุลอะไรก็ได้
อย่างรวดเร็วและค่าใช้จ่ายไม่สูง
ปัญหา Drexler ถูกวิจารณ์อย่าง เพราะในความเป็นจริงแล้วกระบวนการทางเคมีนั้นซับซ้อนมาก
อะตอมแต่ละตัวในโมเลกุลหนึ่งจะทำปฏิกิริยากับอะตอมแทบทุกตัวที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง
ทั้งในโมเลกุลเองและตามชิ้นส่วนของเครื่องจักร เช่น สายพาน เข็มฉีด ฟันเฟือง
ดังนั้นการที่เครื่องจักรในฝันนี้จะวางอะตอมหนึ่งลงบนโมเลกุล มันต้องควบคุมไม่ให้มีการทำปฏิกิริยากับอะตอมรอบๆข้างนี้
การควบคุมอะตอมจำนวนมหาศาลเช่นนี้ รวมถึงเครื่องมือที่ต้องใช้ แทบจะไม่มีโอกาสเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ
|
 |
 |
|
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม