 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/275" type="text/javascript"></script> |
|
Eric Drexler บิดาแห่งนาโนเทคโนโลยี หรือ เพียงแค่นักฝัน
Eric Drexler ถือได้ว่าเคยเป็นเจ้าพ่อของวงการนาโนเทคโนโลยี แต่อัจฉริยะจากสถาบัน MIT ผู้นี้ ผู้ซึ่งฝันที่จะสร้างเครื่องจักรขนาดจิ๋วระดับโมเลกุล ไม่สามารถทนกระแสต้านจากวงการวิทยาศาสตร์ดั้งเดิมได้ และเขาได้กลายผู้ที่ไม่มีใครในวงการอุตสาหกรรมเหลียวแลอีกแล้ว
post ครั้งแรก: Mon 14 February 2005, 5:29 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 14 February 2005, 5:29 pm
|
หน้าที่ 3 - เครื่องจักรผู้สร้าง (Engines of Creation)
นอกจากความโกรธที่มีแล้ว เขาเริ่มวิตกว่าความพยายามหลายสิบปีของเขาได้สูญเปล่าไปแล้ว สิ่งที่แทงใจเขามากที่สุด คือ คำว่า นาโนเทคโนโลยี ที่เขาคิดขึ้นมานั้น ได้ถูกแปรความหมายไปโดยกระแสจากคนกลุ่มอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเลยกับความคิดแรกเริ่มของเขา เขากล่าวว่า ผมไม่เคยคิดเลยว่า พวกนักวิจัยกลุ่มหนึ่งจะหยิบตราคำว่านาโนเทคโนโลยี ไปติดบนงานของตัวเอง แล้วพยายามนิยามความหมายของมันใหม่ เป็นเรื่องเหลือเชื่อมาก มันนำมาซึ่งความยุ่งเหยิงและสับสนวุ่นวายให้กับทุกคน
สำหรับทุกคนนั้นถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ Drexler

Kim Eric Drexler
Kim Eric Drexler เกิดเมื่อวันที่
25 เม.ย. ค.ศ. 1955 ที่เมือง Oakland รัฐ California มารดาเป็นนักคณิตศาสตร์ และบิดาเป็นนักบำบัดความบกพร่องทางการพูด
บุคลิกของ Drexler ออกแนวหนอนหนังสือ เขาจึงเข้าไม่ค่อยได้กับเด็กในวัยเดียวกัน Dave
Anderson เพื่อนสมัยเด็ก เล่าว่า Eric เป็นคนเข้าสังคมไม่ได้ ลองนึกว่าเขาเป็นเหมือนเพื่อนที่เราอาจจะเคยมีในวัยเด็ก
ที่ทำตัวแปลก ไม่ยุ่งกับใคร เขาจะเป็นยิ่งกว่านั้นหลายเท่า
เมื่อเข้ามาเป็นน้องใหม่ที่ MIT ในปี 1974 เขาได้เสนอผลงานวิชาการเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่บนดาวอุกาบาต
ในการประชุมของมหาวิทยาลัย Princeton เรื่องการสร้างอาณานิคมในอวกาศ (Space Colonization)
ครั้งที่หนึ่ง ช่วงนั้นเขามีความฝันที่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านอวกาศที่จะช่วยนำพามนุษย์ไปยังโลกใหม่ด้วยยานอวกาศที่ขับเคลื่อนโดยใบเรือพลังงานลมสุริยะ
แต่ในวิชาพื้นฐานเขาได้ศึกษาเรื่องพันธุวิศวกรรมด้วย Drexler ได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองถึงงานวิจัยล่าสุดในด้านนี้
เขาเริ่มที่ตั้งคำถามว่าการเลียนแบบกระบวนการสร้างสารทางชีวภาพด้วยกระบวนการเชิงกลนั้นเป็นไปได้หรือไม่
การจำลองการทำงานของ ดีเอ็นเอ ไรโบโซม และเอ็นไซม์ ด้วยเครื่องจักรขนาดจิ๋ว จะทำให้เราสามารถสร้างวัตถุทางชีวภาพและวัถตุชนิดอื่นๆใดๆก็ได้
แต่มันจะไม่ใช่พันธุวิศวกรรม แต่เป็นวิศวกรรมโมเลกุล เทคโนโลยีที่จะแทนที่ทุกๆเทคโนโลยี
เขาเล่าว่า ตอนนั้นมันเริ่มจะดูเหมือนอะไรที่สำคัญและยิ่งใหญ่มาก เพราะถ้าเรามีความสามารถพื้นฐานที่จะเคลื่อนย้ายอะตอมในลักษณะที่ซับซ้อน
เราจะสามารถสร้างอะไรก็ได้ที่เป็นสิ่งของที่จับต้องได้

ริชาร์ด ฟายน์แมน
แม้ว่าความคิดของ Drexler นี้จะเป็นความคิดของเขาเอง แต่เขามาค้นพบว่า เขาไม่ใช่คนแรก
คืนหนึ่งในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1979 ระหว่างที่ค้นคว้าอ่านหนังสือในห้องสมุด เขาได้พบเจอว่า
มีการเสนอความคิดนี้มาก่อนแล้วโดย Richard Feynman นักฟิสิกส์ที่ถือกันว่าเป็นอัจฉริยะที่สุดนับตั้งแต่
Albert Einstein Feynman ได้กล่าวไว้ในปี ค.ศ. 1959 ระหว่างบรรยายเรื่อง ข้างล่างยังมีที่ว่างอีกเยอะ
ว่า เราจะสามารถจัดเรียงอะตอมได้ตามที่เราต้องการ คือ จัดเรียงตัวอะตอมจริงๆ ที่เป็นที่สุดของสารนั่นแหละ

การนำความสามารถในการสร้างโมเลกุลมาสู่มนุษยชาติให้ได้กลายเป็นความใฝ่ฝันสูงสุดของDrexler แต่นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย เหตุผลหนึ่ง คือ อัจฉริยะจาก MIT คนนี้ขาดทักษะมนุษยสัมพันธ์ที่จำเป็นมากต่อความสำเร็จในแวดวงวิทยาศาสตร์วงกว้าง อีกเหตุผลหนึ่ง คือ ความสนใจของเขาหลายอย่างเป็นเรื่องสุดขั้ว ในช่วงยุค1980 ระหว่างที่อยู่ที่ MIT เขากับภรรยาได้จัดการสัมมนานอกสถานที่ในช่วงสุดสัปดาห์ ในป่าอุทยานในรัฐ New Hampshire สำหรับให้นักศึกษามาประชุมกันในหัวข้อเรื่อง เช่น การยืดอายุคนด้วยการแช่แข็ง เป็นต้น ถึงกระนั้นแนวคิดของDrexler เป็นที่น่าเชื่อถือพอที่ทำให้วารสารที่มีชื่อ คือ Proceedings of the National Academy of Science ได้รับตีพิมพ์บทความซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกอันแรกของเขา เรื่อง วิศวกรรมโมเลกุล: แนวทางสำหรับการพัฒนาศักยภาพพื้นฐานในการจัดเรียงโมเลกุล (Molecular Engineering: An Approach to the Development of General Capabilities for Molecular Manipulation
หนังสือเล่มแรกของเขาที่มีชื่อว่า เครื่องจักรผู้สร้าง (Engines of Creation) ซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี
ค.ศ. 1986 ได้นำเสนอคำว่า นาโนเทคโนโลยี ต่อคนทั่วโลก หนังสือเล่มนี้นอกจากได้บรรยายถึงนานาสัพคุณที่อาจจะเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีนี้แล้ว
ยังพูดถึงกรณีที่โลกอาจจะกลายเป็นผงทุลี และหนทางที่จะหลีกเลี่ยงมัน คำนิยมในหนังสือนั้นเขียนขึ้นโดย
Marvin Minsky นักคณิตศาสตร์จาก MIT ผู้กว้างขวางในวงการสมองเทียม (Artificial Intelligence)
Minsky เขียนไว้ว่า นาโนเทคโนโลยีอาจจะมีผลกระทบต่อโลกของเรามากกว่าพัฒนาการครั้งใหญ่ในด้านวัสดุศาสตร์สองครั้งที่แล้วมา
คือ การเปลี่ยนจากการใช้อิฐและหินมาใช้โลหะและซีเมนต์ และการใช้ประโยชน์จากไฟฟ้า
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม