 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/275" type="text/javascript"></script> |
|
Eric Drexler บิดาแห่งนาโนเทคโนโลยี หรือ เพียงแค่นักฝัน
Eric Drexler ถือได้ว่าเคยเป็นเจ้าพ่อของวงการนาโนเทคโนโลยี แต่อัจฉริยะจากสถาบัน MIT ผู้นี้ ผู้ซึ่งฝันที่จะสร้างเครื่องจักรขนาดจิ๋วระดับโมเลกุล ไม่สามารถทนกระแสต้านจากวงการวิทยาศาสตร์ดั้งเดิมได้ และเขาได้กลายผู้ที่ไม่มีใครในวงการอุตสาหกรรมเหลียวแลอีกแล้ว
post ครั้งแรก: Mon 14 February 2005, 5:29 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 14 February 2005, 5:29 pm
|
หน้าที่ 2 - นักวิทยาศาสตร์หลายคนที่คิดว่า Drexler เป็นหนึ่งในพวกนักฝันเลื่อนลอย
ถึงกระนั้น ยังมีนักวิทยาศาสตร์หลายคนที่คิดว่า Drexler เป็นหนึ่งในพวกนักฝันเลื่อนลอย ในช่วง 6 เดือนก่อนการประชุมสุดยอดด้านนาโนเทคโนโลยีนั้นกลุ่มต่อต้าน Drexler ได้โยนหมัดเด็ดเข้าใส่เขาอย่างจัง ในวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2003 วารสารทางวิชาการชื่อ Chemical and Engineering News ตีพิมพ์จดหมายโต้ตอบระหว่างDrexler และSmalley ซึ่งSmalleyในฐานะผู้ได้รับรางวัลโนเบล แสดงจุดยืนของเขาอย่างชัดเจนว่า การประกอบชิ้นส่วนระดับโมเลกุลนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไม่ได้ Smalley เขียนไว้ว่า กระบวนการทางเคมีที่ต้องใช้ในการที่จะสร้างให้ได้อะไรที่คล้ายกับเครื่องจักรนาโนที่ประกอบโมเลกุลได้นั้น จะมีความซับซ้อน ความหลากหลาย และต้องอาศัยความแม่นยำสูง ทั้งนี้ยังไม่รวมไปถึงการสร้างเครื่องจักรนาโนที่สร้างจำลองตนเองได้ มันไม่สามารถจะทำได้เพียงแค่เอาวัตถุระดับโมเลกุลสองอย่างมาขยำผสมกัน นี่เป็นโจมตี Drexler อย่างโจ่งแจ้งโดยผู้ที่ต่อมาได้แทนเขาในฐานะผู้นำในวงการนาโนฯ แต่ Smalleyไม่ได้จบแค่นั้น คำวิจารณ์หนึ่งที่ค่อนข้างรุนแรงและออกแนวพิลึก คือ Smalley กล่าวหา Drexler ว่าเป็นผู้ที่ทำให้โลกหวาดกลัวกับนาโนเทคโนโลยี ด้วยความคิดที่ว่า หุ่นยนด์จิ๋วที่สร้างตัวเองได้จะหลุดออกมาจากห้องทดลอง และทำลายล้างทุกอย่างที่ขวางหน้า จนโลกพินาศไป

ภาพแสดงกลไกระดับนาโน จาก http://www.jeol.co.jp/
Smalleyได้ต่อว่า Drexlerไว้ว่า คุณและคนของคุณมาหลอกให้เด็กๆกลัว และเสริมว่า ผมไม่หวังหรอกว่าคุณจะหยุดความคิดนี้ แต่ผมหวังว่า คนอื่นในวงนักเคมีจะช่วยกันทำให้คนตาสว่าง และบอกกับเด็กๆทุกคนว่า อนาคตของโลกเราในความเป็นจริงถึงแม้จะมีความท้าทายและความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ไม่มีทางที่จะมีสัตว์ประหลาดตัวจิ๋วที่จะขยายพันธุ์สร้างตัวเอง อย่างที่คุณคิดไว้
หลังจากถูกโจมตีครั้งแรกเพียงแค่ 2 วัน Drexler ต้องเผชิญกับเรื่องร้ายหนที่สอง เมื่อประธานาธิบดีบุชลงนามอนุมัติบัญญัติการวิจัยและพัฒนาด้านนาโนเทคโนโลยีสำหรับศตวรรษที่ 21 ซึ่งจะจัดสรรงบประมาณ 3.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับการวิจัยพัฒนาเชิงวิศวกรรมโมเลกุล ช่วงหลายเดือนก่อนการลงนาม กฎหมายนี้ได้เป็นหลักสำคัญที่จะส่งงานของDrexler ขึ้นไปเป็นวาระเร่งด่วนด้านวิทยาศาสตร์ของสหรัฐฯ สุดท้ายแล้วก็ไม่มีงบประมาณจัดสรรมาให้กับด้านวิศวกรรมการผลิตโมเลกุลแม้แต่น้อย งบประมาณส่วนใหญ่ได้ถูกแจกจ่ายไปให้โครงการต่างๆที่ศึกษากระบวนการเคมีดั้งเดิมเพื่อผลิตสสารใหม่ ที่จะมีคุณลักษณะพิเศษใหม่ๆรวมในสารเดียว เช่น ความแข็ง ความเหนียว ความหนาแน่น ความนำไฟฟ้า ความทนไฟ และคุณสมบัติการเป็นเยื่อกรองสาร เป็นต้น

ภาพแสดงโครงสร้างระดับนาโน จาก http://www.jeol.co.jp/
จากเหตุการณ์ทั้งสองครั้งนั้น Drexlerได้กลายเป็นเสมือนคนนอกวงการที่เขาเองเป็นผู้ริเริ่มแนวคิด เขาได้ตามล่าฝันเรื่องเครื่องสร้างโมเลกุลมาตลอดชีวิตการทำงานด้วยความมุ่งมั่นไปในเรื่องเดียว โดยไม่สนใจเรื่องอื่นๆ แต่แล้วความฝันของเขาที่จะสามารถสร้างสสารที่ใหม่ๆจำนวนมาก ยาวิเศษ และสารมหัศจรรย์ที่ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมได้ ก็ได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
ในการสัมภาษณ์สำหรับบทความนี้ที่ห้องพักของโรงแรม Palo Alto เมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2004 ขณะนี้ Drexler เป็นผู้ที่สูญเสียอย่างสาหัส แต่ยังมีหัวใจสู้ เขาดูแก่กว่าวัย 49 ปีของเขา เขาได้เตือนถึงภยันตรายจากผู้ไม่หวังดีที่จะแสวงประโยชน์จากนาโนเทคโนโลยีว่า ในโลกซึ่งมีการแข่งขัน การยับยั้งงานวิจัยทางนาโนเทคโนโลยีด้านการสร้างโมเลกุล เท่ากับเป็นการโยนทิ้งอาวุธของตนเองและเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้าม และเตือนถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาว่าอย่างน้อยที่สุดอาจจะนำไปสู่ การล้มสหรัฐจากการเป็นประเทศมหาอำนาจของโลก
การที่ Drexler ถูกกีดกันออกจากทั้งวงการนาโนเทคและการเมืองนั้น เกิดในช่วงเวลาที่ย่ำแย่ของชีวิตเขา หนึ่งปีก่อนหน้านั้นเขาได้หย่าร้างกับ Christine Peterson อดีตภรรยา ที่อยู่ร่วมกันมา 21 ปีและเธอยังเป็นประธานของสถาบัน Foresight ซึ่งเป็นเหมือนแหล่งความคิดของเขา เธอได้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อไปเขียนหนังสือเรื่องนาโนเทคโนโลยี Drexler ซึ่งไม่ได้ร่ำรวยและไม่มีเงินเหลือเก็บจึงต้องย้ายจากบ้านใหญ่ใน Silicon Valley ไปอยู่ในอพาร์ตเมนต์ธรรมดาๆ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม